法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ 16 (ฉบับ Update ณ วันที่ 03/12/2523)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
54
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

(พ.ศ.๒๕๑๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ ๑๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๑๔ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) กฎกระทรวง (พ.ศ.๒๔๙๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ ๑๑

(๒) กฎกระทรวง (พ.ศ.๒๕๐๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ ๑๒

(๓) กฎกระทรวง (พ.ศ.๒๕๐๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ ๑๓

(๔) กฎกระทรวง (พ.ศ.๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ ๑๔

(๕) กฎกระทรวง (พ.ศ.๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ ๑๕

เครื่องแบบทหารชาย

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เครื่องแบบนักเรียนดุริยางค์ มี ๓ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาว

(ข) เสื้อกะลาสีสีขาว และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำ สายโยงมีดประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติกากี ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีกากี

(ข) เสื้อกะลาสีสีกากี และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีกากี

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาว

(ข) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำ สายโยงมีดประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เครื่องแบบพลทหาร นักเรียนจ่า และนายทหารประทวนชั้นจ่า มี ๘ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาว

(ข) เสื้อกะลาสีสีขาว และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำ สายโยงมีดประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติกากี ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีกากี

(ข) เสื้อกะลาสีสีกากี และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีกากี

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกเหล็กสีกากี

(ข) เสื้อกะลาสีสีกากี และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีกากี

(ง) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ จะใช้สนับแข้งสีกากีด้วยก็ได้

(๔) เครื่องแบบสนาม เช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้สนับแข้งสีกากีและเครื่องสนามประกอบด้วย

(๕)[๒] เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่ให้ใช้รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาว

(ข) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำ สายโยงมีดประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีน้ำเงินดำ

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารรบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวดยอด

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง

(ค) กางเกงแถบไหมสีเหลือง

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๖)[๓] เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เว้นแต่ให้ใช้หมวกยอดมีพู่สีดำแทน

(๗) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาว

(ข) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำ สายโยงมีดประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

(๘) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาวหรือสีน้ำเงินดำ

(ข) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อซับใน ผ้าผูกคอสีดำ สายโยงมีดประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีน้ำเงินดำ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เครื่องแบบนายทหารประทวนชั้นพันจ่า มี ๙ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๓)[๔] เครื่องแบบปกติกากีคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนหรือหมวกเหล็กสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ จะใช้สนับแข้งสีกากีด้วยก็ได้

(๕) เครื่องแบบสนาม เช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้สนับแข้งสีกากีและเครื่องสนามประกอบด้วย

(๖)[๕] เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือมีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ

(ค) กางเกงแถบไหมสีเหลือง

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอด

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง

(ค) กางเกงแถบไหมสีเหลือง

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๗)[๖] เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เว้นแต่ให้ใช้หมวกยอดมีพู่สีดำแทน

(๘) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๙) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เครื่องแบบนักเรียนนายเรือ มี ๙ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) กระบี่นักเรียน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๓)[๗] เครื่องแบบปกติกากีคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนหรือหมวกเหล็กสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ จะใช้สนับแข้งสีกากีด้วยก็ได้

(๕) เครื่องแบบสนาม เช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่จะให้ใช้สนับแข้งสีกากีและเครื่องสนามประกอบด้วย

(๖)[๘] เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว และให้มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่งด้วย

เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ

(ค) กางเกงแถบไหมทอง

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

(๗)[๙] เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ และให้มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์

(๘) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) กระบี่นักเรียน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๙) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ

(ง) กระบี่นักเรียน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตร มี ๑๕ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๒)[๑๐] เครื่องแบบปกติกากีคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีกากี

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากี และให้ใช้เสื้อคอพับสีกากี ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๔)[๑๑] เครื่องแบบปกติกากีคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อน หรือหมวกเหล็กสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ จะใช้สนับแข้งสีกากีด้วยก็ได้

(๖) เครื่องแบบสนาม เช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้สนับแข้งสีกากีและเครื่องสนามประกอบด้วย

(๗)[๑๒] เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ

(ค) กางเกงแถบไหมทอง

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหรือรักษาราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และนายทหารพิเศษประจำกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกยอด

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง

(ค) กางเกงแถบไหมทอง

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหรือรักษาราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน รองผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน เสนาธิการกรมนาวิกโยธิน และนายทหารพิเศษประจำกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน

(๘)[๑๓] เครื่องแบบเต็มยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงแถบไหมทอง

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหรือรักษาราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือและนายทหารพิเศษประจำกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรสังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ

สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธินและกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เว้นแต่ให้ใช้หมวกยอดมีพู่สีดำแทน

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหรือรักษาราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน รองผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน เสนาธิการกรมนาวิกโยธิน และนายทหารพิเศษประจำกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน

(๙) เครื่องแบบสโมสรเต็มยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อสโมสรสีขาว และให้ใช้เสื้อกั๊กสีขาว เสื้อเชิ้ตอกแข็ง หรืออกจีบสีขาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่ายประกอบด้วย

(ค) กางเกงแถบไหมทอง

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๑๐) เครื่องแบบสโมสรปกติ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อสโมสรสีขาว และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย และแพรแถบรัดเอวสีดำประกอบด้วย

(ค) กางเกงแถบไหมทอง

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๑๑) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๑๒) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว คอเชิ้ตอ่อนหรือแข็ง ข้อมืออ่อนหรือแข็ง และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีหรือเงื่อนหูกระต่ายประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

(๑๓) เครื่องแบบเต็มยศสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ เว้นแต่ให้ใช้กางเกงแถบไหมทอง

(๑๔) เครื่องแบบสโมสรเต็มยศสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว

(ข) เสื้อสโมสรสีดำ และให้ใช้เสื้อกั๊กสีขาว เสื้อเชิ้ตอกแข็งหรืออกจีบสีขาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่ายประกอบด้วย

(ค) กางเกงแถบไหมทอง

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๑๕) เครื่องแบบสโมสรปกติสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสรเต็มยศตาม (๑๔) เว้นแต่ให้ใช้กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำและเสื้อกั๊กสีน้ำเงินดำ

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๑๔]

หมวก มี ๗ แบบ คือ

(๑) หมวกกะลาสีสีขาว ทำด้วยผ้า ทรงตึง เชิงด้านหน้ากว้าง ๔.๘ เซนติเมตร เชิงด้านข้างและด้านหลังกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร เพดานหมวกกว้างระหว่าง ๒๒.๓ เซนติเมตร ถึง ๒๓ เซนติเมตร ยาวระหว่าง ๒๒.๗ เซนติเมตร ถึง ๒๓.๘ เซนติเมตร และมีเครื่องประกอบ คือ

(ก) สายรัดคาง ทำด้วยผ้าสีขาว กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

(ข) แถบหน้าหมวก ทำด้วยผ้าสีดำ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีชื่อเรือหรือหน่วยสีทอง และมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีเป็นสีทองกำกับข้างหน้า และข้างหลังชื่อเรือหรือหน่วย

ปลายแถบทั้งสองข้างตัดชายเป็นรูปหางนกแซงแซวมีรูปสมอสีทองนอนตามยาว

(๒) หมวกกะลาสีสีกากี ทำด้วยผ้า ลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกกะลาสีสีขาว

(๓) หมวกกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกกะลาสีสีขาว

(๔) หมวกทรงหม้อตาล ขอบหมวกทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ และมีเครื่องประกอบ คือ

(ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ เว้นแต่สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนาวาโทและนาวาเอก ทำด้วยหนังหรือสักหลาดสีดำ ที่ขอบโค้งปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ๑ แถว สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือและจอมพลเรือ ทำด้วยหนังหรือสักหลาดสีดำ ที่ขอบโค้งปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ๒ แถว พื้นกะบังด้านล่างสีเขียวหรือสีดำ

(ข) ปลอกหมวก ทำด้วยผ้าหรือวัตถุเทียมผ้าสีขาวหรือสีกากี

(ค) สายรัดคาง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ เว้นแต่เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ เครื่องแบบสโมสร หรือเครื่องแบบสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง

(ง) ดุมโลหะสีทองขนาดเล็กตรึงปลายสายรัดคางติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม

(จ) ตราหน้าหมวก เป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎและมีใบชัยพฤกษ์อยู่ภายใต้สมอ ปลายโค้งโอบขึ้นบนทั้งสองข้าง ลักษณะต่างกัน คือ

นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ทำด้วยโลหะสีทอง และมีใบชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ กว้าง ๖.๗ เซนติเมตร สูง ๗.๓ เซนติเมตร

นักเรียนนายเรือ พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง สมอปักด้วยดิ้นเงินหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นเงิน ใบชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๒ ใบ บนพื้นเบาะสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร สูง ๕.๕ เซนติเมตร

นายทหารสัญญาบัตร พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง สมอปักด้วยดิ้นเงินหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นเงิน ใบชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ บนพื้นเบาะสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๖.๗ เซนติเมตร สูง ๗.๓ เซนติเมตร

(ฉ) ผ้าพันหมวก เป็นแถบลายถักสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร

(๕) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี ด้านหน้าหมวกมีตราปักด้วยด้ายสีน้ำเงินดำ รูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี สูง ๓ เซนติเมตร ติดอยู่ตรงกึ่งกลาง มีสายร่นที่ขอบหมวกด้านหลัง

(๖) หมวกเหล็กสีกากี มีสายรัดคางหนังสีน้ำตาลหรือแถบผ้าสีกากี กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

