ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2549
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 ประกอบกับมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2549
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 ประกอบกับมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2549”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายและกํากับการบริหารหนี้สาธารณะ
“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ
ข้อ ๔ ให้สํานักงานกําหนดตารางเวลาการจัดทําแผนการบริหารหนี้สาธารณะ และดําเนินการต่าง ๆ ดังนี้
(1) ศึกษา วิเคราะห์ภาวะตลาดการเงิน ตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ นวัตกรรมทางการเงินและประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และฐานะการเงินการคลังของประเทศเพื่อเสนอแนะนโยบายและแนวทางในการบริหารหนี้สาธารณะ ให้เหมาะสมภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลัง
(2) ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรวบรวมคําขอและจัดทําแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําปีงบประมาณ ส่งให้สํานักงานพิจารณากลั่นกรองการบริหารหนี้สาธารณะภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ทั้งนี้ แผนดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงการกู้เงิน การค้ําประกัน การให้กู้ต่อ การปรับโครงสร้างหนี้และการดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหนี้ทั้งจากแหล่งในประเทศและต่างประเทศ
(3) เสนอคณะกรรมการพิจารณาแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําปีงบประมาณภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี เพื่อนําเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี รายละเอียดของแผนที่จะนําเสนออย่างน้อยต้องประกอบด้วย หน่วยงานผู้ขอกู้ แหล่งเงินที่คาดว่าจะกู้ วงเงินกู้ เงินบาทสมทบ และกําหนดการกู้เงินโดยต้องแสดงให้เห็นว่าวงเงินกู้ตามแผน เมื่อรวมกับวงเงินที่คาดว่าจะกู้ในช่วงห้าปีถัดไปแล้ว สัดส่วนยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และภาระหนี้ต่องบประมาณจะต้องอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลัง สําหรับสัดส่วนภาระหนี้ต่างประเทศต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการต้องมีอัตราโดยเฉลี่ยไม่เกินร้อยละเก้า
ข้อ ๕ เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําปีงบประมาณตามข้อ 4 แล้วห้ามมิให้มีการก่อหนี้นอกเหนือจากที่ได้รับอนุมัติตามแผน เว้นแต่กรณีมีความจําเป็นโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี
ในกรณีที่มีการปรับปรุงแผน ให้นําแผนที่ปรับปรุงแล้วเสนอคณะกรรมการพิจารณาหากแผนดังกล่าวเกินกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติ จะต้องตัดวงเงินกู้ที่มีอยู่ในแผนออก เพื่อมิให้มีการก่อหนี้เกินกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติตามแผน
ข้อ ๖ ในกรณีที่จําเป็นต้องก่อหนี้หรือปรับปรุงแผนเกินกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามข้อ 5 ให้สํานักงานพิจารณาความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 8 และกรอบความยั่งยืนและการรักษาวินัยทางการคลัง แล้วนําเสนอคณะกรรมการพิจารณาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามลําดับ
ข้อ ๗ ให้สํานักงานรายงานผลการดําเนินงานตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ พร้อมทั้งสถานะหนี้สาธารณะของประเทศต่อคณะรัฐมนตรีทุกหกเดือน
ข้อ ๘ ในการจัดทําแผนบริหารหนี้สาธารณะประจําปีงบประมาณเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้สํานักงานรวบรวมและจัดทําแผน โดยพิจารณาความจําเป็นของการกู้เงิน การค้ําประกัน การให้กู้ต่อหรือการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับหนี้สาธารณะตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) เป็นโครงการที่สอดคล้องกับทิศทาง ยุทธศาสตร์ นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
(2) เป็นโครงการที่มีรายงานศึกษาความเหมาะสมด้านเทคนิค เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและการเงิน
(3) เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้ว หรือสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นชอบแล้ว หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถทําการกู้เงินได้ในปีงบประมาณนั้น
(4) เป็นการลงทุนที่จะได้รับรายได้ตอบแทนเป็นเงินตราต่างประเทศหรือสามารถประหยัดเงินตราต่างประเทศ หรือมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างคุ้มค่า โดยคํานึงถึงผลกระทบของความเสี่ยงทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
(5) รัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินภาครัฐที่จะก่อหนี้ต้องมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงหรือมีความสามารถในการชําระหนี้คืนได้ โดยมีสัดส่วนความสามารถในการทํารายได้เทียบกับภาระหนี้ของกิจการนับแต่มีการก่อหนี้ ในอัตราไม่ต่ํากว่าหนึ่งจุดห้า
(6) หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงินภาครัฐจะต้องมีความสามารถในการดําเนินโครงการและแผนงานเงินกู้ได้ตามที่เสนอ โดยมีความพร้อมทางด้านบุคลากรและงบประมาณสมทบ
ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงินภาครัฐมีความจําเป็นต้องก่อหนี้ แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้สํานักงานเสนอคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายกรณี
ข้อ ๙ โครงการลงทุนภาครัฐที่จะดําเนินการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอันจะมีผลเป็นการก่อหนี้สาธารณะ ให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงินภาครัฐจัดทําโครงการเสนอต่อสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อวิเคราะห์โครงการ
เพื่อประโยชน์ในการกําหนดกรอบการบริหารหนี้สาธารณะของประเทศ ให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาจัดลําดับความสําคัญของโครงการลงทุนภาครัฐและจัดทําแผนความต้องการเงินกู้ของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงินภาครัฐในระยะสามถึงห้าปีถัดไป รวมทั้งจัดลําดับความสําคัญของโครงการที่จะขอใช้เงินกู้ตามแผนดังกล่าวในแต่ละปีงบประมาณ
การดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สํา นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกําหนด
ข้อ ๑๐ สํานักงานอาจขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดทําและรายงานหนี้ต่างประเทศของภาคธนาคารและธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร รวมทั้งประมาณการสภาพคล่องของตลาดการเงินในประเทศเพื่อประกอบการพิจารณาการบริหารจัดการหนี้สาธารณะของคณะกรรมการได้ตามที่จําเป็น
ข้อ ๑๑ ให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินภาครัฐ หน่วยงานในกํากับดูแลของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งแผนการบริหารหนี้สาธารณะให้สํานักงานทราบตามตารางเวลาการจัดทําแผนการบริหารหนี้สาธารณะ และให้จัดทํารายงานผลการก่อหนี้ใหม่ รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินกู้การปรับโครงสร้างหนี้ โดยระบุเงื่อนไขที่เป็นสาระสําคัญภายในสิบห้าวันหลังจากดําเนินการ พร้อมทั้งจัดทํารายงานสถานะหนี้สาธารณะ
ข้อ ๑๒ ให้สํานักงานขอความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินภาครัฐ หน่วยงานในกํากับดูแลของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดส่งข้อมูล ดังต่อไปนี้
(1) การก่อหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ที่ไม่ใช่หนี้สาธารณะ ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 หลังจากที่ได้มีการผูกพันในสัญญา ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอย่างน้อยจะต้องระบุวัตถุประสงค์ วงเงิน สกุลเงิน ระยะเวลาในการชําระหนี้ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องและเงื่อนไขการเบิกจ่าย
(2) การทําธุรกรรมอื่นนอกเหนือจากการก่อหนี้แต่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภาระผูกพันที่จัดเป็นหนี้สาธารณะ เช่น การแปลงหนี้ (SWAP) การขยายเวลา การชําระหนี้ หลังจากที่ได้มีการทําธุรกรรมนั้น
ข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินภาครัฐ หน่วยงานในกํากับดูแลของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทํารายงานสถานะหนี้สาธารณะ ประกอบด้วย การเบิกจ่ายเงินกู้ ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง และความก้าวหน้าของโครงการหรือแผนงานแต่ละเดือน เสนอสํานักงานตามแบบที่กําหนดภายในวันที่เจ็ดของเดือนถัดไป
ข้อ ๑๔ ในการบริหารหนี้สาธารณะ ให้สํานักงานมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) ดําเนินการจัดหาเงินกู้ตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะจากแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม
(2) กําหนดรูปแบบ วิธีการ เงื่อนไขการกู้เงิน และการออกตราสารหนี้
(3) กําหนดค่าใช้จ่ายในการกู้เงิน การออกและจัดการตราสารหนี้ ให้เหมาะสมกับเงื่อนไขของแหล่งเงินกู้
(4) ดําเนินการให้มีการลงนามผูกพันในสัญญากู้เงิน สัญญาค้ําประกัน การให้กู้ต่อ และการปรับโครงสร้างหนี้ และการดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหนี้
(5) กํากับ ติดตามให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงินภาครัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญากู้เงิน สัญญาค้ําประกัน และสัญญาให้กู้ต่อให้เป็นไปตามข้อผูกพันและกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้
(6) ติดตามการบริหารโครงการหรือแผนงาน และจัดทํารายงานเสนอต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับความคืบหน้าผลการดําเนินงาน การเบิกจ่าย ปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไข รวมทั้งพิจารณาปรับวงเงินค่าใช้จ่าย และระยะเวลาดําเนินโครงการหรือแผนงานได้ตามความจําเป็น เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
(7) จัดทํารายงานการกู้เงินและการค้ําประกันที่กระทําในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อเสนอรัฐสภาทราบตามมาตรา 17 และจัดทํารายงานสถานะของหนี้สาธารณะเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อเสนอต่อกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 35 (1)
(8) บริหารงบชําระหนี้ให้สอดคล้องกับภาระหนี้ที่ครบกําหนด และแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําปีงบประมาณ
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินภาครัฐ หน่วยงานในกํากับดูแลของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์ ไม่ปฏิบัติตามกรอบที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ หรือไม่มีศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการหรือแผนงาน โดยดําเนินงานล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่กําหนดมาก หรือขัดกับข้อกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติของทางราชการ ให้สํานักงานทักท้วงไปยังหน่วยงานดังกล่าว เพื่อให้ดําเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว และหากไม่ดําเนินการแก้ไขให้สํานักงานรายงานคณะกรรมการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาระงับการใช้เงินกู้นั้น
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่โครงการหรือแผนงานใดได้ดําเนินการแล้วเสร็จ ให้สํานักงานติดตามประเมินผล และจัดทํารายงานผลสําเร็จของโครงการนั้น ประกอบด้วย ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลกระทบของโครงการ และความยั่งยืนของโครงการเพื่อเสนอต่อกระทรวงการคลังพร้อมกับรายงานการกู้เงินและการค้ําประกันตามข้อ 14 (7)
ข้อ ๑๗ ให้สํานักงานเป็นผู้ดําเนินการเจรจาและลงนามขอรับความช่วยเหลือทางการเงินและทางวิชาการที่ไม่มีดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากแหล่งเงินกู้ เช่น ธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชีย
ข้อ ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2549
ทนง พิทยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_388696d245a944ba
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com