法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารราชการในต่างประเทศ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการบริหารราชการในต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๕๒

เพื่อให้การบริหารราชการในต่างประเทศมีความเหมาะสมกับลักษณะ การปฏิบัติหน้าที่และสามารถปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ โดยมีหัวหน้า คณะผู้แทนเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารราชการ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และมาตรา ๕๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารราชการในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปฏิบัติราชการของข้าราชการประจําการในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๒) ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปฏิบัติราชการของข้าราชการประจําการในต่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ข้าราชการประจําการในต่างประเทศ” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายทหารและข้าราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประจําการในต่างประเทศ

“ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร” หมายความว่า ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกองทัพเรือ และผู้แทนกองทัพอากาศ ซึ่งกระทรวงกลาโหมแต่งตั้งให้มีตําแหน่งประจําสถานเอกอัครราชทูต ตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม

“ผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการพิเศษ” หมายความว่า ผู้แทนส่วนราชการฝ่ายพลเรือนอื่น นอกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มีตําแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการนั้น ๆ ประจําสถานเอกอัครราชทูตหรือคณะผู้แทนถาวรไทยประจําองค์การระหว่างประเทศ

“ตําแหน่งประจําคณะผู้แทน” หมายความว่า ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร รองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการพิเศษ และรองผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการพิเศษ และตําแหน่งอื่นที่กระทรวงการต่างประเทศประกาศกําหนด

“หัวหน้าหน่วยงาน” หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานของแต่ละส่วนราชการประจําสถานทําการ

“สถานทําการ” หมายความว่า สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล สถานรองกงสุล และส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นและปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ รวมตลอดทั้งสํานักงานของคณะผู้แทนถาวร หรือคณะผู้แทนไทย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ส่วนราชการใดประสงค์จะจัดตั้งหรือรวมหน่วยงานในต่างประเทศ ให้กระทําได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการแล้ว ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบดังกล่าวให้ร่วมพิจารณากับผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ผู้แทนสํานักงบประมาณ และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ

การสั่งยุบเลิกหน่วยงานในต่างประเทศ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดแจ้งให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและกระทรวงการต่างประเทศทราบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ตําแหน่งข้าราชการประจําการในต่างประเทศของส่วนราชการฝ่าย พลเรือนให้เป็นไปตามที่ ก.พ. กําหนด

ชื่อหัวหน้าหน่วยงาน ชื่อตําแหน่งทางการทูตและกงสุล และชื่อตําแหน่งอื่นของข้าราชการประจําการในต่างประเทศฝ่ายพลเรือนประจําคณะผู้แทนนอกจากที่กําหนดไว้ในข้อ ๑๒ แล้ว อาจเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นได้ตามที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด

ในกรณีที่ส่วนราชการใดจัดตั้งหน่วยงานใดขึ้นในต่างประเทศหรือในเมืองที่ ไม่มีส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศตั้งอยู่ การกําหนดชื่อหัวหน้าหน่วยงานและชื่อตําแหน่งอื่นประจําหน่วยงานตามวรรคสองให้เป็นอํานาจของส่วนราชการนั้น และ เมื่อกําหนดแล้วให้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศให้ดํารงตําแหน่งข้าราชการประจําการในต่างประเทศ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกําหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมและข้าราชการในสังกัดส่วนราชการฝ่ายพลเรือนอื่นนอกจากกระทรวงการต่างประเทศให้ดํารงตําแหน่งข้าราชการประจําการในต่างประเทศ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกําหนด หรือระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงของแต่ละส่วนราชการนั้นกําหนด แล้วแต่กรณี

การให้ข้าราชการตามวรรคหนึ่งดํารงตําแหน่งประจําคณะผู้แทนจะกระทําได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบ และปฏิบัติตามระเบียบพิธีการทูตหรือระเบียบพิธีการกงสุลแล้วแต่กรณี แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ข้าราชการของส่วนราชการที่จะไปดํารงตําแหน่งประจําการในต่างประเทศ รวมตลอดทั้งคู่สมรส ต้องเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบพิธีการทูตหรือระเบียบพิธีการกงสุล ให้จัดทําบัญชีรายชื่อคณะผู้แทน โดยแยกประเภทตามสังกัดและเรียงลําดับดังต่อไปนี้

(๑) ข้าราชการประจําการในต่างประเทศในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ

(๒) ข้าราชการประจําการในต่างประเทศในสังกัดกระทรวงกลาโหม

(ก) กองบัญชาการกองทัพไทย

(ข) กองทัพบก

(ค) กองทัพเรือ

(ง) กองทัพอากาศ

(๓) ข้าราชการประจําการในต่างประเทศในสังกัดส่วนราชการอื่น

ลําดับอาวุโสของข้าราชการประจําการในต่างประเทศในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกําหนด

ลําดับอาวุโสของข้าราชการประจําการในต่างประเทศในสังกัดกระทรวงกลาโหมให้เป็นไปตามข้อบังคับที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกําหนด

ลําดับอาวุโสของข้าราชการประจําการในต่างประเทศในสังกัดส่วนราชการอื่น และในคณะผู้แทนถาวรไทยประจําองค์การระหว่างประเทศซึ่งมิได้สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้เป็นไปตามระเบียบของส่วนราชการเจ้าสังกัด

ในกรณีที่ระเบียบปฏิบัติของประเทศที่สถานทําการตั้งอยู่ กําหนดวิธีการจัดทําบัญชีรายชื่อข้าราชการผู้มีตําแหน่งทางการทูตรวมกันโดยไม่แยกประเภทตามสังกัด ให้เรียงลําดับตามหลักการจัดลําดับอาวุโสตามข้อ ๑๒

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ลําดับอาวุโสของผู้มีตําแหน่งทางการทูตหรือกงสุลประจําคณะผู้แทน มีดังต่อไปนี้

(๑) หัวหน้าคณะผู้แทน

(๒) อัครราชทูต อัครราชทูตที่ปรึกษา หรือรองกงสุลใหญ่ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าคณะผู้แทน

(๓) ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร

(๔) ผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการพิเศษที่เทียบเท่าอัครราชทูต โดยให้ถือตามวันที่ เข้ารับตําแหน่ง

(๕) อัครราชทูตที่ปรึกษาซึ่งไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าคณะผู้แทน

(๖) ผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการพิเศษนอกจาก (๔) โดยให้ถือตามวันที่เข้ารับตําแหน่ง

(๗) ที่ปรึกษา

(๘) เลขานุการเอก

(๙) เลขานุการโท

(๑๐) เลขานุการตรี

(๑๑) ผู้ช่วยเลขานุการหรือนายเวร

ข้าราชการประจําการในต่างประเทศในสังกัดกระทรวงกลาโหมหรือสังกัดส่วนราชการอื่นนอกจากที่กล่าวตามวรรคหนึ่ง หากเทียบได้กับตําแหน่งข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศตําแหน่งใด ให้มีอาวุโสถัดจากตําแหน่งนั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การบริหารราชการในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อให้การบริหารราชการในต่างประเทศเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารราชการในต่างประเทศ” ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นกรรมการ

ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ และ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศซึ่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมายเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ในกรณีจําเป็นและเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการอื่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเชิญปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรเข้าร่วมเป็นกรรมการเพื่อพิจารณาในเรื่องนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการบริหารราชการในต่างประเทศมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นศูนย์กลางในการประสานนโยบายและยุทธศาสตร์ในการบริหารราชการในต่างประเทศของส่วนราชการต่าง ๆ ให้มีความเป็นเอกภาพ

(๒) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการบริหารราชการในต่างประเทศ

(๓) อํานวยการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมทั้งเสนอแนะและพิจารณาแก้ไขปัญหาในการบริหารราชการในต่างประเทศให้แก่ส่วนราชการหรือคณะผู้แทน

(๔) ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศในการวางระเบียบหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารราชการในต่างประเทศ

(๕) เชิญบุคคลจากส่วนราชการและองค์การเอกชนมาชี้แจง ให้ข้อคิดเห็นหรือข้อมูลเกี่ยวกับการดําเนินการตามระเบียบนี้

(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กําหนดในระเบียบนี้ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เพื่อให้การบริหารราชการในต่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับการบริหารราชการแบบบูรณาการ ให้หัวหน้าคณะผู้แทนและหัวหน้าหน่วยงานหารือร่วมกันในการจัดทําแผนงานหรือโครงการของแต่ละหน่วยงาน

