法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 68) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนและกำหนดรายการในใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 68)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกใบกํากับภาษีโดยตัวแทนและกําหนดรายการในใบกํากับภาษี ตามมาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86 วรรคสี่ มาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 และกฎกระทรวงฉบับที่ 198 (พ.ศ.2538) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายสินค้าหรือการให้บริการอื่น ตามมาตรา 86/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2538 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกใบกํากับภาษีของการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งคํานวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้ และให้เรียกว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิตั้งตัวแทนออกใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร และให้เรียกตัวแทนดังกล่าว ว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องเป็นผู้ประกอบกิจการค้าปลีกตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องแต่งตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนตามกฎกระทรวงฉบับที่ 198 (พ.ศ.2538) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายสินค้าหรือการให้บริการอื่น ตามมาตรา 86/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2538 รับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

“(3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องแจ้งการแต่งตั้ง หรือการยกเลิกตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการตั้งอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันทําสัญญาการตั้งตัวแทน หรือภายใน 15 วัน นับแต่วันยกเลิกสัญญาการตั้งตัวแทน”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 140) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป)

“กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้แจ้งต่อผู้อํานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่”

( แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 219) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป )

(4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องทําสัญญาการตั้งตัวแทน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 3

(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นในการออกใบกํากับภาษีและในการจัดทํารายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีใช้ระบบคอมพิวเตอร์จัดทํารายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานซอฟต์แวร์ของกรมสรรพากร

(6) หากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการไม่มีหรือมิได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นในการออกใบกํากับภาษีและในการจัดทํารายงานตาม ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการมีสิทธิตั้งตัวแทนออกใบกํากับภาษีได้เฉพาะการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันเท่านั้น และห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการดังกล่าวออกใบกํากับภาษีสําหรับกิจการให้บริการประเภทที่ได้ทําสัญญาตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเป็นผู้ออกใบกํากับภาษีสําหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันไว้แล้ว

(7) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องไม่ตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร

“(8) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ต้องไม่ตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนรายอื่นรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการ และออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ สําหรับสินค้าหรือบริการประเภทที่ได้ทําสัญญาตั้งให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนรายใด ดําเนินการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกํากับภาษีแทนแล้ว เว้นแต่อธิบดีกรมสรรพากรจะสั่งเป็นอย่างอื่น”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 81) ใช้บังคับ 25 ธันวาคม 2538 เป็นต้นไป)

(9) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องจัดทําและเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีและรายงานภาษีขาย กรณีตั้งตัวแทนรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกํากับภาษีแทน สําหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ดังนี้

(ก) ต้องจัดพิมพ์สําเนาใบกํากับภาษีตามข้อมูลที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้ส่งผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) ลงบนกระดาษให้แล้วเสร็จภายใน 1 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับข้อมูล หรือจัดเก็บสําเนาใบกํากับภาษีที่ได้รับจากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนดังกล่าวไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

(ข) ต้องจัดพิมพ์รายงานการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกํากับภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้จัดทําและส่งผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) มาให้ โดยให้จัดทําตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด และให้ถือเป็นรายงานภาษีขายแยกจากรายงานภาษีขายที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกํากับภาษีเอง โดยให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการจัดพิมพ์รายงานดังกล่าวทุกสิ้นวันทําการ หรือภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน หรือเมื่อเจ้าพนักงานรรพากรสั่งให้พิมพ์

(ค) ต้องเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีตาม (ก) และรายงานภาษีขายตาม (ข) ไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี และหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้วหลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

(10) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องจัดทําและเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีและรายงานภาษีขาย กรณีตั้งตัวแทนรับชําระเงินค่าบริการและออกใบกํากับภาษีแทน สําหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันนี้ ดังนี้

(ก) ให้ใช้บันทึกรายการประจําวัน (Sale Journal Report by Event Code) ซึ่งเป็นสําเนาใบกํากับภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนจัดพิมพ์จากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนและส่งมอบให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ เป็นสําเนาใบกํากับภาษีและรายงานภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ แยกจากรายงานภาษีขายส่วนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการออกใบกํากับภาษีเอง

(ข) ต้องเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีและรายงานต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนส่งมอบให้ไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

(11) กรณีรอบวันทําการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต่างจากรอบวันทําการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนให้ใช้รอบวันทําการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเป็นเกณฑ์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนซึ่งได้รับแต่งตั้งให้รับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งคํานวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องทําสัญญาการตั้งตัวแทน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 3

(3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นในการออกใบกํากับภาษี การจัดทํารายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม การจัดทําบัญชีแยกประเภทต่าง ๆ และการจัดทํางบการเงิน ในกรณีใช้ระบบคอมพิวเตอร์จัดทํารายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานซอฟต์แวร์ของกรมสรรพากร

“(4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องยื่นคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษี โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ทุกกรณี เว้นแต่หลักเกณฑ์ในส่วนที่ได้กําหนดไว้แล้วในประกาศฉบับนี้ การยื่นคําขออนุมัติให้ยื่นต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามแบบคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษีตามประมวลรัษฎากร (แบบ ภ.พ.06) ผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ และกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ยื่นผ่านผู้อํานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนซึ่งประสงค์จะยื่นคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มีสิทธิยื่นรายการข้อมูลคําขออนุมัติดังกล่าวตามแบบคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษีตามประมวลรัษฎากร (แบบ ภ.พ.06) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ได้อีกวิธีหนึ่ง ”

( แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 219) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป )

(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่สามารถออกใบกํากับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรได้เมื่อผู้ชําระเงินเรียกร้อง

(6) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องจัดทําและส่งข้อมูลการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีและรายงานต่าง ๆ กรณีที่ออกใบกํากับภาษีแทนสําหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ดังนี้

(ก) ต้องจัดพิมพ์สําเนาใบกํากับภาษีบนม้วนกระดาษต่อเนื่องที่เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องเรียงลําดับต่อเนื่องกันไปตามการใช้งานของเครื่อง บันทึกการเก็บเงิน และส่งข้อมูลสําเนาใบกํากับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) ให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการภายใน 1 วันทําการนับแต่สิ้นวันทําการแต่ละวัน

(ข) ต้องจัดทํารายงานการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ดังนี้

รายงานสรุปการขายประจําวัน ให้จัดทํารายงานการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละราย โดยให้จัดทําทั้งในส่วนที่เป็นของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและในส่วนที่เป็นของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนทุกสิ้นวันทําการ โดยให้จัดทําเป็นรายเครื่องบันทึกการเก็บเงิน

รายงานการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละราย ให้จัดทําแยกเป็นรายผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดทุกสิ้นวันทําการ และส่งรายงานผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) ให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการภายใน 1 วันทําการนับแต่สิ้นวันทําการแต่ละวัน และให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นรายงานภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนสามารถจัดพิมพ์รายงานนั้นทุกสิ้นวันทําการ หรือภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน หรือเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

(ค) ต้องเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีและรายงานต่าง ๆ ไว้ ณ สถานประกอบการที่ออกใบกํากับภาษีหรือรายงานนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

(7) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องจัดทําและส่งข้อมูลการรับชําระเงินจากการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน และการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีและรายงานต่าง ๆ กรณีที่ออกใบกํากับภาษีแทนสําหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ดังนี้

(ก) ต้องจัดพิมพ์สําเนาใบกํากับภาษี (Daily Master Journal)แทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการทุกรายในแต่ละวันทําการ บนม้วนกระดาษต่อเนื่องที่เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง หรือบนกระดาษต่อเนื่องที่ออกจากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง โดยให้เรียงลําดับต่อกันไปตามการใช้งานของเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง หรือให้เรียงลําดับต่อกันไปตามการใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางแล้วแต่กรณีเพื่อเป็นหลักฐานของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเอง

(ข) ต้องจัดทํารายงานประจําวันด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางดังนี้

รายงานสรุปการรับชําระเงินจากการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายซึ่งระบุรายละเอียดแยกตามรอบการแสดงแต่ละรอบ

รายงานสรุปการรับชําระเงินจากการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันแยกเป็นแต่ละสถานประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน

(ค) ต้องจัดทํารายงานก่อนเริ่มจําหน่ายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางดังนี้

รายงานการจัดสรรที่นั่งแบ่งตามส่วน (Section) และราคา (Price Category)

รายงานเกี่ยวกับราคาขายและราคาหลังหักส่วนลดของที่นั่งแต่ละประเภท

(ง) ต้องจัดทํารายงานหลังจบการแสดงแต่ละรอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง โดยให้จัดพิมพ์บนกระดาษแยกเป็นรายเดือนภาษีตามข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง ส่งให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการภายใน 3 วันทําการนับแต่วันสิ้นเดือนแต่ละเดือน และหรือนับแต่วันสิ้นสุดการแสดงแต่ละเรื่อง ดังนี้

รายงานการขายตามผังที่นั่งตั้งแต่เริ่มถึงจบการแสดง (Map Report)

รายงานสรุปผลการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละครหรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน (Settlement Report)

รายงานการรับตั๋วหรือบัตรคืน หรือตั๋วหรือบัตรเสียหาย (Return Report)

บันทึกรายการประจําวัน (Sales Journal Report by Event Code) ตั้งแต่เริ่มต้นถึงจบการแสดงแต่ละรอบ ซึ่งถือเป็นสําเนาใบกํากับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละราย และให้ใช้เป็นรายงานภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการด้วย

