法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 51/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๕๑/๒๕๖๐

เรื่อง

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

โดยที่ในปัจจุบันสถานการณ์อันเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว

มีความซับซ้อนและกระทำได้หลากหลายรูปแบบ โดยสถานการณ์อันเป็นภัยนั้นอาจเกิดขึ้นได้ทั้งภายนอกและภายในประเทศ

และอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากการกระทำของบุคคลหรือภัยจากธรรมชาติอันเป็นสาธารณภัย

เพื่อให้การดำเนินการของภาครัฐในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินสถานการณ์

และอำนวยการในการรักษาความมั่นคง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

สามารถดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

เพื่อให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมีอำนาจหน้าที่ในการรองรับต่อสถานการณ์อันเป็นภัยดังกล่าว

อีกทั้งเพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและป้องกันบรรเทาสาธารณภัยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐในทุกระดับ

เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติ

ความสงบเรียบร้อยในสังคมและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช

๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” ในมาตรา ๓

แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข

และฟื้นฟูสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยอันเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข

ทำลาย หรือทำความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ

รวมถึงในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ให้กลับสู่สภาวะปกติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความใน (๑) และ (๒) ของมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) ติดตาม ตรวจสอบ ประสานงาน

และประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ทั้งภายในและนอกราชอาณาจักร

ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

และรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

(๒) อำนวยการในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

ในการนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่เสนอแผนและแนวทางในการปฏิบัติงานและดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยแผนและแนวทางนั้นต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ทั้งนี้

ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามแผนและแนวทางนั้นด้วย

เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนและแนวทางตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานและโครงการเพื่อปฏิบัติให้สอดคล้องกับแผนและแนวทางดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๙ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของ

กอ.รมน. ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้หน่วยงานของรัฐจัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ใน

กอ.รมน.

ตามที่ผู้อำนวยการร้องขอและให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลหรือองค์กรอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกันของหน่วยงานของรัฐนั้นจัดให้หน่วยงานของรัฐที่จัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ยัง

กอ.รมน. มีอัตรากำลังแทนตามความจำเป็นแต่ไม่เกินจำนวนอัตรากำลังที่จัดส่งไป

โดยการจัดอัตรากำลังแทนดังกล่าวอาจจัดเป็นรายอัตราหรือเป็นหน่วยก็ได้

ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน กอ.รมน.

ตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมต่อไป

สำหรับสิทธิประโยชน์อื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐

แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๐ ให้มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรคณะหนึ่งประกอบด้วย

นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธานกรรมการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อัยการสูงสุด

เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก

ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการ และเลขาธิการ

กอ.รมน. เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการใน กอ.รมน.

เป็นผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่กำกับ

ให้คำปรึกษาและเสนอแนะต่อ กอ.รมน. ในการปฏิบัติงานในอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน.

รวมตลอดทั้งอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

วางระเบียบเกี่ยวกับการอำนวยการและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

(๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.

กอ.รมน.ภาค กอ.รมน. จังหวัด คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค

และคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด

(๓) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงินการคลัง

การพัสดุและการจัดการทรัพย์สินของ กอ.รมน.

(๔) แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา กอ.รมน.

โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคส่วนต่าง ๆ อย่างน้อยให้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหรือมีประสบการณ์ด้านรัฐศาสตร์

รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี

การรักษาความมั่นคงของรัฐ

สื่อมวลชนและมีหน้าที่ในการเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหรือป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น

และให้คำปรึกษาตามที่คณะกรรมการหารือ

(๕)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

(๖)

ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๑/๑

และมาตรา ๑๑/๒ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

“มาตรา ๑๑/๑ ในกรณีที่มีการจัดให้มี กอ.รมน. ภาค

ตามมาตรา ๑๑ ให้ กอ.รมน. ภาค แต่ละแห่งมีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคประกอบด้วย

ผอ.รมน.ภาค เป็นประธานกรรมการ

อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด แม่ทัพน้อย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด

และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่

อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่

ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่อยู่ในเขตพื้นที่

ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่

หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่

หัวหน้าส่วนราชการอื่นที่อยู่ในเขตพื้นที่ซึ่ง ผอ.รมน.ภาค แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ผอ.รมน.ภาค

แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค

เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๑๑/๒ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค

มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) อำนวยการ บูรณาการ และประเมินผลการดำเนินงานการรักษาความมั่นคงภายในภาค

(๒) นำนโยบายของรัฐบาล

และนโยบายในการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการไปสู่การปฏิบัติโดยกำหนดมาตรการที่เหมาะสม

สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่

(๓) บูรณาการ ประสานงาน

และเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในเขตพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

และยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ

(๔) ให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ การปฏิบัติงานของ

กอ.รมน.จังหวัด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

(๕)

แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

(๖) มีหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓/๑

และมาตรา ๑๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

“มาตรา ๑๓/๑ ในกรณีที่มีการตั้ง กอ.รมน. จังหวัด

ตามมาตรา ๑๓ ให้ กอ.รมน. จังหวัดแต่ละแห่ง มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประกอบด้วย

ผอ.รมน. จังหวัด เป็นประธานกรรมการ

อัยการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้าที่ทำการอัยการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

เป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด

โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด

ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด

ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด

ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงพลังงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด

ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงแรงงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด

ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด

ผู้แทนมณฑลทหารบกที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการอื่นซึ่ง ผอ.รมน.

จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผอ.รมน. จังหวัด

แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ

ให้ปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๑๓/๒ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด

มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) อำนวยการ บูรณาการ

และประเมินผลการดำเนินงานรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด

(๒)

กำหนดแนวทางในการจัดทำแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด

และพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดและแผนงานโครงการด้านอื่น

ๆ อาทิ ด้านการรักษาความสงบ เรียบร้อย

ด้านเศรษฐกิจและสังคมของทุกส่วนราชการในจังหวัดที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงภายในจังหวัด

(๓)

กำหนดแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงภายในจังหวัดเพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการพิจารณา

(๔)

พิจารณาให้ความเห็นต่อการดำเนินการตามแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนที่มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในจังหวัด

โดยเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับไปประกอบการพิจารณา

(๕) ให้คำปรึกษาแนะนำหรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด

(๖)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

(๗)

เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลหรือจัดส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานประกอบเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของคณะกรรมการ”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑

แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

“มาตรา ๑๔/๑ การประชุม การปฏิบัติหน้าที่

และการพ้นจากตำแหน่งของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานตามมาตรา ๑๑/๒ (๕) และมาตรา ๑๓/๒

(๖) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกำหนด”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑]

คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ

วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๐

พลเอก

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปวันวิทย์/อัญชลี/จัดทำ

๒๒ พฤศจิกายน

๒๕๖๐

วิชพงษ์/ตรวจ

๒๒ พฤศจิกายน

๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง/หน้า ๑๓/๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 51/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3ad755cb3384060d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com