法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สิน

ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 25 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2510 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประกาศกําหนดให้บริษัทปฏิบัติการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2523

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้บริษัทประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท ณ วันสิ้นปีปฏิทินหรือวันครบรอบปีบัญชีของบริษัท หรือวันที่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้บริษัทประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ให้คํานวณค่าหรือราคาของทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเงินตราไทย ตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การประเมินราคาทรัพย์สิน

4.1 ทรัพย์สินที่ได้รับการประเมินราคา

ทรัพย์สินที่ได้รับการประเมินราคาทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

4.1.1 มีอยู่ในประเทศไทย เว้นแต่ทรัพย์สินที่ได้รับอนุญาตเพื่อการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ หรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบธุรกิจประกันต่อกับต่างประเทศ หรือที่บริษัทลงทุนในต่างประเทศได้ตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2510

4.1.2 บริษัทมีกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิเรียกร้องได้ตามกฎหมาย

4.1.3 บริษัทได้มาหรือมีอยู่โดยไม่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติประกันภัยวินาศภัย พ.ศ. 2510 กฎกระทรวง เงื่อนไข ประกาศหรือคําสั่งที่ออกหรือกําหนดตามความในพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2510

4.2 ราคาประเมิน

ทรัพย์สินตาม 4.1 ให้ประเมินราคาดังนี้

4.2.1 พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งมีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทจํากัด ตามรายชื่อที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดให้ประเมินราคาตามราคาซื้อหลังจากปรับราคาส่วนเกินหรือส่วนลดจากราคาที่ตั้งไว้

4.2.2 หุ้นบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หุ้นบริษัทจํากัด หุ้นบริษัทมหาชนจํากัด หุ้นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจประกันชีวิตในต่างประเทศ หรือหน่วยลงทุนในโครงการจัดการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจัดการลงทุนจากกระทรวงการคลัง ให้ประเมินราคาดังนี้

(1) หุ้นที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ประเมินราคาตาม ราคาปิดเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยย้อนหลังหนึ่งเดือนนับแต่วันประเมินราคา'

(2) หุ้นที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ประเมินราคาตามมูลค่าตามบัญชีที่แท้จริง (Book Value) ของหุ้น ตามบัญชีงบดุลของผู้ออกหุ้น ณ สิ้นปีบัญชีครั้งสุดท้าย แต่ไม่เกินราคาซื้อ

(3) หน่วยลงทุนในโครงการจัดการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจัดการลงทุนจากระทรวงการคลัง ให้ประเมินราคาตามราคาซื้อ หรือประเมินราคาตามราคาที่นายทะเบียนกําหนดเมื่อบริษัทร้องขอ

4.2.3 หุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หุ้นกู้ของบริษัทจํากัด หรือหุ้นกู้ของบริษัทมหาชนจํากัด ให้ประเมินราคาตามราคาซื้อหลังจากปรับราคาส่วนเกินหรือส่วนลดจากราคาที่ตั้งไว้

4.2.4 ตั๋วเงิน ให้ประเมินราคาดังนี้

(1) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ตั้งไว้ เว้นแต่ไม่ได้นําตั๋วเงินนั้นไปขึ้นเงินภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่ตั๋วเงินนั้นครบกําหนด ส่วนตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่กําหนดจ่ายเงินเมื่อทวงถามหรือเมื่อได้เห็น ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ตั้งไว้

(2) เช็คที่กําหนดจ่ายเงินเมื่อทวงถามและได้ยื่นเช็คแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินภายในสามวันทําการนับแต่วันที่บริษัทได้รับเช็คนั้น ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ตั้งไว้เว้นแต่เช็คนั้นถูกปฏิเสธการจ่ายเงินและไม่ได้รับเงินตามเช็คนั้นภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่เช็คนั้นถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน

ตั๋วเงินตาม (1) เมื่อนําไปขึ้นเงินแล้วแต่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินและได้มีการดําเนินคดีทางศาลเพื่อเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินนั้น ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ตั้งไว้ เมื่อคดีถึงที่สุด และบริษัทมีสิทธิได้รับชําระหนี้ตามคําพิพากษา ให้ประเมินราคาตามคําพิพากษาต่อไปได้อีกไม่เกินสามเดือนนับแต่วันที่บริษัทมีสิทธิบังคับคดี เว้นแต่จะได้ดําเนินการบังคับคดี หรือได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนเมื่อบริษัทร้องขอ

