法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. 2544 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
183
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๔[๑]

โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๒

กำหนดให้สำนักงานศาลปกครองมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

และกำหนดให้การบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๕) หรือตามวรรคสี่ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

เพื่อให้การปฏิบัติราชการในการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับ

คำสั่ง และหมายบังคับคดีของศาลปกครองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

สำนักงานศาลปกครองจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒]

ในระเบียบนี้

(๑) “ศาล” หมายความว่า

ศาลปกครองหรือตุลาการศาลปกครอง แล้วแต่กรณี

(๒) “สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักบังคับคดีปกครองหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

(๓) “สำนักงานศาล” หมายความว่า

สำนักงานศาลปกครองสูงสุด สำนักงานศาลปกครองกลาง หรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

(๔) “เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

(๕) “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสำนักบังคับคดีปกครอง หรือผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

(๖) “พนักงานคดีปกครอง” หมายความว่า

พนักงานคดีปกครองในสังกัดสำนักบังคับคดีปกครอง หรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่บังคับคดีปกครอง

(๗) “เจ้าพนักงานบังคับคดี”

หมายความว่า

พนักงานคดีปกครองหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นในสังกัดสำนักบังคับคดีปกครองหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีปกครองเพื่อปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค

๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่กรณีในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล

(๘) “เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา”

หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี

(๙) “ลูกหนี้ตามคำพิพากษา”

หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดี

(๑๐) “ผู้นำบังคับคดี” หมายความว่า

ผู้ซึ่งระบุไว้ในหมายบังคับคดีว่าเป็นผู้มีหน้าที่นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์

หรือเป็นผู้มีหน้าที่นำเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดี

(๑๑) “หัวหน้าการเงิน” หมายความว่า

ผู้อำนวยการกลุ่มที่ปฏิบัติงานการเงินของสำนักงาน หรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน

(๑๒) “เจ้าหน้าที่การเงิน”

หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีในคดีปกครองของสำนักงาน

(๑๓) “เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักบังคับคดีปกครองหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง

การบังคับตามคำบังคับของศาลปกครอง

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๓]

เมื่อศาลมีคำพิพากษาโดยกำหนดคำบังคับอย่างหนึ่งอย่างใด

และคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

ให้สำนักงานศาลปกครองสูงสุดและสำนักงานศาลปกครองกลางรีบส่งคำพิพากษาและคำบังคับนั้นไปให้สำนักบังคับคดีปกครองเพื่อดำเนินการบังคับคดีโดยไม่ชักช้า

(๒) ให้สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคของศาลที่คำพิพากษามีคำบังคับ

รีบดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เมื่อสำนักงานได้รับคำพิพากษาและคำบังคับดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง*ลงทะเบียนรับลงสารบบคดี

และตั้งสำนวนตามประเภทของคำบังคับแล้วเสนอผู้อำนวยการเพื่อตรวจพิจารณาและสั่งจ่ายสำนวนให้พนักงานคดีปกครอง

เพื่อเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

ให้พนักงานคดีปกครองที่ได้รับมอบหมายรีบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยไม่ชักช้า

หากมีปัญหาหรือข้อขัดข้องประการใด ให้รีบรายงานพร้อมเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

เพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงานรายงานผลการดำเนินการตามคำบังคับหรือคำสั่งของศาลให้ศาลทราบเป็นระยะ

ๆ[๔]

ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับกระบวนวิธีบังคับใด ๆ

เป็นอย่างอื่น ให้พนักงานคดีปกครอง*รายงานตามลำดับชั้นไปยังเลขาธิการเพื่อทราบ

โดยส่งสำเนาคำสั่งศาลไปพร้อมด้วย

การดำเนินการบังคับตามคำบังคับของศาลปกครอง

วิธีการบังคับกรณีเพิกถอนกฎ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๕]