(๗) หมวกยอด ตัวหมวกทำด้วยรากลำพูหรือวัตถุเทียมรากลำพู มีเครื่องประกอบ คือ

(ก) ปลอกหมวก ทำด้วยผ้าหรือวัตถุเทียมผ้าสีขาว

(ข) สายรัดคาง ทำด้วยโลหะสีทองเป็นแบบโซ่ถัก

(ค) ขอเกี่ยวสายรัดคาง มี ๓ ชนิด คือ ขอเกี่ยวรูปดอกมะเขือใหญ่ขอสั้นทำด้วยโลหะสีทอง ขอเกี่ยวรูปดอกมะเขือใหญ่ขอยาวทำด้วยโลหะสีทอง และขอเกี่ยวรูปดอกมะเขือเล็กขอยาวทำด้วยโลหะสีทอง

(ง) จานรองยอดหมวกดวงดารา ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง

(จ) ยอดหมวกบัวบาน ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง

(ฉ) ยอดหมวกโมฬีแหลม ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง

(ช) ตราหน้าหมวกเป็นรูปตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรีเหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง

(ซ) พู่หมวก ทำด้วยจามจุรีหรือวัตถุเทียมจามจุรีสีดำ ใช้เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผ้าผูกคอสีดำ รูปสามเหลี่ยมและพับมุมข้างหนึ่งเข้ากับด้านฐานอีกข้างหนึ่ง ให้ส่วนที่พับซ้อนกัน กว้าง ๖ เซนติเมตร ผูกชายทั้ง ๒ ข้าง ต่อกันคล้องไว้ใต้ปกหลังให้ส่วนกึ่งกลางที่พับอยู่ข้างหน้าตรงแนวอกเสื้อ โดให้ส่วนซ้ายทับส่วนขวา และผูกด้วยแถบผ้าสีขาวสำหรับผูกผ้าผูกคอเป็นเงื่อนโบเหนือชายสุดผ้าผูกคอ ๖ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สายโยงมีด เป็นสายเชือกถักสีขาว ขนาดโตโดยรอบ ๑.๗ เซนติเมตร คล้องไว้ใต้ปกหลัง และอยู่บนผ้าผูกคอสีดำ โดยให้แผ่นถักรูปสี่เหลี่ยมลายขัดทับบนเงื่อนโบ ปลายสายสอดลงในกระเป๋าเสื้อ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๑๕]

เสื้อมี ๑๗ แบบ คือ

(๑) เสื้อกะลาสีสีขาว เปิดคอเพียงอก มีผ้าปกหลังสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก มีแถบผ้าสีขาว กว้าง ๒ เซนติเมตร ตรึงรอบผืนผ้าห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร แขนยาวรวบข้อมือ ชายเสื้อยาวปิดตะโพก ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าปะไม่มีปก ๑ กระเป๋า ใต้คอเสื้อด้านหน้ามีแถบผ้าสีขาว ๒ ชาย ยาวชายละ ๒๕ เซนติเมตร สำหรับผูกผ้าผูกคอ

(๒) เสื้อซับใน ทำด้วยผ้าสีขาวคอกลมเรียบ รอบวงคอขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือศอก

(๓) เสื้อกะลาสีสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว เว้นแต่แขนเสื้อยาวเพียงใต้ศอกประมาณ ๖ เซนติเมตร และมีผ้าปกหลังสีกากี

(๔) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูปชายแหลมสามชายไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร

(๕) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากี คอแบะแบบชายสามเหลี่ยมมีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า กระเป๋าทั้ง ๔ เป็นกระเป๋าปะ มีปกรูปชายแหลมสามชาย มีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กขัดปกกระเป๋า กระเป๋าละ ๑ ดุม ที่เอวเสื้อมีสายรัดขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางด้านหลังเปิดไว้ถึงสายรัดเอว

(๖) เสื้อคอพับสีขาว ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุมกลมแบนสีขาว ๖ ดุม แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก ที่อกเสื้อมีกระเป๋าปะมีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มุมกระเป๋าและปกตัดมุม มีดุมขัดปก ๑ ดุม

เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ชนิดแขนยาวจะใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้

(๗) เสื้อคอพับสีกากี เช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีขาว เว้นแต่ให้ใช้ดุมสีกากีและไม่ใช้ผ้าผูกคอ

(๘) เสื้อสโมสรสีขาว แบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะเป็นรูปคอมนปาดเอว ระหว่างชายเสื้อกับชายคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่งมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ ๒ ดุม และประมาณแนวดุมคู่บนที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุดมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน

(๙) เสื้อกั๊กสีขาวหรือสีน้ำเงินดำ หน้าอกเว้า ระหว่างชายเสื้อกับหน้าอกมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ หรือ ๔ ดุม ที่เหนือชายเสื้อมีกระเป๋าเจาะไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ชายล่างสุดของเสื้อบากเป็นรูปสามเหลี่ยมและเปิดด้านหลัง มีสายรัดตอนบนและล่าง

(๑๐) เสื้อกั๊กสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกั๊กสีขาว

(๑๑) เสื้อเชิ้ตอกแข็งหรืออกจีบสีขาว ข้อมือแข็ง ประกอบด้วยคอพับแข็งชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ

(๑๒) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว เว้นแต่เครื่องหมายยศและเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นแถบทำด้วยไหมสีเหลืองรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง

(๑๓) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำคอแบะแบบชายสามเหลี่ยม มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋า ๑ กระเป๋า และที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร ประดับเครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า และเครื่องหมายชั้นการศึกษา ดังนี้

(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้ง ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน รูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง ตรึงติดตรงกลางแขนเสื้อ

(ข) นักเรียนนายเรือ ที่ชายสุดคอแบะติดสาบสักหลาดสีขาว กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร มีรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับเครื่องหมายชั้นการศึกษา

(ค) นายทหารสัญญาบัตร เครื่องหมายยศทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองประดับรอบปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง คือ

นายเรือและนายนาวา มีขนาด ลักษณะ และจำนวนแถบเช่นเดียวกับแถบบนอินทรธนู เว้นแต่ขมวดวงกลมให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร

พลเรือจัตวา มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และเหนือแถบนี้มีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ขมวดเป็นวงกลม ๑ วง เส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร

พลเรือตรีขึ้นไป มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และมีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ประดับเหนือขึ้นไป มีจำนวนตามชั้นยศ ดังนี้

พลเรือตรี ๑ แถบ

พลเรือโท ๒ แถบ

พลเรือเอก ๓ แถบ

จอมพลเรือ ๔ แถบ

การประดับแถบ ให้แถบล่างสุดอยู่ห่างจากปลายแขนเสื้อพอสมควร เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๖ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลัง

(๑๔) เสื้อสวมกันหนาว มีดังนี้

(ก) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับพลทหาร นักเรียนจ่า และนายทหารประทวนชั้นจ่า ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ชายเสื้อยาวเพียงครึ่งขาท่อนบน

(ข) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า นักเรียนนายเรือ และนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อโอเวอร์โคต ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม มีแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำรัดหลังปลายแถบขัดดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ข้างละ ๑ ดุม ชายเสื้อยาวครึ่งน่อง เสื้อแบบนี้ให้มีอินทรธนูตามชั้นยศประกอบด้วย

เสื้อสวมกันหนาวตาม (ก) และ (ข) ให้สวมทับเครื่องแบบปกติ เครื่องแบบสโมสรเครื่องแบบกันหนาว หรือเครื่องแบบสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว

(๑๕) เสื้อสโมสรสีดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำแบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะ แบบชายสามเหลี่ยม ปาดเอว ระหว่างชายเสื้อกับคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่ง มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ ๓ ดุม และประมาณแนวดุมคู่กลางที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุด มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน มีเครื่องหมายยศที่ปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง เช่นเดียวกับเสื้อคอแบะสีน้ำเงินดำตาม (๑๓) (ค)

(๑๖) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ คอเสื้อด้านหน้ามน มีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอดออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถวช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก การประดับคอเสื้อ เครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า และเครื่องหมายชั้นการศึกษา เป็นดังนี้

(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่ขอบคอเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้าติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๒ เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งตามชั้นยศ ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร ให้กึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑ เซนติเมตร เหนือเครื่องหมายยศให้ปักเครื่องหมายเหล่าด้วยไหมสีเหลือง ปลายแขนเสื้อด้านหลังตรงกับกึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๑ แถบ

(ข) นักเรียนนายเรือ ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและลักษณะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า ด้านหน้าคอเสื้อทั้งสองข้างปักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ข้างละ ๑ ใบ กึ่งกลางคอเสื้อตรงกับอินทรธนูทั้งสองข้างติดรังดุม ทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับดุมเครื่องหมายชั้นการศึกษา ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างโดยรอบติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑ เซนติเมตร ๑ แถบ

(ค) นายทหารสัญญาบัตร ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและลักษณะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า รอบคอเสื้อปักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ จำนวน ๘ ใบ ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างติดแฉลบสีขาวรูปชายแฉลบสามชาย ขอบแฉลบด้านบน ด้านล่าง และด้านชายแหลมติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๒ เซนติเมตร กึ่งกลางแฉลบในแนวดิ่งติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ ดุม ระยะห่างพอสมควร ตรงกึ่งกลางแฉลบโดยรอบปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปเครื่องหมายยศ มีขนาด ลักษณะและจำนวน เช่นเดียวกับเครื่องหมายยศที่ประดับกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ

(๑๗) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง คอเสื้อทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ด้านหน้ามนมีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอดออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถวช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ ใบ เป็นกระเป๋าเจาะ ไม่มีปก การประดับคอเสื้อเครื่องหมายยศ และเครื่องหมายเหล่า เป็นดังนี้

(ก) พลทหาร ที่ขอบคอเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้าติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๒ เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างมีปลอกแขนทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ยาว ๑๑ เซนติเมตร ปลอกแขนเสื้อด้านบนติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร โดยรอบ ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกปักเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี และเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึงติดกับแขนเสื้อ โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น

(ข) นายทหารประทวนชั้นจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อเช่นเดียวกับพลทหาร ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว หักมุม ๑๒๐ องศา ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร ให้มุมบั้งลงข้างล่าง ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร เหนือบั้งมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี และเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึงติดกับแขนเสื้อ โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น

(ค) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อเช่นเดียวกับพลทหาร ส่วนเครื่องหมายยศและเครื่องหมายเหล่าเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารประทวนชั้นพันจ่า โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น

(ง) นายทหารสัญญาบัตร ประดับคอเสื้อ ปลายแขนเสื้อ และเครื่องหมายยศเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารสัญญาบัตร ระหว่างแถบเครื่องหมายยศสอดด้วยสักหลาดสีเหลืองและใต้แถบเครื่องหมายยศมีปลอกแขนเสื้อทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำสวมทับปลายแขนเสื้อทั้งสองข้าง มีความยาวตั้งแต่ปลายแขนเสื้อถึงขอบบนของแถบเครื่องหมายยศอันบนสุดและที่ใต้ขมวดเครื่องหมายยศมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กางเกง มี ๗ แบบ คือ

(๑) กางเกงกะลาสีสีขาว ผ่าเอวทั้งสองข้าง ขัดดุมข้างละ ๓ ดุม หรือจะใช้ซิปแทนก็ได้ ที่ตะเข็บขวามีกระเป๋าเจาะ ๑ กระเป๋า มีสายร่นที่เอวและขัดดุมข้างละ ๒ ดุม ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๗ เซนติเมตร

(๒) กางเกงกะลาสีสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงกะลาสีสีขาว

(๓) กางเกงกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงกะลาสีสีขาว

(๔) กางเกงขายาวสีขาว แบบสากลไม่พับปลายขา ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มีดุมปิดปากกระเป๋า ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๗ เซนติเมตร

(๕) กางเกงขายาวสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีขาว

(๖) กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีขาว

(๗)[๑๖] กางเกงแถบไหมทอง และกางเกงแถบไหมสีเหลือง ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ เว้นแต่ที่แนวตะเข็บกางเกงทางด้านนอกทั้งสองข้างมีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง หรือแถบไหมสีเหลือง ขนาดต่างกัน คือ

พลทหาร และนายทหารประทวน แถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๘ เซนติเมตร

นักเรียนนายเรือ แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร

นายทหารสัญญาบัตร แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๓.๒ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๑๗]

เข็มขัดหนังสีดำ ตัวเข็มขัดทำด้วยหนังสีดำ กว้าง ๓.๒ เซนติเมตร เป็นเข็มขัดรูด ปลายสายมนแหลม หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน กว้าง ๓.๖ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีลายดุนรูปพวงใบชัยพฤกษ์ ตรงกลางมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี

สำหรับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ของพลทหาร นายทหารประทวน และนักเรียนนายเรือ ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว กว้าง ๕ เซนติเมตร ปลายมีขอทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวเกาะติดกับหัวเข็มขัด หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน กว้าง ๕.๒ เซนติเมตร ยาว ๖.๒ เซนติเมตร มีลายดุนรูปพวงใบชัยพฤกษ์ ตรงกลางมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอก กับให้มีสายกระบี่ ซองกระบี่ หรือซองดาบปลายปืน ในโอกาสที่คาดกระบี่ หรือถือปืนประกอบด้วย

สำหรับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ของนายทหารสัญญาบัตร ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร ปลายมีขอทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวเกาะติดกับหัวเข็มขัด หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร มีลายดุนรูปพวงใบชัยพฤกษ์ตรงกลางมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอก กับให้มีสายกระบี่หรือซองกระบี่ในโอกาสที่คาดกระบี่ประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ทวิ[๑๘] คันชีพสำหรับทหารรักษาพระองค์ มีดังนี้

(ก) สำหรับพลทหาร นายทหารประทวน และนักเรียนนายเรือ สายสะพานทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว กว้าง ๕ เซนติเมตร มีขออยู่ที่ปลายทั้งสองข้าง ทำด้วยโลหะสีทอง ใช้เกาะติดกับคันชีพ คันชีพทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว รูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร มีฝาปิด ข้างคันชีพทั้งสองข้างมีห่วงสำหรับเกี่ยวสายสะพาย ทำด้วยโลหะสีทอง กึ่งกลางฝาคันชีพมีตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรีเหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง

(ข) สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สายสะพายทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำด้านนอกติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๕ เซนติเมตร มีขออยู่ที่ปลายทั้งสองข้างทำด้วยโลหะสีทองใช้เกาะติดกับคันชีพ คันชีพทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร มีฝาปิด ข้างคันชีพทั้งสองข้างมีห่วงสำหรับเกี่ยวกับสายสะพายทำด้วยโลหะสีทอง ขอบฝาด้านล่างทั้งสองข้างติดรูปลายกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง กึ่งกลางฝาคันชีพติดตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรีเหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ดุมโลหะสีทอง มีลายดุนรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ รองเท้า มี ๒ แบบ คือ

(๑)[๑๙] รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีขาว ชนิดผูกเชือก สำหรับรองเท้าสีขาวจะทำด้วยผ้าใบก็ได้

(๒)[๒๐] รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ ชนิดผูกเชือก หรือสายรัด หรือยืดข้างและซิป

รองเท้าทุกแบบต้องไม่มีลวดลาย พื้นต้องทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังและมีส้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ถุงเท้า ให้ใช้สีเดียวกับรองเท้า

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สนับแข้ง สูงครึ่งน่อง ทำด้วยผ้าใบสีขาวหรือสีกากี มีสายรัดตอนบนและล่างตามแบบราชนาวี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กระบี่ มีดังนี้

(๑) กระบี่นักเรียนนายเรือ ลักษณะตามแบบราชนาวี ยาว ๔๐ เซนติเมตร ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้างทำด้วยโลหะสีทอง

(๒) กระบี่นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ลักษณะตามแบบราชนาวี ยาวประมาณ ๘๕ เซนติเมตร มีโกร่งทำด้วยโลหะสีทอง มีลายฉลุ มีพู่ไหมสีเหลืองประกอบด้วยปลายด้ามเป็นรูปหัวช้างทำด้วยโลหะสีเดียวกับโกร่ง ฝักทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำมีเครื่องประกอบและมีห่วงทำด้วยโลหะสีทอง ๒ ห่วง

(๓) กระบี่นายทหารสัญญาบัตร ลักษณะเช่นเดียวกับกระบี่นายทหารประทวนชั้นพันจ่า เว้นแต่พู่ทำด้วยไหมทองขัดไหมสีน้ำเงินดำ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๒๑]

สายกระบี่ ทำด้วยหนังสีดำเป็น ๒ สาย กว้างสายละ ๑.๕ เซนติเมตร ตอนบนมีขอสำหรับแขวนกับเข็มขัด ตอนล่างมีขอชนิดแหนบสำหรับเกี่ยวกับกระบี่ สำหรับนายทหารสัญญาบัตร เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เครื่องแบบเต็มยศ และเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ทำด้วยสักหลาด กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ตรึงตรงกลางตามยาวด้านนอก

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๒๒]

ซองกระบี่ สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า และนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยหนังสีขาวหรือสีดำ ตอนบนมีสาย ๒ สาย สำหรับแขวนติดกับเข็มขัด

สำหรับนักเรียนนายเรือผู้ทำหน้าที่บังคับบัญชาในการสวนสนาม เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ใช้ซองกระบี่ทำด้วยหนังสีขาวตอนบนมีสาย ๒ สาย สำหรับแขวนติดกับเข็มขัด

สำหรับนายทหารสัญญาบัตร เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ใช้ซองกระบี่ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ด้านนอกติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร

อินทรธนูและเครื่องหมายยศ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ อินทรธนู มีดังนี้

(๑) อินทรธนูสำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า และนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือและนายนาวา เป็นอินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายรวบ กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร ที่ปลายรวบติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๑ ดุม

(๒) อินทรธนูสำหรับนักเรียนนายเรือ ลักษณะเช่นเดียวกับอินทรธนูตาม (๑) เว้นแต่มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ตรึงที่กึ่งกลางอินทรธนูตามยาว

(๓) อินทรธนูสำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือและจอมพลเรือ ลักษณะเช่นเดียวกับอินทรธนูตาม (๑) เว้นแต่ทำด้วยสักหลาดสีตามพรรค และมีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๕ เซนติเมตร ตรึงด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนู

(๔)[๒๓] อินทรธนูสำหรับพลทหาร สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ เป็นอินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายรวบ กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร ที่ปลายรวบติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๑ ดุม ขอบอินทรธนูติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร โดยรอบ เว้นด้านไหล่