4.2.5 เงินฝากธนาคาร ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ฝากไว้

4.2.6 เงินสด หรือเงินตราต่างประเทศที่เก็บไว้ที่สํานักงานของบริษัทให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่มีอยู่

4.2.7 ธนาณัติ การรับจ่ายและโอนเงิน (อ.ร.จ.) ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ระบุไว้

4.2.8 เงินให้กู้ยืม ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชําระ แต่เงินต้นและดอกเบี้ยนั้นต้องค้างชําระไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ครบกําหนดชําระตามสัญญา นอกจากมีการดําเนินคดีทางศาล เมื่อคดีถึงที่สุดและบริษัทมีสิทธิได้รับชําระหนี้ตามคําพิพากษาให้ประเมินราคาตามคําพิพากษาต่อไปอีกได้ไม่เกินสามเดือนนับแต่วันที่บริษัทมีสิทธิบังคับคดี เว้นแต่จะได้ดําเนินการบังคับคดีหรือได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนเมื่อบริษัทร้องขอ

4.2.9 ดอกเบี้ยค้างรับจากพันธบัตร เงินฝากประจําธนาคารและหุ้นกู้ ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ค้างรับ

4.2.10 ดอกเบี้ยตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ค้างรับ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้

(1) ดอกเบี้ยตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่กําหนดเวลาจ่ายเงินไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่ออกตั๋วเงิน และมิได้นําตั๋วเงินไปขึ้นเงินภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่ตั๋วเงินนั้นครบกําหนด

(2) ดอกเบี้ยตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่กําหนดจ่ายเงินเมื่อทวงถามหรือเมื่อได้เห็น และมิได้นําตั๋วเงินไปขึ้นเงินก่อนวันที่ตั๋วเงินนั้นครบหนึ่งปี

(3) ดอกเบี้ยตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่นําไปขึ้นเงิน แต่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม

4.2.11 ดอกเบี้ยค้างรับนอกจาก 4.2.9 และ 4.2.10 ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ครบกําหนดชําระ และค้างรับไม่เกินหกเดือนนับแต่วันครบกําหนดชําระ

4.2.12 เงินปันผลทีประกาศจ่ายและยังค้างรับอยู่ ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ค้างรับ

4.2.13 เบี้ยประกันภัยค้างรับดังต่อไปนี้ ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ค้างรับ

(1) เบี้ยประกันภัยค้างรับตามสัญญาคุ้มครองชั่วคราว

(2) เบี้ยประกันภัยค้างรับจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การระหว่างประเทศ

(3) เบี้ยประกันค้างรับจากการประกันภัยทางทะเล

(4) เบี้ยประกันค้างรับนอกจาก (1) (2) และ (3) ที่ค้างรับไม่เกินเก้าสิบวัน นับแต่วันที่สัญญาประกันภัยเริ่มต้นให้ความคุ้มครอง หรือนับแต่วันที่ถึงกําหนดชําระในงวดต่อ ๆ ไป ในกรณีที่สัญญาประกันภัยนั้นมีการชําระเป็นรายงวด หรือภายในเวลากว่านั้น ตามที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยวิธีเก็บเบี้ยประกันภัย

4.2.14 เงินค้างรับตามสัญญาประกันต่อ ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ค้างรับ

4.2.15 เงินที่วางไว้ตามสัญญาประกันต่อ ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ได้วางไว้

4.2.16 อสังหาริมทรัพย์

(1) ที่ดิน ให้ประเมินราคาตามราคาประเมินของกรมที่ดินครั้งสุดท้าย หรือราคาตามบัญชี แต่ไม่เกินราคาประเมินของกรมที่ดินครั้งสุดท้าย หรือประเมินราคาตามราคาที่นายทะเบียนกําหนด เมื่อบริษัทร้องขอ

(2) ที่ดิน ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อเพื่อใช้ประกอบธุรกิจของบริษัท ให้ประเมินราคาตามจํานวนที่ชําระไปจริง

(3) อสังหาริมทรัพย์นอกจากที่ดินตาม (1) ให้ประเมินราคาตามราคาบัญชีที่ได้หักค่าเสื่อมราคาแล้วโดยถือหลักเกณฑ์ดังนี้