ให้พนักงานคดีปกครองที่ได้รับมอบสำนวนเพิกถอนกฎ

รีบจัดทำหนังสือเพื่อส่งคำพิพากษาที่มีคำบังคับให้เพิกถอนกฎนั้นไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยให้ผู้อำนวยการตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำส่งให้สำนักบังคับคดีปกครองเพื่อเสนอเลขาธิการลงนามในหนังสือดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๖]

เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๗ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครองลงทะเบียนนัดเพื่อติดตามผลการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยรายงานผลการติดตามให้พนักงานคดีปกครองทราบทุกสิบห้าวัน

หากมีเหตุขัดข้องประการใด

ให้พนักงานคดีปกครองเสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วน

เมื่อสำนักบังคับคดีปกครองได้รับแจ้งผลการประกาศผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษาจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครองแจ้งพนักงานคดีปกครองเพื่อเสนอให้ผู้อำนวยการรายงานเลขาธิการ

และแจ้งผลให้สำนักงานศาลของศาลที่มีคำพิพากษาเพื่อรายงานศาลทราบต่อไป

วิธีการบังคับกรณีอื่น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อได้รับมอบสำนวนที่มีคำบังคับแก่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ

๗ ให้พนักงานคดีปกครองตรวจสอบว่าเป็นคำบังคับที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร

แล้วทำรายงานเสนอความเห็นให้ผู้อำนวยการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๗]

ถ้าเป็นคำบังคับที่มีกำหนดระยะเวลา

ให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด

และให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับนั้นให้สำนักงานทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนด

ในการนี้ ให้พนักงานคดีปกครองปฏิบัติดังนี้

(๑)

หากหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับให้สำนักงานทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนด

ไม่ว่าจะรายงานว่าปฏิบัติตามคำบังคับหรือไม่ก็ตาม ให้สำนักงานรายงานผลให้ศาลทราบ

หากศาลมีคำสั่งให้สำนักงานดำเนินการอย่างใดต่อไปก็ให้ดำเนินการไปตามนั้นและรายงานศาลทราบเป็นระยะ

(๒)

หากพ้นเวลาที่ศาลกำหนดให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับให้สำนักงานทราบ

แต่สำนักงานไม่ได้รับแจ้งผล ให้สำนักงานมีหนังสือเตือนไปยังหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อขอทราบผลการปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าว

โดยให้ระยะเวลาหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตอบกลับภายในไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือในกรณีนี้

(ก)

หากหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งผลการปฏิบัติตามคำบังคับภายในเวลาที่สำนักงานกำหนด

ไม่ว่าจะรายงานว่าปฏิบัติตามทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน

หรือไม่ปฏิบัติตามโดยมีเหตุผลที่จะอ้างหรือไม่มีเหตุผลที่จะอ้างก็ตาม

ให้สำนักงานรายงานผลให้ศาลทราบ หากศาลมีคำสั่งให้สำนักงานดำเนินการอย่างใดต่อไป

ก็ให้ดำเนินการไปตามนั้นและรายงานศาลทราบเป็นระยะ ๆ

(ข)

หากหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่แจ้งผลการปฏิบัติตามคำบังคับภายในเวลาที่สำนักงานกำหนด

ให้สำนักงานรายงานผลให้ศาลทราบ หากศาลมีคำสั่งให้สำนักงานดำเนินการอย่างใดต่อไป

ก็ให้ดำเนินการไปตามนั้นและรายงานศาลทราบเป็นระยะ ๆ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีที่ศาลไม่ได้กำหนดไว้ในคำบังคับให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับให้สำนักงานทราบ

ถ้าคำบังคับนั้นมีกำหนดเวลาให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ

เมื่อพ้นเวลาที่ศาลกำหนดให้ปฏิบัติ ให้สำนักงานมีหนังสือไปยังหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อขอทราบผลการปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าวเช่นเดียวกับข้อ

๑๐ (๒) (๒.๑) และ (๒.๒)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๘]

ในกรณีที่ศาลไม่ได้กำหนดไว้ในคำบังคับให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับให้สำนักงานทราบ

