法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สช. 24/2555 เรื่อง การให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลักสำหรับธุรกรรมในตลาดทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สช. 24 /2555

เรื่อง การให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและ

ผู้ประเมินหลักสําหรับธุรกรรมในตลาดทุน

โดยที่ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมในตลาดทุนเป็นข้อมูลสําคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของประชาชน การประเมินมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าว จึงจําเป็นต้องอาศัยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบเป็นผู้ดําเนินการ ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน และประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับธุรกรรมในตลาดทุน จึงมีข้อกําหนดให้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินข้างต้นต้องดําเนินการโดยบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่อยู่ในบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการดังกล่าว สํานักงานออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลัก เพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“ทรัพย์สิน” หมายความว่า ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ สัญญาเช่า อสังหาริมทรัพย์ระยะยาว สิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถประเมินหามูลค่าได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ

“บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน” หมายความว่า นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นทางค้าปกติ และประสงค์จะให้บริการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุน

“ผู้ประเมินหลัก” หมายความว่า บุคลากรของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนที่ลงลายมือชื่อเป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุน

“ธุรกรรมในตลาดทุน” หมายความว่า การดําเนินการใด ๆ ที่ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กําหนดให้มีการจัดทํารายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประกอบการดําเนินการดังกล่าว และให้หมายความรวมถึงการเปิดเผยข้อมูล การขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือการดําเนินการใด ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับตลาดทุนซึ่งจัดให้มีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประกอบการดําเนินการดังกล่าวด้วย

“กฎหมายเกี่ยวกับตลาดทุน” หมายความว่า พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550

“องค์กรวิชาชีพประเมิน” หมายความว่า สมาคมที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการกํากับดูแลสมาชิกที่ประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ตลอดจนมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินโดยเฉพาะการประเมินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการขอความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและขอความเห็นชอบบุคลากรเป็นผู้ประเมินหลัก ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงานตามหมวด 1

ในกรณีที่มีองค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 แล้ว ให้การขอความเห็นชอบและการต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง เป็นไปตามการรับขึ้นทะเบียนที่องค์กรวิชาชีพประเมินตามหมวด 2 กําหนด

การพัก การเพิกถอน และการสิ้นสุดการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบตามหมวด 1 หรือหมวด 2 ให้เป็นไปตามที่กําหนดในหมวด 4

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุน บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบตามมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และข้อกําหนดเพิ่มเติมในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ และในรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินต้องระบุวัตถุประสงค์ของการประเมินว่าเป็นการประเมินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งต้องมีการลงลายมือชื่อโดยบุคคลดังต่อไปนี้

(1) กรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน

(2) ผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบตามหมวด 1 หรือหมวด 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน โดยขณะที่ลงนามในรายงานนั้น ผู้ประเมินหลักดังกล่าวต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสํานักงานสั่งพักการให้ความเห็นชอบหรือองค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 สั่งพักการขึ้นทะเบียน

ส่วน ๑ การยื่นคําขอความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินใดประสงค์จะขอความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือขอความเห็นชอบบุคลากรเป็นผู้ประเมินหลัก ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินนั้นยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงานพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน

ในกรณีเป็นการยื่นคําขอความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนครั้งแรก ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินยื่นคําขอความเห็นชอบบุคลากรอย่างน้อยสองคนเป็นผู้ประเมินหลักด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ยื่นคําขอความเห็นชอบตามข้อ 6 ชําระค่าธรรมเนียมการยื่นคําขอความเห็นชอบตามอัตราที่กําหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ พร้อมกับการยื่นคําขอดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการพิจารณาคําขอความเห็นชอบ สํานักงานอาจแจ้งให้ผู้ขอความเห็นชอบชี้แจง ดําเนินการ หรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

ในกรณีที่ผู้ขอความเห็นชอบไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง สํานักงานจะถือว่าบุคคลนั้นไม่ประสงค์จะยื่นคําขอความเห็นชอบอีกต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สํานักงานจะแจ้งผลการพิจารณาคําขอความเห็นชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน

ส่วน ๒ หลักเกณฑ์และระยะเวลาการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมิน

มูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลัก

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ที่จะได้รับความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนตามหมวดนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) มีทุนชําระแล้วไม่น้อยกว่าสองล้านบาท