(ก) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัท ให้หักค่าเสื่อมราคาในอัตราสูงสุดตามประมวลรัษฎากรครั้งสุดท้าย

(ข) อสังหาริมทรัพย์ของบริษัทที่ตั้งอยู่บนที่ดินของบุคคลอื่น ให้หักค่าเสื่อมราคาในอัตราสูงสุดตามประมวลรัษฎากรครั้งสุดท้ายหรือในอัตราตามส่วนเฉลี่ยของระยะเวลาการเช่าตามที่กําหนดไว้ในหนังสือสัญญาเช่าที่ดินนั้น แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า

(4) อสังหาริมทรัพย์นอกจากที่ดินตาม (2) ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อเพื่อใช้ประกอบธุรกิจของบริษัท ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่ชําระไปจริง โดยหักค่าเสื่อมราคา ดังนี้

(ก) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัท ให้หักค่าเสื่อมราคาตามราคาเช่าซื้อในอัตราสูงสุดตามประมวลรัษฎากรครั้งสุดท้าย

(ข) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดินของบุคคลอื่น ให้หักค่าเสื่อมราคาตามราคาเช่าซื้อในอัตราสูงสุดตามประมวลรัษฎากรครั้งสุดท้าย หรือระยะเวลาการเช่าตามที่กําหนดไว้ในหนังสือสัญญาเช่าที่ดินนั้น แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า

4.2.17 สังหาริมทรัพย์ในการดําเนินงาน

(1) สังหาริมทรัพย์ของบริษัทเพื่อใช้ในการดําเนินงาน ให้ประเมินราคาตามราคาบัญชีที่ได้หักค่าเสื่อมราคาแล้ว ในอัตราสูงสุดตามประมวลรัษฎากรครั้งสุดท้าย

(2) สังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเช่าซื้อเพื่อใช้ในการดําเนินงานของบริษัท ให้ประเมินราคาตามราคาเช่าซื้อที่ได้หักค่าเสื่อมราคาแล้ว ในอัตราสูงสุดตามประมวลรัษฎากรครั้งสุดท้าย

สังหาริมทรัพย์ตาม (1) และ (2) นอกจากเครื่องสมองกล ให้ประเมินราคารวมกันได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์รวมของบริษัทที่ได้รับการประเมินราคาครั้งสุดท้าย เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน เมื่อบริษัทร้องขอ

4.2.18 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้าหรือภาษีที่ได้ชําระเกิน ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่บริษัทสามารถถือเป็นเครดิตในการคํานวณภาษีเงินได้ในปีนั้น ๆ หรือมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมายแล้วแต่กรณี

4.2.19 เงินมัดจํา ให้ประเมินราคาตามจํานวนเงินที่บริษัทมีสิทธิจะเรียกคืนได้ตามกฎหมาย

4.2.20 เงินกองทุนสํารองเลี้ยงชีพของบริษัทซึ่งได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ให้ประเมินราคาเต็มจํานวน

4.2.21 ทรัพย์สินอื่นซึ่งมิใช่ประเภทที่กําหนดไว้ในข้อ 4.2.1 ถึง 4.2.20 จะประเมินราคาให้ได้ต่อเมื่อบริษัทร้องขอ และได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนให้ประเมินราคาตามราคาที่นายทะเบียนกําหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บรรดาหนี้สินทั้งปวงที่บริษัทต้องชําระ หรือมีความผูกพันที่จะต้องชําระหรือคาดว่าต้องชําระ รวมทั้งเงินสํารองที่บริษัทต้องจัดสรรไว้ตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2510 หรือเงินสํารองอื่นให้ประเมินราคาเต็มจํานวน เว้นแต่ค่านายหน้าค้างจ่ายจากเบี้ย ประกันภัยค้างรับที่เกินกว่าระยะเวลาที่กําหนดไว้ ในประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยวิธีเก็บเบี้ย ประกันภัยยังมิให้ถือเป็นหนี้สินที่บริษัทมีความผูกพันที่จะต้องชําระ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การแก้ไขความไม่ถูกต้องในการประเมินราคา

การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท เมื่อนายทะเบียนเห็นว่าไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ให้นายทะเบียนมีอํานาจสั่งให้บริษัทแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องหรือครบถ้วนสมบูรณ์ ภายในเวลาที่นายทะเบียนกําหนด

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2530

มนตรี พงษ์พานิช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_37ad8119d98100f5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com