法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2558 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
64
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๕๘[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการพัสดุ เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการพัสดุ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เหมาะสม คล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๑๐)

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ตามข้อเสนอของคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๘

เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจออกประกาศ

หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบ

รวมทั้งมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อขัดแย้งตามระเบียบนี้

ทั้งนี้

ในกรณีที่ผู้รักษาการไว้ซึ่งอำนาจตามระเบียบนี้เป็นผู้กระทำความผิด ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณา หรือสภามหาวิทยาลัยอาจจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งเป็นผู้พิจารณาก็ได้

ข้อความทั่วไป

นิยาม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายถึง

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“อธิการบดี” หมายถึง

อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“หัวหน้าส่วนพัสดุ” หมายถึง

หัวหน้าส่วนพัสดุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับหัวหน้าส่วนพัสดุด้วย

“พนักงานพัสดุ” หมายถึง

พนักงานส่วนพัสดุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ หรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้

“พนักงาน” หมายถึง

พนักงานประจำและพนักงานสัญญาจ้างของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“ที่ปรึกษา” หมายถึง

บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจหรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม

สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่น รวมทั้งให้บริการ ด้านศึกษา สำรวจ

ออกแบบและควบคุมงาน และการวิจัย แต่ต้องไม่ให้บริการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง

“พัสดุ” หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์

ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และงานบริการ

“วัสดุ” หมายถึง สิ่งของซึ่ง

(๑) โดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลืองหมดไป แปรสภาพไป

หรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ

(๒) โดยสภาพมีลักษณะคงทนถาวร

แต่มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณไม่เกิน ๑ ปี หรือ

(๓) โดยสภาพมีลักษณะคงทนถาวร

และมีอายุการใช้งานตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ

(๔) โดยสภาพจัดหามาเพื่อใช้ในการบำรุง รักษา ซ่อมแซม

เสริมสร้าง หรือปรับปรุง ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง

“ครุภัณฑ์” หมายถึง

สิ่งของที่มีราคาในขณะที่ได้มาเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป

ต่อหน่วยหรือต่อชุด ซึ่งโดยปกติมีลักษณะคงทนถาวร และมีอายุการใช้งานยืนนานเกินกว่า

๑ ปีขึ้นไป ยกเว้นสัตว์ใหญ่ ให้ถือเป็นครุภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ได้มา

“สิ่งก่อสร้าง” หมายถึง

(๑) งานก่อสร้าง

ซึ่งเป็นงานที่สร้างหรือทำขึ้นมีลักษณะมั่นคงหรือถาวร เช่น อาคาร ถนน โรงรถ

ระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ และระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

และให้หมายความถึงงานปรับปรุงซ่อมแซมตกแต่งหรือต่อเติม งานรื้อถอน

และงานเคลื่อนย้ายอาคารด้วย

(๒) อาคาร

ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารที่ทำการ

โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา สถานีนำร่อง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

และรวมตลอดถึงสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับอาคารนั้น

ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ำ หอถังน้ำ ถนน ประปา และ สิ่งอื่น ๆ

ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่เชิดชูคุณค่าทางด้านศิลปะหรือสถาปัตยกรรม เช่น

อนุสาวรีย์ หรืองานที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

“งานบริการ” หมายถึง งานจ้างเหมาบริการจากผู้มีอาชีพให้บริการ และให้หมายความรวมถึงการจ้างที่ปรึกษาด้วย

“จัดหา” หมายถึง

วิธีดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุตามระเบียบนี้ ได้แก่ การซื้อ การจ้าง

การจัดทำเอง การแลกเปลี่ยน การเช่า การเช่าซื้อ เป็นต้น

“การซื้อ” หมายถึง

การซื้อพัสดุทุกชนิดรวมตลอดถึงการซื้อพัสดุที่มีการติดตั้งทดลอง

และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ด้วย แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

“การจ้าง” หมายถึง การจ้างทำของ

การรับขน การจ้างเหมาบริการ การจ้างออกแบบ การจ้างควบคุมงานก่อสร้าง

และการจ้างที่ปรึกษา

“การจ้างที่ปรึกษา” หมายถึง

การจ้างบริการจากที่ปรึกษา แต่ไม่รวมถึงการจ้างออกแบบ การจ้างควบคุมงานก่อสร้าง

“การจ้างออกแบบ” หมายถึง

การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านออกแบบก่อสร้าง

และหรือตกแต่งภายใน

“การจ้างควบคุมงาน” หมายถึง

การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านงานควบคุมงานก่อสร้างอาคาร

“การพัสดุ” หมายถึง การจัดหา

การควบคุม การจำหน่าย และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

“ราคากลาง” หมายถึง

รายละเอียดราคามาตรฐานหรือราคาที่ใกล้เคียงความเป็นจริงเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้เสนอราคาได้ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้จริง

