ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 33/2551
เรื่อง การให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ในอดีตธนาคารแห่งประเทศไทยมีการกําหนดหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อที่เข้าข่ายว่าจะมีลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังในการให้สินเชื่อและมีการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่เหมาะสมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
การออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเว้นแต่ได้ยกเลิกการนับรวมการให้สินเชื่อในบางกรณี เช่น การให้สินเชื่อแก่บุคคลที่ดําเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่ 3 ปีติดต่อกันขึ้นไปหรือขาดทุนเกินกว่าทุนซึ่งได้ชําระแล้วเป็นสินเชื่อที่เข้าข่ายว่าจะมีลักษณะที่เห็นว่าอาจเรียกคืนไม่ได้ เนื่องจากกรณีกิจการที่เริ่มก่อตั้ง การดําเนินธุรกิจในช่วงแรกอาจประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง ซึ่งหากกําหนดให้การให้สินเชื่อแก่กิจการดังกล่าวเข้าข่ายว่าจะเรียกคืนไม่ได้ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งธุรกิจใหม่ได้
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดให้สถาบันการเงินระงับหรืองดเว้นการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2532
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ให้สถาบันการเงินงดเว้นหรือระงับการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ ซึ่งมีลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้
5.1.1 การให้สินเชื่อแก่บุคคลซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจชําระหนี้ได้ หรืออาจชําระหนี้ได้โดยยาก
ตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) บุคคลซึ่งศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์
(2) บุคคลซึ่งถูกฟ้องบังคับชําระหนี้และไม่มีทรัพย์สินพอที่จะยึดมาชําระหนี้ได้
(3) บุคคลซึ่งมีฐานะการเงินไม่มั่นคงหรือความสามารถในการหารายได้ต่ําจนไม่น่าเชื่อว่าจะชําระหนี้ได้
(4) บุคคลซึ่งไม่ปรากฏว่าประกอบธุรกิจแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง และไม่ปรากฏว่ามีรายได้เพียงพอที่จะชําระหนี้ได้
5.1.2 การให้สินเชื่อโดยมีบุคคลตาม 5.1.1 เป็นผู้ค้ําประกัน
5.1.3 การให้สินเชื่อที่ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานแสดงข้อมูลสําคัญเกี่ยวกับตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ําประกัน
5.1.4 การให้สินเชื่อที่ปรากฏหลักฐานว่าลูกหนี้หรือผู้ค้ําประกันตามเอกสารหลักฐานไม่มีตัวตนจริงหรือมีแต่มิได้เป็นผู้ขอสินเชื่อหรือผู้ค้ําประกัน
5.1.5 การให้สินเชื่อโดยไม่ได้มีการวิเคราะห์หรือประเมินฐานะหรือความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้หรือผู้ค้ําประกัน อย่างเช่นสถาบันการเงินผู้ประกอบกิจการด้วยความระมัดระวังพึงกระทํา
5.1.6 การทําธุรกรรมด้านสินเชื่อที่มีการประเมินราคาหลักประกันไว้สูงกว่ามูลค่าหลักประกันที่แท้จริง โดยมูลค่าหลักประกันที่แท้จริงมิได้ใช้มูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาตามหลักเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการประเมินมูลค่าหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชําระหนี้ของสถาบันการเงิน
5.2 ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าสถาบันการเงินใดมีการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ตามข้อ 5.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้สถาบันการเงินแก้ไขหรือระงับการดําเนินการดังกล่าวได้
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย