法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๕๐

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“ศาลแรงงาน” หมายความว่า ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค หรือศาลแรงงานจังหวัด

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมายเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลางและศาลแรงงานภาค

“บัญชีรายชื่อ” หมายความว่า บัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

“ผู้เข้ารับการคัดเลือก” หมายความว่า บุคคลตามบัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน” ประกอบด้วย ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกาเป็นกรรมการที่ปรึกษา อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมหรือผู้แทน อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค ในภาคที่มีการคัดเลือก ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานซึ่งเลือกกันเองเหลือหนึ่งคน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้แทน อธิบดีอัยการฝ่ายคดีแรงงานหรือผู้แทน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือผู้แทน และผู้แทนคณะกรรมการแพทย์ เป็นกรรมการ โดยมีเลขานุการศาลแรงงานกลาง เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลแรงงานกลาง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบและกลั่นกรองคุณสมบัติ พิจารณาความเหมาะสม และลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานจากบัญชีรายชื่อที่อธิบดีเสนอต่อคณะกรรมการ

(๒) จัดให้มีการอบรมภาควิชาการ ประเมินผลและพิจารณาความเหมาะสมของผู้เข้ารับการคัดเลือก

(๓) เสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบพร้อมด้วยผลการพิจารณาความเหมาะสมต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

(๔) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการใดๆ ตามแต่จะมอบหมายภายในอำนาจหน้าที่

(๕) เชิญบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมเป็นประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

การเสนอความเห็นใด ๆ ของคณะกรรมการต่อ ก.ต. นั้น ให้เสนอความเห็นของเสียงข้างน้อยและข้อสังเกตไปพร้อมกับความเห็นของคณะกรรมการด้วย

การเสนอบัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อสมควรจะมีการคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานเมื่อใด ให้คณะกรรมการขอความเห็นชอบจาก ก.ต. เพื่อจัดให้มีการคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และให้เลขานุการ ก.ต. แจ้งให้อธิบดีดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งบัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างแล้วเสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

ในการขอความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งของคณะกรรมการ ให้คำนึงถึงระยะเวลาในการดำเนินการ และให้เสนอแผนการดำเนินการต่อ ก.ต. เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งให้ดำเนินการจากเลขานุการ ก.ต. ตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง แล้ว ให้อธิบดีดำเนินการดังนี้

(๑) แจ้งให้สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และสหภาพแรงงาน ดำเนินการประชุมตามระเบียบข้อบังคับเพื่อเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายตน ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายสมาคมนายจ้างกับรัฐวิสาหกิจและฝ่ายสหภาพแรงงานให้ได้จำนวนไม่เกินสองเท่าของจำนวนที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด

(๒) แจ้งให้กระทรวงแรงงาน และคณะกรรมการหรือองค์กรที่เกี่ยวกับแรงงาน ตามประกาศ ก.ต. ตามมาตรา ๑๔ (๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างต่ออธิบดีภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด แล้วจัดให้มีการประชุมและเลือกกันเองของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างให้ได้จำนวนไม่เกินสองเท่าของจำนวนที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในเขตศาลแรงงานใดหากไม่มีสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานหรือมีอยู่เป็นจำนวนน้อยกว่าจำนวนผู้พิพากษาสมทบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด ให้อธิบดีเรียกประชุมตัวแทนฝ่ายนายจ้างหรือตัวแทนฝ่ายลูกจ้างของสถานประกอบกิจการทุกแห่งซึ่งอยู่ในเขตศาลแรงงานนั้นที่มีลูกจ้างตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไป โดยให้นายจ้างหรือลูกจ้างของสถานประกอบกิจการแต่ละแห่งส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมได้แห่งละหนึ่งคน และให้ตัวแทนดังกล่าวเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างตามจำนวนที่อธิบดีกำหนด พร้อมแจ้งประวัติประกอบการคัดเลือกและยื่นหลักฐานประกอบการตรวจสอบคุณสมบัติ ตามข้อ ๑๒ ต่ออธิบดีภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดแล้วให้อธิบดีจัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างให้ได้จำนวนไม่เกินสองเท่าของจำนวนที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ แจ้งประวัติประกอบการคัดเลือกและยื่นหลักฐานประกอบการตรวจสอบคุณสมบัติตามแบบที่ ก.ต. กำหนดท้ายระเบียบนี้ ต่ออธิบดี และให้อธิบดีตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔/๑ (๕) (๖) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง และการจัดให้มีการประชุมและเลือกกันเองตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ให้เป็นไปตามประกาศที่ ก.ต. กำหนด