และให้หมายความรวมถึงราคาที่หน่วยงานของรัฐได้มาจากการอ้างอิง สืบราคาจากท้องตลาด

ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา ๒ ปีงบประมาณ

หรือวิธีอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ

“ส่วนราชการ” หมายถึง

ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน และให้หมายความรวมถึงรัฐวิสาหกิจ

หน่วยงานของราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย

“สัญญา” หมายถึง หนังสือสัญญา

ใบสั่งซื้อสั่งจ้าง หรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

“ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” หมายถึง

บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เข้าเสนอราคาขายในการซื้อพัสดุของทางราชการ

หรือเข้าเสนอราคาเพื่อรับจ้างทำพัสดุ หรือเข้าเสนองานเพื่อรับจ้างเป็นที่ปรึกษา

หรือรับจ้างออกแบบและควบคุมงานให้แก่ส่วนราชการใดเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นที่เข้าเสนอราคาหรือเข้าเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน

การมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าวข้างต้น

ได้แก่ การที่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์กันในลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(๑) มีความสัมพันธ์กันในเชิงบริหาร โดยผู้จัดการ

หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ

ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือของนิติบุคคลรายหนึ่งมีอำนาจหรือสามารถใช้อำนาจในการบริหารจัดการกิจการของบุคคลธรรมดา

หรือของนิติบุคคลอีกรายหนึ่งหรือหลายราย

ที่เสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน

(๒) มีความสัมพันธ์กันในเชิงทุน

โดยผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ

หรือผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด

หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัท มหาชนจำกัด

เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดอีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน

คำว่า“ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ให้หมายความว่า

ผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้า ในกิจการนั้น

(๓) มีความสัมพันธ์กันในลักษณะไขว้กันระหว่าง (๑) และ

(๒) โดยผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร

หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือของนิติบุคคลรายหนึ่ง

เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดอีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เข้าเสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกันหรือในนัยกลับกัน

การดำรงตำแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน

หรือการเข้าถือหุ้นดังกล่าวข้างต้นของคู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลใน

(๑) (๒) หรือ (๓) ให้ถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน

หรือการถือหุ้นของบุคคลดังกล่าว

ในกรณีบุคคลใดใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ

กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร

ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นโดยที่ตนเองเป็นผู้ใช้อำนาจในการบริหารที่แท้จริง

หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด

หรือบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี และห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด

หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่เกี่ยวข้องได้เข้าเสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน

ให้ถือว่าผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานนั้นมีความสัมพันธ์กันตาม (๑) (๒) หรือ (๓)

แล้วแต่กรณี

“การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม” หมายถึง การที่ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานรายหนึ่งหรือหลายรายกระทำการอย่างใด

ๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรค

หรือไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา

หรือเสนองานต่อส่วนราชการไม่ว่าจะกระทำโดยการสมยอมกัน หรือโดยการให้ ขอให้

หรือรับว่าจะให้ เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน หรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด

หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย

หรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใดโดยทุจริต ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ในระหว่างผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานด้วยกัน

หรือเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานรายหนึ่งรายใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับส่วนราชการนั้น

หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

หรือเพื่อให้เกิดความได้เปรียบส่วนราชการโดยมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ

การใช้บังคับและการมอบอำนาจ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเกี่ยวกับการพัสดุโดยใช้เงินรายได้ทุกประเภทของมหาวิทยาลัย

ยกเว้นเงินบริจาคที่ผู้บริจาคกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุเป็นการเฉพาะ

และพัสดุที่ได้มาตามระเบียบอื่นที่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้

โดยให้คำนึงถึงระดับตำแหน่ง หน้าที่

และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสิ่งสำคัญ

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบนี้

หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้

หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต

หรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา

ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

ทั้งนี้ การกำหนดบทลงโทษให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ว่าด้วย

การบริหารงานบุคคลฉบับที่ใช้บังคับ

เว้นแต่ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยเสียหาย ให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือนโดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

การลงโทษทางวินัยไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความรับผิดในทางแพ่งตามกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องหรือความรับผิดทางอาญา

(ถ้ามี)

การจัดหา

รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ก่อนดำเนินการจัดหาทุกวิธี นอกเหนือจากการซื้อที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

ให้พนักงานพัสดุของหน่วยงานที่ประสงค์จะจัดหาจัดทำแบบขออนุมัติดำเนินการจัดหาต่ออธิการบดีโดยมีรายละเอียด

ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องการจัดหา

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะจัดหา

(๓) วงเงินที่จะจัดหาในครั้งนั้น

(๔) ราคามาตรฐานหรือราคากลางตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ป.ป.ช.) หรือกระทรวงการคลังกำหนด

(๕)

กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นหรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(๖) วิธีที่จะจัดหาและเหตุผลที่ต้องจัดหาโดยวิธีนั้น ๆ

(๗) รายชื่อผู้ปฏิบัติงานหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๘) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

ในกรณีที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

ให้แสดงรายละเอียดเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้

การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ก่อนดำเนินการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

ให้พนักงานพัสดุจัดทำรายงานเสนอต่ออธิการบดีตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อ

(๒) รายละเอียดของที่ดิน

และหรือสิ่งก่อสร้างที่ต้องการซื้อ รวมทั้งเนื้อที่และท้องที่ ที่ต้องการ

(๓) ราคาประเมินของทางราชการในท้องถิ่นนั้น

(๔) ราคาซื้อขายที่ดิน

และหรือสิ่งก่อสร้างใกล้บริเวณที่จะซื้อ

ทั้งนี้ ในกรณีราคาที่จัดซื้อสูงกว่าราคาประเมินของทางราชการ

ให้คณะกรรมการจัดซื้อชี้แจงเหตุผลเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามระเบียบนี้เพื่อประกอบการพิจารณา

(๕) วงเงินที่จะซื้อ ให้ระบุวงเงินงบประมาณที่จะซื้อในครั้งนั้นทั้งหมด

ถ้าไม่มีวงเงินงบประมาณที่จะซื้อให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อในครั้งนั้น

(๖) วิธีที่จะซื้อและเหตุผลที่ต้องซื้อโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง

เว้นแต่การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศ

หากจำเป็นต้องติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่นก็ให้กระทำได้

และให้นำความในกรณีที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนมาใช้บังคับโดยอนุโลม

วิธีการซื้อหรือวิธีการจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๒]

วิธีการซื้อหรือวิธีการจ้างกระทำได้

๗ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ซึ่งมีราคาไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

เว้นแต่การจ้างที่ปรึกษาให้กระทำได้ครั้งหนึ่งไม่เกิน

๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และการจ้างออกแบบและควบคุมงานให้กระทำได้สำหรับกรณีของงานก่อสร้างที่มีวงเงินงบประมาณค่าก่อสร้างโครงการหนึ่งไม่เกิน

๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒)

วิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓)

วิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป

(๔)

วิธีคัดเลือก ได้แก่ การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงาน

ซึ่งมีราคาเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

เว้นแต่การจ้างออกแบบที่มีลักษณะพิเศษต้องออกแบบเป็นการเฉพาะหรือมีความซับซ้อน

เช่น พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ เป็นต้น ให้สามารถจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ

(๕)

วิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

และให้จัดทำเฉพาะกรณี

(๖)

วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)

(๗)

วิธีการอื่นตามที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากอธิการบดี

การซื้อหรือการจ้างตาม

(๑) และ (๒)

ถ้าอธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจเห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด

หรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไป จะกระทำมิได้

เว้นแต่กรณีมีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ

ให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นก่อนดำเนินการต่อผู้มีอำนาจอนุมัติตามระเบียบนี้

การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา

ให้พนักงานพัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายโดยตรง

แล้วดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากอธิการบดี

ในกรณีที่เป็นการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาครั้งหนึ่งซึ่งราคาไม่เกิน

๒๐,๐๐๐ บาท

หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาไม่เกินวงเงินที่อธิการบดีมอบอำนาจ ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจ

เมื่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้ถือว่ารายงานที่มีผู้ลงนามตรวจรับเรียบร้อยแล้วเป็นหลักฐานการตรวจรับ

ในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน

หากล่าช้าจะก่อให้เกิดความเสียหาย

ให้ขออนุมัติการจัดหาต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจ

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการจัดหาและตรวจรับ

แล้วรายงานเพื่อขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจ

เว้นแต่กรณีเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่ได้คาดหมายไว้ก่อนและไม่สามารถตรวจรับตามวิธีการปกติได้

ให้รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจ

และเมื่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับด้วย

การซื้อหรือจ้างโดยวิธีสอบราคาและวิธีประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา

ประกวดราคา ต้องมีการประกาศเชิญชวนอย่างเปิดเผย

โดยจะมีการขายเอกสารการสอบราคาหรือประกวดราคาหรือไม่ก็ได้

การเสนอราคาต้องเป็นลายลักษณ์อักษร การพิจารณาคัดเลือก การต่อรองราคาให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหา

การจัดทำเอกสาร หลักเกณฑ์

และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

การจ้างโดยวิธีคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ้างโดยวิธีคัดเลือก

