法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
47
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ว่าด้วยการดําเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทําการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการ

สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

พ.ศ. 2551

โดยที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอํานาจหน้าที่ในการพิจารณาดําเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคที่คณะกรรมการเห็นสมควรหรือมีผู้ร้องขอ ตลอดจนปฏิบัติการอื่นใดตามที่มีกฎหมายกําหนดให้ไว้เป็นอํานาจและหน้าที่ รวมทั้งแต่งตั้งข้าราชการสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีคุณวุฒิที่ไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเพื่อดําเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทําการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในศาล

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2551 วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยการดําเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทําการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบและข้อบังคับอื่น ซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค” หมายความว่า ข้าราชการสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ และเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สํานักงานกําหนด

“เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้รับผิดชอบสํานวนคดี

“ผู้ประสานคดี” หมายความว่า นิติกรหรือเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ผู้อํานวยการสํานักกฎหมายและคดีมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบสํานวนคดีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้ดําเนินคดี

“ผู้บังคับบัญชา” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือผู้ได้รับมอบหมาย

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการดําเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทําการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้ง

“ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานัก ผู้อํานวยการกอง หรือผู้ได้รับมอบหมายอื่น ๆ ในสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“หน่วยงาน” หมายความว่า สํานัก กอง ส่วนหรือกลุ่มงาน ในสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“คดี” หมายความว่า คดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การดําเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่มิได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดําเนินการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สารบบ และงานธุรการคดีแพ่ง ให้เป็นไปตามที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นข้าราชการสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ และ

(2) ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายใต้ขอบเขตอํานาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และคําสั่งของสํานักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคมีอิสระในการดําเนินคดีเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้บังคับบัญชามีอํานาจมอบหมายคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดําเนินคดีตลอดจนการควบคุม ตรวจสอบ รวมทั้งการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ

ผู้บังคับบัญชาอาจกําหนดการแบ่งภาระหน้าที่และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบภายใต้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งปฏิบัติงาน หรือช่วยกลั่นกรองงานเป็นการทั่วไป หรือเป็นการเฉพาะเรื่องก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุอันควร ผู้บังคับบัญชามีอํานาจเรียกสํานวนคดีใดคดีหนึ่งมาตรวจสอบพิจารณาหรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคคนใดคนหนึ่งร่วมดําเนินคดี หรือดําเนินคดีแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ระเบียบนี้ไม่ได้กล่าวถึงไว้ หรือมีเหตุจําเป็นอื่นใดที่จะต้องรีบปฏิบัติให้ทันกําหนดระยะเวลามิฉะนั้นจะเสียหายแก่คดี ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ ใช้ดุลพินิจพิจารณาปฏิบัติไปตามที่เห็นสมควรโดยไม่ให้เสียหายแก่คดี และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดําเนินคดี ให้หน่วยงานจัดส่งสํานวนคดีของผู้บริโภคทุกรายให้สํานักกฎหมายและคดีโดยมิชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้อํานวยการสํานักกฎหมายและคดีมอบหมายให้ผู้ประสานคดีตรวจสอบสํานวนคดีและนําเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการส่งสํานวนคดีให้พนักงานอัยการในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค หรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ดําเนินการ

คําสั่งของผู้บังคับบัญชาถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีผู้บังคับบัญชามอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ดําเนินการให้ผู้บังคับบัญชามอบหมายเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบและให้ผู้ประสานคดีส่งสํานวนคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตรวจพิจารณาสํานวนคดี ในประเด็นแห่งคดีที่สําคัญ เช่น อายุความ เขตอํานาจศาล มติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ข้ออ้าง ข้อเถียง พยานหลักฐาน ประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และอื่น ๆ ที่จําเป็นในการวินิจฉัยคดี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สํานวนเรื่องใดที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้ดําเนินคดีและอยู่ระหว่างการทบทวนมติ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าคดีจะขาดอายุความฟ้องร้อง ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรีบดําเนินการฟ้องร้องดําเนินคดีภายในกําหนดอายุความ ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาและต้องนําเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบในภายหลัง

ให้บันทึกในหน้าปกรายงานบัญชีสํานวนคดีว่าคดีขาดอายุความเมื่อใด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอาจเรียกบุคคลที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่คดีมาซักถามและบันทึกไว้ก็ได้ หรือจะเรียกให้ผู้เกี่ยวข้องในคดีส่งต้นฉบับเอกสารหรือสําเนาที่รับรองความถูกต้องแล้วก็ได้ และหากเอกสารใดที่เป็นตราสารซึ่งจะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ให้ผู้บริโภคดําเนินการจัดให้มีการปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามกฎหมาย

เอกสารใดที่ต้องส่งศาล ให้บุคคลผู้เกี่ยวข้องจัดส่งต้นฉบับและให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทําสําเนาไว้ในสํานวน 1 ชุด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคอื่นหรือผู้ประสานคดีดําเนินการตามขอบอํานาจและหน้าที่ของตนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทําบัญชีพยานวัตถุ บันทึกรายละเอียดภาพถ่ายรับรองความถูกต้องและนําบัญชีพยานวัตถุรวมไว้ในสํานวนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบพิจารณาเห็นว่าสํานวนคดีใดมีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะดําเนินคดีได้ ให้ร่างคําฟ้องพร้อมบัญชีระบุพยานเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาต่อไป

หากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงไม่เพียงพอที่จะดําเนินคดีได้ หรือกรณีที่มีความเห็นแย้งกับมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อนําเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องราว ร้องทุกข์จากผู้บริโภคพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สํานวนคดีใดค้างดําเนินการหรือยังดําเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้รับสํานวนคดี ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรายงานและชี้แจงเหตุขัดข้องต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อกําหนดแนวทางแก้ไขตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้นําระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการ เพื่อประชาชนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การดําเนินกระบวนพิจารณาในศาลใด ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีในศาลนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอาจมอบหมายให้ผู้ประสานคดีหรือบุคคลอื่นใด ยื่นคําคู่ความ บัญชีระบุพยานและเอกสารอื่นต่อศาล รวมทั้งติดตามคําสั่งศาลคัดถ่ายคําพิพากษา คําเบิกความ และเอกสารอื่นจากศาลด้วย

การขอถ่ายสําเนาเอกสารจากศาล ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทําบัญชีและรับรองค่าใช้จ่ายไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในขณะยื่นคําฟ้องต่อศาลให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดําเนินการขอให้ศาลออกหมายเรียกและสําเนาคําฟ้องส่งให้แก่จําเลยเพื่อแก้คดี โดยให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทําบัญชีและรับรองค่าใช้จ่ายไว้เป็นหลักฐาน

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอ้างพยานหลักฐาน ในบัญชีระบุพยาน ให้ครบถ้วนทุกประเด็นที่จะนําสืบสนับสนุนคําฟ้อง รวมทั้งให้จัดทําสําเนาบัญชีระบุพยานและสําเนาพยานเอกสารเพื่อยื่นต่อศาลและส่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามกฎหมายด้วย และหากเห็นสมควรจะยื่นบัญชีระบุพยานไปพร้อมกับคําฟ้องด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ กรณีที่คู่ความอีกฝ่ายยื่นคําให้การ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตรวจสอบคําให้การและข้อเท็จจริง กําหนดประเด็นและหน้าที่นําสืบ นําเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

คดีที่มีการชี้สองสถานให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตรวจสอบการกําหนดประเด็นข้อพิพาทของศาลว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้องครบถ้วนก็ให้คัดค้านไว้ตามกฎหมาย และนําเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การติดต่อพยานบุคคลไปเบิกความที่ศาล กรณีเป็นพยานนําให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบมีหนังสือแจ้งพยานให้ไปเบิกความที่ศาล หรือกรณีเป็นพยานหมายให้ยื่นคําขอให้ศาลออกหมายเรียกพยาน โดยให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดําเนินการ ส่งหมายเรียกให้แก่พยานและให้เบิกค่าใช้จ่ายในการส่งหมายเรียกตามแบบและวิธีการที่สํานักงานกําหนด

ในกรณีที่พยานได้รับหนังสือแจ้ง หรือได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้ว แต่มิได้มาเป็นพยานศาลโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบพิจารณา หากเห็นว่าพยานดังกล่าวเป็นพยานสําคัญในคดีก็ให้ขอศาลเลื่อนการพิจารณาคดีไปก่อน แต่หากเห็นว่า พยานดังกล่าวไม่ใช่พยานสําคัญในคดี ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบงดการสืบพยานปากนั้น หรือขอส่งเอกสารแทนการสืบพยานบุคคลได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเตรียมการสืบพยานบุคคล พยานเอกสารและพยานวัตถุให้พร้อมก่อนวันนัดพิจารณา กรณีพยานบุคคลเป็นพยานหมาย ให้เตรียมค่าป่วยการและค่าพาหนะพยานหรือค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อจ่ายให้แก่พยานตามคําสั่งศาลด้วย

ในการสืบพยาน ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบไปศาลทุกนัดและดําเนินการสืบพยานทุกประเด็นที่อยู่ในคําฟ้องและคําให้การ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การดําเนินกระบวนพิจารณาทุกครั้งให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบบันทึกรายละเอียดไว้ในรายงานการดําเนินคดี ให้ได้ความเพียงพอที่จะทราบการดําเนินคดีครั้งใดหรือวันใด ได้จัดการเกี่ยวกับคดีอย่างไรบ้าง ถ้าเหตุที่ได้จัดการไปนั้นสมควรจะให้ปรากฏถึงเจตนาเพื่อผลใด ๆ ก็ให้บันทึกให้ปรากฏไว้และให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ถ้าเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบพิจารณาแล้วเห็นว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขอลดหนี้ลงบางส่วน หรือขอผ่อนผันการชําระหนี้ หรือขอทําสัญญาประนีประนอมยอมความโดยมีเหตุอันสมควร ให้เสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อมีหนังสือแจ้งข้อเสนอดังกล่าวให้ผู้บริโภคพิจารณาต่อไป

เมื่อผู้บริโภคตกลงประนีประนอมยอมความโดยแจ้งเงื่อนไขมาให้ทราบแล้ว ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตกลงประนีประนอมยอมความตามนั้น หรือจะให้ผู้บริโภคหรือผู้แทนมาแถลงต่อศาลในวันประนีประนอมยอมความก็ได้ ในกรณีนี้ให้ผู้บริโภคหรือผู้แทนลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การดําเนินคดีในทางจําหน่ายสิทธิของผู้บริโภค ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา ผลการพิจารณาเป็นประการใด ให้ดําเนินการไปตามนั้น และให้สํานักงานรายงานให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบควรแถลงการณ์ปิดคดี เว้นแต่คดีที่มีเอกสารอ้างอิงมากหรือคดีที่มีทุนทรัพย์สูง หรือคดีที่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายยุ่งยาก ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเสนอร่างคําแถลงให้คณะอนุกรรมการพิจารณาก่อน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อศาลได้อ่านคําพิพากษาแล้ว ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดําเนินการขอคัดถ่ายคําพิพากษาประกอบสํานวนไว้ทุกเรื่อง

ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษายกฟ้อง พิพากษาไม่เต็มตามฟ้องหรือแพ้คดีในประเด็นใด ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบคัดถ่ายสําเนาคําเบิกความพยานและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในการดําเนินคดี เมื่อมีผู้บริโภคร้องขอและมีเหตุจําเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบใช้ดุลพินิจเพื่อดําเนินการยื่นคําร้องต่อศาล ขอให้นําวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามหมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาใช้บังคับ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบไปฟังคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลตามนัดทุกครั้ง

ในกรณีที่ยังไม่สามารถคัดคําพิพากษาหรือคําสั่งได้ในวันที่ศาลอ่านคําพิพากษากรณีที่ศาลพิพากษาให้ชนะคดีเต็มตามฟ้องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบหรือผู้รับมอบฉันทะจดย่อคําพิพากษาหรือคําสั่ง ในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคําสั่งให้แพ้คดีทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจดย่อคําพิพากษาหรือประเด็นที่วินิจฉัยแห่งคดีพร้อมเหตุผลที่ให้แพ้คดีนั้น

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เมื่อศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีคําพิพากษาหรือคําสั่งแล้ว ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเสนอสํานวนพร้อมความเห็นต่อคณะอนุกรรมการ

กรณีที่ศาลชั้นต้น หรือศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคําสั่งให้โจทก์ชนะคดีโดยได้รับชําระหนี้เต็มตามฟ้อง เป็นการสมประโยชน์ของผู้บริโภคและเป็นไปตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วนั้น ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบใช้ดุลพินิจเพื่อพิจารณาใช้สิทธิว่าจะสมควรอุทธรณ์หรือฎีกาคําพิพากษาหรือไม่ และรายงานให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อทราบ

สําหรับกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีหรือพิพากษาให้โจทก์ได้รับชําระหนี้ ไม่เต็มตามฟ้องหรือคําพิพากษามีข้อแตกต่างไปจากมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและคดีไม่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยอุทธรณ์หรือฎีกานั้น ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบใช้ดุลพินิจเพื่อพิจารณาว่าจะใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาคําพิพากษาหรือไม่ประการใด และนําเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป หากมีความเห็นประการใดให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดําเนินการตามนั้น และรายงานให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อทราบ ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบมีความเห็นควรอุทธรณ์หรือฎีกาให้เสนอร่างอุทธรณ์หรือร่างฎีกา แล้วแต่กรณี ไปด้วย