(๕)[๒๔] อินทรธนูสำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ เป็นอินทรธนูแข็งแบบอินทรธนูพิเศษ ชั้นนายเรือถึงนาวาตรี ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ มีสายไหมสีเหลืองขัดเป็นเกลียวเชือก ๒ เกลียว ติดที่ขอบด้านข้างอินทรธนูโดยรอบ ด้านคอมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๑ ดุม

(๖)[๒๕] อินทรธนูสำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ เช่นเดียวกับอินทรธนูสำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน

(๗)[๒๖] อินทรธนูสำหรับนักเรียนนายเรือ และนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ เช่นเดียวกับอินทรธนูพิเศษชั้นนาวาโทขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เครื่องหมายยศ มีดังนี้

(๑) นายทหารประทวนชั้นจ่า มี ๒ แบบ คือ

(ก) สำหรับเสื้อกะลาสี เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร หักมุม ๑๒๐ องศา ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้าง ห่างกัน ๘ เซนติเมตร เหนือบั้งมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี ปักด้วยไหมสีเดียวกับบั้งตรึงบนแผ่นผ้าสีเดียวกับเสื้อ แผ่นผ้านี้เย็บติดตรงกลางแขนเสื้อด้านนอกเหนือข้อศอกข้างซ้าย กึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก มุมบั้งอยู่ด้านล่าง มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ

จ่าตรี ๑ บั้ง

จ่าโท ๒ บั้ง

จ่าเอก ๓ บั้ง

ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปตามส่วนยาวของแขนเสื้อท่อนบน เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๕ เซนติเมตร

(ข) สำหรับเสื้อซับใน เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว ปักด้วยไหมสีน้ำเงินดำ ตรงกลางแขนเสื้อด้านนอกเหนือข้อศอกซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร หักมุม ๑๒๐ องศาปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๔ เซนติเมตร มุมบั้งอยู่ด้านล่าง มีจำนวนบั้งตาม (ก)

ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปตามส่วนยาวของแขนเสื้อท่อนบน เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๓ เซนติเมตร

(๒) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร หักมุม ๑๓๐ องศา ตรึงตามขวางบนอินทรธนูทั้ง ๒ ข้าง หันมุมแหลมไปทางด้านคอ ปลายบั้งห่างจากต้นอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๓ เซนติเมตร มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ

พันจ่าตรี ๑ บั้ง

พันจ่าโท ๒ บั้ง

พันจ่าเอก ๓ บั้ง

ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู โดยเว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๓ เซนติเมตร

(๓) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือและนายนาวา เป็นแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ขมวดเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๔ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลัง เรียกว่าแถบขมวดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร เรียกว่าแถบใหญ่ และแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร เรียกว่าแถบเล็ก ตรึงตามขวางบนอินทรธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นห่างจากต้นอินทรธนูด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร มีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ

เรือตรี แถบขมวด ๑ แถบ

เรือโท แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ

เรือเอก แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบใหญ่ ๑ แถบ

นาวาตรี แถบขมวด ๑ แถบ แถบใหญ่ ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ แทรกอยู่ระหว่างกลาง

นาวาโท แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบใหญ่ ๒ แถบ

นาวาเอก แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบใหญ่ ๓ แถบ

ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้แถบขมวดอยู่เหนือแถบอื่นไปทางด้านคอ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

(๔) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือและจอมพลเรือ เป็นรูปจักรทำด้วยโลหะสีเงิน จักรจอมพลเรือเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๒ เซนติเมตร จักรนายพลเรือเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๘ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นห่างจากต้นอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร มีจำนวนจักรตามชั้นยศ คือ

พลเรือจัตวา ๑ จักร ประดับกึ่งกลางด้านกว้าง

พลเรือตรี ๒ จักร ประดับเรียงตามขวาง

พลเรือโท ๓ จักร ประดับเป็นรูปสามเหลี่ยมให้ด้านฐานอยู่ด้านไหล่

พลเรือเอก ๔ จักร ประดับเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ให้มุมแหลมวางตามยาว

จอมพลเรือ ๕ จักร ประดับเป็นรูปวงกลม ภายในมีรูปคธาไขว้ และพวงใบชัยพฤกษ์ทำด้วยโลหะสีเงินให้ปลายคธาเฉียงไปทางด้านคอ

(๕) เครื่องหมายยศสำหรับประดับชายคอเสื้อคอพับทั้ง ๒ ข้าง ใช้เฉพาะภายในกรมกอง มีดังนี้

(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยโลหะสีทองกว้าง ๐.๒ เซนติเมตร หักมุม ๑๓๐ องศา ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑.๕ เซนติเมตร มุมบั้งอยู่เบื้องบน มีจำนวนบั้งตาม (๒) เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๒ เซนติเมตร

(ข) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือและนายนาวา เป็นรูปดอกประดู่กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร ให้ยอดอยู่เบื้องบนมีจำนวนดอกประดู่ตามชั้นยศ คือ

เรือตรี ๑ ดอก ทำด้วยโลหะสีทอง

เรือโท ๒ ดอก ทำด้วยโลหะสีทอง

เรือเอก ๓ ดอก ทำด้วยโลหะสีทอง

นาวาตรี ๑ ดอก ทำด้วยโลหะสีเงิน

นาวาโท ๒ ดอก ทำด้วยโลหะสีเงิน

นาวาเอก ๓ ดอก ทำด้วยโลหะสีเงิน

ในกรณีที่มีดอกประดู่มากกว่า ๑ ดอก ให้ประดับเรียงทางข้างตามแนวชายคอเสื้อ

(ค) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือและจอมพลเรือ เป็นรูปจักร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร ทำด้วยโลหะสีเงิน มีจำนวนจักรตาม (๔)

เครื่องหมายพรรค เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เครื่องหมายพรรคและเครื่องหมายเหล่าสำหรับพลทหาร นักเรียนจ่า และนายทหารประทวน มีดังนี้

(๑) พรรคนาวิน

เหล่าปืนใหญ่ รูปปืนใหญ่ไขว้

เหล่าตอร์ปิโด รูปตอร์ปิโดไขว้

เหล่าทุ่นระเบิด รูปทุ่นระเบิด

เหล่าสามัญ รูปพังงา

เหล่าสัญญาณพนักงานเรดาร์ รูปศรกับจอเรดาร์

เหล่าสัญญาณพนักงานโซนาร์ รูปศรไขว้กับหูฟัง

เหล่าสัญญาณวิทยุ รูปสายฟ้ากับปีก

เหล่าสัญญาณทัศนสัญญาณ รูปธงสองมือ

เหล่าสัญญาณแตรเดี่ยว รูปแตรสั้น

เหล่าอุทกศาสตร์ รูปสามเหลี่ยมล้อมรอบลูกโลก

(๒) พรรคกลิน

เหล่าเครื่องจักรไอน้ำ รูปใบจักรเรือ

เหล่าเครื่องยนต์ รูปใบจักรเรือ

เหล่าเครื่องไฟฟ้า รูปใบจักรเรือ

(๓) พรรคนาวิกโยธิน

เหล่าทหารราบ รูปปืนเล็กยาวไขว้

เหล่าทหารปืนใหญ่สู้อากาศยาน รูปปืนใหญ่ไขว้

เหล่าทหารปืนใหญ่รักษาฝั่ง รูปปืนใหญ่ไขว้

เหล่าทหารขนส่งเรือเล็กสามัญ รูปพังงา

เหล่าทหารขนส่งเรือเล็กช่างกล รูปใบจักรเรือ

เหล่าทหารขนส่งรถ รูปกงล้อ

เหล่าทหารช่าง รูปพลั่วและค้อนไขว้

เหล่าทหารสื่อสาร รูปสายฟ้ากับปืนเล็กยาว

(๔) พรรคพิเศษ

เหล่าทหารสารบรรณ รูปปากกาไขว้

เหล่าทหารพลาธิการ รูปลูกกุญแจไขว้

เหล่าทหารการเงิน รูปปากกาและลูกกุญแจไขว้กับมีวงเงินเหรียญล้อมรอบ

เหล่าทหารพระธรรมนูญ รูปพระดุลพ่าห์กับสมอ

เหล่าทหารสรรพาวุธ รูปปืนตอร์ปิโดและค้อนไขว้

เหล่าทหารช่างยุทธโยธาทั่วไป รูปเฟืองจักร

เหล่าทหารช่างยุทธโยธาช่างเขียน รูปวงเวียนกับไม้ฉากไขว้

เหล่าทหารช่างยุทธโยธาช่างอีเลคทรอนิคส์ รูปดาวกับวิถี

เหล่าทหารช่างยุทธโยธาช่างไฟฟ้าสื่อสาร รูปโทรศัพท์กับอามาเจอร์

เหล่าทหารวิทยาศาสตร์ รูปโครงสร้างของเบนซินประกอบกับวงจรอีเลคตรอน

เหล่าทหารดุริยางค์ รูปพิณฝรั่ง

เหล่าทหารแพทย์ รูปพญานาคพันไม้เท้า

เหล่าทหารอุตุนิยมวิทยา รูปถ้วยวัดลมประกอบกับศรลม

เครื่องหมายเหล่าสำหรับพลทหาร นักเรียนจ่าและนายทหารประทวนชั้นจ่าปักด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินดำที่แขนเสื้อกะลาสีข้างซ้ายเหนือบั้ง ใต้รูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี สำหรับนักเรียนดุริยางค์ให้ใช้เครื่องหมายเหล่าทหารดุริยางค์ สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าทำด้วยโลหะสีทองกว้าง ๓ เซนติเมตร ติดที่กึ่งกลางอินทรธนูทั้ง ๒ ข้าง ระหว่างดุมกับมุมบั้งอันบน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เครื่องหมายพรรคและเครื่องหมายเหล่าสำหรับนักเรียนนายเรือและนายทหารสัญญาบัตร ใช้สักหลาดสี ดังนี้

พรรคนาวิน สีน้ำเงินดำ

พรรคกลิน สีม่วง

พรรคนาวิกโยธิน สีเหลือง

เหล่าทหารสารบรรณ สีขาว

เหล่าทหารพลาธิการ สีขาว

เหล่าทหารการเงิน สีขาว

เหล่าทหารพระธรรมนูญ สีฟ้า

เหล่าทหารสรรพาวุธ สีเทา

เหล่าทหารช่างยุทธโยธา สีเลือดหมู

เหล่าทหารวิทยาศาสตร์ สีเขียวแก่

เหล่าทหารดุริยางค์ สีแสด

เหล่าทหารแพทย์ สีแดง

สำหรับนักเรียนนายเรือ เป็นแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร สอดใต้แถบไหมทอง หรือวัตถุเทียมไหมทองบนอินทรธนู ทั้ง ๒ ข้าง

สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นเรือตรี เป็นแถบสอดใต้แถบเครื่องหมายยศบนอินทรธนูด้านไหล่ทั้ง ๒ ข้าง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นเรือโทถึงนาวาเอก เป็นแถบสอดระหว่างแถบเครื่องหมายยศบนอินทรธนูทั้ง ๒ ข้าง

ในกรณีประดับเครื่องหมายยศที่ปลายแขนเสื้อ ให้สอดสักหลาดสีเครื่องหมายพรรคและเครื่องหมายเหล่าเช่นเดียวกับที่สอดไว้บนอินทรธนู

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เครื่องหมายพิเศษ มีดังนี้

(๑) นายทหารที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการ ฝ่ายเสนาธิการ หรือตำแหน่งซึ่งกำหนดว่าเป็นตำแหน่งฝ่ายเสนาธิการ ให้ใช้สายยงยศไหมทองขัดไหมสีน้ำเงินดำ หรือไหมสีเหลืองขัดไหมสีน้ำเงินดำเป็นสายถัก ๑ เส้น ประกอบด้วยตุ้มโลหะสีทอง ๑ ตุ้ม สายเกลี้ยง ๒ เส้น ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวาสำหรับสายถักให้คล้องใต้แขนขวาผ่านหน้าอก สำหรับสายเกลี้ยงทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวา ๑ เส้น ส่วนอีก ๑ เส้น ทำเป็นบ่วงผ่านหน้าอกมารวมกับปลายสายถักที่ดุมอกเสื้อ ให้ตุ้มโลหะสีทองอยู่ที่อกเสื้อ ถ้าเป็นเสื้อชั้นนอกคอปิดคล้องที่ดุมเสื้อเม็ดที่หนึ่ง ถ้าเป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะหรือเสื้อสโมสรคล้องใต้ชายพับประมาณแนวเดียวกับดุมเม็ดที่หนึ่งของเสื้อชั้นนอกคอปิด

สายยงยศทำด้วยไหมทองขัดไหมสีน้ำเงินดำหรือไหมสีเหลืองขัดไหมสีน้ำเงินดำ ใช้ประกอบกับเครื่องแบบ ดังนี้

(ก) เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาวหรือเครื่องแบบปกติกากีคอแบะ ซึ่งประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ เครื่องแบบสโมสร เครื่องแบบกันหนาวที่ประกอบด้วยเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ หรือเครื่องแบบสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวที่ประกอบด้วยเสื้อสโมสรสีดำหรือเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ ใช้สายยงยศไหมทองขัดไหมสีน้ำเงินดำ

(ข) เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาวหรือเครื่องแบบปกติกากีคอแบะซึ่งไม่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ใช้สายยงยศไหมสีเหลืองขัดไหมสีน้ำเงินดำ

(ค) เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ประกอบด้วยเสื้อคอพับซึ่งประดับอินทรธนู และเครื่องหมายยศตามข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑ ใช้สายยงยศไหมสีเหลืองขัดไหมสีน้ำเงินดำ ๑ เส้น ทำเป็นบ่วงผ่านหน้าอกมาคล้องที่ดุมอกเสื้อเม็ดที่สอง ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา

(๒) นายทหารคนสนิทหรือนายธง ให้ใช้สายยงยศไหมทองขัดไหมสีน้ำเงินดำ หรือไหมสีเหลืองขัดไหมสีน้ำเงินดำ เป็นสายถัก ๑ เส้น ประกอบด้วยตุ้มโลหะสีทอง ๑ ตุ้ม ทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวา ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา ให้ตุ้มโลหะสีทองอยู่ด้านหน้า

ส่วนเครื่องแบบชนิดใดจะประดับสายยงยศไหมทองขัดไหมสีน้ำเงินดำ หรือไหมสีเหลืองขัดไหมสีน้ำเงินดำ ให้อนุโลมตาม (๑) (ก) หรือ (ข)

เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ประกอบด้วยเสื้อคอพับซึ่งประดับอินทรธนูและเครื่องหมายยศตามข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑ ใช้สายยงยศไหมสีเหลืองขัดไหมสีน้ำเงินดำ ๑ เส้น ทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวา ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา

นายทหารที่ดำรงตำแหน่งที่ต้องใช้สายยงยศสำหรับเสนาธิการและมีตำแหน่งเป็นนายทหารคนสนิทหรือนายธงด้วย ให้ประดับแต่สายยงยศสำหรับเสนาธิการแต่อย่างเดียว

(๓) นายทหารที่ใช้สายยงยศตาม (๑) หรือ (๒) เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ประกอบด้วยเสื้อไม่มีอินทรธนู ให้มีอินทรธนูพิเศษเฉพาะด้านที่ติดสายยงยศ และในโอกาสที่ต้องประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ให้มีอินทรธนูพิเศษด้านที่คล้องสายสะพายนั้นด้วย ส่วนนายทหารที่มิได้ใช้สายยงยศตาม (๑) หรือ (๒) คงให้มีอินทรธนูพิเศษเฉพาะด้านที่คล้องสายสะพาย

อินทรธนูพิเศษ มี ๒ แบบ คือ

(ก) ชั้นนายเรือถึงนาวาตรี ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำตามแบบราชนาวี ด้านไหล่มีไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองขัดกันเป็นรูปห่วง ๓ ห่วง ด้านคอมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๑ ดุม

(ข) ชั้นนาวาโทขึ้นไป ถักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง เป็นแผ่นอินทรธนูตามแบบราชนาวี ด้านคอมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๑ ดุม

(๔) ทหารประจำเรือพระที่นั่ง ให้มีเครื่องหมายเป็นแผ่นโลหะรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันกับพระมหามงกุฎประดับที่อกเสื้อตอนบนเบื้องขวา สำหรับนายทหารสัญญาบัตรทำด้วยโลหะสีเงิน สำหรับทหารต่ำกว่านายทหารสัญญาบัตรทำด้วยโลหะสีทอง

(๕) ทหารที่ทำหน้าที่สารวัตรทหาร ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ให้ใช้ปลอกแขนทำด้วยสักหลาดสีแดง กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ประกอบด้วยตัวอักษร สห ตัวอักษรสูง ๖ เซนติเมตร กว้าง ๔ เซนติเมตร ทำด้วยสักหลาดสีขาวเย็บติดกึ่งกลาง สวมทับแขนเสื้อตรงกึ่งกลางต้นแขนขวา ให้ตัวอักษรอยู่ด้านนอก

(๖) นักเรียนนายเรือ ให้มีเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นดุมเกลี้ยง ทำด้วยโลหะสีทองรูปมะนาวตัดคว่ำ ติดที่คอเสื้อเครื่องแบบทั้ง ๒ ข้าง โดยมีรังดุมทำด้วยด้ายถักสีขาวรองรับดุมเครื่องหมายชั้น มีจำนวนดุมตามชั้นการศึกษา คือ

ชั้นปีที่หนึ่ง ๑ ดุม

ชั้นปีที่สอง ๒ ดุม

ชั้นปีที่สาม ๓ ดุม

ชั้นปีที่สี่ ๔ ดุม

ชั้นปีที่ห้า ๕ ดุม

ชั้นปีที่หก ๖ ดุม

นักเรียนนายเรือที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้านักเรียน ให้มีเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีเงินเป็นรูปสมอ ๓ ตัว ประกอบกันเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ไขว้กับจักรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๔ เซนติเมตร อยู่ภายใต้พระมหามงกุฎประดับที่กึ่งกลางอินทรธนูทั้ง ๒ ข้าง ผู้ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้ากราบ ให้มีเครื่องหมายเช่นเดียวกับหัวหน้านักเรียน ประดับที่กึ่งกลางอินทรธนูเฉพาะข้างขวา ผู้ที่มีตำแหน่งเป็นนายภาคให้มีเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีเงินเป็นรูปสมอ ๓ ตัว ประกอบกันเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ไขว้กับจักรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๔ เซนติเมตร ประดับที่กึ่งกลางอินทรธนูเฉพาะข้างขวา และผู้ทีมีตำแหน่งเป็นนายตอน ให้มีเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีเงินเป็นรูปสมอ ๓ ตัว ประกอบกันเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ประดับที่กึ่งกลางอินทรธนูเฉพาะข้างขวา