ถ้าคำบังคับนั้นไม่มีกำหนดระยะเวลาให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องปฏิบัติตามคำบังคับ

ให้สำนักงานมีหนังสือไปยังหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อขอทราบผลโดยเร็ว

ส่วนการรายงานผลให้ศาลทราบให้ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ ๑๐ เว้นแต่คำบังคับจะมีลักษณะเป็นอย่างอื่น

ให้สำนักงานพิจารณาดำเนินการเป็นกรณี ๆ ไป แล้วรายงานให้ศาลทราบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง*ลงบัญชีนัดเพื่อติดตามผลการดำเนินการตามข้อ

๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ โดยเคร่งครัด แล้วรายงานให้พนักงานคดีปกครอง*ทราบเป็นระยะ ๆ

หากมีเหตุขัดข้องประการใด ให้พนักงานคดีปกครอง*เสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วน

การบังคับคดีตามคำสั่งศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

วิธีการบังคับกรณีศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง

ถ้าคู่กรณีหรือผู้ออกกฎหรือคำสั่งทางปกครองหรือผู้แทนมิได้รับทราบคำสั่งดังกล่าว

เมื่อศาลออกหมายแจ้งคำสั่งแล้ว

ให้สำนักงานศาลของศาลที่มีคำสั่งนั้นรีบแจ้งคำสั่งโดยส่งหมายนั้นให้คู่กรณีและผู้ออกกฎหรือคำสั่งดังกล่าวทราบ

ภายในวันนั้นหรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

การแจ้งคำสั่งศาลตามวรรคหนึ่ง

ให้แจ้งโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้แจ้งโดยวิธีอื่นก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

หากผู้มีส่วนได้เสียอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง

เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งและส่งให้ศาลปกครองชั้นต้นอ่านแล้ว

ถ้าไม่มีคู่กรณีมาศาลในวันนัดอ่านคำสั่งศาล เมื่อศาลออกหมายแจ้งคำสั่งแล้ว

ให้สำนักงานศาลของศาลนั้นรีบแจ้งคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดให้คู่กรณีทั้งหมดหรือบางส่วนที่มิได้มาศาลทราบ

การแจ้งคำสั่งศาลตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ

๑๔ วรรคสอง

วิธีการบังคับคดีตามคำสั่งของศาลในกรณีที่ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองอย่างใด

เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา

หรือวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอ

ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ก่อนศาลมีคำพิพากษา ถ้าศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดี

หรือเงินหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งถึงกำหนดชำระแก่ผู้ถูกฟ้องคดี

เมื่อศาลออกหมายยึดทรัพย์ชั่วคราวหรือหมายอายัดชั่วคราวแล้ว ให้สำนักงานศาลของศาลที่ออกหมายนั้นรีบส่งหมายดังกล่าวไปให้สำนักงานเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เมื่อสำนักงานได้รับหมายยึดทรัพย์ชั่วคราวหรือหมายอายัดชั่วคราว ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง*ลงทะเบียนรับ

ลงสารบบคดี และตั้งสำนวนยึดทรัพย์ชั่วคราวหรืออายัดชั่วคราวแล้วรีบเสนอผู้อำนวยการเพื่อตรวจพิจารณาและสั่งจ่ายสำนวนให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบดำเนินการยึดหรืออายัดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการให้ทันทีที่ได้รับหมาย

วรรคสอง[๙]

(ยกเลิก)

ให้นำวิธีการบังคับคดีตามหมายบังคับคดีของศาลปกครองในลักษณะ

๓ แห่งระเบียบนี้มาใช้บังคับแก่วิธีการบังคับคดีตามหมายยึดทรัพย์ชั่วคราวหรือหมายอายัดชั่วคราว

โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เมื่อได้ยึดทรัพย์แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเสนอรายงานการยึดทรัพย์

พร้อมด้วยบัญชีทรัพย์ให้ศาลทราบ เมื่อศาลมีคำพิพากษาและออกหมายบังคับคดีแล้ว จึงขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

หากศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เช่น

(๑) คำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญาหรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง

หรือคำสั่งอื่นใดในอันที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีอาจได้รับต่อไปเนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี

หรือคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดี

หรือคำสั่งให้หยุดหรือป้องกันการเปลืองไปเปล่าหรือการบุบสลายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว

หรือ

(๒) คำสั่งให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่

หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหรือการเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีหรือที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้องไว้ชั่วคราว

หรือ

(๓) คำสั่งให้จับกุมและกักขังผู้ถูกฟ้องคดีไว้ชั่วคราว

เป็นต้น

เมื่อศาลได้ออกหมายแจ้งคำสั่งดังกล่าวแล้วให้สำนักงานศาลของศาลที่มีคำสั่งนั้นรีบส่งหมายแจ้งคำสั่งของศาลให้ผู้ถูกฟ้องคดี

นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ บุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือผู้มีชื่อตามหมายนั้น

ๆ ทราบภายในวันนั้น หรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

การแจ้งคำสั่งศาลตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ

๑๔ วรรคสอง

หากเป็นกรณีมีเหตุฉุกเฉิน

อาจมอบให้ผู้ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งดังกล่าวหรือตัวแทนถือหมายแจ้งคำสั่งของศาลไปส่งด้วยตนเองก็ได้

การบังคับคดีตามหมายบังคับคดีของศาลปกครอง

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑[๑๐]

เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว

ให้สำนักงานศาลของศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้นรีบส่งหมายบังคับคดีไปให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการโดยไม่ชักช้า

ถ้าจะต้องบังคับคดีนอกเขตอำนาจของศาลที่ออกหมายบังคับคดี

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลที่ออกหมายบังคับคดีรายงานพร้อมส่งสำเนาหมายบังคับคดีไปให้สำนักงานศาลของศาลที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลซึ่งจะบังคับคดีแทน

เพื่อเสนอศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลนั้นดำเนินการบังคับคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อสำนักงานได้รับหมายบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง*ลงทะเบียนรับลงสารบบคดี

ตั้งสำนวนตามประเภทของหมายบังคับคดีแล้วเสนอผู้อำนวยการเพื่อตรวจพิจารณาและสั่งจ่ายสำนวนให้พนักงานคดีปกครองในฐานะเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการโดยในระหว่างที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายังไม่ติดต่อขอดำเนินการบังคับคดี

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งสำนวนให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง*เก็บรักษาไว้

การรับ การส่ง

และการเก็บรักษาสำนวนให้เป็นไปตามที่สำนักงานศาลปกครองกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามวัน เวลา ที่ผู้นำบังคับคดีร้องขอ

หรือตามที่นัดหมายกับผู้นำบังคับคดี และให้นำหมายบังคับคดี ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีกับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับทำการบังคับคดี

เช่น ครั่ง และตราตีครั่งไปด้วย

ทั้งนี้ จะมีพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องดำเนินการบังคับคดีในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ

เว้นแต่ศาลจะอนุญาตหรือมีคำสั่งให้ดำเนินการบังคับคดีในวันเวลาอื่น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ก่อนทำการบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแสดงหมายบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา

ถ้าไม่ปรากฏตัวลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีด้วยความสุภาพ

เป็นกลาง และระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น

ถ้ามีผู้ขัดขวางในการบังคับคดี

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีชี้แจงว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีก

ก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อดำเนินการบังคับคดีจนได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ในการที่จะดำเนินการบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจเท่าที่มีความจำเป็นเพื่อที่จะค้นสถานที่ใด

ๆ อันเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ครอบครองอยู่ เช่น

บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงานหรือร้านค้าขาย เป็นต้น ทั้งมีอำนาจที่จะยึดและตรวจสมุดบัญชี

เอกสารหรือแผ่นกระดาษ และกระทำการใด ๆ ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว

รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้หรือที่เก็บของอื่น ๆ แล้วรายงานให้ศาลทราบโดยพลัน

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

หากเห็นสมควรเจ้าพนักงานบังคับคดีอาจขอความร่วมมือเจ้าพนักงานตำรวจให้อยู่ร่วมในการดำเนินการ

และอาจแจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่บันทึกการดำเนินการไว้เป็นหลักฐานด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีออกไปทำการบังคับคดีมาแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบเสนอรายงานการบังคับคดีต่อผู้อำนวยการภายในวันนั้น

หรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

หากมีเหตุจำเป็นไม่อาจเสนอภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ ให้รายงานถึงเหตุจำเป็นนั้นด้วย

เมื่อผู้อำนวยการมีคำสั่งในรายงานการบังคับคดีอย่างใดแล้ว

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งโดยเร็ว

กรณีที่ต้องรอฟังผลการดำเนินการ ให้ส่งสำนวนให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง*ลงบัญชีนัดไว้เพื่อติดตามผลด้วย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ให้สำนักงานรายงานเลขาธิการทราบ

(๑) ทรัพย์สินที่มีราคาประเมินตั้งแต่ยี่สิบล้านบาทขึ้นไป

(๒) ทรัพย์สินของบุคคลสำคัญ หรือบุคคลที่มีฐานะในทางสังคม

(๓) ทรัพย์สินซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชน

กรณีตาม (๒) และ (๓)

ให้หมายความรวมถึงการบังคับคดีโดยการขับไล่หรือรื้อถอนด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือผู้นำบังคับคดีอาจมอบอำนาจให้ทนายความของตน

หรือผู้หนึ่งผู้ใดมาทำการแทนก็ได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบพิมพ์ที่สำนักงานศาลปกครองกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปทำการบังคับคดี ต้องให้ผู้นำบังคับคดีหรือผู้รับมอบอำนาจทำคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าประสงค์จะบังคับคดีกับทรัพย์สิ่งใด

ของใคร ที่ใด

ตามแบบพิมพ์ที่สำนักงานศาลปกครองกำหนดและวางเงินทดรองค่าใช้จ่ายไว้ตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดตามอำนาจในกฎหมาย ทั้งนี้

โดยคำนึงถึงค่าเช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์ และค่าจ้างคนเฝ้ารักษาทรัพย์ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ผู้นำบังคับคดีต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีในการบังคับคดี

โดยจัดยานพาหนะรับและส่งเจ้าพนักงานบังคับคดี ตลอดจนขนย้ายและเก็บรักษาทรัพย์

และออกเงินทดรองค่าใช้จ่ายในการดำเนินการบังคับคดีตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะร้องขอ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ผู้นำบังคับคดีต้องอยู่ในสถานที่บังคับคดี เพื่อชี้ทรัพย์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดีและช่วยเหลือเจ้าพนักงานบังคับคดีในการบังคับคดีตามแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะร้องขอเพื่อให้การบังคับคดีสำเร็จไปโดยมิชักช้า

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

แต่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามหมายบังคับคดี พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้หรือศาลจะได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

แต่ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้

และไม่อาจแบ่งยึดหรืออายัดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา เช่น

ทำให้เปลี่ยนสภาพและราคาตกต่ำทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดหรืออายัดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรากฏด้วยแล้ว

ก็ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ว่านั้นทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมไม่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว

หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

เจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะงดการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ยึดหรืออายัด

เมื่อสงสัยว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดหรืออายัดได้ตามกฎหมาย เช่น

ปรากฏว่ามีชื่อบุคคลอื่นนอกจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลซึ่งทรัพย์สินต้องถูกยึดหรืออายัดเป็นเจ้าของในทะเบียน

เมื่อได้งดการยึดหรืออายัดแล้ว ให้รีบรายงานต่อผู้อำนวยการเพื่อจะได้รายงานต่อไปยังศาล

ตามมาตรา ๒๘๓ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

เมื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินมาแล้ว

ปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดนั้นมีชื่อบุคคลอื่น

นอกจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลซึ่งทรัพย์สินต้องถูกยึดหรืออายัดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทะเบียน

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น

การยึดและอายัดทรัพย์สิน

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ก่อนทำการยึดที่ดินหรือห้องชุด หากผู้นำยึดร้องขอโดยมีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจขอให้เจ้าพนักงานที่ดินงดการทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินหรือห้องชุดที่จะยึดไว้ชั่วคราว

โดยผู้นำยึดจะต้องจัดการนำยึดภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด มิฉะนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีอาจแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินยกเลิกการนั้นเสีย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ถ้าในหมายบังคับคดีกล่าวเฉพาะเจาะจงให้ยึดทรัพย์สิ่งใด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดแต่เฉพาะทรัพย์สิ่งนั้น

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ก่อนไปทำการยึดทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ไปยึดทรัพย์ตรวจสอบและทำความเข้าใจให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์อะไร

ของใคร และจำนวนราคาทรัพย์ที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด

พร้อมทั้งนำประกาศยึดทรัพย์ไปด้วย เพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

เมื่อทำการยึดทรัพย์เสร็จแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศยึดทรัพย์ไว้

ณ สถานที่ ๆ ยึดโดยเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ถ้าเป็นการยึดที่ดินหรือห้องชุด ให้ผู้นำยึดส่งโฉนดที่ดิน หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหรือห้องชุดรายที่จะนำยึด

หรือสำเนาซึ่งเจ้าพนักงานรับรองไม่เกินหนึ่งเดือน ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบและจับสเกลจำลองแผนที่ของที่ดินหรือห้องชุด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

เมื่อได้ยึดที่ดินหรือห้องชุดแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการเพื่อให้ได้มาซึ่งต้นฉบับโฉนดที่ดินหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหรือห้องชุดนั้น

เพื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาด

หากผู้ครอบครองต้นฉบับโฉนดที่ดินหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหรือห้องชุดไม่ส่งมอบต้นฉบับเอกสารดังกล่าว

โดยไม่มีเหตุอันจะอ้างได้ตามกฎหมายหรือไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลขอให้เรียกผู้ครอบครองดังกล่าวมาไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ถ้าจะยึดทรัพย์ที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ อาวุธปืน เป็นต้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสอบถามผู้นำยึดเสียก่อนว่าผู้ใดมีชื่อเป็นเจ้าของทะเบียนนั้น

หากทำได้ให้ผู้นำยึดส่งเอกสารทางทะเบียนหรือสำเนาให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบด้วย

เมื่อได้ยึดทรัพย์ตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้ส่งเอกสารทางทะเบียนต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

เมื่อได้มีการยึดทรัพย์แล้ว สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอันมีต่อบุคคลภายนอกในเรื่องพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่เป็นประกัน

ตราสารเปลี่ยนมือ หรือสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ

ของลูกหนี้ตามคำพิพากษานอกจากที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๑๐ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ให้ดำเนินการตามมาตรา ๓๑๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ในการยึดที่ดิน ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรังวัดเปรียบเทียบกับแผนที่จำลองตามรูปในโฉนดที่ดินหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน

ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่ หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว

ให้จัดการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินในแผนรายการยึดที่ดิน และแสดงด้วยว่าอยู่ใกล้ไกลจากสถานที่ราชการหรือที่ชุมนุมชน

หรือทางบก ทางน้ำ ประมาณระยะทางเท่าใด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้น ๆ

ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดินหรือสิทธิตามสัญญาเช่า

เป็นต้น

ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติการยึดทรัพย์สินกสิกร พ.ศ.

๒๔๗๕ การยึดที่ไร่ นา ซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาล

จะยึดแต่ที่ดิน ไม่ยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติหรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ถ้าทรัพย์ที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

เมื่อผู้นำยึดร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอเก็บเกี่ยวเอง

หากเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาทราบในขณะทำการยึด

แล้วจึงให้ทำการเก็บเกี่ยวดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ย่อมครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์นั้นด้วย

เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ประสงค์ให้ยึดดอกผลนั้น

183 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. 2544 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_38cf34f7646d95a8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com