法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไจประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคท้าย แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๗ ลงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศฉบับนี้

“สำนักงานบัญชี” หมายถึง บุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนและมีสถานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งให้บริการด้านการทำบัญชี

“หัวหน้าสำนักงาน” หมายถึง ผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของสำนักงานบัญชีในการให้บริการจัดทำบัญชีแก่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

“ผู้ทำบัญชี” หมายถึง ผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่สังกัดในสำนักงานบัญชี

“ผู้ตรวจประเมิน” หมายถึง ผู้ทำหน้าที่ตรวจประเมินสำนักงานบัญชีที่ยื่นขอรับการรับรองคุณภาพ และตรวจติดตามการดำเนินงานของสำนักงานบัญชีคุณภาพ

“ข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี” หมายถึง ข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีที่แนบท้ายประกาศนี้

“หนังสือรับรอง” หมายถึง หนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้แก่สำนักงานบัญชีที่ผ่านการตรวจประเมินตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

“กรม” หมายถึง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

“อธิบดี” หมายถึง อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สำนักงานบัญชีที่จะยื่นขอรับหนังสือรับรองต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) ประกอบกิจการด้านการจัดทำบัญชีมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๒) รับทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยแบ่งตามขนาดดังนี้

(ก) ขนาดเล็ก ตั้งแต่ ๑๕ – ๒๙ ราย

(ข) ขนาดกลาง ตั้งแต่ ๓๐ – ๔๙ ราย

(ค) ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ ๕๐ รายขึ้นไป

(๓) มีหัวหน้าสำนักงานที่ปฏิบัติงานเต็มเวลา มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า หรือได้รับประกาศนียบัตร หรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง มีประสบการณ์ด้านการจัดทำบัญชีไม่น้อยกว่า ๕ ปี และต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีต่อกรมไว้แล้วตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๗

(๔) มีผู้ช่วยทำบัญชีที่ปฏิบัติงานเต็มเวลา มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า หรือไดรับประกาศนียบัตร หรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรองอย่างน้อย ๑ คน

(๕) มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร

(๖) ในกรณีที่สำนักงานบัญชีจัดตั้งในรูปคณะบุคคลหรือนิติบุคคล ผู้เป็นเจ้าของ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการ แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านการให้บริการรับทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ (๓) ด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สำนักงานบัญชีที่จะยื่นขอรับหนังสือรับรองต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

(๑) เคยถูกเพอกถอนหนังสือรับรอง เว้นแต่พ้นระยะเวลาที่ฝ่าฝืนมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๒) ฝ่าฝืนเงื่อนไขตามข้อ ๑๔ และข้อ ๑๘ เว้นแต่พ้นระยะเวลาที่ฝ่าฝืนมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๓) หัวหน้าสำนักงานเป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) ในกรณีที่สำนักงานบัญชีจัดตั้งในรูปคณะบุคคลหรือนิติบุคคล ผู้เป็นเจ้าของ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการ แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านการให้บริการรับทำบัญชีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ (๔)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สำนักงานบัญชีที่ยื่นขอรับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติ และผ่านขั้นตอนการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี ดังนี้

(๑) แจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการขอรับรองคุณภาพตามแบบคำขอหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี (แบบ ร.สบ. ๑) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้ พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ ร.สบ. ๑

ในกรณีสำนักงานบัญชีมีสำนักงานหลายแห่งแยกต่างหากจากกัน ให้แยกคำขอของแต่ละสำนักงานที่ประสงค์จะขอหนังสือรับรอง

(๒) เข้ารับและผ่านการตรวจประเมินคุณภาพตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี โดยผู้ตรวจประเมินจากหน่วยงานที่กรมกำหนด ดังนี้

(ก) สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ

(ข) หน่วยงานอื่นที่กรมให้ความเห็นชอบ

ทั้งนี้ สำนักงานบัญชีที่ยื่นขอรับหนังสือรับรอง ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือหน่วยงานอื่นที่กรมให้ความเห็นชอบแล้ว จะไดรับการยกเว้นการตรวจประเมินคุณภาพในข้อกำหนดการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ แต่ต้องได้รับการตรวจสอบเกี่ยวกับมาตรฐานทางบัญชี และข้อกำหนดอื่นที่กรมกำหนดเพิ่มเติม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