(2) มีหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ชัดเจน รัดกุมและเพียงพอ รวมทั้งมีระบบงานที่ทําให้เชื่อได้ว่าจะสามารถควบคุมให้การปฏิบัติงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นไปตามมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ

(3) มีประสบการณ์ในการให้บริการด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(4) มีผู้จัดการและผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารที่รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทํางานเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(5) มีจํานวนผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินรวมกันไม่น้อยกว่าห้าคน โดยในจํานวนนี้อย่างน้อยสองคนต้องเป็นผู้ประเมินหลักซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามข้อ 11

(6) ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินมีลักษณะต้องห้ามตามหมวด 3

(7) ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ากรรมการ ผู้จัดการ และผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารที่รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่ามีลักษณะต้องห้ามตามหมวด 3

(8) ไม่อยู่ระหว่างถูกสํานักงานสั่งพักการให้ความเห็นชอบ หรืออยู่ระหว่างระยะเวลาที่สํานักงานกําหนดว่าจะไม่รับพิจารณาคําขอความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ที่จะได้รับความเห็นชอบเป็นผู้ประเมินหลักตามหมวดนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) เป็นลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ยื่นคําขอความเห็นชอบซึ่งปฏิบัติงานประจําให้บริษัทเต็มเวลา

(2) มีการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนยื่นคําขอความเห็นชอบ และยังคงปฏิบัติงานดังกล่าวอยู่ในขณะยื่นคําขอนี้

(3) มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศไทยอย่างน้อยตามระยะเวลาดังต่อไปนี้

(ก) กรณีสําเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้องมีประสบการณ์ในการทํางานเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี

(ข) กรณีสําเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาอื่น ต้องมีประสบการณ์ในการทํางานเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

(ค) กรณีสําเร็จการศึกษาต่ํากว่าระดับปริญญาตรีแต่ไม่ต่ํากว่าระดับอนุปริญญาต้องมีประสบการณ์ในการทํางานเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกปี

(ง) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดปี โดยมีบริษัทหรือหน่วยงานที่ตนปฏิบัติงานอยู่ให้การรับรอง

(4) แสดงได้ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ โดยต้องเคยเป็นผู้ประเมินที่ลงลายมือชื่อในรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้ความรู้ความสามารถเทียบเท่าการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ และใช้วิธีการประเมินครบทุกวิธีตามที่กําหนดในมาตรฐานในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างน้อยหนึ่งงานภายในระยะเวลาสองปีก่อนวันที่บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงาน

(5) ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีลักษณะต้องห้ามตามหมวด 3

(6) ไม่อยู่ระหว่างถูกสํานักงานสั่งพักการให้ความเห็นชอบ หรืออยู่ระหว่างระยะเวลาที่สํานักงานกําหนดว่าจะไม่รับพิจารณาคําขอความเห็นชอบ

(7) ผ่านการทดสอบหรืออบรมความรู้ความสามารถตามที่สํานักงานกําหนด (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่สํานักงานปฏิเสธการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก แล้วแต่กรณี เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินหรือบุคคลที่ดํารงตําแหน่งตามข้อ 10(7) หรือบุคลากรที่ขอความเห็นชอบเป็นผู้ประเมินหลักรายใดมีลักษณะต้องห้ามตามหมวด 3 สํานักงานอาจกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินหรือบุคลากรที่ขอความเห็นชอบเป็นผู้ประเมินหลักรายนั้น แล้วแต่กรณี ในคราวต่อไป โดยกําหนดระยะเวลาดังกล่าวจะไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่สํานักงานปฏิเสธการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักตามหมวดนี้ มีกําหนดระยะเวลาคราวละไม่เกินสองปีตามที่สํานักงานกําหนดไว้ในหนังสือให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบตามหมวดนี้รายใด ประสงค์จะต่ออายุการให้ความเห็นชอบเพื่อให้สามารถทําหน้าที่เป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักได้อย่างต่อเนื่อง ให้การต่ออายุการให้ความเห็นชอบดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนยื่นคําขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือยื่นคําขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบบุคลากรเป็นผู้ประเมินหลัก แล้วแต่กรณี ต่อสํานักงาน

(2) ในกรณีที่บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนได้ยื่นคําขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบล่วงหน้าอย่างน้อยหกสิบวันก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ หากสํานักงานไม่แจ้งผลการพิจารณาคําขอความเห็นชอบภายในวันสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักรายนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าสํานักงานจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา

(3) บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักจะได้รับการต่ออายุการให้ความเห็นชอบต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีการต่ออายุของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 10

(ข) ในกรณีการต่ออายุของผู้ประเมินหลัก ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 11(1) (2) (5) (6) และ (7) โดยอนุโลม และบุคคลดังกล่าวได้ลงลายมือชื่อในรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุนอย่างน้อยหนึ่งงานภายในระยะเวลาสองปีก่อนวันที่ยื่นคําขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบต่อสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันสุดท้ายของเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง

(1) เมื่อบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนมีการเปลี่ยนแปลงผู้ประเมินหลักของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้ประเมินหลักลาออกหรือมีผู้ประเมินหลักรายใหม่

(2) เมื่อบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนที่ได้รับความเห็นชอบตามหมวดนี้รายใดไม่สามารถดํารงลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจํานวนผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่กําหนดในข้อ 10(5) ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนรายนั้นดําเนินการแก้ไขเพื่อให้มีลักษณะตามที่กําหนด ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ไม่สามารถดํารงลักษณะนั้นได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ถือว่าบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์กรวิชาชีพประเมินให้สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ เป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

องค์กรวิชาชีพประเมินตามวรรคหนึ่งต้องเป็นองค์กรที่สํานักงานเห็นว่ามีความเหมาะสมในการเป็นองค์กรกํากับดูแลและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 18

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ องค์กรวิชาชีพประเมินใดมีความประสงค์ที่จะทําหน้าที่กํากับดูแลและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ ให้แจ้งความประสงค์ต่อสํานักงาน โดยสํานักงานจะพิจารณาความเหมาะสมในการเป็นองค์กรกํากับดูแลและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) มีนโยบายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการกํากับดูแลสมาชิกและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะให้มีความน่าเชื่อถือและมีมาตรฐานในระดับสากล

(2) กรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด และบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานขององค์กรวิชาชีพประเมินเป็นผู้มีสัญชาติไทย

(3) มีคณะกรรมการควบคุมการปฏิบัติงานเพื่อทําหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการกระทําผิดมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพหรือกระบวนการในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน โดยอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดต้องเป็นอิสระจากผู้ประกอบวิชาชีพประเมิน และกรรมการดังกล่าวต้องประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ อย่างน้อยด้านละหนึ่งคน

(ก) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(ข) ผู้ใช้รายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(ค) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย

(ง) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน

(4) ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลดังต่อไปนี้ มีลักษณะต้องห้ามตามหมวด 3

(ก) กรรมการและบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานขององค์กรวิชาชีพประเมิน

(ข) บุคคลที่ดํารงตําแหน่งในระดับบริหารซึ่งรับผิดชอบงานเกี่ยวกับการกํากับดูแลสมาชิก หรือการพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(5) ในกรณีที่มีการแต่งตั้งคณะทํางานเพื่อทําหน้าที่เกี่ยวกับการกํากับดูแลสมาชิกหรือการพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน องค์กรวิชาชีพประเมินต้องมีกลไกในการตรวจสอบบุคคลที่เป็นองค์คณะในคณะทํางานดังกล่าวให้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้การดําเนินงานขององค์กรวิชาชีพประเมินมีความน่าเชื่อถือ

(6) มีบุคลากรที่เป็นอิสระจากผู้ประกอบวิชาชีพประเมิน ซึ่งสามารถปฏิบัติงานประจําให้องค์กรวิชาชีพประเมินได้เต็มเวลา ในจํานวนที่เพียงพอที่จะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(7) มีระบบงานที่ชัดเจน รัดกุม และเพียงพอที่ทําให้เชื่อได้ว่าจะสามารถควบคุมดูแลให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพประเมิน ปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(ก) การรับสมาชิกและการดํารงสถานะการเป็นสมาชิก ตลอดจนการรับขึ้นทะเบียนบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะที่ชัดเจนและเป็นธรรม โดยอย่างน้อยต้องมีข้อกําหนดเกี่ยวกับการรับขึ้นทะเบียนและลักษณะต้องห้ามของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในทํานองเดียวกัน หรือเทียบเคียงได้กับหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบตามหมวด 1 และลักษณะต้องห้ามตามหมวด 3

(ข) การกําหนดหรือการรับมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ที่น่าเชื่อถือ และมีกลไกในการพัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณดังกล่าวให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง

(ค) การกํากับดูแลและติดตามให้สมาชิกและผู้ปฏิบัติงานให้กับสมาชิกปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(ง) การรับข้อร้องเรียนและการจัดการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนอย่างเหมาะสม

(จ) การดําเนินการกับสมาชิกที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(ฉ) การจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินให้แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง

(8) มีระบบการเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบงานตาม (7) รวมทั้งดูแลให้มีการเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานดังกล่าว ให้ถูกต้องครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้

(9) มีข้อบังคับหรือมาตรการอื่นที่รองรับให้องค์กรวิชาชีพประเมินสามารถดําเนินการดังต่อไปนี้

(ก) แจ้งคําสั่งและส่งเอกสารหลักฐานการลงโทษทางวินัยแก่สมาชิกให้สํานักงานทราบโดยไม่ชักช้า

(ข) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือการกระทําผิดที่เกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน หรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินของสมาชิก และการลงโทษสมาชิก รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่ได้รับเนื่องจากการเป็นองค์กรวิชาชีพประเมิน

(ค) แลกเปลี่ยนข้อมูลกับสํานักงานเกี่ยวกับสมาชิกและการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของสมาชิก การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินของสมาชิกและการลงโทษสมาชิก ได้โดยชอบ

(10) มีกลไกและมาตรการในการลงโทษสมาชิกอย่างเป็นธรรม โดยมีขั้นตอนและกระบวนการดําเนินการที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง และการลงโทษกระทําอย่างเหมาะสม ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของพฤติกรรมของผู้ถูกพิจารณา และดําเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร

(11) จัดให้มีเว็บไซต์ขององค์กรวิชาชีพประเมินเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นปัจจุบันโดยอย่างน้อยต้องเปิดเผยข้อมูลในเรื่องดังต่อไปนี้

(ก) รายชื่อสมาชิกที่เป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าว ตลอดจนระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนบุคคลเหล่านั้น

(ข) มาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(ค) การดําเนินการกับสมาชิกที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(ง) ช่องทางในการรับข้อร้องเรียน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้องค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 แจ้งต่อสํานักงาน ภายในระยะเวลาที่กําหนด

(1) เมื่อองค์กรวิชาชีพประเมินมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบบงานหรือข้อบังคับตามข้อ 18 ให้แจ้งต่อสํานักงานอย่างน้อยสิบสี่วันก่อนวันที่ระบบงานหรือข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ

(2) เมื่อองค์กรวิชาชีพประเมินไม่สามารถดํารงลักษณะตามข้อ 18 ให้แจ้งต่อสํานักงานภายในระยะเวลาอันสมควร

(3) เมื่อองค์กรวิชาชีพประเมินมีคําสั่งดังต่อไปนี้ ให้แจ้งคําสั่งและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อสํานักงานโดยไม่ชักช้า

(ก) สั่งลงโทษทางวินัยบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินหรือบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะซึ่งเป็นสมาชิกของตน เนื่องจากสมาชิกดังกล่าวฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ

(ข) สั่งพักหรือเพิกถอนการขึ้นทะเบียน หรือสั่งให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินหรือบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินพ้นจากการเป็นสมาชิกสําหรับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลัก สํานักงานอาจแจ้งให้องค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าองค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 รายใด ไม่สามารถดํารงลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 18 สํานักงานอาจกําหนดระยะเวลาให้องค์กรวิชาชีพประเมินรายนั้นดําเนินการแก้ไขเพื่อให้มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดได้ และในระหว่างดําเนินการแก้ไขดังกล่าว สํานักงานอาจกําหนดให้องค์กรวิชาชีพประเมินรายนั้นแก้ไขการกระทํา หรือให้กระทําการ หรืองดเว้นกระทําการได้ตามที่เห็นสมควร และอาจกําหนดระยะเวลาให้องค์กรวิชาชีพประเมินดังกล่าวต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

ในกรณีที่องค์กรวิชาชีพประเมินไม่สามารถแก้ไขให้มีลักษณะถูกต้อง หรือไม่กระทําการหรืองดเว้นกระทําการตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง หรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามข้อ 20 ให้ถือว่าองค์กรวิชาชีพประเมินนั้นไม่ประสงค์ที่จะทําหน้าที่กํากับดูแลและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะต่อไป และสํานักงานจะยกเลิกการพิจารณาการเป็นองค์กรกํากับดูแลและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามข้อ 17 วรรคสอง

ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักที่ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานเนื่องจากได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์กรวิชาชีพประเมินที่สํานักงานยกเลิกการพิจารณาตามวรรคสอง ยังคงสามารถปฏิบัติงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุนต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์กรวิชาชีพประเมินนั้น เว้นแต่เข้ากรณีที่ทําให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลงตามที่กําหนดในข้อ 30 หรือสํานักงานสั่งพักการให้ความเห็นชอบตลอดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่ หรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่องค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 วรรคสองรายใด ไม่ประสงค์จะทําหน้าที่กํากับดูแลและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะอีกต่อไป ให้องค์กรวิชาชีพประเมินดังกล่าวแจ้งความประสงค์ต่อสํานักงานโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักที่ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานเนื่องจากได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์กรวิชาชีพประเมินดังกล่าว ยังคงสามารถปฏิบัติงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุนต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์กรวิชาชีพประเมินนั้น เว้นแต่เข้ากรณีที่ทําให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลงตามที่กําหนดในข้อ 30 หรือสํานักงาน

สั่งพักการให้ความเห็นชอบตลอดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่ หรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ข้อกําหนดที่เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามประกาศนี้ ได้แก่กรณีดังต่อไปนี้

(1) ลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นกรณีที่มีความบกพร่องในด้านความสามารถ

ตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการกํากับดูแลตลาดทุน หรือมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจตามที่กําหนดไว้ในข้อ 24

(2) ลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นกรณีที่มีประวัติการถูกดําเนินการหรือ ถูกลงโทษที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน ตามที่กําหนดไว้ในข้อ 25

(3) ลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นกรณีที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อลูกค้า ผู้ลงทุน หรือตลาดทุนโดยรวม ในเรื่องที่มีนัยสําคัญซึ่งอาจมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุนตามที่กําหนดไว้ในข้อ 26

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้กรณีดังต่อไปนี้ เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1

(1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือ

(2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือ

(3) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสํานักงานหรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดีอันเนื่องจากถูกสํานักงานกล่าวโทษในความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับตลาดทุนดังต่อไปนี้

(ก) ความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(ข) ความผิดเกี่ยวกับการกระทําโดยทุจริตหรือการทําให้เสียหายต่อทรัพย์สิน ต่อเจ้าหนี้ หรือต่อประชาชน

(ค) ความผิดเกี่ยวกับการจงใจแสดงข้อความอันเป็นเท็จในสาระสําคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่เป็นสาระสําคัญอันควรแจ้งในเอกสารใด ๆ ที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชนหรือยื่นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงาน

(4) เคยต้องคําพิพากษาในลักษณะดังต่อไปนี้ เนื่องจากการกล่าวโทษของสํานักงาน เว้นแต่จะพ้นการลงโทษหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงาน

(ก) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตาม (3) ในกรณีเป็นนิติบุคคล

(ข) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเนื่องจากการกระทําความผิดตาม (3) ไม่ว่าศาลจะมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ ในกรณีเป็นบุคคลธรรมดา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้กรณีดังต่อไปนี้ เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2

(1) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยหน่วยงานที่กํากับดูแลสถาบันการเงินไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ หรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่หน่วยงานดังกล่าวกล่าวโทษ ทั้งนี้ เฉพาะในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน และทําให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะต่อสถาบันการเงินที่ตนสังกัดหรือต่อลูกค้า

(2) เคยต้องคําพิพากษาในลักษณะดังต่อไปนี้ เนื่องจากการกล่าวโทษของหน่วยงาน

กํากับดูแลสถาบันการเงินตาม (1) เว้นแต่จะพ้นการลงโทษหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงาน

(ก) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน และทําให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะต่อสถาบันการเงินหรือต่อลูกค้า ในกรณีเป็นนิติบุคคล

(ข) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเนื่องจากการกระทําความผิดในมูลเหตุตาม (ก) และทําให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะต่อสถาบันการเงินที่ตนสังกัดหรือต่อลูกค้า ไม่ว่าศาลจะมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ ในกรณีเป็นบุคคลธรรมดา

(3) เคยต้องคําพิพากษาในลักษณะดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นการลงโทษหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงาน

(ก) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดอาญาแผ่นดินเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน ในกรณีเป็นนิติบุคคล

(ข) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเนื่องจากการกระทําความผิดตาม (ก) ไม่ว่าศาลจะมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ ในกรณีเป็นบุคคลธรรมดา