(๗)[๒๗] นักเรียนจ่า ให้มีเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นแถบทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร เฉียง ๔๕ องศา ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้ายใต้เครื่องหมายเหล่ามีจำนวนแถบตามชั้นการศึกษา คือ

ชั้นปีที่หนึ่ง ๑ แถบ

ชั้นปีที่สอง ๒ แถบ

ชั้นปีที่สาม ๓ แถบ

ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

(๘) นักเรียนดุริยางค์ ให้มีเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นแถบตามนอนทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๔ เซนติเมตร ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้ายใต้เครื่องหมายเหล่า มีจำนวนแถบตามชั้นการศึกษา คือ

ชั้นปีที่หนึ่ง ๑ แถบ

ชั้นปีที่สอง ๒ แถบ

ชั้นปีที่สาม ๓ แถบ

ชั้นปีที่สี่ ๔ แถบ

ชั้นปีที่ห้า ๕ แถบ

ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๓ เซนติเมตร

(๙)[๒๘] นักเรียนนายเรือและทหารในกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน ให้มีเครื่องหมายเป็นแผ่นโลหะสีทองรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ประดับที่อกเสื้อตอนบนเบื้องขวา

เครื่องแบบทหารหญิง

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เครื่องแบบพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า มี ๗ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาวคอเปิด ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอเปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติลำลองคอเปิด ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอเปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบปกติลำลองคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอพับสีขาว และให้ผูกผ้าผูกคอสีดำ ห้อยชายทั้งสองข้างเสมอดุมเม็ดที่สอง

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาวคอเปิด เว้นแต่ให้ใช้ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อนประกอบด้วย

(๕) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

(๖) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๗) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เครื่องแบบนายทหารประทวนชั้นพันจ่า มี ๘ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาวคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอเปิด ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอเปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๓) เครื่องแบบปกติลำลองคอเปิด ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอเปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบปกติลำลองคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอพับสีขาว และให้ผูกผ้าผูกคอสีดำห้อยชายทั้งสองข้าง เสมอดุมเม็ดที่สอง

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาวคอแบะ

(๖) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

(๗) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๘) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาวและผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตร มี ๑๐ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติขาวคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาวและผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอเปิด ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอเปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๓) เครื่องแบบปกติลำลองคอเปิด ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอเปิดสีขาว

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบปกติลำลองคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อคอพับสีขาว และให้ผูกผ้าผูกคอสีดำห้อยชายทั้งสองข้างเสมอดุมเม็ดที่สอง

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๕)[๒๙] เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาวคอแบะ

สำหรับนายทหารหญิงพิเศษประจำกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ

(ค) กระโปรงยาวสีดำ

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) ถุงเท้ายาวสีดำ

(ฉ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก หรือ รองเท้าสูงหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

สำหรับนายทหารหญิงพิเศษประจำกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ

(ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง

(ค) กระโปรงยาวสีดำ

(ง) คันชีพและเข็มขัด

(จ) ถุงเท้ายาวสีดำ

(ฉ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก หรือรองเท้าสูงหนังสีดำ

ชนิดไม่ผูกเชือก

(๖)[๓๐] เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

สำหรับนายทหารหญิงพิเศษประจำกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์

สำหรับนายทหารหญิงพิเศษประจำกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์

(๗) เครื่องแบบสโมสรปกติ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาวคอแบะ เว้นแต่ให้ใช้รองเท้าสโมสรหนังสีขาว

(๘) เครื่องแบบสโมสรเต็มยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะปาดเอวสีขาว และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว ที่อกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ ดุม และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่ายประกอบด้วย

(ค) กระโปรงยาวสีดำ

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าสโมสรหนังสีดำ

(๙) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๑๐) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว และมีผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘[๓๑]

หมวก มี ๒ แบบ คือ

(๑) หมวกพับปีก ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ พับปีกด้านข้างทั้งสองด้าน ปลอกหมวกทำด้วยผ้าสีขาว และมีตราหน้าหมวกต่างกัน คือ

(ก) พลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า ทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี สูง ๔ เซนติเมตร

(ข) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎ และมีใบชัยพฤกษ์อยู่ภายใต้สมอ ปลายโค้งโอบขึ้นบนทั้งสองข้าง ข้างละ ๔ ใบ กว้าง ๕.๕ เซนติเมตร สูง ๖ เซนติเมตร

(ค) นายทหารสัญญาบัตร ลักษณะเช่นเดียวกับ (ข) เว้นแต่พระมงกุฎและใบชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง สมอปักด้วยดิ้นเงินหรือวัตถุเทียมดิ้นเงินบนพื้นเบาะสักหลาดสีน้ำเงินดำ

นายทหารหญิงยศตั้งแต่นาวาโทขึ้นไป ให้มีผ้าพันหมวกด้านหน้าปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ๑ แถว

(๒) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำด้านหน้าข้างซ้ายมีตราหน้าหมวกเป็นรูปตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรีเหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง และมีขนนกสีดำติดตรงที่มีตราหน้าหมวก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙[๓๒]

เสื้อ มี ๘ แบบ คือ

(๑) เสื้อคอพับสีขาว ปกแบบคอบัวปลายปกแหลม แขนยาวรัดข้อมือ ที่ขอบพันรอบข้อมือมีดุมสีขาวข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเหนือข้อศอก ๖ เซนติเมตร พับปลายแขน ๓ เซนติเมตร ที่อกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ ดุม

(๒) เสื้อคอเปิดสีขาว ปกแบบคอบัวปลายปกแหลม มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอก ๖ เซนติเมตร พับปลายแขน ๓ เซนติเมตร มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะมีแถบตรงกึ่งกลาง ตามทางดิ่งมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กขัดปกกระเป๋า กระเป๋าละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าและปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม

(๓) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว คอแบะแบบปลายแหลมมีตะเข็บ ๓ ตะเข็บ ที่อกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม อกเสื้อทั้งสองข้างมีปกกระเป๋าชายแหลม ๓ ชาย

(๔) เสื้อชั้นนอกคอแบะปาดเอวสีขาว คอแบะแบบปลายแหลม ที่อกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยดุมคู่กลาง

(๕) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว

(๖) เสื้อสวมกันหนาว ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ ชายเสื้อเบื้องล่างยาวครึ่งน่อง ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม

เสื้อแบบนี้ใช้สวมทับเครื่องแบบทุกชนิดเพื่อกันหนาว

(๗) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ เช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารสัญญาบัตรชาย

(๘) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง เช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดงของนายทหารสัญญาบัตรชาย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ กระโปรงมี ๓ แบบ คือ

(๑) กระโปรงสีขาว ยาวปิดเข่าพอสมควร ทางด้านหน้าขวาและซ้าย มีกระเป๋าไม่มีปกข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียงลงทางข้างเล็กน้อย ชายกระโปรงไม่บาน

(๒) กระโปรงสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีขาว ถ้าใช้กับเครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ ให้ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ

(๓) กระโปรงยาวสีดำ ทำด้วยผ้าหรือเสิร์จสีดำ ชายกระโปรงยาวคลุมเท้า และให้ใช้ผ้าคาดเอวสีดำประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑[๓๓] เข็มขัดและคันชีพ มีดังนี้

(๑) เข็มขัดหนังสีดำ ตัวเข็มขัดทำด้วยหนังสีดำ กว้าง ๓.๒ เซนติเมตร เป็นเข็มขัดรูด ปลายสายมนแหลม หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทอง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน กว้าง ๓.๖ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีลายดุนเป็นรูปพวงใบชัยพฤกษ์ ตรงกลางมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี

สำหรับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ และเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์นายทหารพิเศษประจำกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ และนายทหารพิเศษประจำกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน ตัวเข็มขัดทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร ปลายมีขอทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวเกาะติดกับหัวเข็มขัด หัวเข็มทำด้วยโลหะสีทองรูปกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร มีลายดุนรูปพวงใบชัยพฤกษ์ ตรงกลางมีรูปสมอใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกประกอบกับคันชีพ

(๒) คันชีพ ประกอบด้วยสายสะพายทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำด้านนอกติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๕ เซนติเมตร มีขออยู่ที่ปลายทั้งสองข้างทำด้วยโลหะสีทอง ใช้เกาะติดกับคันชีพ คันชีพทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร มีฝาปิด ข้างคันชีพทั้งสองข้างมีห่วงสำหรับเกี่ยวกับสะพาย ทำด้วยโลหะสีทอง ขอบฝาด้านล่างทั้งสองข้างติดรูปลายกระหนก ทำด้วยโลหะสีทอง กึ่งกลางฝาคันชีพติดตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรีเหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒[๓๔] รองเท้ามี ๖ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว เป็นชนิดไม่ผูกเชือก ส้นสูงไม่เกิน ๖ เซนติเมตร รองเท้าแบบนี้จะทำด้วยผ้าใบก็ได้

(๒) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับรองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๓) รองเท้าสโมสรหนังสีขาว พื้นบาง ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

(๔) รองเท้าสโมสรหนังสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับรองเท้าสโมสรหนังสีขาว

(๕) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

(๖) รองเท้าสูงหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

รองเท้าทุกแบบ ไม่มีลวดลาย พื้นที่ด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนัง และมีส้น

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน เป็นชนิดยาวเหนือเข่า จะใช้กับเครื่องแบบซึ่งไม่ได้กำหนดให้ใช้ถุงเท้าด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ กระเป๋าถือ มี ๔ แบบ คือ

