法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร สำหรับนักทะเบียนในเขตปฏิบัติการตามโครงการจัดทำเลขประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2528

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
141

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

กรมการปกครอง

ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร

สำหรับสำนักทะเบียนในเขตปฏิบัติการ

ตามโครงการจัดทำเลขประจำตัวประชาชน

พ.ศ.

๒๕๒๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ ๒๓๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๕

ผู้อำนวยการทะเบียนจึงวางระเบียบการจัดทำทะเบียนราษฎร

สำหรับสำนักทะเบียนในเขตปฏิบัติการตามโครงการจัดทำเลขประจำตัวประชาชน

ถือปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ บรรดาระเบียบ

หนังสือสั่งการและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรฉบับใด ข้อใด

มีข้อความขัดแย้งไม่ตรงกับฉบับนี้ ให้ใช้ระเบียบฉบับนี้ บังคับดังต่อไปนี้

ส่วนที่

คำนิยาม

ตอนที่

สำนักทะเบียนราษฎรและนายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

นิยามเกี่ยวกับสำนักทะเบียนราษฎรและนายทะเบียน ให้มีความหมายดังต่อไปนี้

(๑) คำว่า “สำนักงานกลางทะเบียนราษฎร”

หมายความว่า สำนักทะเบียนกลาง

ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรทั่วราชอาณาจักร

(๒) คำว่า “สำนักทะเบียนจังหวัด”

หมายความว่า สำนักทะเบียน ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรในเขตแต่ละจังหวัด

(๓) คำว่า “สำนักทะเบียนอำเภอ”

หมายความว่า สำนักทะเบียน ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรในเขตแต่ละอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

(๔) คำว่า “สำนักทะเบียนท้องถิ่น”

หมายความว่า สำนักทะเบียน

ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรในเขตแต่ละเขตสำหรับกรุงเทพมหานคร เทศบาล

และเมืองพัทยา ตามระเบียบนี้

(๕) คำว่า “สำนักทะเบียนสาขา”

หมายความว่า สำนักทะเบียนอำเภอหรือท้องถิ่น

ที่จัดตั้งขึ้นมากกว่าหนึ่งสำนักทะเบียนในเขตสำนักทะเบียนเดียวกัน

(๖) คำว่า “สำนักทะเบียนในเขตปฏิบัติการ”

หมายความว่า

สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรได้ดำเนินการถ่ายทะเบียนบ้านเพื่อนำไปบันทึกข้อมูลและจัดทำทะเบียนราษฎรไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์

(๗) คำว่า “ผู้อำนวยการทะเบียน”

หมายความว่า ผู้อำนวยการทะเบียน ประจำสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

(๘) คำว่า “นายทะเบียนจังหวัด”

หมายความว่า นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนจังหวัด

(๙) คำว่า “นายทะเบียนอำเภอ”

หมายความว่า นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนอำเภอ

(๑๐) คำว่า “นายทะเบียนท้องถิ่น”

หมายความว่า นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนท้องถิ่น

(๑๑) คำว่า “นายทะเบียนสาขา”

หมายความว่า

นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนสาขาเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรตามระเบียบนี้

(๑๒) คำว่า “นายทะเบียนตำบล”

หมายความว่า นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนตำบล

(๑๓) คำว่า “นายทะเบียนผู้รับแจ้ง”

ในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น หมายถึง นายทะเบียนท้องถิ่น ในเขตสำนักทะเบียนตำบล

หมายถึงนายทะเบียนตำบล

(๑๔) คำว่า “ผู้ช่วยนายทะเบียนประจำตำบลประจำหมู่บ้าน”

หมายความว่า ผู้ช่วยนายทะเบียนตำบลซึ่งทำหน้าที่รับแจ้งประจำหมู่บ้าน

(๑๕) คำว่า “นายอำเภอ”

ตามระเบียนนี้ ให้หมายความรวมถึง หัวหน้าเขต สำหรับเขตในกรุงเทพมหานคร

และปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ

ส่วนที่

คำนิยาม

ตอนที่

บ้านและทะเบียนบ้าน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

นิยามเกี่ยวกับบ้าน ให้มีความหมายดังต่อไปนี้

(๑) คำว่า “เลขหมายประจำบ้าน”

หมายความว่า เลขหมายที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกให้เพื่อกำกับบ้านแต่ละหลัง

(๒) คำว่า “เลขรหัสประจำบ้าน”

หมายความว่า

เลขรหัสที่นายทะเบียนได้กำหนดให้สำหรับทะเบียนบ้านจากบัญชีการให้เลขรหัสประจำบ้าน

เพื่อแสดงรายการที่อยู่ของบ้านแต่ละหลัง

(๓) คำว่า “จุดสมมติในการให้เลขหมายประจำบ้าน”

หมายความว่า

จุดที่สมมติขึ้นเพื่อใช้เป็นจุดหลักหรือจุดเริ่มต้นในการกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

(๔) คำว่า “ทะเบียนคนบ้านกลาง”

หมายความว่า ทะเบียนที่สำนักทะเบียนจัดทำขึ้นใช้สำหรับลงรายการบุคคลที่ไม่สามารถจะลงรายการในทะเบียนบ้านแห่งใดได้

เช่น ย้ายไม่ทราบที่อยู่ บ้านรื้อถอนหรือทำลายจนไม่มีสภาพเป็นบ้าน เป็นต้น

(๕) คำว่า “บัญชีคนในบ้าน”

หมายความว่า บัญชีรายการบุคคลในทะเบียนบ้านแต่ละบ้าน

ตอนที่

ทะเบียนคนเกิด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

นิยามเกี่ยวกับทะเบียนคนเกิด ให้มีความหมายดังต่อไปนี้

(๑) หนังสือรับรองการเกิด หมายความว่า

หลักฐานแสดงการเกิดของบุคคลที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล

หรือผู้ทำคลอดออกให้เพื่อรับรองว่าได้เป็นผู้ทำคลอดบุคคลดังกล่าว

(๒) คำว่า “เกิดในบ้าน”

หมายความว่า เกิดในบ้านทั่วๆ ไป ตามความหมายของคำว่า “บ้าน”

จะเป็นบ้านของผู้ใดก้ได้ไม่จำกัดว่าต้องเป็นบ้านซึ่งมารดาผู้คลอดเด็กมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