(จ) ต้องเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีตาม (ก) ไว้ ณ สถานประกอบการที่ออกใบกํากับภาษี กรณีจัดพิมพ์สําเนาใบกํากับภาษีบนม้วนกระดาษต่อเนื่องที่เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง หรือจัดเก็บไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่กรณีจัดพิมพ์สําเนาใบกํากับภาษีบนกระดาษต่อเนื่องที่ออกจากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง และเก็บรักษารายงานต่าง ๆ และสําเนาใบกํากับภาษีตาม

(ง) ไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

(8) การบันทึกยอดขายสะสมไว้ในเครื่องบันทึกการเก็บเงิน กรณีการรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ให้บันทึกยอดขายสะสมไว้ในเครื่องบันทึกการเก็บเงินจนตัวเลขหมดทุกหลักก่อน จึงจะย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ ยกเว้นกรณีที่จะทําให้ยอดขายรวมเกินความสามารถของเครื่องบันทึกการเก็บเงินและทําให้ข้อมูลสูญหาย ก็ให้ออกรายงานล้างยอดสะสมและเริ่มบันทึกยอดขายใหม่ได้ โดยให้หมายเหตุเหตุผลไว้ในม้วนกระดาษต่อเนื่องซึ่งบันทึกรายการประจําวันด้วย

(9) การบันทึกยอดขายสะสมไว้ในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง กรณีการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ให้บันทึกยอดขายสะสมตามรอบการแสดงของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายไว้ในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางซึ่งควบคุมการขายตั๋วหรือบัตรนั้น และให้ล้างยอดสะสมได้เมื่อจัดทํารายงานตาม (7)(ง) แล้ว

(10) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องมีรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขา และรหัสของพนักงานผู้ออกใบกํากับภาษีพร้อมคําแปล เก็บไว้ ณ สถานประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกสถานประกอบการ โดยจะเก็บไว้ในกระดาษหรือในสื่อบันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องทําสัญญาการตั้งตัวแทนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องทําสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเป็นผู้ออกใบกํากับภาษีและใบรับแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

(2) สัญญาการตั้งตัวแทนต้องทําเป็นลายลักษณ์อักษร และจะตั้งตัวแทนเพื่อรับชําระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการประเภทใดประเภทหนึ่งหรือทุกประเภทก็ได้

(3) สัญญาการตั้งตัวแทนต้องกําหนดหน้าที่และความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนจะต้องกระทําให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการตามประกาศนี้

(4) สัญญาการตั้งตัวแทนต้องกําหนดรายการดังต่อไปนี้ในสัญญาด้วย และให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเก็บรักษารายละเอียดตามรายการดังกล่าวไว้ ณ สถานประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกสถานประกอบการ โดยจะจัดเก็บไว้ในกระดาษหรือในสื่อบันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์ เว้นแต่กรณีที่เป็นการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนจะจัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง ซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนก็ได้

(ก) ชื่อ ที่อยู่และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน

(ข) รหัสของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายพร้อมคําแปล

(ค) รหัสประเภทของสินค้าหรือบริการที่ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนรับชําระเงินและออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และกรณีการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันแทน ต้องมีรหัสของรอบการแสดงพร้อมทั้งรหัสของส่วนลดที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการได้ลดให้แก่ลูกค้า พร้อมคําแปล

“(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องส่งมอบสําเนาสัญญาการตั้งตัวแทน หรือการยกเลิกการตั้งตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการตั้งอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันทําสัญญาการตั้งตัวแทน หรือภายใน 15 วัน นับแต่วันยกเลิกสัญญาการตั้งตัวแทน”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 140) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป)

“กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ส่งมอบต่อผู้อํานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่”

( แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 219) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป )

(6) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องเก็บรักษาสัญญาการตั้งตัวแทนไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตลอดเวลาที่สัญญามีผลใช้บังคับ และเก็บรักษาต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันสิ้นสุดสัญญา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกใบกํากับภาษีและหรือใบรับแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) กรณีผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการนําเอกสารที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร มาชําระค่าสินค้าหรือค่าบริการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องตีพิมพ์ข้อความที่แสดงว่าได้รับชําระเงินแล้วลงบนเอกสารดังกล่าว เพื่อเป็นหลักฐานแสดงการรับชําระเงินแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และส่งมอบส่วนที่เป็นใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ พร้อมทั้งเก็บรักษาสําเนาใบกํากับภาษีไว้เพื่อส่งมอบแก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

(2) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกใบกํากับภาษีสําหรับการรับชําระเงินแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรีละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องออกใบกํากับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) คําว่า “ใบกํากับภาษีอย่างย่อ” หรือ “TAX INVOICE (ABB)” หรือ “TAX INV (ABB)”

(ข) ชื่อ เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรและรหัสของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

(ค) ชื่อหรือชื่อย่อ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนใช้สถานประกอบการหลายแห่งในการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ จะต้องระบุชื่อหรือชื่อย่อและรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขาไว้ในใบกํากับภาษีด้วย

(ง) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี

(จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณและมูลค่าของสินค้าหรือบริการโดยชื่อ ชนิด หรือประเภทของสินค้าหรือบริการจะออกเป็นรหัสก็ได้

(ฉ) ราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการโดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

(ช) วัน เดือน ปี และเวลาที่ออกใบกํากับภาษี

(ซ) เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

(ฌ) ข้อความอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

โดยให้จัดทําหมายเลขลําดับของใบกํากับภาษีเป็นสองชุด ชุดแรกให้เรียงลําดับต่อกันไปตามการใช้งานของเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง และชุดที่สองให้เรียงลําดับต่อกันไปแยกตามรายผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายในเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง

กรณีที่ออกใบกํากับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย จะต้องมีรหัสหรือเครื่องหมายหรือข้อความที่แสดงให้เห็นว่าหมายเลขลําดับใดเป็นหมายเลขลําดับของใบกํากับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

(3) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกใบกํากับภาษีสําหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทํานองเดียวกันแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องออกใบกํากับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) คําว่า “ใบกํากับภาษีอย่างย่อ” หรือ “TAX INVOICE (ABB)” หรือ “TAX INV (ABB)”

(ข) ชื่อ เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรและรหัสของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

(ค) ชื่อหรือชื่อย่อ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนใช้สถานประกอบการหลายแห่งในการออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ จะต้องระบุชื่อหรือชื่อย่อและรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขาไว้ในใบกํากับภาษีด้วย

(ง) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี

(จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณและมูลค่าของบริการ โดยชื่อ ชนิด หรือประเภทของบริการจะออกเป็นรหัสก็ได้

(ฉ) ราคาค่าบริการ โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

(ช) วัน เดือน ปี และเวลาที่ออกใบกํากับภาษี

(ซ) เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

(ฌ) รหัสของรอบการแสดงแต่ละรอบ

(ญ) ข้อความอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

โดยให้จัดทําหมายเลขลําดับของใบกํากับภาษีเรียงลําดับต่อกันไปตามการใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางในแต่ละวันทําการ

กรณีที่ออกใบกํากับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย จะต้องมีรหัสหรือเครื่องหมายหรือข้อความที่แสดงให้เห็นว่าหมายเลขลําดับใดเป็นหมายเลขลําดับของใบกํากับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

การบันทึกเลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่กรมสรรพากรกําหนดลงในใบกํากับภาษี ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกตั๋วหรือบัตรโดยใช้ข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางแยกต่างหากจากข้อมูลของเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องที่ใช้ออกใบกํากับภาษี จะใช้เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่กําหนดไว้จากระบบกลางของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นและรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขาซึ่งออกใบกํากับภาษี พร้อมทั้งรหัสของพนักงานผู้ออกใบกํากับภาษีแทนก็ได้

กรณีการขายตั๋วหรือบัตรล่วงหน้าให้ความรับผิดในการเสียภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการเกิดขึ้น ณ วันที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนขายตั๋วหรือบัตรนั้น

การแสดงราคาตั๋วหรือบัตร ให้ระบุราคาขายหลังหักส่วนลดได้ แต่ต้องมีรหัสของส่วนลดกํากับไว้ในใบกํากับภาษีด้วย

(4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องจัดทําใบกํากับภาษีและสําเนาใบกํากับภาษี ที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ทุกครั้งที่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการเรียกร้อง พร้อมทั้งส่งมอบใบกํากับภาษีดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้ออกใบกํากับภาษีตาม (2) หรือ (3) ไปแล้ว ให้เรียกใบกํากับภาษีนั้นคืนเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และออกใบกํากับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรให้ใหม่ โดยจะต้องออกจากเครื่องบันทึกการเก็บเงินเครื่องเดิมและออกให้ภายในวันเดียวกันเท่านั้น

(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนที่ประสงค์จะออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการโดยให้มีรายการเป็นอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ ให้ขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร และห้ามออกใบกํากับภาษีดังกล่าวก่อนได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

(6) อธิบดีกรมสรรพากรอาจกําหนดให้รายการในใบกํากับภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการมีรายการเป็นอย่างอื่นเพิ่มเติมเป็นการทั่วไป หรือเฉพาะรายผู้ประกอบการจดทะเบียนก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเริ่มออกใบกํากับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการได้ต่อเมื่อ

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการได้แจ้งการแต่งตั้งตัวแทนและได้ส่งมอบสําเนาสัญญาการตั้งตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากรตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดแล้ว และ

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอํานาจวินิจฉัยและคําวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดตามประกาศนี้ด้วย

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2538 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2538

ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 68) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนและกำหนดรายการในใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_38c0f7310b1e715c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com