(๑) กระเป๋าสีขาว ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนัง สูงไม่เกิน ๑๘ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๒๓ เซนติเมตร มีสายสะพายรูปตามแบบราชนาวี สำหรับนายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวนชั้นพันจ่าใช้ประกอบกับเครื่องแบบปกติขาวคอแบะ เครื่องแบบปกติขาวคอเปิด เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ หรือเครื่องแบบกันหนาว ส่วนนายทหารประทวนชั้นจ่า ให้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบกันหนาวเท่านั้น

(๒) กระเป๋าสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกระเป๋าสีขาวสำหรับใช้ประกอบเครื่องแบบปกติลำลองคอเปิด เครื่องแบบปกติลำลองคอพับหรือเครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว ส่วนนายทหารประทวนชั้นจ่าให้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบปกติขาวคอเปิด เครื่องแบบครึ่งยศและเครื่องแบบเต็มยศด้วย

(๓) กระเป๋าสโมสรปกติ ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว สูงไม่เกิน ๑๕ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร ไม่มีสายสะพาย รูปตามแบบราชนาวี สำหรับใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรปกติ

(๔) กระเป๋าสโมสรเต็มยศ ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกระเป๋าสโมสรปกติ สำหรับใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรเต็มยศ

กระเป๋าทั้ง ๔ แบบนี้ ไม่มีลวดลายและให้ใช้ตามสีของรองเท้า โดยปกติให้ถือด้วยมือซ้าย สำหรับกระเป๋าสีขาวและกระเป๋าสีดำจะสะพายที่ไหล่ซ้ายห้อยลงมาประมาณแนวเข็มขัดก็ได้

อินทรธนูและเครื่องหมายยศ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕[๓๕]

อินทรธนูสำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า และนายทหารสัญญาบัตรเป็นอินทรธนูแข็งทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายรวบ กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๑ เซนติเมตร ที่ปลายรวบติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๑ ดุม

สำหรับอินทรธนูนายทหารหญิงพิเศษประจำกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ และนายทหารหญิงพิเศษประจำกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน เช่นเดียวกับอินทรธนูของนายทหารสัญญาบัตรชาย สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เครื่องหมายยศ มีดังนี้

(๑)[๓๖] นายทหารประทวนชั้นจ่า เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว สำหรับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำทำด้วยแถบไหมสีเหลือง สำหรับเสื้อแบบอื่นทำด้วยแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๐.๗ เซนติเมตร หักมุม ๑๒๐ องศา ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้าง ห่างกัน ๖ เซนติเมตร เหนือบั้งมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี ปักด้วยไหมสีเดียวกับบั้ง ตรึงบนแผ่นผ้าสีเดียวกับเสื้อแผ่นผ้านี้เย็บติดตรงกลางแขนเสื้อด้านนอกเหนือข้อศอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก มุมบั้งอยู่ด้านล่าง มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ

จ่าตรี ๑ บั้ง

จ่าโท ๒ บั้ง

จ่าเอก ๓ บั้ง

ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปตามส่วนยาวของแขนเสื้อท่อนบน เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๔ เซนติเมตร

(๒) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว มี ๒ แบบ คือ

(ก) บั้งประดับบนอินทรธนู ทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร หักมุม ๑๓๐ องศา ตรึงตามขวางบนอินทรธนูทั้ง ๒ ข้าง หักมุมแหลมไปทางด้านคอ ปลายบั้งห่างจากต้นอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๓ เซนติเมตร มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ

พันจ่าตรี ๑ บั้ง

พันจ่าโท ๒ บั้ง

พันจ่าเอก ๓ บั้ง

ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๓ เซนติเมตร

(ข) บั้งประดับที่แขนเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร หักมุม ๑๓๐ องศา ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้าง ห่างกัน ๘ เซนติเมตร เย็บติดที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก มุมบั้งขึ้นข้างบน เหนือบั้งมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีปักด้วยไหมสีเดียวกับบั้ง มีจำนวนบั้งเช่นเดียวกับบั้งประดับบนอินทรธนู

ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปตามส่วนยาวของแขนเสื้อ เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๕ เซนติเมตร

(๓) นายทหารสัญญาบัตร เป็นแถบ มี ๒ แบบ คือ

(ก) แถบประดับบนอินทรธนู เป็นแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ขมวดเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๔ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลังเรียกว่าแถบขมวด แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่และแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร เรียกว่า แถบเล็ก ตรึงตามขวางบนอินทรธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นห่างจากต้นอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร มีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ

เรือตรี แถบขมวด ๑ แถบ

เรือโท แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ

เรือเอก แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบใหญ่ ๑ แถบ

นาวาตรี แถบขมวด ๑ แถบ แถบใหญ่ ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ แทรกอยู่ระหว่างกลาง

นาวาโท แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบใหญ่ ๒ แถบ

นาวาเอก แถบขมวด ๑ แถบ กับแถบใหญ่ ๓ แถบ

ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้แถบขมวดอยู่เหนือแถบอื่นไปทางด้านคอ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

(ข) แถบประดับที่แขนเสื้อคอแบะสีน้ำเงินดำเป็นแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ด้านนอกขมวดเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๔ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลังเรียกว่า แถบขมวด แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร เรียกว่าแถบใหญ่ และแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร เรียกว่าแถบเล็ก ตรึงรอบแขนทั้งสองข้าง เริ่มต้นห่างจากปลายแขนเสื้อพอสมควร มีจำนวนแถบเช่นเดียวกับแถบประดับบนอินทรธนู

ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้แถบขมวดอยู่เหนือแถบอื่นไปทางด้านศอก เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

เครื่องหมายพรรค เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายพิเศษ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เครื่องหมายพรรค เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายพิเศษลักษณะและการใช้อย่างเดียวกับเครื่องหมายพรรค เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายพิเศษของทหารชายโดยอนุโลม

เครื่องแบบพิเศษ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ทหารที่ทำหน้าที่สารวัตรทหาร ให้ใช้เครื่องแบบประกอบด้วย

(๑) หมวกเหล็กหรือรองในหมวกเหล็กสีขาว มีสายรัดคางหนังสีขาวกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ลักษณะต่างกัน คือ

(ก) พลทหารและนายทหารประทวน ตรงกึ่งกลางด้านหน้าหมวกมีอักษร สห สีน้ำเงินดำ ขนาดตัวอักษรสูง ๖ เซนติเมตร กว้าง ๔ เซนติเมตร ระยะช่องไฟห่างกัน ๓ เซนติเมตร มีแถบสีน้ำเงินดำ ๑ แถบ กว้าง ๔ เซนติเมตร คาดริมขอบหมวกโดยรอบเว้นระยะห่างจากตัวอักษรข้างละ ๓ เซนติเมตร

(ข) นายทหารสัญญาบัตร มีตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทองรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎและมีใบชัยพฤกษ์อยู่ภายใต้สมอปลายโค้งโอบขึ้นบนทั้งสองข้าง ข้างละ ๔ ใบ กว้าง ๖.๗ เซนติเมตร สูง ๗.๓ เซนติเมตร

(๒) เสื้อ ดังนี้ คือ

(ก) พลทหาร ใช้เสื้อกะลาสีสีกากี ประดับเครื่องหมายเหล่าตามข้อ ๒๒

(ข) นายทหารประทวนชั้นจ่า ใช้เสื้อกะลาสีสีกากี ตามข้อ ๑๐ (๓) ประดับเครื่องหมายยศตามข้อ ๒๑ และเครื่องหมายเหล่าตามข้อ ๒๒

(ค) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าและนายสัญญาบัตร ใช้เสื้อคอพับสีกากีตามข้อ ๑๐ (๗) แขนยาวประดับอินทรธนูตามข้อ ๒๐ เครื่องหมายยศตามข้อ ๒๑ และเครื่องหมายเหล่าตามข้อ ๒๒ หรือข้อ ๒๓ แล้วแต่กรณี

(๓) กางเกง ดังนี้ คือ

(ก) พลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า ใช้กางเกงกะลาสีสีกากีตามข้อ ๑๑ (๒)

(ข) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าและนายทหารสัญญาบัตร ใช้กางเกงขายาวสีกากีตามข้อ ๑๑ (๕)

(๔) เข็มขัดหนังสีขาว กว้าง ๕.๕ เซนติเมตร เป็นเข็มขัดรูด ปลายสายมนแหลม หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน กว้าง ๕.๗ เซนติเมตร ยาว ๖.๕ เซนติเมตร มีลายดุนรูปพวงใบชัยพฤกษ์ ตรงกลางมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี

(๕) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือก ประกอบด้วยสนับแข้งสีขาวสูงครึ่งน่อง ทำด้วยผ้าใบสีขาว มีสายรัดตอนบนและล่างตามแบบราชนาวี

(๖) สายนกหวีด ทำด้วยด้ายหรือไหมสีขาว ลักษณะต่างกัน คือ

(ก) พลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า มีลักษณะเช่นเดียวกับสายโยงมีดตามข้อ ๙ ปลายสายผูกนกหวีดสนามสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อ

(ข) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ใช้สายถัก ๑ สาย คล้องแขนซ้าย และสายเกลี้ยง ๑ สาย โยงจากใต้อินทรธนูข้างซ้าย ปลายสายผูกนกหวีดสนามสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย

(ค) นายทหารสัญญาบัตร ใช้สายถัก ๑ สาย คล้องแขนขวา และสายเกลี้ยง ๑ สาย โยงจากใต้อินทรธนูข้างขวา ปลายสายผูกนกหวีดสนามสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างขวา กับมีสายถักโยงจากใต้อินทรธนูข้างขวา ปลายสายมีตุ้มโลหะสีเงิน ๑ ตุ้ม กลัดที่ดุมเสื้อเม็ดที่สอง