(๓) ได้รับความเห็นชอบจากกรมให้เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สำนักงานบัญชีที่ผ่านขั้นตอนการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีแล้วจะได้รับหนังสือรับรอง และจะได้รับการเผยแพร่ชื่อและที่ตั้งของสำนักงานบัญชีให้สาธารณชนทราบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ หนังสือรับรองมีกำหนดอายุ ๓ ปี รับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ตลอดระยะเวลาอายุหนังสือรับรอง สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี ซึ่งรวมถึงในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในภายหลัง

(๒) เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพจากผู้ตรวจประเมินอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ซึ่งอาจเป็นการตรวจประเมินใหม่ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนตามความเหมาะสม โดยสำนักงานบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการตรวจประเมินคุณภาพตามอัตราที่หน่วยตรวจประเมินเรียกเก็บ

กรณีสำนักงานบัญชีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือหน่วยงานอื่นที่กรมให้ความเห็นชอบแล้ว จะต้องเข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง โดยจะได้รับการยกเว้นการตรวจประเมินคุณภาพในข้อกำหนดการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ แต่ต้องได้รับการตรวจสอบเกี่ยวกับมาตรฐานทางการบัญชี และข้อกำหนดอื่นที่กรมกำหนดเพิ่มเติม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

หากสำนักงานบัญชีมีความประสงค์เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพพร้อมกันในคราวเดียวกับการตรวจประเมินมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ของสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือหน่วยงานอื่นที่กรมให้ความเห็นชอบ ก็สามารถดำเนินการได้ โดยสำนักงานบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบเฉพาะค่าใช้จ่ายในการตรวจตามมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ตามอัตราที่สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือหน่วยงานอื่นที่กรมให้ความเห็นชอบเรียกเก็บ

(๓) ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจประเมินทุกครั้งที่รับการตรวจประเมิน และยินยอมให้หน่วยงานอื่นที่กรมเห็นชอบเข้าร่วมสังเกตการณ์ตรวจประเมิน รวมทั้งส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองคุณภาพแก่ผู้ตรวจประเมินและกรม เมื่อได้รับการร้องขอ

(๔) ไม่นำหนังสือรับรองไปใช้ในทางที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรม หรือนำไปใช้อ้างอิงต่อบุคคลหรือหน่วยงานอื่นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด

(๕ ) ในกรณีที่กรมแจ้งเรื่องร้องเรียนของบุคคลที่สามเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี สำนักงานบัญชีจะต้องดำเนินการพิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าวและแจ้งผลการดำเนินการให้กรมทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรมมีอำนาจกำหนดให้มีการตรวจประเมินคุณภาพเพิ่มเติมหรือตรวจประเมินคุณภาพใหม่ทั้งหมด โดยไม่แจ้งให้สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองทราบล่วงหน้าได้ตลอดระยะเวลาอายุหนังสือรับรอง เมื่อมีเหตุดังต่อไปนี้

(๑) มีเหตุที่น่าเชื่อว่าคุณภาพของสำงานบัญชีลดลง ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

(๒) มีการเปลี่ยนแปลงในสำนักงานที่เป็นสาระสำคัญและมีผลต่อการดำเนินงานของสำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรอง

(๓) มีข้อร้องเรียนที่มีมูลเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีหนังสือรับรองสิ้นอายุ และสำนักงานบัญชีมีความประสงค์ต่ออายุหนังสือรับรองให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) แจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามแบบคำขอต่ออายุหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี (แบบ ร.สบ. ๒) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้ พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ ร.สบ. ๒ ภายใน ๙๐ วัน ก่อนวันที่หนังสือรับรองสิ้นอายุ