(4) เป็นผู้ที่ศาลมีคําสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกฎหมายอื่นในลักษณะเดียวกันและยังไม่พ้นสามปีนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

(5) เป็นผู้ที่หน่วยงานที่กํากับดูแลสถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ พิจารณาว่ามีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ เฉพาะในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้กรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอต่อสํานักงานที่ทําให้พิจารณาได้ว่ามีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

(1) มีหรือเคยมีพฤติกรรมประพฤติผิดต่อหน้าที่หรือการให้บริการประเมินมูลค่าทรัพย์สินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุน หรือมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(2) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่เป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมหรือการเอาเปรียบผู้ลงทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(3) มีหรือเคยมีพฤติกรรมในการเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารอันเป็นเท็จที่อาจทําให้สําคัญผิด หรือโดยปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งในสาระสําคัญ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลหรือเอกสารที่ยื่นหรือจัดส่งต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน สํานักงาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือผู้ลงทุน หรือมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(4) มีหรือเคยมีพฤติกรรมในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในด้านอื่น ๆ ซึ่งหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายพิจารณาว่าการประเมินมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในด้านนั้น และพฤติกรรมดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อธุรกรรมในตลาดทุนอย่างมีนัยสําคัญ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลใดมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 มาแล้วเกินกว่าสิบปี หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวมิได้มีลักษณะร้ายแรงถึงขนาดที่ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจหรือความน่าเชื่อถือให้เป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือปฏิบัติงานเป็นผู้ประเมินหลัก แล้วแต่กรณี สํานักงานอาจไม่ยกข้อเท็จจริงในกรณีนั้นมาเป็นเหตุในการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการพิจารณาความร้ายแรงตามข้อ 27 สํานักงานจะคํานึงถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือการกระทําของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน หรือผู้ประเมินหลัก เป็นรายกรณี ทั้งนี้ ปัจจัยที่สํานักงานนํามาใช้ประกอบการพิจารณาจะรวมถึง

(1) บทบาทความเกี่ยวข้องและนัยสําคัญของพฤติกรรม เช่น จํานวนเงินที่เกี่ยวข้องปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้รับประโยชน์จากผลของพฤติกรรม เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ระดับความจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นต้น

(2) การลงโทษอื่นที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว

(3) ความรุนแรงของผลกระทบหรือความเสียหายต่อธุรกรรมในตลาดทุน หรือต่อประชาชนโดยรวม

(4) การแก้ไขหรือดําเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ เพื่อแก้ไข เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมทํานองเดียวกันซ้ําอีก

(5) พฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวาง

การปฏิบัติงานของสํานักงาน เช่น การให้ข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาหรือการดําเนินการ การปิดบังอําพรางหรือทําลายหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เป็นต้น

(6) ความซับซ้อนของลักษณะการกระทําหรือเครื่องมือที่ใช้ในการกระทํา เช่น การใช้ชื่อบุคคลอื่น หรือการตั้งบริษัทอําพราง เป็นต้น

(7) ประวัติพฤติกรรมในช่วงสิบปีก่อนที่สํานักงานจะพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามในแต่ละกรณี เช่น เป็นพฤติกรรมครั้งแรก หรือเป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ําหรือต่อเนื่อง เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจสั่งการของสํานักงานมีความชัดเจนและผ่านกระบวนการทบทวนตามสมควร ในการสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักเนื่องจากการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 สํานักงานจะดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง

(2) ในกรณีเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ สํานักงานอาจเสนอข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหา และข้อโต้แย้ง รวมทั้งคําชี้แจงของผู้ถูกพิจารณา (ถ้ามี) ให้คณะที่ปรึกษาเพื่อให้ความเห็นหรือข้อแนะนําสําหรับใช้ประกอบการพิจารณาของสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักจะสิ้นสุดลงเมื่อ

(1) บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักได้แจ้งต่อสํานักงานหรือองค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 เป็นหนังสือถึงความประสงค์ที่จะยุติการปฏิบัติงานเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก แล้วแต่กรณี

(2) บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบตามหมวด 1 หรือหมวด 2 มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1 หรือมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ในข้อ 25(2) (3) (4) หรือ (5) หรือได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากสํานักงานว่ามีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ในข้อ 25(1)

(3) องค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 สั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียนหรือสั่งให้พ้นจากการเป็นสมาชิกสําหรับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ แล้วแต่กรณี

