คำสั่งกรมทะเบียนการค้า
คำสั่งกรมทะเบียนการค้า
ที่
๑๖๑/๒๕๓๕
เรื่อง
การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับรองข้อความในทะเบียน (หนังสือรับรอง)
และหรือการรับรองสำเนาเอกสารของบริษัทนอกเขตจังหวัด
เพื่ออนุวัติเป็นไปตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
อธิบดีกรมทะเบียนการค้าจึงได้มีคำสั่งกำหนด
แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการรับรองข้อความในทะเบียน
(หนังสือรับรอง) และการรับรองสำเนา
เอกสารของบริษัทมหาชนจำกัด
ซึ่งมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่นอกเขตจังหวัดไว้ ดังต่อไปนี้
๑.
ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำขอ (แบบ บมจ.๒๐๒) เพื่อขอให้นายทะเบียนรับรอง
ข้อความในทะเบียน (หนังสือรับรอง)
และหรือรับรองสำเนาเอกสารของบริษัท ซึ่งมีสำนักงาน
แห่งใหญ่ตั้งอยู่นอกเขตจังหวัด ให้สำนักงานที่รับคำขอนั้นเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนำส่งคลัง
เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการขอให้นายทะเบียนรับรองข้อความในทะเบียน
(หนังสือรับรอง)
และการขอให้รับรองสำเนาเอกสารในกรณีปกติอีกหน้าละหนึ่งร้อยบาท
๒.
เมื่อได้เก็บค่าธรรมเนียมครบถ้วนแล้ว ให้ส่งคำขอ (แบบ บมจ.๒๐๒) ที่รับ
ไว้ตาม ๑.
ไปยังนายทะเบียนของสำนักงานที่บริษัทนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่โดยทางโทรสาร
๓.
ให้สำนักงานที่ได้รับโทรสารตาม ๒. ดำเนินการจัดทำหนังสือรับรองข้อความ
ในทะเบียน (หนังสือรับรอง)
และหรือรับรองสำเนาเอกสารของบริษัทตามที่ระบุในคำขอ โดย
ให้นายทะเบียนผู้จัดทำ ระบุชื่อ ตำแหน่ง
และวันที่จัดทำพร้อมทั้งลงลายมือชื่อไว้มุมบนด้านขวา
ของหนังสือรับรองและหรือสำเนาเอกสารตามตัวอย่างที่ได้แนบท้ายคำสั่งและให้จัดส่งหนังสือ
รับรองข้อความในทะเบียน (หนังสือรับรอง)
และหรือรับรองสำเนาเอกสารที่จัดทำเสร็จเรียบร้อย
แล้วดังกล่าวกลับไปยังสำนักงานที่รับคำขอ (แบบ บมจ.๒๐๒) ตาม
๑. โดยทางโทรสาร
๔.
ให้สำนักงานตาม ๑. นำหนังสือรับรองและหรือสำเนาเอกสารซึ่งได้รับตาม ๓.
ไปถ่ายภาพเพื่อใช้เป็นต้นฉบับและคู่ฉบับจำนวน ๒ ชุด
และให้นายทะเบียนของสำนักงานดังกล่าว
ลงวันที่ ลายมือชื่อ และประทับตราของสำนักงานพร้อมทั้งออกเลขที่หนังสือเช่นเดียวกับการจัดทำ
หนังสือรับรองและหรือรับรองสำเนาเอกสารกรณีปกติในต้นฉบับแล้วมอบให้แก่ผู้ขอ
ส่วนคู่ฉบับ
ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๓๖ เป็นต้นไป
สั่ง
ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๕
ชลอ เฟื่องอารมย์
อธิบดีกรมทะเบียนการค้า
นายทะเบียน
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
[รก.๒๕๓๕/๑๖๑/๒๐พ/๒๓ ธันวาคม ๒๕๓๕]