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ทหารที่ทำหน้าที่ดับเพลิง ให้ใช้หมวกทำด้วยวัตถุทนไฟสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกเหล็กสีกากี เว้นแต่มีสันนูนที่ยอดหมวก เสื้อทำด้วยผ้าทนไฟสีกากีเป็นเสื้อชั้นนอกคอพับมีขอเกี่ยวที่คอเสื้อ ๑ อัน ที่แนวอกเสื้อมีขอขัดทำด้วยโลหะสีเงิน ๕ อัน ที่เอวเสื้อมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า แขนยาวเพียงข้อมือ ขอบเสื้อ ขอบแขนเสื้อและขอบกระเป๋าขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร และรองเท้ายางกันน้ำสีดำสูงครึ่งน่อง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ทหารที่มีหน้าที่ใช้เครื่องยนต์หรือทำหน้าที่การช่างขณะปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้เครื่องแบบประกอบด้วย

(๑) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีน้ำเงินดำ

(๒) เสื้อคอพับสีน้ำเงินดำ ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุมกลมแบนสีดำ ๕ ดุม ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อ แขนสั้นเหนือข้อศอก ที่อกเสื้อข้างซ้ายมีกระเป๋าปะไม่มีปก ๑ กระเป๋า ชายเสื้อปล่อยยาวปิดเอว เฉพาะนายทหารประทวนชั้นพันจ่าและนายทหารสัญญาบัตรให้ใช้เครื่องหมายยศตามข้อ ๒๑ (๕) ติดชายคอเสื้อด้วย

(๓) กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำแบบช่าง ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีขาวตามข้อ ๑๑ (๔) เว้นแต่มีกระเป๋าข้างขากางเกงด้านนอกใต้เข่าอีกข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะมีปกมุมกระเป๋าและปกตัดมุม มีดุมขัดปกกระเป๋าข้างละ ๑ ดุม

(๔)[๓๗] รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำตามข้อ ๑๔ (๑) หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำตามข้อ ๑๔ (๒)

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ทหารที่ทำงานในอากาศ ขณะปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้เครื่องแบบชุดเสื้อกางเกงติดกันสีแสดหรือสีกากีแกมเขียวประดับเครื่องหมายยศ และมีเครื่องประกอบตามที่กองทัพเรือกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ทหารซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้ใช้เสื้อและเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) ขณะปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาล

(ก) แพทย์ ใช้เสื้อคลุมสีขาวยาวเหนือเข่าเล็กน้อย แขนสั้นเหนือข้อศอก คอเปิด ผ่าอกตลอด ติดดุมกลมแบนสีขาว ๓ ดุม ผ่าด้านหลังจากชายเสื้อขึ้นมา ๒๕ เซนติเมตร มีช่องเปิดที่ตะเข็บข้าง ข้างละช่อง มีกระเป๋าที่อกเสื้อข้างซ้าย ๑ กระเป๋า และที่แนวเอวด้านหน้าข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะไม่มีปก

(ข) พยาบาลชาย ใช้เสื้อคลุมสีขาว ยาวปิดตะโพก แขนสั้นเหนือข้อศอก คอตั้ง ผ่าข้างด้านขวาจากคอเสื้อมาตามบ่าอ้อมหน้าไหล่ลงไปตามสีข้างถึงชายเสื้อติดดุมกดที่คอเสื้อ ๑ ดุม บนบ่า ๓ ดุม หน้าไหล่ ๑ ดุม ตามแนวสีข้าง ๔ ดุม ผ่าด้านหลังจากชายเสื้อขึ้นมา ๒๐ เซนติเมตร ตรงกลางอกมีสาบปลายแหลม กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๒๐ เซนติเมตร เย็บติดไว้ มีกระเป๋าที่อกเสื้อข้างซ้าย ๑ กระเป๋า และที่แนวเอวด้านขวา ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะไม่มีปก

(ค) พยาบาลหญิง ใช้หมวกพยาบาลสีขาวแบบสากล มีแถบกำมะหยี่สีดำติดตามยาวที่ส่วนบนของขอบหมวก มีขนาดและจำนวน ดังนี้

แถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ สำหรับพยาบาลชั้นนายทหารประทวน

แถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๒ แถบ สำหรับพยาบาลชั้นนายทหารสัญญาบัตรยศนายเรือ

แถบกว้าง ๒ เซนติเมตร ๑ แถบ สำหรับพยาบาลชั้นนายทหารสัญญาบัตรยศนายนาวา

เสื้อและกระโปรงติดกันสีขาวคอเปิด ผ่ากลางครึ่งท่อนมีสายคาดเอวกว้าง ๓ เซนติเมตร ส่วนบนด้านหน้าทั้ง ๒ ข้าง มีเกล็ดเล็กข้างละ ๕ เกล็ด ติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กที่อกเสื้อ ๓ ดุม และที่สายคาดเอว ๑ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอกตลบแขนขึ้น ๓ เซนติเมตร หรือแขนยาวรัดข้อมือ ปลายแขนพับมีดุมติดข้อมือทำด้วยโลหะสีทองขนาดเล็กข้างละ ๑ ดุม ส่วนล่างเป็นกระโปรงแบบ ๖ ชิ้น ยาวเสมอเข่า มีกระเป๋าระดับใต้สายคาดเอวข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียงลงทางข้างเล็กน้อย ถุงเท้ายาวหรือสั้นสีขาว รองเท้าหุ้มส้นผ้าใบหรือหนังพื้นยางสีขาว หรือรองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาวตามข้อ ๓๒ (๑) ถ้าใช้เสื้อและกระโปรงติดกันแบบแขนสั้น ให้ใช้ถุงเท้าสั้นกับรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนังหุ้มส้นพื้นยางสีขาว ถ้าใช้เสื้อและกระโปรงติดกันแบบแขนยาว ให้ใช้ถุงเท้ายาวกับรองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

(๒) ขณะปฏิบัติหน้าที่ในสนาม ให้แต่งเครื่องแบบเช่นเดียวกับทหารในหน่วยนั้น และให้มีเครื่องหมายกาชาดที่หมวกเหล็กตรงกึ่งกลางด้านหน้าและที่แขนเสื้อข้างขวาท่อนบนด้านนอก

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ทหารที่มีหน้าที่ขี่ม้าหรือทหารทั่วไปในโอกาสขี่ม้า เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงขายาวสีกากีหรือสีขาวจะใช้กางเกงแบบขี่ม้าสีกากีหรือสีขาวและรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ มีสนับแข้งผ้าใบสีเดียวกับกางเกงสำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า และสนับแข้งหนังสีดำสำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าและนายทหารสัญญาบัตรก็ได้ นายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตรจะใช้รองเท้าสูงหนังสีดำติดเดือยทำด้วยโลหะสีเงินก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ทวิ[๓๘]

ทหารทั่วไป ในโอกาสขับขี่รถจักรยานยนต์จะใช้หมวกป้องกันศีรษะ สำหรับขับขี่รถจักรยานยนต์ลักษณะกลมตามรูปศีรษะปิดถึงท้ายทอยสีขาวไม่มีลวดลาย ประกอบกับเครื่องแบบเฉพาะขณะที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ เสื้อกันฝนสำหรับสวมทับเครื่องแบบ มีดังนี้

(๑) ทหารชาย เป็นเสื้อชนิดมีแขน ทำด้วยผ้ากันฝนหรือพลาสติคสีน้ำเงินดำหรือสีเทา

(๒) ทหารหญิง เป็นเสื้อคลุมหรือเสื้อมีแขน ทำด้วยผ้ากันฝนหรือพลาสติคสีน้ำเงินดำหรือสีเทา หรือพลาสติคสีขาวชนิดใสไม่มีลวดลาย

เมื่อใช้เสื้อกันฝนจะใช้พลาสติคสีขาวชนิดใสหุ้มหมวกและใช้รองเท้ากันฝนสวมทับรองเท้าก็ได้

เครื่องแบบเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ผู้ที่กำลังศึกษาหรือรับการฝึกอบรมอยู่ในโรงเรียนหรือสถานศึกษาของทหารในต่างประเทศ ถ้ามีระเบียบของประเทศนั้นบ่งให้ผู้ศึกษาหรือผู้รับการฝึกอบรมต้องแต่งเครื่องแบบตามแบบของประเทศนั้น เมื่อได้รับอนุญาตจากประเทศนั้นแล้ว ก็ให้แต่งเครื่องแบบของประเทศนั้นได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้กองทัพเรือกำหนดส่วนประกอบเพิ่มเติมเครื่องแบบตามกฎกระทรวงนี้ เพื่อความสะดวกแก่การปฏิบัติหน้าที่ในบางโอกาสได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เพื่อประโยชน์ในการฝึกและความสะดวกแก่การปฏิบัติราชการตามปกติ ราชการทะเล ราชการสนาม การฝึกหัดศึกษาในเรือหรือภายในหน่วยทหารบนบก การรักษาการณ์ในเรือและบนบก ตลอดจนกิจการอื่น ๆ ให้กองทัพเรือกำหนดเครื่องแบบ เครื่องประกอบและวิธีแต่งได้ตามที่เห็นสมควร

เบ็ดเตล็ด

54 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ 16 (ฉบับ Update ณ วันที่ 03/12/2523) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3870f2d548ec811d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com