ให้อธิบดีเสนอบัญชีรายชื่อ พร้อมเอกสาร การแจ้งประวัติประกอบการคัดเลือก หลักฐานประกอบการตรวจสอบคุณสมบัติ และผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งของผู้เข้ารับการคัดเลือกต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม โดยเร็ว

เมื่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับบัญชีรายชื่อจากอธิบดีแล้ว ให้ส่งบัญชีรายชื่อและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ต่อคณะกรรมการเพื่อดำเนินการคัดเลือกต่อไป

หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อคณะกรรมการได้รับบัญชีรายชื่อแล้วให้ผู้เข้ารับการคัดเลือกไปรับการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์ จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ตามที่ ก.ต. กำหนด ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่ระบุโดยคณะกรรมการ

คณะกรรมการแพทย์จะตรวจร่างกายและจิตใจของผู้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน ดังนี้

(๑) ตรวจร่างกายทั่วไป

(๒) ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ประกอบด้วย การตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด และเอ็กซเรย์ เพื่อตรวจโรคทั่วไป และโรคตามที่ระบุไว้ในระเบียบของ ก.ต. ว่าด้วยโรคอันมีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ

(๓) ตรวจสภาพจิตใจ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือก โดยให้มีอำนาจกำหนดวิธีการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือกดำเนินการ ดังนี้

(ก) สอบถามคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือกไปยังผู้รับรอง ผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลอื่นใดตามที่เห็นสมควร

(ข) ส่งบัญชีรายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือกทั้งหมดไปยังสภาทนายความเพื่อตรวจสอบว่าเป็นหรือเคยเป็นทนายความ หรือเคยถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดมรรยาททนายความตามกฎหมายว่าด้วยทนายความหรือไม่

(ค) ตรวจสอบความประพฤติและลายพิมพ์นิ้วมือไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(ง) ตรวจสอบการเป็นคู่ความและผลคดีไปยังศาลต่างๆ เช่น ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ศาลล้มละลายกลาง ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี ศาลอาญาธนบุรี และศาลจังหวัดหรือศาลแขวง ที่ผู้เข้ารับการคัดเลือกมีภูมิลำเนา

(จ) กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัว หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้ตรวจสอบผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นั้นว่าที่ผ่านมาเป็นประการใด และในกรณีที่ผู้เข้ารับการคัดเลือกเคยเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานให้ตรวจสอบด้วยว่าเคยพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๕ (๖) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือไม่

(ฉ) ตรวจสอบประวัติบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอกที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เช่น สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

(ช) ประกาศบัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ตามวิธีการที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติกำหนด เพื่อให้บุคคลทั่วไปให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ หรือความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ โดยให้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันประกาศเป็นต้นไป ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะให้ข้อคิดเห็นระบุชื่อ นามสกุล และที่อยู่จริงที่สามารถติดต่อได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือก และรายงานผลการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์แล้ว ให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือกพิจารณาแล้วเสนอความเห็นไปยัง ก.ต. เพื่อพิจารณา และให้คณะกรรมการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินด้วยวิธีการอบรมภาควิชาการ สอบข้อเขียนและสอบปากเปล่า

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้มีคณะอนุกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง และศาลแรงงานภาค เรียกว่า “คณะอนุกรรมการ” ดังนี้

คณะอนุกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลางประกอบด้วย รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง ที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมอบหมายเป็นประธานอนุกรรมการ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแรงงานกลางที่มีอาวุโสสูงสุด และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานกลาง ที่คณะกรรมการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ โดยมีเลขานุการศาลแรงงานกลางเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลแรงงานกลางเป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะอนุกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาคประกอบด้วย อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค ในภาคที่มีการคัดเลือกเป็นประธานอนุกรรมการ ผู้พิพากษาที่มีอาวุโสสูงสุดในศาลแรงงานภาค ในภาคที่มีการคัดเลือก โดยมีเลขานุการศาลแรงงานภาคในภาคที่มีการคัดเลือก เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลแรงงานภาคในภาคที่มีการคัดเลือก เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ในกรณีที่ศาลแรงงานภาคที่จัดให้มีการคัดเลือกมีผู้พิพากษาอาวุโส ให้ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานภาคนั้นที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการเป็นอนุกรรมการด้วยอีกคนหนึ่ง

ให้คณะอนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการสอบข้อเขียนและสอบปากเปล่า ประเมินผล เสนอข้อสังเกตพร้อมทั้งเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบต่อคณะกรรมการ

การดำเนินการประชุมของคณะอนุกรรมการ ให้นำวิธีการของคณะกรรมการในข้อ ๗ และข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน ให้กระทำโดยการอบรมภาควิชาการ การสอบข้อเขียน การสอบปากเปล่า การประเมินความรู้ความสามารถ และประสบการณ์การทำงาน

ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามข้อ ๑๖ และเคยเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานมาก่อนให้ได้รับการประเมินผลงาน ความรู้และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาแทนการสอบข้อเขียน

การอบรมภาควิชาการให้เป็นไปตามหลักสูตรที่ ก.ต. กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ภายใต้บังคับของข้อ ๑๘ วรรคสอง ผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจร่างกายและจิตใจ เข้ารับการอบรมภาควิชาการไม่ครบตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด หรือไม่เข้าสอบข้อเขียน จะไม่มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การสอบข้อเขียนใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที คะแนนเต็ม ๔๐

การสอบปากเปล่าให้กระทำโดยวิธีถามผู้เข้ารับการคัดเลือกเรียงตัว คะแนนเต็ม ๖๐ ให้คณะอนุกรรมการทำการสอบปากเปล่าโดยพิจารณาความเหมาะสมในด้านพฤติกรรมและบุคลิกภาพ สติปัญญา และความเหมาะสมอื่นๆ

การพิจารณาความเหมาะสมด้านพฤติกรรม เช่น การแต่งกาย ท่วงทีกริยา ตั้งแต่วันที่เข้ารับการอบรมภาควิชาการจนถึงวันสอบปากเปล่า คะแนนเต็ม ๑๐

การพิจารณาความเหมาะสมด้านบุคลิกภาพ สติปัญญา และความเหมาะสมอื่นๆ เช่น จริยธรรมและคุณธรรม อุปนิสัย วุฒิภาวะทางอารมณ์ บุคลิกภาพ ท่วงทีวาจา การแสดงออก ความรู้ความเข้าใจในปัญหาแรงงาน ความรู้ความสามารถทั่วไป ประสบการณ์ ปฏิภาณไหวพริบ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทัศนคติ การปรับตัวกับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น คะแนนเต็ม ๕๐

สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาของบุคคลตามข้อ ๑๘ วรรคสอง คะแนนเต็ม ๔๐ โดยพิจารณาจากรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ตามแบบที่ ก.ต. กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้คณะอนุกรรมการจัดทำรายงานสรุปผลการพิจารณาเป็นรายบุคคล แยกตามประเภทผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบ กลั่นกรอง ทำความเห็น และเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ ต่อ ก.ต. เพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อคัดเลือกเสร็จแล้ว ก.ต. จะประกาศรายชื่อผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานไว้ ณ สำนักงานศาลยุติธรรม และศาลแรงงานกลาง หรือศาลแรงงานภาค ภาคที่มีการคัดเลือก แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น คณะกรรมการมีอำนาจออกประกาศและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกได้ตามที่เห็นสมควร

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในระหว่างที่ศาลแรงงานภาคภาคใดยังไม่มีเลขานุการศาลแรงงานภาค เพื่อเป็นอนุกรรมการและเลขานุการในคณะอนุกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค ตามข้อ ๑๗ วรรคสาม ให้เลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาคในภาคที่มีการคัดเลือกปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวแทน

ประกาศ ณ วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

วิรัช ลิ้มวิชัย

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบแจ้งประวัติประกอบการคัดเลือกเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง/ศาลแรงงานภาค……………..

๒. คำรับรอง

๓. ใบต่อแนบท้ายแบบแจ้งประวัติ

๔. หลักสูตรการอบรมผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

๕. แบบประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง/ศาลแรงงานภาค

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ภิรมย์พร/ผู้จัดทำ

กวินทราดา/ผู้ตรวจ

๒๘ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๙๐ ก/หน้า ๑/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๐

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_378c100404627aa3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com