เช่น เกิดในโรงพยาบาล เป็นต้น

(๓) คำว่า “เกิดนอกบ้าน”

หมายความว่า

เกิดนอกชายคาบ้านหรือการเกิดในสถานที่ที่มิได้เป็นบ้านตามความหมายของคำว่า “บ้าน”

เช่น เกิดในศาลาที่พักคนเดินทางหรือโดยสาร เป็นต้น

(๔) คำว่า “แจ้งเกิดภายในกำหนด”

หมายความว่า การแจ้งเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่เด็กเกิดภายใน ๑๕

วัน นับแต่วันเกิด

(๕) คำว่า “แจ้งเกิดเกินกำหนด”

หมายความว่า การแจ้งเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่เด็กเกิดภายหลังจาก

๑๕ วัน นับแต่วันเกิด

(๖) คำว่า “คนต่างท้องที่เกิดนอกบ้าน”

หมายความว่า บุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของบสำนักทะเบียนแห่งหนึ่ง

ไปคลอดเด็กนอกบ้านในท้องที่สำนักทะเบียนอีกแห่งหนึ่ง

(๗) คำว่า “คนต่างท้องที่เกิดในบ้าน”

หมายความว่า บุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของสำนักทะเบียนแห่งหนึ่ง

ไปคลอดเด็กในบ้านในท้องที่สำนักทะเบียนอีกแห่งหนึ่ง

ตอนที่

ทะเบียนคนตาย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

นิยามเกี่ยวกับทะเบียนคนตาย ให้มีความหมายดังต่อไปนี้

(๑) คำว่า “หนังสือรับรองการตาย”

หมายความว่า หลักฐานแสดงการตายของบุคคลที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล

หรือผู้รักษาพยาบาลโดยอาชีพออกให้เพื่อรับรองการตายของบุคคลนั้น

(๒) คำว่า “ตายในบ้าน”

หมายความว่า ตายในบ้านทั่วไปๆ ตามความหมายของคำว่า “บ้าน”

จะเป็นบ้านของผู้ใดก็ตาม เช่น ตายในโรงพยาบาล เป็นต้น

(๓) คำว่า “ตายนอกบ้าน”

หมายความว่า ตายนอกชายคาบ้านหรือตายในสถานที่ที่มิได้เป็นบ้านตามความหมายของคำว่า “บ้าน”

เช่น ตายในศาลาที่พักคนเดินทางหรือโดยสาร เป็นต้น

(๔) คำว่า “คนต่างท้องที่ตายนอกบ้าน”

หมายความว่า บุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของบสำนักทะเบียนแห่งหนึ่ง

ไปตายนอกบ้านในท้องที่สำนักทะเบียนอีกแห่งหนึ่ง

(๕) คำว่า “คนต่างท้องที่ตายในบ้าน”

หมายความว่า บุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของสำนักทะเบียนแห่งหนึ่ง

ไปตายในบ้านในท้องที่สำนักทะเบียนอีกแห่งหนึ่ง

(๖) คำว่า “ตายโดยไม่พบศพ”

หมายความว่า มีข้อเท็จจริงเชื่อว่าตาย แต่ไม่พบศพหรือไม่สามารถหาศพมายืนยันการตายได้

(๗) คำว่า “แจ้งตายภายในกำหนด”

หมายความว่า การแจ้งตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ตายภายใน ๒๔ ชั่วโมง

นับแต่เวลาตายหรือพบศพ

(๘) คำว่า “แจ้งตายเกินกำหนด”

หมายความว่า การแจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ตายภายหลังจาก ๒๔

ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือพบศพ

ตอนที่

การย้ายที่อยู่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

นิยามเกี่ยวกับการย้ายที่อยู่ ให้มีความหมายดังต่อไปนี้

(๑) คำว่า “การย้ายโดยไม่ทราบที่อยู่”

หมายความว่า

การย้ายบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและบุคคลนั้นไม่ปรากฏที่อยู่หรือไม่สามารถตรวจสอบที่อยู่ที่แน่นอนได้

(๒) คำว่า “การแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทาง”

หมายความว่า การไปยื่นขอแจ้งย้ายเข้าต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ไปอยู่ใหม่

โดยมิได้แจ้งการย้ายออกต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

(๓) คำว่า “การย้ายที่อยู่สำหรับทหาร”

หมายความว่า การย้ายที่อยู่ของบุคคลซึ่งรับราชการ เป็นทหารกองประจำการ

(๔) คำว่า “การย้ายที่อยู่ไปและมาจากต่างประเทศ”

หมายความว่า การย้ายที่อยู่ไปหรือมาจากต่างประเทศ

รวมถึงการอพยพหรือถูกเนรเทศไปอยู่ต่างประเทศ

(๕) คำว่า “ย้ายกลับที่เดิม”

หมายความว่า การแจ้งย้ายออกจากที่อยู่แล้วไม่ไปแจ้งย้ายเข้าตามที่ระบุไว้

แต่ขอแจ้งย้ายกลับมาอยู่ที่เดิม

(๖) คำว่า “การย้ายเข้าทะเบียนคนบ้านกลาง”

หมายถึง การแจ้งย้ายที่อยู่ของบุคคลจากทะเบียนบ้านมาเข้าในทะเบียนคนบ้านกลาง

(๗) คำว่า “การย้ายออกจากทะเบียนคนบ้านกลาง”

หมายถึง การแจ้งย้ายรายการบุคคลจากทะเบียนคนบ้านกลางไปเข้าทะเบียนบ้านที่บุคคลนั้นจะไปอยู่

(๘) คำว่า “การย้ายในท้องที่”

หมายความว่า

การที่บุคคลย้ายออกและย้ายเข้าในเขตสำนักทะเบียนอำเภอหรือท้องถิ่นหรือสาขาเดียวกัน

ตอนที่

การควบคุมทะเบียนราษฎร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

นิยามเกี่ยวกับการควบคุมทะเบียนราษฎร ให้มีความหมายดังต่อไปนี้

(๑) คำว่า “การตกสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎร”

หมายความว่า

บุคคลสัญชาติไทยหรือบุคคลต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งเกิดก่อนวันที่

๑ มิถุนายน ๒๔๙๙ และไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

(๒) คำว่า “บุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือในลักษณะชั่วคราว”

หมายถึง

คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ผ่านขั้นตอนตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

หรือที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่เป็นการชั่วคราว

รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าวซึ่งถูกถอนสัญชาติไทยหรือไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่

๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕

(๓) คำว่า “เด็กอนาถา”

หมายความว่า เด็กซึ่งเกิดมาโดยบิดามารดาทอดทิ้ง

แต่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบุคคลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลอุปการะ

รวมถึงบุคคลลักษณะดังกล่าวที่มีอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว

ส่วนที่

สำนักทะเบียนราษฎรและนายทะเบียน

ตอนที่

สำนักทะเบียนราษฎร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

สำนักทะเบียน มีดังต่อไปนี้

(๑) สำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

ตั้งอยู่ในกรมการปกครอง มีผู้อำนวยการทะเบียนเป็นนายทะเบียน

และมีรองผู้อำนวยการทะเบียนเป็นผู้ช่วย

ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมทะเบียนราษฎรโดยทั่วไปทั่วราชอาณาจักรและวางระเบียบปฏิบัติต่างๆ

เกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร

(๒) สำนักทะเบียนจังหวัดตั้งอยู่ ณ

ศาลากลางจังหวัดมีนายทะเบียนจังหวัดเป็นนายทะเบียน

และมีผู้ช่วยนายทะเบียนจังหวัดเป็นผู้ช่วย

ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎรในเขตจังหวัด

(๓) สำนักทะเบียนอำเภอตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอ

หรือที่ว่าการกิ่งอำเภอมีนายทะเบียนอำเภอและผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอเป็นผู้ช่วย

มีหน้าที่จัดทำทะเบียนราษฎร

และควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎรในเขตอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

(๔) สำนักทะเบียนตำบลตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอ

หรือที่ว่าการกิ่งอำเภอ หรือในสถานที่ที่จังหวัดกำหนด

มีนายทะเบียนตำบลเป็นนายทะเบียน และมีผู้ช่วยนายทะเบียนตำบลเป็นผู้ช่วย

ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้ง คือรับแจ้งการเกิด รับแจ้งการตาย

รับแจ้งการย้ายที่อยู่ รับแจ้งการสร้างบ้านใหม่ รับแจ้งการรื้อบ้าน

รับแจ้งการกำหนดหมายเลขประจำบ้าน

และให้ผู้ช่วยนายทะเบียนตำบลประจำหมู่บ้านเป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน

ในกรณีที่ท้องที่อำเภอหรือตำบลใดมีการคมนาคมไม่สะดวก

หรือในกรณีที่เห็นเป็นการสมควร จังหวัดอาจจัดตั้งสำนักทะเบียนเพิ่มขึ้นอีกก็ได้ โดยรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบก่อน

(๕) สำนักทะเบียนท้องถิ่นตั้งอยู่ ณ

ที่ว่าการเขตในกรุงเทพมหานคร สำนักงานเทศบาล ศาลาว่าการเมืองพัทยา

มีนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นนายทะเบียน

และมีผู้ช่วยนายทะเบียนเป็นผู้ช่วยทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้ง คือ

รับแจ้งการเกิด รับแจ้งการตาย รับแจ้งการย้ายที่อยู่ รับแจ้งการสร้างบ้านใหม่

รับแจ้งการรื้อบ้าน รับแจ้งการกำหนดหมายเลขประจำบ้าน

และมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำทะเบียนราษฎร และควบคุมการปฏิบัติงานทะเบียนราษฎร

ในเขตการปกครองท้องถิ่นนั้นๆ

ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควรเพื่อความสะดวกแก่ราษฎรอาจจัดตั้งสำนักทะเบียนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอีกก็ได้

แต่ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดยรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบก่อน

(๖)

สถานกงสุลไทยหรือสถานทูตไทยในต่างประเทศเป็นสำนักทะเบียนทำหน้าที่จัดทำทะเบียนสำหรับผู้มีสัญชาติไทย

ในกรณีคนเกิด คนตาย นอกราชอาณาจักร โดยมีกงสุลไทย หรือข้าราชการสถานทูตไทย

ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศแต่งตั้งเป็นนายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การจัดตั้งสำนักทะเบียนในท้องที่เดียวกันมากกว่าหนึ่งแห่งตามข้อ ๑ (๔)

วรรคสอง และข้อ ๑ (๕) วรรคสอง เมื่อได้รายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบแล้ว

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรี แล้วแต่กรณี ประกาศให้ราษฎรทราบ

ตอนที่

การแต่งตั้งและถอดถอนนายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งและถอดถอนนายทะเบียนและผู้ช่วยนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนจังหวัด

สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนตำบล แล้วสำเนาคำสั่งแต่งตั้งรายงานไปยังสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในเขตกรุงเทพมหานคร

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครแต่งตั้งและถอดถอนนายทะเบียนท้องถิ่นและผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น

ในเขตเทศบาล

ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งและถอดถอนนายทะเบียนท้องถิ่นและผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น

ในเขตเมืองพัทยา

ให้นายกเมืองพัทยาแต่งตั้งและถอดถอนนายทะเบียนท้องถิ่นและผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น

เมื่อได้มีการแต่งตั้งหรือถอดถอนนายทะเบียนท้องถิ่นหรือผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น

ให้รายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด

และให้จังหวัดสำเนาคำสั่งรายงานไปยังสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

สำนักทะเบียนจังหวัด สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนตำบล

และสำนักทะเบียนท้องถิ่น

ให้มีนายทะเบียนหนึ่งคนสำหรับผู้ช่วยนายทะเบียนให้แต่งตั้งได้มากกว่าหนึ่งคนตามความเหมาะสมของแต่ละสำนักทะเบียน

ส่วนที่

การจัดทำเลขหมายประจำบ้าน

ตอนที่

บ้านที่ต้องกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

บ้านหลังหนึ่ง ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านเพียงเลขหมายเดียว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

บ้านที่ปลูกเป็นตึกแถวหรือห้องแถวหรืออาคารชุด

ให้กำหนดหมายเลขประจำบ้านทุกห้อง โดยถือว่าห้องหรืออาคารชุดหนึ่งๆ

เป็นบ้านหลังหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

บ้านที่ปลูกไว้สำหรับให้เช่าเป็นหลังๆ

ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านทุกหลังแม้จะมีผู้เช่าแล้วหรือไม่ก็ตาม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เรือหรือแพ ที่จอดอยู่ประจำตามลำน้ำ และมีผู้อาศัยอยู่ประจำ

ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านไว้เช่นเดียวกัน

โดยถือว่าเรือลำหนึ่งหรือแพหลังหนึ่งเป็นบ้านๆ หนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

บ้านซึ่งมีโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ในเขตเดียวกัน เช่น วัด ค่ายทหาร

โรงเรียน เรือนจำ สถานีตำรวจ ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านแต่ละแห่งเพียงหมายเลขเดียว

แต่ถ้าเจ้าบ้านประสงค์จะกำหนดเลขหมายประจำบ้านขึ้นอีก ก็ให้นายทะเบียนกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

บ้านที่มีบุคคลอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือในลักษณะชั่วคราวให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านเช่นเดียวกัน

หากอาศัยร่วมกันกับบุคคลสัญชาติไทย

หรือบุคคลต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านเลขเดียวกันกับทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔) ฉบับสีขาว

และทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๓) ฉบับสีเหลือง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

เลขหมายประจำบ้าน ขนาดสูง ๒ นิ้วฟุต จะใช้เขียนบนแผ่นโลหะหรือแผ่นไม้ก็ได้

ให้มีขนาดพองามและมองเห็นได้ชัดเจน

ตอนที่

การกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้าน ดังต่อไปนี้

ในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการดังนี้

(๑) ตั้งชื่อ ถนน ตรอก ซอย

ในเขตเทศบาลทุกแห่งจนครบและนำแผ่นป้ายบอกชื่อไว้หัวถนน ปลายถนน และตรงมุมแยก

ในกรณีที่ตรอกหรือซอยเดียวกันมีชื่อเดิมหลายชื่อไม่เหมือนกันให้เลือกใช้ชื่อตรอกหรือซอยนั้นเพียงชื่อเดียว

โดยใช้ชื่อที่ประชาชนนิยม

(๒) ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านเรียงตามลำดับบ้าน

โดยแต่ละถนน ตรอก ซอย แม่น้ำ หรือลำคลองสายหนึ่งๆ ขึ้นลำดับหนึ่งใหม่

จนตลอดสายทุกสาย

(๓) การเรียงเลขหมายประจำบ้าน

ให้เริ่มจากจุดสมมุติก่อน เมื่อหันหลังไปทางจุดสมมุติฝั่งขวาของถนน ตรอก ซอย

แม่น้ำหรือลำคลอง ให้เลขหมายประจำบ้านเป็นเลขคู่เรียงต่อไปตามลำดับ เช่น ๒, ๔, ๖,

๘ ฯลฯ ส่วนฝั่งซ้ายมือให้ติดเลขหมายประจำบ้านเป็นเลขคี่เรียงกันไปตามลำดับ เช่น ๑,

๓, ๕, ๗ ฯลฯ

นอกเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น

ให้นายทะเบียนตำบลดำเนินการดังนี้

(๑)

ถือปฏิบัติเช่นเดียวกันกับการกำหนดเลขหมายประจำบ้านในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น

(๒) เรียงลำดับเลขหมายประจำบ้านเป็นรายหมู่บ้าน

เมื่อขึ้นหมู่บ้านใหม่ให้ขึ้นหมายเลข ๑ เสมอไป

(๓) เริ่มต้นให้เลขหมายประจำบ้าน

ตั้งแต่ในเขตชุมชฃนุมชนที่หนาแน่นในหมู่บ้านนั้นๆ เสียก่อน

แล้วจึงกำหนดเลขหมายประจำบ้านที่อยู่ใกล้ถนนสายใหญ่ หรือริมน้ำเป็นลำดับที่ ๒

จนสุดสายแล้วแยกเป็นสายอื่นๆ ต่อไป ตามความเหมาะสมและสะดวกแก่การค้นหาบ้าน

โดยให้ถือหลักว่าบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันควรจะให้เลขหมายประจำบ้านใกล้กัน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ถ้าชุมนุมชนใดมีบ้านอยู่เป็นหย่อมๆ หรือบ้านที่อยู่ระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ

ให้กำหนดจุดสมมุติขึ้นก่อน แล้วกำหนดเส้นทางจากจุดสมมุตินั้นและปฏิบัติตามข้อ ๑๙

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดจุดเริ่มต้นใดๆ ได้ ให้กำหนดจุดสมมุติขึ้นก่อน

แล้วกำหนดเลขหมายประจำบ้านเริ่มต้นจากจุดสมมุตินั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

บริเวณพื้นที่ที่มีอาณาเขตติดต่อกันหลายท้องที่ ให้นายทะเบียนแต่ละท้องที่ติดกันนั้น

ทำความตกลงกันว่า ถนน ตรอก ซอย แม่น้ำ ลำคลอง

สายใดที่ติดต่อกันระหว่างท้องถิ่นให้ติดหมายเลขประจำบ้านฝั่งใดเป็นฝั่งขวาหรือฝั่งซ้ายเพื่อให้เหมือนกันโดยตลอด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

เมื่อได้กำหนดเลขหมายประจำบ้านไปแล้ว ต่อมามีบ้านปลูกสร้างขึ้นใหม่ระหว่างบ้านหลังใดก็ให้ใช้หมายเลขประจำบ้านของบ้านที่อยู่ใกล้กันแล้วเพิ่มตัวเลขไว้ท้ายเป็นเลขทับไป

เช่น ๕/๒, ๕/๓ เป็นเลขประจำบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่

นายทะเบียนอาจกำหนดเลขหมายประจำบ้านของบ้านหลังเดิมซึ่งถูกรื้อถอนหรือทำลายไป

ให้แก่บ้านซึ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

บ้านที่ปลูกสร้างขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน เช่น

บ้านที่ปลูกสร้างในที่สาธารณะ ปลูกสร้างโดยบุกรุกป่าสงวน

หรือบ้านที่ปลูกสร้างโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้าง

เป็นบ้านชั่วคราวให้ถือเสมือนบ้านที่จะต้องกำหนดเลขหมายประจำบ้านให้ตามระเบียบนี้

ตอนที่

วิธีการกำหนดเลขหมายประจำบ้านและเลขรหัสประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

เมื่อมีโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้น โดยมีลักษณะเป็น “บ้าน”

ตามความหมายในมาตรา ๔ (๑) แห่ง พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๔๙๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๓๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๕

เจ้าบ้านจะต้องแจ้งการสร้างบ้านใหม่และขอกำหนดเลขหมายประจำบ้านต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง

ในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น ให้แจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่น

นอกเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่นให้แจ้งต่อนายทะเบียนตำบลหรือผู้ช่วยนายทะเบียนตำบลประจำหมู่บ้านก็ได้สุดแล้วแต่ความสะดวก

การแจ้งการสร้างบ้านใหม่และขอให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านให้ถือปฏิบัติ

ดังนี้

ก. ในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) รับแจ้งตามแบบพิมพ์ ท.ร. ๙

(๒) ตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้แจ้ง

สภาพและลักษณะของบ้านว่า เป็นบ้านตามความหมายที่กำหนดไว้

(๓) ออกหลักฐานการรับแจ้งกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

(๔) จัดทำทะเบียนและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

(๕) ให้เลขรหัสประจำบ้าน

(๖) ลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๑)

(๗)

เก็บทะเบียนบ้านและมอบสำเนานทะเบียนบ้านให้แก่ผู้แจ้ง

(๘) จัดส่งแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ ตอนที่ ๑

ไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและรายงาน

เพื่อสำนักทะเบียนจังหวัดจะได้รวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

ข. นอกเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น

ให้ดำเนินการดังนี้

๑. ถ้าเป็นการแจ้งต่อนายทะเบียนตำบล ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) รับแจ้งตามแบบพิมพ์ ท.ร. ๙

(๒) ตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้แจ้ง

สภาพและลักษณะของบ้าน ว่าเป็นบ้านตามความหมายที่กำหนดไว้

(๓) ออกหลักฐานการรับแจ้งกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

(๔) นำหลักฐานและ ท.ร. ๙ เสนอนายทะเบียนอำเภอ

๒ เมื่อนายทะเบียนอำเภอได้รับ ท.ร. ๙

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) จัดทำทะเบียนและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

(๒) ให้เลขรหัสประจำบ้าน

(๓) ลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๑)

(๔)

เก็บทะเบียนบ้านและมอบสำเนานทะเบียนบ้านให้แก่ผู้แจ้ง

(๕) จัดส่งแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ ตอนที่ ๑

ไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลา และวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและรายงาน

เพื่อสำนักทะเบียนจังหวัดจะได้รวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

๓. ถ้าแจ้งต่อผู้ช่วยนายทะเบียนตำบลประจำหมู่บ้าน

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) รับแจ้งตามแบบพิมพ์ ท.ร. ๙

(๒) ตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้แจ้ง

สภาพและลักษณะของบ้าน ว่าเป็นบ้านตามความหมายที่กำหนดไว้

(๓) นำ ท.ร. ๙

และหลักฐานประกอบการแจ้งเสนอนายทะเบียนตำบล

(๔)

นายทะเบียนตำบลดำเนินการกำหนดเลขหมายประจำบ้าน แล้วนำหลักฐานและ ท.ร. ๙

เสนอนายทะเบียนอำเภอ

(๕) นายทะเบียนอำเภอดำเนินการจัดทำทะเบียนบ้านตาม

ข ๒ (๑) – (๕)

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

กรณีที่มีการรื้อบ้าน บ้านถูกทำลาย ให้ถือปฏิบัติดังนี้

ก. ในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น

ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการดังนี้

(๑) รับแจ้งตามแบบพิมพ์ ท.ร. ๙

(๒) เรียกสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

และตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้แจ้งและสภาพบ้านว่ามีการรื้อถอนหรือถูกทำลายจนไม่มีสภาพเป็นบ้านจริง

(๓)

จำหน่ายทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน แล้วแยกเก็บไว้ต่างหาก

โดยหมายเหตุว่า “แจ้งบ้านรื้อถอนหรือถูกทำลาย ตาม ท.ร. ๙

ลงวันที่.........เดือน...................พ.ศ. ..............”

พร้อมทั้งลงชื่อนายทะเบียน วัน เดือน ปีกำกับ

(๔)

ดำเนินการแจ้งการย้ายที่อยู่ของบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ได้จำหน่ายตามระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

(๕) ลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๒)

(๖) จัดส่งแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ ตอนที่ ๑

ไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและรายงาน

เพื่อสำนักทะเบียนจังหวัดจะได้รวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

ข. นอกเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น

๑. ถ้าเป็นการแจ้งต่อนายทะเบียนตำบล

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) รับแจ้งตามแบบพิมพ์ ท.ร. ๙

(๒) เรียกสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

และตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้แจ้งและตรวจสอบสภาพบ้านว่ามีการรื้อถอนหรือถูกทำลายจนไม่มีสภาพเป็นบ้านจริง

(๓) นำ ท.ร. ๙

และหลักฐานประกอบการแจ้งเสนอนายทะเบียนอำเภอ

เมื่อนายทะเบียนอำเภอได้รับ ท.ร. ๙ ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) จำหน่ายทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

แล้วแยกเก็บไว้ต่างหาก

(๒)

ดำเนินการแจ้งการย้ายที่อยู่ของบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ได้จำหน่ายตามระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

(๓) ลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๒)

(๔) จัดส่งแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ ตอนที่ ๑ ไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและรายงาน

เพื่อสำนักทะเบียนจังหวัดจะได้รวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

๓. ถ้าแจ้งต่อผู้ช่วยนายทะเบียนตำบลประจำหมู่บ้าน

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) รับแจ้งตามแบบพิมพ์ ท.ร. ๙

(๒) เรียกสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

และตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้แจ้งและสภาพบ้านว่ามีการรื้อถอนหรือถูกทำลายจนไม่มีสภาพเป็นบ้านจริง

(๓) ส่ง ท.ร. ๙

และหลักฐานประกอบการแจ้งไปให้นายทะเบียนตำบล

(๔)

นายทะเบียนตำบลดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานเสนอนายทะเบียนอำเภอ

(๕) นายทะเบียนอำเภอดำเนินการตาม ข ๒ (๑) –

(๕)

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ในกรณีที่มีการรื้อบ้าน บ้านถูกทำลาย และไม่ปรากฏเจ้าบ้าน

ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแห่งท้องที่นั้นเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแทนเจ้าบ้านและให้นายทะเบียนถือปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ

๒๖ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ในกรณีที่มีการรวมบ้านจากสองหลัง หรือมากกว่าสองหลัง

มาเป็นบ้านหลังเดียวกัน ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการรื้อบ้าน

หรือบ้านถูกทำลายตามข้อ ๒๖ และการแก้ไขรายการที่อยู่ของบ้านตามข้อ ๓๐ โดยอนุโลม

โดยให้ถือว่าบ้านที่จะนำมารวมนั้นเป็นบ้านที่จะต้องถูกจำหน่าย

และต้องลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๒) ให้ครบทุกหลัง

ส่วนบ้านที่ถูกรวมยังคงใช้เลขรหัสประจำบ้านเลขเดิม

แต่ต้องแก้ไขรายการที่อยู่ของบ้าน ซึ่งจะต้องลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๓)

เพียงหลังเดียว

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ในกรณีที่มีการแยกบ้านออกมาใหม่จากบ้านหลังเดิมให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการสร้างบ้านใหม่

และการขอกำหนดเลขหมายประจำบ้านตามข้อ ๒๕ และการแก้ไขรายการที่อยู่ของบ้านตามข้อ ๓๐

โดยอนุโลม โดยให้ลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๑) และ (๓) ในใบรายงานเดียวกัน

โดยให้ถือว่าบ้านที่จะแยกออกไปตั้งใหม่ทุกหลังเป็นบ้านที่ได้ปลูกสร้างขึ้นใหม่

ซึ่งจะต้องออกทะเบียนบ้านและกำหนดเลขรหัสประจำบ้านให้พร้อมทั้งลงรายการในแบบรายงาน

ท.ร. ๙๙ (๑) ส่วนบ้านที่ถูกแยกยังคงใช้เลขรหัสประจำบ้านเลขเดิม

แต่ต้องแก้ไขรายการที่อยู่ของบ้าน ซึ่งจะต้องลงรายการในแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๓)

เพียงหลังเดียว

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การแก้ไขรายการที่อยู่ของบ้านใรทะเบียนบ้าน

เนื่องจากลงรายการไว้ผิดไปจากข้อเท็จจริงเดิม

หรือจำเป็นต้องแก้ไขรายการที่อยู่ของบ้านให้ตรงกับข้อเท็จจริง

เนื่องจากมีการรวมบ้านตามข้อ ๒๘ หรือแยกบ้านตามข้อ ๒๙

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงแล้วแต่กรณี

และให้รายงานตามแบบ ท.ร. ๙๙ (๓) แล้วจัดส่งแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ ตอนที่ ๑

ไปให้สำนักทะเบียนต่างจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและรายงาน

เพื่อสำนักทะเบียนจังหวัดจะได้นำส่งไปให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การกำหนดเลขหมายประจำบ้านกรณีเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง

ให้ถือปฏิบัติดังนี้

ก. การตั้งหมู่บ้านขึ้นใหม่

(๑)

ให้ถือเลขหมายประจำบ้านและเลขรหัสประจำบ้านที่ได้กำหนดไว้ประจำบ้านแต่ละบ้านของหมู่บ้านเดิมนั้นเป็นเลขหมายประจำของหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นใหม่ต่อไป

โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขแต่ประการใด

(๒)

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี แก้ไข “หมู่ที่”

ในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านให้ตรงกับ “หมู่ที่...”

ที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ สำหรับหมู่บ้านนั้น เช่น “บ้านเลขที่

๔๗๑ หมู่ที่ ๔ ตำบลทับสะแก ได้แยกหมู่ที่ ๔ ออกเป็น ๒ หมู่คือ หมู่ที่ ๔

และหมู่ที่ ๕ และบ้านเลขที่ ๔๗๑ นี้ ไปขึ้นอยู่ในหมู่ที่ ๕

ก็คงแก้เพียงหมู่ที่เป็น “บ้านเลขที่ ๔๗๑ หมู่ที่ ๕

ตำบลทับสะแก” เป็นต้น

(๓)

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี

แยกทะเบียนบ้านของหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นใหม่นั้นออกเป็นหมู่บ้านใหม่ของตำบลนั้นๆ

และจัดเก็บทะเบียนบ้านตามระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

(๔) รายงานการแก้ไข

เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายการที่อยู่ของบ้านที่จัดตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นใหม่

ตามแบบรายงานการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือจำหน่ายเกี่ยวกับบ้าน กรณีแก้ไขเปลี่ยนแปลง

เพิ่มเติม เป็นจำนวนมาก (ท.ร. ๙๙/๑) โดยให้จัดส่งแบบรายงาน ท.ร. ๙๙/๑

ไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและรายงาน

เพื่อรวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

ข. การเปลี่ยนแปลงเขตตำบล

ถ้าเป็นการโอนหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจากตำบลหนึ่งไปขึ้นกับอีกตำบลหนึ่ง

หรือเป็นการจัดตั้งตำบลขึ้นใหม่

ให้ถือเลขหมายประจำบ้านและเลขรหัสประจำบ้านเดิมทั้งหมด

คงเปลี่ยนแปลงเฉพาะรายการหมู่ที่และตำบลเท่านั้น

และให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นใหม่ ตามข้อ ๓๑ ก. โดยอนุโลม

พร้อมทั้งรายงานตามแบบ ท.ร. ๙๙/๑

ค.

ถ้าเป็นการโอนหมู่บ้านแต่เพียงบางส่วนของตำบลหนึ่งไปขึ้นกับอีกตำบลหนึ่งหรือในตำบลเดียวกันก็ตาม

บ้านอาจจะมีเลขหมายประจำบ้านซ้ำกัน เช่น บ้านเลขที่ ๔ หมู่ที่ ๒

โอนไปขึ้นอยู่กับหมู่ที่ ๓ กรณีเช่นนี้ บ้านเลขที่ ๔ ในหมู่ที่ ๓ จะมีสองบ้าน

ซึ่งจะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้านเลขที่ ๔ ไม่ให้ซ้ำกัน

ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีเลขหมายประจำบ้านซ้ำกันตามข้อ ๓๓ โดยอนุโลม

ง.