ต้องมีการประกาศเชิญชวนอย่างเปิดเผย โดยให้เสนอข้อเสนอทางเทคนิค เช่น

ผลงานการเป็นที่ปรึกษา ออกแบบ ควบคุมงาน ประสบการณ์ของที่ปรึกษา

วิศวกรหรือสถาปนิกประจำโครงการ แนวคิดในการออกแบบ วิธีการ ขั้นตอน และวิธีปฏิบัติ เป็นต้น การเสนอราคาต้องเป็นลายลักษณ์อักษร

การพิจารณาคัดเลือก การต่อรองราคา ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหา

การจัดทำเอกสาร หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

การซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ

ให้กระทำเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังนี้

(๑) ต้องจัดหาเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

(๒) ดำเนินการจัดหาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล

(๓) มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วน

หรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและจำเป็นต้องจัดหาเพิ่ม (Repeat Order)

(๔) การจัดหาจากส่วนราชการ

(๕) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ

องค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(๖) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(๗)

เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคเป็นการเฉพาะ

(๘)

เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

(๙) เป็นงานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือดี

ผู้มีความชำนาญงานเป็นพิเศษหรือมีผู้ที่มีความชำนาญในกิจการนั้นน้อยราย

(๑๐)

เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้

เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า

หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

การจัดทำเอกสาร หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

การซื้อหรือจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

(e-Auction)

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การจัดทำเอกสาร

หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติการซื้อหรือจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ให้ถือปฏิบัติตามประกาศที่กระทรวงการคลังกำหนด

การจัดทำเอง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การจัดซื้อพัสดุเพื่อจัดทำพัสดุเอง

ให้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้ พร้อมทั้งวงเงินโดยประมาณ

เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการตามวิธีการซื้อตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ทั้งนี้ ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการจัดทำเองขึ้น หรือแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติงานโดยมีคุณสมบัติและหน้าที่เช่นเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

การจ้างที่ปรึกษา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ก่อนดำเนินการจ้างที่ปรึกษา

ให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างที่ปรึกษา

(๒) ขอบเขตโดยละเอียดของงานที่จะจ้างที่ปรึกษา

(๓) คุณสมบัติของที่ปรึกษาที่จะจ้าง

(๔) วงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาโดยประมาณ

(๕) กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน

(๖) วิธีการจ้างที่ปรึกษาและเหตุผลที่ต้องจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีนั้น

(๗)

รายนามและหรือองค์ประกอบของคณะกรรมการจัดจ้างที่ปรึกษา

(๘) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

การจัดทำเอกสาร หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

การจ้างออกแบบและควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ก่อนดำเนินการจ้างออกแบบและควบคุมงานทุกวิธี

ให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนอต่ออธิการบดีตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

(๒) ขอบเขตของงาน รวมทั้งรายละเอียดเท่าที่จำเป็น

(๓) วงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง

(๔) ประมาณการค่าจ้าง

(๕) กำหนดเวลาแล้วเสร็จ

(๖) วิธีที่จะจ้าง และเหตุผลที่ต้องจ้างโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

เมื่ออธิการบดีให้ความเห็นชอบรายงานที่เสนอแล้ว

ให้พนักงานพัสดุดำเนินการจ้างต่อไปได้

การจัดทำเอกสาร หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

การแลกเปลี่ยน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ก่อนการแลกเปลี่ยนพัสดุ

ให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องแลกเปลี่ยน

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน

(๓)

ราคาที่ซื้อหรือได้มาของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยนและราคาที่จะแลกเปลี่ยนได้โดยประมาณ

(๔) พัสดุที่จะรับแลกเปลี่ยน

และให้ระบุว่าจะแลกเปลี่ยนกับส่วนราชการหรือเอกชน

(๕) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การแลกเปลี่ยนพัสดุของมหาวิทยาลัยกับส่วนราชการ

ให้อธิการบดีกับหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ ตกลงกัน

ในกรณีที่แลกเปลี่ยนกับเอกชน ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นโดยใช้วิธีการซื้อหรือจ้างมาใช้โดยอนุโลม

ในกรณีที่มหาวิทยาลัยได้รับเงินจากการแลกเปลี่ยนพัสดุ ให้นำส่งเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

เมื่อมีการรับและจำหน่ายพัสดุจากการแลกเปลี่ยน

ให้ลงทะเบียนพัสดุที่รับมาหรือจำหน่ายพัสดุนั้น แล้วให้พนักงานพัสดุรายงานอธิการบดีเพื่อทราบ