(๒) ผ่านขั้นตอนการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีตามข้อ ๖ (๒) และ (๓)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญในสำนักงานที่ได้รับหนังสือรับรองแล้ว เช่น ย้ายที่ตั้งสำนักงาน การโอนกิจการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง การเปลี่ยนแปลงสถานะของสำนักงานบัญชี เป็นต้น สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองจะต้องแจ้งการย้ายหรือการเปลี่ยนแปลงเช่นว่านั้นต่อกรมภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วแต่กรณี ตามแบบคำขอทั่วไป (แบบ ร.สบ. ๓) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้ พร้อมกับแนบเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบ ร.สบ. ๓ และในกรณีดังกล่าว สำนักงานบัญชีจะต้องรับการตรวจประเมินคุณภาพใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วนตามความเหมาะสม ซึ่งเมื่อผ่านการตรวจประเมินแล้วจะได้รับหนังสือรับรองฉบับใหม่ที่มีอายุเท่ากับหนังสือรับรองฉบับเดิม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ประสงค์จะยกเลิกการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีหรือเลิกประกอบกิจการด้านการทำบัญชี ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กรมทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน นับแต่วันที่สำนักงานบัญชีมีมติยกเลิกการรับรอง หรือเลิกประกอบกิจการ โดยใช้แบบคำขอทั่วไป (แบบ ร.สบ. ๓) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้ พร้อมกับแนบเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบ ร.สบ. ๓

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองหรือมีการแจ้งขอยกเลิกการรับรอง หรือเลิกประกอบกิจการด้านการทำบัญชีจะต้องส่งคืนหนังสือรับรองให้แก่กรมภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งหรือวันยกเลิกการรับรองหรือวันเลิกประกอบกิจการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรมอาจมีคำสั่งให้พักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) หัวหน้าสำนักงาน หรือผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือกรรมการ แล้วแต่กรณี เป็นบุคคลล้มละลายถูกห้ามประกอบวิชาชีพบัญชีหรือถูกเพิกถอนสมาชิกภาพจากสภาวิชาชีพบัญชี

(๒) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๙

(๓) กรณีอื่น ๆ ที่กรมพิจารณาแล้วเห็นว่าสำนักงานบัญชีอาจกระทำให้เกิดความเสียหายหรือมีผลกระทบต่อการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หากสำนักงานบัญชีถูกพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรอง และถ้าปรากฏว่าสำนักงานบัญชีนั้นมีสำนักงานบัญชีแห่งอื่นหรือสำนักงานสาขา ที่มีหัวหน้าสำนักงาน หรือผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือกรรมการ เป็นคนเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกัน ผู้ตรวจประเมินจะเข้าไปตรวจประเมินคุณภาพสำนักงานบัญชีแห่งอื่น หรือสำนักงานสาขานั้น ๆ ด้วย และถ้ามีความเสียหายหรือมีผลกระทบต่อการรับรองคุณภาพ สำนักงานบัญชีแห่งอื่นหรือสำนักงานสาขานั้น อาจถูกพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การพักใช้หนังือรับรองครั้งหนึ่งมีกำหนดระยะเวลา ๑๘๐ วัน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนหนังสือรับรอง หรือมีการแจ้งขอยกเลิกการรับรอง หรือเลิกประกอบกิจการด้านการทำบัญชี ต้องยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา ที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีโดยทันที

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองรายใดถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองแล้ว หากมีเหตุที่กรมอาจสั่งพักหรือเพิกถอนหนังสือรับรองตามข้อ ๑๕ ซ้ำอีก ภายในกำหนดระยะเวลา ๓ ปี นับแต่วันถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองครั้งแรก กรมจะเพิกถอนหนังสือรับรอง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีที่หนังสือรับรองชำรุด หรือสูญหาย หรือมีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานบัญชี ให้สำนักงานบัญชียื่นคำร้องต่อกรมภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่หนังสือรับรองชำรุด หรือสูญหาย หรือมีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานบัญชี เพื่อขอรับใบแทนหนังสือรับรอง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บรรดาผู้ตรวจประเมินที่กรมให้ความเห็นชอบตามข้อ ๖ (๒) (ข) และสำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ตรวจประเมินที่ได้รับความเห็นชอบ และเป็นสำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองตามประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สำนักงานบัญชีใดที่ได้ยื่นขอรับหนังสือรับรองตามแบบคำขอรับหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี (แบบ ร.สบ. ๑) หรือได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองตามแบบคำขอต่ออายุหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี (แบบ ร.สบ. ๒) หรือได้ยื่นคำขอทั่วไป (แบบ ร.สบ. ๓) ไว้ก่อนประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าได้ยื่นคำขอดังกล่าว แล้วแต่กรณี ตามประกาศฉบับนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

นางสางผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

จุฑามาศ/จัดทำ

๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๙

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3a0f56a0fd24a852

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com