ระหว่างรอผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบยื่นคําร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอุทธรณ์หรือฎีกาให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดําเนินการแก้อุทธรณ์หรือฎีกาทุกคดี โดยนําเสนอร่างอุทธรณ์หรือฎีกาให้คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา และให้นําความในหมวด 2 และ 3 มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในกรณีจําเป็นต้องดําเนินการบังคับคดีและศาลยังไม่ออกคําบังคับ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบขอให้ศาลออกคําบังคับภายในกําหนด 45 วัน นับแต่วันที่ศาลอ่านคําพิพากษาหรือคําสั่ง เว้นแต่คดีถึงที่สุดหรือคดีที่มีคําสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ให้ขอออกคําบังคับภายในกําหนด 15 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือวันที่มีคําสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขอทุเลาการบังคับคดี ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบคัดค้านการขอทุเลาการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เมื่อระยะเวลาที่ศาลกําหนดให้ปฏิบัติตามคําพิพากษาได้ล่วงพ้นไปแล้วและลูกหนี้ตามคําพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคําบังคับให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบยื่นคําขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีภายใน 30 วัน นับแต่ล่วงพ้นระยะเวลาดังกล่าว เพื่อดําเนินการบังคับคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่ศาลออกหมายบังคับคดี ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบส่งหมายบังคับคดีและสํานวนที่เกี่ยวข้องจําเป็นแก่การบังคับคดีให้ผู้อํานวยการสํานักกฎหมายและคดีพิจารณามอบหมายให้ผู้ประสานคดีเป็นผู้ดําเนินการสืบหาทรัพย์สินของจําเลยเพื่อดําเนินการบังคับคดีต่อไป ทั้งนี้ สํานักงานอาจมอบหมายให้ผู้บริโภค หรือผู้มีส่วนได้เสียในคดีเป็นผู้ช่วยดําเนินการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในการดําเนินการบังคับคดี หากมีกระบวนการที่ต้องดําเนินการพิจารณาในชั้นศาล ให้ผู้ประสานคดีนําเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ดําเนินการเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ให้นําความในหมวด 2 3 และ 4 มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ในการดําเนินคดีในชั้นบังคับคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทําความเห็นเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดําเนินการยืมเงินค่าใช้จ่ายในการดําเนินคดีตามระเบียบว่าด้วยการยืมเงินราชการ และกรณีต้องเดินทางไปดําเนินคดีนอกเขตท้องที่ให้ดําเนินการตามระเบียบของราชการที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเบิกเงินค่าใช้จ่ายเพื่อสํารอง ในการดําเนินคดีได้ไม่เกินคดีละห้าพันบาท แต่เมื่อรวมกันทุกคดีให้เบิกเงินสํารองค่าใช้จ่ายได้รวมกันไม่เกินสองหมื่นบาท

การเบิกเงินเพื่อนําไปใช้จ่ายในการดําเนินคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเป็นผู้ยืมโดยความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชาและให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทําบัญชีค่าใช้จ่ายในแต่ละคดีไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ทุกเวลา ทั้งนี้ ตามแบบและวิธีการที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ เมื่อคดีเสร็จกระบวนพิจารณาในศาลใดและไม่จําต้องดําเนินการอย่างใดต่อไปอีก ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบหักล้างทะเบียนเงินยืม และจัดทําบันทึกแจ้งว่าคดีถึงที่สุดแล้วพร้อมส่งบัญชีค่าใช้จ่ายและเงินเหลือจ่าย เพื่อหักล้างทะเบียนเงินยืมภายใน 30 วัน

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ ได้ยืมเงินค่าใช้จ่ายไปแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบผู้นั้นจะต้องส่งมอบสํานวนคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้อื่นรับไปดําเนินการต่อ ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบส่งมอบสํานวนคดี และดําเนินการหักล้างทะเบียนเงินยืมให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันส่งมอบสํานวนคดี

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในระหว่างอุทธรณ์ ฎีกา หรือการดําเนินการบังคับคดี และมีกระบวนพิจารณาในชั้นศาลเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายดําเนินคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดําเนินการตามความในหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ สํานวนคดีที่มีการดําเนินคดีถึงที่สุดให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบทําความเห็นว่าสํานวนคดีนั้นควรทําลายหรือควรเก็บรอไว้ต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป

การทําลายเอกสารตามวรรคแรก ให้ดําเนินการตามระเบียบราชการว่าด้วยเรื่องนั้น

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ การติดตาม การประเมินผล และการรายงานผลการปฏิบัติงาน ให้ดําเนินการตามแบบและวิธีการที่สํานักงานกําหนด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ชูศักดิ์ ศิรินิล

รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

47 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_382af969225b3b75

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com