และส่งให้ส่วนการเงินและบัญชีบันทึกหรือปรับปรุงบัญชี

การเช่า

การเช่าสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ก่อนดำเนินการเช่า

ให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่า

(๒) ราคาค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าเสนอ

(๓) รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเช่า เช่น

สภาพของสถานที่ บริเวณที่ต้องการใช้พร้อมทั้งภาพถ่าย (ถ้ามี)

และราคาที่ที่สถานที่นั้นเคยให้เช่า เป็นต้น

(๔) อัตราค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีขนาดและสภาพใกล้เคียงกับที่จะเช่า

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การเช่า

แบ่งเป็นการเช่าสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์

(๑) การเช่าสังหาริมทรัพย์

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น

โดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

(๒) การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้ใช้กระบวนการตกลงราคา และให้กระทำได้ในกรณี

ดังต่อไปนี้

๑) เช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับมหาวิทยาลัย

๒)

เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่ทำการในกรณีที่ไม่มีสถานที่ของมหาวิทยาลัยหรือมีแต่ไม่เพียงพอ

และถ้าสถานที่ที่เช่านั้นกว้างขวางพอจะใช้เป็นที่พักของมหาวิทยาลัยด้วยก็ได้

๓) เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่เก็บพัสดุของมหาวิทยาลัย

ในกรณีที่มีสถานที่เก็บไม่เพียงพอ

การเช่าซื้อ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ก่อนดำเนินการเช่าซื้อให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่าซื้อ

(๒) คุณสมบัติเฉพาะของพัสดุที่จะเช่าซื้อ

(๓)

ราคาในท้องตลาดในขณะนั้นที่สืบทราบหรือประมาณราคาได้

หรือราคาที่เคยเช่าซื้อครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา ๒ ปีงบประมาณ

และราคาของพัสดุที่จะเช่าซื้อ รวมทั้งจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายในแต่ละคราว

(๔)

รายละเอียดคำมั่นของผู้ให้เช่าซื้อที่จะขายพัสดุที่ให้เช่าซื้อ

(๕)

วงเงินที่จะเช่าซื้อให้ระบุวงเงินงบประมาณที่จะเช่าซื้อในครั้งนั้นทั้งหมด

(๖)

กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นและระยะเวลาการเช่าซื้อ

รวมทั้งระยะเวลาที่ต้องจ่ายเงินในแต่ละคราว

(๗)

วิธีที่จะเช่าซื้อและเหตุผลที่ต้องเช่าซื้อโดยวิธีนั้น ๆ

(๘) ข้อเสนออื่น (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การเช่าซื้อ

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น

โดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

การรับบริจาค

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การรับบริจาคพัสดุจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อพัสดุนั้นเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย

และเป็นการบริจาคให้โดยไม่มีเงื่อนไขหรือมีเงื่อนไขแต่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อมหาวิทยาลัย

ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์หรือระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีได้รับพัสดุมาจากการเจรจาต่อรองราคาหรือของแถมจากการจัดหา

ให้คณะกรรมการจัดหาเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของพัสดุ

จะต้องเป็นประโยชน์และไม่มีข้อผูกพันกับมหาวิทยาลัย และเป็นผู้ประเมินราคาพัสดุ

แล้วรายงานให้อธิการบดีทราบพร้อมกับการจัดหาในคราวนั้น และแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับทราบ

ทั้งนี้ การรับพัสดุตามวรรคแรกและวรรคสอง

ให้คณะกรรมการตรวจรับเป็นผู้ตรวจรับพัสดุนั้น

โดยให้พนักงานพัสดุจัดทำทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งให้ส่วนการเงินและบัญชีบันทึกบัญชี

การตรวจรับพัสดุ

และการตรวจการจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การตรวจรับพัสดุ

และการตรวจการจ้าง ให้คณะกรรมการตรวจรับ และคณะกรรมการตรวจการจ้าง

ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิการบดีกำหนด

คณะกรรมการ

การแต่งตั้งคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในการดำเนินการจัดหาแต่ละครั้ง

ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี คือ

(๑)

คณะกรรมการกำหนดขอบเขตงานหรือรายละเอียดพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือตามที่อธิการบดีเห็นสมควร

(๒)

คณะกรรมการกำหนดราคากลางตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

(๓) คณะกรรมการจัดหา

(๔) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง

(๕) คณะกรรมการอื่นใดเกี่ยวกับการพัสดุตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

เมื่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ให้คณะกรรมการ แต่ละคณะรายงานผลการดำเนินการต่ออธิการบดี

องค์ประกอบ

องค์ประชุม และมติของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ คณะกรรมการที่อธิการบดีแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้แต่ละคณะให้ประกอบด้วย

ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน ซึ่งเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย

การแต่งตั้งคณะกรรมการควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้นเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยจะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่พนักงานซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในการซื้อหรือการจ้างครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งกรรมการจัดหาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุและหรือกรรมการตรวจการจ้าง

สำหรับการซื้อหรือจ้างในวงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

จะแต่งตั้งพนักงานของมหาวิทยาลัยคนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อหรือจัดจ้างเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้ แล้วให้รายงานต่ออธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในการประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

แต่ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า ๓ คน

ถ้าประธานกรรมการไม่มาหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานการประชุมเฉพาะคราวนั้น

ในการลงมติให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีหนึ่งเสียงในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้าง

ให้ถือมติเอกฉันท์ของกรรมการที่เข้าประชุมในครั้งนั้น ๆ

กรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่เห็นด้วยกับมติ ให้ทำความเห็นแย้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแนบกับใบตรวจรับ

หรือใบตรวจการจ้าง และให้อธิการบดีใช้ดุลยพินิจที่จะพิจารณาว่าการตรวจรับพัสดุและหรือการตรวจการจ้างถูกต้องหรือไม่

ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ

ผู้ควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้ควบคุมงาน

งานก่อสร้างทุกประเภท ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ควบคุมงานที่มีความรู้ความชำนาญทางด้านช่างตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น

กรณีจ้างบุคคลภายนอกเป็นผู้รับจ้างเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมงาน

ให้ผู้รับจ้างดำเนินการดังนี้

(๑)

จัดผู้ควบคุมงานที่มีความรู้และมีความชำนาญงานการก่อสร้างให้เหมาะสมกับสภาพงานการก่อสร้างนั้น

(๒) ส่งรายชื่อผู้ควบคุมงาน ผู้ตรวจการ หรือผู้แทนให้อธิการบดีให้ความเห็นชอบ

และในกรณีที่ผู้ควบคุมงานดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติงานได้

ผู้รับจ้างจะต้องเสนอชื่อผู้ควบคุมงานปฏิบัติงานแทน

ผู้ที่ปฏิบัติงานแทนในกรณีดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจากอธิการบดีก่อน

โดยให้ผู้ควบคุมงานปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิการบดีกำหนด

การจ่ายเงินล่วงหน้า

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างจะกระทำมิได้

เว้นแต่มีความจำเป็นและมีการกำหนดเงื่อนไข มหาวิทยาลัยอาจให้จ่ายเงินล่วงหน้าได้ในกรณี

ดังต่อไปนี้

(๑) การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการ

จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง

(๒)

การซื้อพัสดุจากสถาบันของรัฐในต่างประเทศหรือจากหน่วยงานอื่นในต่างประเทศซึ่งต้องดำเนินการผ่านองค์การระหว่างประเทศ

หรือการซื้อเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือพัสดุอื่นที่อธิการบดีกำหนดประเภทหรือชนิดของพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากต่างประเทศ

ซึ่งจำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรงในต่างประเทศ

ให้จ่ายได้ตามที่ตกลงกับสถาบันของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศ

หรือตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนด แล้วแต่กรณี

(๓)

การจัดหาพัสดุที่มีลักษณะต้องบอกรับเป็นสมาชิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๔)

การจัดหาโดยวิธีสอบราคาหรือวิธีประกวดราคาหรือวิธีคัดเลือกจ่ายได้ไม่เกิน ร้อยละ

๑๕ ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง แต่ทั้งนี้ จะต้องกำหนดอัตราค่าพัสดุหรือค่าจ้างที่จะจ่ายล่วงหน้าไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา

ประกวดราคา หรือคัดเลือกด้วย

(๕) การจัดหาโดยวิธีพิเศษ ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕

ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง แต่ทั้งนี้ คณะกรรมการจะต้องเจรจาตกลงกับผู้ขาย

ผู้รับจ้าง และนำเสนอขออนุมัติอธิการบดี

(๖)

การจัดหาตามแบบธรรมเนียมการค้าระหว่างประเทศให้กระทำได้โดยเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต

หรือโดยวิธีใช้ดร๊าฟต์ แล้วแต่ความเหมาะสม

(๗)

พัสดุอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายเงินล่วงหน้าตามดุลยพินิจของอธิการบดี

การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้า

ให้เรียกหลักประกันเท่ากับจำนวนเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าที่จ่าย ยกเว้นการจ่ายเงินล่วงหน้าให้ส่วนราชการ

และการจ่ายเงินล่วงหน้าตาม (๒)

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าในการเช่าสังหาริมทรัพย์และหรืออสังหาริมทรัพย์ให้กระทำได้เฉพาะกรณีการเช่าซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน

๓ ปี ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) การเช่าจากส่วนราชการจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐

ของค่าเช่าทั้งสัญญา

(๒) การเช่าจากเอกชนจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐

ของค่าเช่าทั้งสัญญา

สัญญา

หลักประกัน และค่าปรับ

สัญญา

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การซื้อหรือจ้างที่ต้องออกหนังสือสนองรับราคาและนัดทำสัญญา

ถ้าอธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายได้อนุมัติการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้นแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนพัสดุมีอำนาจลงนามในหนังสือสนองรับราคาและนัดทำสัญญาได้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การลงนามในสัญญาในการจัดหาตามระเบียบนี้

ให้อธิการบดีเป็นผู้ลงนามในสัญญาโดยมีสาระสำคัญตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด และไม่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียประโยชน์

เว้นแต่การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาใช้ใบสั่งซื้อสั่งจ้างก็ได้

สำหรับการจัดหาพัสดุจากส่วนราชการ การยืม ให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

ในกรณีการจัดหาซึ่งมีราคาไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท

หรือไม่เกินวงเงินที่อธิการบดีมอบอำนาจ ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจ

หรือการจัดหาโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน

หากล่าช้าจะก่อให้เกิดความเสียหาย จะไม่ทำสัญญาไว้ต่อกันก็ได้

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ สัญญาที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้

เว้นแต่การแก้ไขนั้นเป็น ความจำเป็นและเป็นธรรมกับคู่สัญญา

หรือไม่ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเสียประโยชน์

หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย

ให้คณะกรรมการตรวจรับหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือคณะกรรมการที่อธิการบดีแต่งตั้ง

เสนออธิการบดีพิจารณาอนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป

สำหรับการจัดหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงหรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างจะต้องได้รับการรับรองจาก

วิศวกร สถาปนิก วิศวกรผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรับผิดชอบ

หรือสามารถรับรองคุณลักษณะเฉพาะแบบและรายการของงานก่อสร้างหรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างนั้น

แล้วแต่กรณี ด้วย

การบอกเลิกสัญญา

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้อธิการบดีพิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้และจะต้องมีการปรับตามสัญญานั้น

หากจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง

ให้อธิการบดีพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญา

เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่มหาวิทยาลัยโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

ทั้งสิ้น ให้อธิการบดีพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จำเป็น

คำยินยอมเสียค่าปรับให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด

หลักประกัน

และการนับวันรับประกัน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ หลักประกันซอง

หลักประกันสัญญา หลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือ หลักประกันผลงาน

ให้กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕ ของวงเงินหรือราคาพัสดุที่จัดหาครั้งนั้น

หากเกินอัตราดังกล่าวให้อธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

ในการทำสัญญาจัดหาพัสดุที่มีระยะเวลาผูกพันตามสัญญาเกิน ๑ ปี

และหรือพัสดุนั้นไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง เช่น พัสดุใช้สิ้นเปลือง

ให้กำหนดหลักประกันในอัตรา ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕

ของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปีของสัญญา โดยให้ถือว่าหลักประกันนี้เป็น

การค้ำประกันตลอดอายุสัญญา

และหากในปีต่อไปราคาพัสดุที่ส่งมอบแตกต่างไปจากราคาในรอบปี ก่อน ให้ปรับปรุงหลักประกันตามอัตราส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นเท่าที่จำเป็นก่อนครบรอบปี

การกำหนดหลักประกันตามวรรคหนึ่ง

และวรรคสองจะต้องระบุไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา ประกวดราคา

หรือเอกสารคัดเลือกและหรือในสัญญาด้วย

ในการทำสัญญาเพิ่มเติม

หากหลักประกันที่มีอยู่เดิมไม่เหมาะสมเพราะเปลี่ยนแปลง เพิ่มเนื้องาน ให้เพิ่มหลักประกันสัญญาได้เท่าที่จำเป็น

ในกรณีที่ผู้เสนอราคา

หรือคู่สัญญาวางหลักประกันที่มีมูลค่าสูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบเอกสารสอบราคาหรือเอกสารประกวดราคาหรือเอกสารคัดเลือกหรือสัญญา

ให้อนุโลมรับได้

ทั้งนี้ หลักประกันดังกล่าวให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ หลักประกันซอง

หลักประกันสัญญา หลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือ หลักประกันผลงาน และหรือหลักประกันการรับเงินล่วงหน้า

ให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด

(๒) เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย

ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้น ชำระต่อมหาวิทยาลัยหรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓

วันทำการ

(๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด

(๔) พันธบัตรรัฐบาลไทย

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ในกรณีที่ส่วนราชการเป็นผู้เสนอราคาหรือเป็นคู่สัญญา

ไม่ต้องวางหลักประกัน และในกรณีที่มหาวิทยาลัยเป็นคู่สัญญากับเอกชน

มหาวิทยาลัยไม่ต้องวางหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การนับวันรับประกัน