ถ้าเป็นการจัดตั้งสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นขึ้นใหม่ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) จัดทำบัญชีรับมอบทะเบียนบ้านจากสำนักทะเบียนเดิม

(๒)

แก้ไขรายการที่ตั้งหรือที่อยู่ของบ้านในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านให้เป็นปัจจุบันหรือถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง

(๓) รายงานการแก้ไข

เปลี่ยนแปลงรายกทารที่ตั้งหรือที่อยู่ของบ้านตามแบบรายงาน ท.ร. ๙๙/๑

โดยให้จัดส่งแบบรายงานไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและการรายงาน

เพื่อรวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

เมื่อนายทะเบียนเห็นควรเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้านในเขตสำนักทะเบียนในบางส่วนหรือจะเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด

เนื่องจากเลขหมายประจำบ้านที่กำหนดไว้ไม่เป็นระเบียบหรือสับสนยากแก่การค้นหาตรวจสอบ

ให้ถือปฏิบัติดังนี้

ก. ในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

ประกาศให้ราษฎรหรือเจ้าบ้านในเขตที่มีการปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้านให้ทราบอย่างน้อย

๑๕ วัน

(๒) จัดทำแผนที่หรือแผนผังของบริเวณที่เปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้านโดยสังเขป

(๓)

สำรวจตรวจสอบบริเวณที่จะกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

(๔) กำหนดเลขหมายประจำบ้านขึ้นใหม่

โดยถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

(๕)

เมื่อกำหนดเลขหมายประจำบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วให้แจ้งเจ้าบ้านนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแก้ไขให้ถูกต้อง

(๖)

รายงานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ตั้งหรือที่อยู่ของบ้านตามแบบรายงาน ท.ร. ๙๙/๑

โดยให้จัดส่งแบบรายงานไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและการรายงาน

เพื่อรวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินต่อไป

(๗)

แจ้งให้หน่วยราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น สำนักงานที่ดิน ไปรษณีย์

โทรศัพท์ การประปาหรือการไฟฟ้าเป็นต้น เพื่อเป็นการประสานงานต่อไป

ข. นอกเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ประกาศให้ราษฎรหรือเจ้าบ้านในเขตที่มีการปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้านให้ทราบอย่างน้อย

๑๕ วัน

(๒)

จัดทำแผนที่หรือแผนผังของบริเวณที่จะเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้านโดยสังเขป

(๓)

สำรวจตรวจสอบบริเวณที่จะกำหนดเลขหมายประจำบ้านใหม่

(๔) กำหนดเลขหมายประจำบ้านขึ้นใหม่

โดยถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

(๕)

เมื่อกำหนดเลขหมายประจำบ้านใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ให้แจ้งเจ้าบ้านนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแก้ไขให้ถูกต้อง

(๖)

รายงานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ตั้งหรือที่อยู่ของบ้านตามแบบรายงาน ท.ร. ๙๙/๑

โดยให้จัดส่งแบบรายงานไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและการรายงานเพื่อรวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินต่อไป

(๗)

แจ้งให้หน่วยราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น สำนักงานที่ดิน ไปรษณีย์

โทรศัพท์ การประปา หรือ การไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อเป็นการประสานงานต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

กรณีเลขหมายประจำบ้านซ้ำกัน ให้นายทะเบียนกำหนดเลขหมายประจำบ้านใหม่

โดยให้ถือปฏิบัติดังนี้

ก. ในเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

เรียกเจ้าบ้านให้นำสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่มีเลขหมายประจำบ้านซ้ำกันมาดำเนินการสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงว่าบ้านหลังใดให้เลขหมายประจำบ้านก่อน

ทั้งนี้

ให้ถือเลขหมายประจำบ้านของบ้านที่ได้มาก่อนเป็นเลขหมายประจำบ้านที่ถูกต้องของบ้านหลังนั้นเว้นแต่นายทะเบียนจะเห็นสมควรกำหนดเลขหมายประจำบ้านเป็นอย่างอื่นก็ให้ทำได้

(๒) ให้เจ้าบ้านที่มีเลขหมายประจำบ้านซ้ำกับบ้านหลังอื่น

ยื่นคำร้องขอเลขหมายประจำบ้านตามแบบ ท.ร. ๙

(๓) กำหนดเลขหมายประจำบ้านตามระเบียบ

(๔)

ดำเนินการแก้ไขรายการในช่องบ้านเลขที่ในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

แล้วกรอกแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๓)

(๕) รายงานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ตั้งหรือที่อยู่ของบ้านตามแบบรายงาน

ท.ร. ๙๙ ตอนที่ ๑

โดยให้จัดส่งแบบรายงานไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนการส่งและการรายงาน

เพื่อรวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

ข. นอกเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่น

ให้ดำเนินการดังนี้

๑. ถ้าแจ้งต่อนายทะเบียนตำบล ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

เรียกเจ้าบ้านให้นำสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของบ้านที่มีเลขหมายประจำบ้านซ้ำกัน

มาดำเนินการสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงว่าบ้านหลังใดได้เลขหมายประจำบ้านก่อน ทั้งนี้

ให้ถือเลขหมายประจำบ้านของบ้านที่ได้มาก่อนเป็นเลขหมายประจำบ้านที่ถูกต้องของบ้านหลังนั้น

เว้นแต่นายทะเบียนจะเห็นสมควรกำหนดเลขหมายประจำบ้านเป็นอย่างอื่นก็ให้ทำได้

(๒)

ให้เจ้าบ้านที่มีเลขหมายประจำบ้านซ้ำกับบ้านหลังอื่นยื่นคำร้องขอเลขหมายประจำบ้านตามแบบ