(4) สิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ สํานักงานอาจสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก ตามสมควรแก่กรณี เมื่อมีเหตุดังต่อไปนี้

(1) บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนไม่สามารถดํารงลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 10(1) (2) (4) หรือ (7) หรือไม่สามารถแก้ไขให้ตนเองดํารงลักษณะตามข้อ 10(5) ได้ภายในระยะเวลาที่กําหนดในข้อ 16

(2) ผู้ประเมินหลักไม่สามารถดํารงลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 11(7)

(3) บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

ในกรณีที่เกิดเหตุตามวรรคหนึ่ง (1) หรือ (2) สํานักงานอาจสั่งให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักดําเนินการแก้ไขเพื่อให้มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายในระยะเวลาที่กําหนด และสั่งให้กระทําการหรืองดเว้นกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนการสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่สํานักงานกําหนดระยะเวลาการสั่งพักการให้ความเห็นชอบอันเป็นผลให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลักไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกตลอดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่ หรือในกรณีที่สํานักงานสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ สํานักงานอาจกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบของบุคคลรายนั้นในครั้งต่อไปไว้ด้วยก็ได้ โดยกําหนดระยะเวลาดังกล่าวจะไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก ซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพประเมินตามข้อ 17 รายใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ และองค์กรวิชาชีพประเมินนั้นได้ดําเนินการลงโทษทางวินัยสมาชิกที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือจรรยาบรรณดังกล่าวแล้ว สํานักงานจะไม่ดําเนินการกับสมาชิกขององค์กรวิชาชีพประเมินนั้นอีกก็ได้ หากเห็นว่าสมาชิกดังกล่าวได้รับโทษอย่างเหมาะสมแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือผู้ประเมินหลัก ไม่มีผลกระทบต่อรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนได้จัดทําหรือผู้ประเมินหลักได้ลงลายมือชื่อในรายงานดังกล่าวแล้ว และเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่ต้องยื่นรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินต่อสํานักงานเพื่อประกอบการทําธุรกรรมในตลาดทุน รายงานการประเมินนั้นได้ยื่นต่อสํานักงานก่อนวันที่สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ เว้นแต่

(ก) มีเหตุอันควรสงสัยว่ารายงานดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน หรือรายงานดังกล่าวเป็นเหตุหรือเป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอน

การให้ความเห็นชอบ และ

(ข) สํานักงานยังไม่มีการออกคําสั่งให้ทําธุรกรรมในตลาดทุนที่ใช้รายงานการประเมินนั้นได้

2) ในกรณีอื่นนอกจาก (1) รายงานการประเมินนั้นได้ถูกนําไปใช้ในธุรกรรมในตลาดทุนก่อนวันที่สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลัก เพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 อยู่แล้วในวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ เป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศนี้ ตามระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่หรือจนถึงวันที่31 มีนาคม พ.ศ. 2556 แล้วแต่วันใดจะถึงภายหลัง

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลักที่เคยถูกสมาคมตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลัก เพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 พิจารณาว่ามีพฤติกรรมประพฤติผิดต่อหน้าที่ หรือมาตรฐานหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ในช่วงระยะเวลาสามปีก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินหรือผู้ประเมินหลักตามวรรคสองยื่นคําขอความเห็นชอบเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนหรือความเห็นชอบเป็นผู้ประเมินหลักต่อสํานักงานตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในส่วนที่ 1 การยื่นคําขอความเห็นชอบ ของหมวด 1 การขอความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินหรือผู้ประเมินหลักดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าสํานักงานจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา ทั้งนี้ ให้นําหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบตามข้อ 10 และข้อ 11 และการกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบตามข้อ 12 มาใช้บังคับกับการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวด้วย

ให้นําข้อกําหนดเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามหมวด 3 รวมทั้งเหตุในการพัก เพิกถอน หรือสิ้นสุดการให้ความเห็นชอบ ตลอดจนอํานาจสั่งการของสํานักงานตามหมวด 4 มาใช้บังคับกับบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนและผู้ประเมินหลักตามวรรคหนึ่งด้วย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้บรรดาคําสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลัก เพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะได้มีคําสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลัก เพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

(นายวรพล โสคติยานุรักษ์)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สช. 24/2555 เรื่อง การให้ความเห็นชอบบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินและผู้ประเมินหลักสำหรับธุรกรรมในตลาดทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_377541b90327a477

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com