ให้เริ่มนับวันรับประกันตั้งแต่วันที่ผู้ขายส่งมอบพัสดุถูกต้อง

ยกเว้นกรณีที่จำเป็นต้องมีการทดสอบระบบการทำงานให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ระบบใช้งานได้สมบูรณ์

ตามเงื่อนไขของสัญญา

การคืนหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การคืนหลักประกัน

ให้มหาวิทยาลัยคืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอราคา คู่สัญญา

หรือผู้ค้ำประกันตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑)

หลักประกันซองให้คืนให้แก่ผู้เสนอราคาหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว

เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่มหาวิทยาลัยคัดเลือกไว้ไม่เกิน ๒ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือผู้เสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว

(๒)

หลักประกันสัญญาและหรือหลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือ ให้คืนให้แก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันภายใน

๑๕ วันนับแต่วันที่มหาวิทยาลัยได้รับหนังสือขอคืนหลักประกัน ทั้งนี้

การคืนดังกล่าวจะต้องพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

(๓) หลักประกันผลงานให้คืนภายใน ๔๕ วัน

หลังจากได้ตรวจรับงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

(๔)

หลักประกันการรับเงินล่วงหน้าให้คืนให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

การจัดหาที่ไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง

ให้คืนหลักประกันสัญญาและหรือหลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือให้แก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันตามอัตราส่วนของพัสดุ

ซึ่งมหาวิทยาลัยรับมอบไว้แล้วตามที่คู่สัญญาร้องขอ

ค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ค่าปรับ

การทำสัญญาสำหรับการซื้อหรือจ้างตามวิธีต่าง ๆ

ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๒๐

ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

สำหรับการจ้างซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกันซึ่งไม่รวมการจ้างเหมาบริการ

ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น

สำหรับอัตราค่าปรับในกรณีการจ้างเหมาบริการ และหรือการเช่าสังหาริมทรัพย์และหรืออสังหาริมทรัพย์

ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิการบดีโดยให้ระบุไว้ในสัญญา

ในกรณีการจัดหาสิ่งของที่ประกอบกันเป็นชุด

ถ้าขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์

แม้คู่สัญญาจะส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดตามสัญญา แต่ยังขาดส่วนประกอบบางส่วน ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดนั้นเกินกำหนดสัญญา

ให้ถือว่าไม่ได้ส่งมอบสิ่งของนั้นเลย ให้ปรับเต็มราคาของทั้งชุด

ในกรณีการจัดหาสิ่งของคิดราคารวมทั้งค่าติดตั้งหรือทดลองหรืออบรมการใช้งานด้วย

ถ้าติดตั้งหรือทดลองหรืออบรมการใช้งานเกินกว่ากำหนดตามสัญญาเป็นจำนวนวันเท่าใด

ให้ปรับเป็นรายวันในอัตราที่กำหนดของราคาทั้งหมด

เมื่อครบกำหนดส่งมอบพัสดุตามสัญญา

ให้มหาวิทยาลัยรีบแจ้งการเรียกค่าปรับตามสัญญาจากคู่สัญญา และเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุ

ให้มหาวิทยาลัยบอกสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับ ในขณะที่รับมอบพัสดุนั้นตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด

การงด

การลดค่าปรับ และการขยายเวลา

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ การงด

หรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา

ให้มหาวิทยาลัยพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของมหาวิทยาลัย

(๒) เหตุสุดวิสัย

(๓)

เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ให้มหาวิทยาลัยระบุไว้ในสัญญากำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้มหาวิทยาลัยทราบภายใน

๗ วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลดหรืองดค่าปรับหรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้

เว้นแต่กรณี ตาม (๑) ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้งหรือมหาวิทยาลัยทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

การลงโทษผู้ทิ้งงาน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การลงโทษผู้ทิ้งงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติที่กำหนด

ทั้งนี้

ให้อธิการบดีเป็นผู้อนุมัติการแจ้งเวียนผู้ทิ้งงานตามระเบียบและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมและการจำหน่ายพัสดุ

การควบคุมและการบำรุงรักษา

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ การควบคุมพัสดุของมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใด

ให้พนักงานพัสดุจัดทำทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน

เว้นแต่พัสดุที่จัดหาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริจาคให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลหรือเพื่อการกุศล

เจ้าหน้าที่พัสดุไม่ต้องดำเนินการควบคุมตามวรรคหนึ่ง แต่ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกัน

ในกรณีที่ไม่อาจทำหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันได้ ให้อธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

เช่น กรณีบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็นต้น

64 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2558 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_37ae42f2e958bab0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com