ท.ร. ๙

(๓) กำหนดเลขหมายประจำบ้านตามระเบียบ

(๔) นำหลักฐาน ท.ร. ๙ เสนอนายทะเบียนอำเภอ

๒. เมื่อนายทะเบียนอำเภอได้รับ ท.ร. ๙

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

ดำเนินการแก้ไขรายการในช่องบ้านเลขที่ในทะเบียนบ้าน

และสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน แล้วกรอกแบบรายงาน ท.ร. ๙๙ (๓)

(๒)

รายงานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ตั้งหรือที่อยู่ของบ้านตามแบบรายงาน ท.ร. ๙๙

ตอนที่ ๑

โดยให้จัดส่งแบบรายงานไปให้สำนักทะเบียนจังหวัดตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้

ในส่วนการส่งและการรายงาน

เพื่อรวบรวมนำส่งให้สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรดำเนินการต่อไป

๓. ถ้าแจ้งต่อผู้ช่วยนายทะเบียนตำบลประจำหมู่บ้าน

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

เรียกเจ้าบ้านให้นำสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

เพื่อดำเนินการสอบสวนในเบื้องต้นให้ได้ข้อเท็จจริงว่าบ้านหลังใดได้เลขหมายประจำบ้านก่อน

(๒) ยื่นคำร้องขอเลขหมายประจำบ้านตามแบบ ท.ร. ๙

(๓) ส่ง ท.ร. ๙

และหลักฐานประกอบการแจ้งไปให้นายทะเบียนตำบล

(๔) นายทะเบียนตำบลดำเนินการกำหนดเลขหมายประจำบ้านตามระเบียบ

แล้วรวบรวมหลักฐานเสนอนายทะเบียนอำเภอ

(๕) นายทะเบียนอำเภอดำเนินการตาม ข. ๒ (๑) –

(๒)

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ในกรณีจำหน่ายบ้านตามข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗ หรือกรณีรวมบ้านตามข้อ ๒๘

ให้ดำเนินการจำหน่ายเลขรหัสประจำบ้านของบ้านที่จำหน่ายหรือยุบมารวมกับบ้านใหม่แล้วแต่กรณีทุกครั้งไป

โดยไม่ให้นำกลับมาใช้ใหม่อีก แม้ว่าจะมีการปลูกสร้างบ้านขึ้นใหม่ในบริเวณนั้นก็ตาม

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

การแก้ไขรายการที่อยู่ของบ้านหลังใดหลังหนึ่ง หรือหลายหลังตามข้อ ๓๑, ๓๒

และ ๓๓ ให้ใช้เลขรหัสประจำบ้านเลขเดิม โดยไม่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือดำเนินการให้ใหม่

แม้ว่าเลขรหัสประจำบ้านจะไม่ตรงกับรหัสสำนักทะเบียนก็ตาม

ตอนที่

จุดสมมุติในการให้เลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ถนนที่เป็นทางเข้าเขตชุมนุมชน ให้ถือต้นทางของเขตชุมนุมชนนั้นเป็นจุดสมมุติ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ถนนที่ตั้งจากริมฝั่งแม่น้ำ ริมคลอง หรือชายทะเล

ให้ถือจากริมฝั่งแม่น้ำริมคลอง หรือชายทะเลนั้นเป็นจุดสมมุติ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ตรอกหรือซอยให้ถือถนนใหญ่ซึ่งตรอกหรือซอยนั้นแยกมาเป็นจุดสมมุติ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

บ้านที่อยู่ริมน้ำที่ไม่มีถนน ตรอก หรือซอย ให้ถือปากน้ำเป็นจุดสมมุติ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

จุดสมมุติอื่นๆ ที่เหมาะสม เช่น

หมู่บ้านที่มีบ้านระเกะระกะให้จัดทำเส้นทางสมมุติขึ้นเสียก่อน

แล้วจึงกำหนดเลขหมายประจำบ้านให้

ตอนที่

วิธีติดเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

บ้านทั่วไปให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ที่ประตูทางเข้าหรือที่บุคคลภายนอกมองเห็นได้ง่าย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

บ้านที่มีรั้วบ้านโดยรอบ ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ที่ประตูรั้วบ้านทางเข้า

ถ้ารั้วบ้านมีประตูทางเข้าหลายทางให้ติดไว้ที่ประตูรั้วซึ่งใช้เข้าออกโดยปกติ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

บ้านที่อยู่ริมแม่น้ำ และมีศาลาท่าน้ำ

ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ที่ศาลาท่าน้ำของบ้านนั้น ถ้าบ้านใดไม่มีศาลาท่าน้ำ ให้ติดไว้ที่บ้านซึ่งสามารถมองจากลำน้ำเห็นได้โดยชัดเจน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

บ้านที่มีรั้วบ้านแต่ไม่มีกรอบประตูรั้วบ้าน

ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ตรงเสาประตูรั้วบ้านทางเข้าด้านขวามือ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

บ้านที่มีรั้วบ้านและกรอบประตูรั้วบ้าน

ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ตรงกลางของขอบประตูรั้วบ้านเบื้องบน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

บ้านที่มีหลายชั้นและแยกการปกครองต่างหากจากกัน เช่น ห้องเช่า หรืออาคารชุด

ให้ติดเลขหมายประจำบ้านทุกห้องเรียงตามลำดับจากห้องข้างล่างขึ้นไปหาชั้นบน

ส่วนที่

ตอนที่

วิธีติดเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

ให้นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่น

จัดทำทะเบียนบ้านพร้อมทั้งกำหนดเลขรหัสประจำบ้านสำหรับทุกบ้านที่มีเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔) ฉบับสีขาว

ใช้สำหรับบ้านที่ได้ปลูกสร้างและมีลักษณะเป็นบ้านตามความหมายของระเบียบนี้

และใช้ลงรายการเฉพาะบุคคลที่มีสัญชาติไทยและบุคคลต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

ทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๓) สีเหลือง

ใช้สำหรับบ้านที่ได้ปลูกสร้างและมีลักษณะเป็นบ้านตามความหมายของระเบียบนี้

และใช้ลงรายการเฉพาะบุคคลซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือในลักษณะชั่วคราว

รวมทั้งบุตรของบุคคลดังกล่าว

141 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร สำหรับนักทะเบียนในเขตปฏิบัติการตามโครงการจัดทำเลขประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2528 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_39f53c9a9d9df1a5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com