ในกรณีที่แผนงานหรือโครงการใดที่ส่วนราชการอาจดําเนินการร่วมกันได้ ให้ทําความตกลงกันเพื่อกําหนดให้ส่วนราชการใดส่วนราชการหนึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดําเนินการตามแผนงานหรือโครงการดังกล่าว โดยให้ส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องให้ การสนับสนุน และในกรณีจําเป็นหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณจะมอบอํานาจการบริหารงบประมาณให้แก่หัวหน้าคณะผู้แทน เพื่อดําเนินการตามแผนงานหรือโครงการนั้นได้ โดยให้ทําเป็นหนังสือมอบอํานาจและส่งสําเนาหนังสือให้สํานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินทราบ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ อํานาจและหน้าที่ของหัวหน้าคณะผู้แทนตามมาตรา ๕๐/๔ ให้รวมถึงอํานาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) ให้คําแนะนําหรือว่ากล่าวตักเตือนข้าราชการประจําการในต่างประเทศ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

(๒) ส่งตัวกลับ ในกรณีข้าราชการประจําการในต่างประเทศหรือบุคคล ในครอบครัว หรือ

ผู้ติดตามของข้าราชการประจําการในต่างประเทศกระทําละเมิดกฎหมายท้องถิ่น หรือกฎหมายระหว่างประเทศ หรือมีความประพฤติที่อาจกระทบถึงชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของคณะผู้แทน

(๓) พิจารณาเกี่ยวกับการดําเนินการทางวินัยกับข้าราชการประจําการ ในต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้นตามที่ได้รับมอบอํานาจจากส่วนราชการเจ้าสังกัด

(๔) ในกรณีข้าราชการประจําการในต่างประเทศผู้ใดกระทําผิดวินัย ซึ่งเป็นกรณีที่เกินขอบอํานาจที่ได้รับมอบตาม (๓) ให้รายงานการกระทําผิดวินัยของข้าราชการผู้นั้นให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดทราบเพื่อดําเนินการต่อไป เมื่อส่วนราชการเจ้าสังกัดดําเนินการไปแล้วได้ผลประการใดให้แจ้งกระทรวงการต่างประเทศทราบ

(๕) สั่งให้ข้าราชการประจําการในต่างประเทศซึ่งปฏิบัติราชการอยู่ใน คณะผู้แทนปฏิบัติหน้าที่ภายในประเทศอันเป็นที่ตั้งของสถานทําการหรือในประเทศที่อยู่ในเขตอาณาของสถานทําการ การสั่งการดังกล่าวสําหรับผู้ซึ่งมิได้สังกัดกระทรวง การต่างประเทศให้สั่งได้เฉพาะเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตอาณาของหน่วยงานของ ส่วนราชการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการปฏิบัติราชการที่เป็นเรื่องสําคัญของหัวหน้าหน่วยงาน ให้เสนอต่อหัวหน้าคณะผู้แทนในฐานะผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบหรือพิจารณาสั่งการ

การเดินทางมาราชการในประเทศไทย หรือไปราชการในเขตอาณา หรือ ไปราชการในประเทศอื่นนอกเขตอาณาของข้าราชการประจําการในต่างประเทศของแต่ละส่วนราชการประจําสถานทําการ ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งระเบียบภายในของแต่ละส่วนราชการนั้น แต่ต้องแจ้งให้หัวหน้าคณะผู้แทนทราบทุกครั้ง

ในการพิจารณาเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนหรือเลื่อนขั้นของหัวหน้าหน่วยงานและข้าราชการประจําการในต่างประเทศของแต่ละส่วนราชการประจํา สถานทําการ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดรับฟังการประเมินผลของหัวหน้าคณะผู้แทนประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ หัวหน้าหน่วยงานต้องเข้าร่วมประชุมตามที่หัวหน้าคณะผู้แทน เรียกประชุมเพื่อรายงานผลการปฏิบัติราชการ ปรึกษาในเรื่องการจัดทําแผนยุทธศาสตร์ร่วมกัน ประสานงาน แก้ไขปัญหา และหารือข้อราชการทั่วไป และให้หัวหน้าคณะผู้แทนรายงานผลการประชุมและความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการไปยังกระทรวง การต่างประเทศ

ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานผู้ใดไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้ ให้รายงานเหตุผลความจําเป็นให้หัวหน้าคณะผู้แทนทราบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ หัวหน้าหน่วยงานต้องควบคุมดูแลให้ข้าราชการในหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและเพิ่มพูนประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ และปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของรัฐผู้รับ กฎหมายระหว่างประเทศ และธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติทางการทูตและกงสุล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการตามที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าคณะผู้แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ให้หัวหน้าคณะผู้แทนรายงานข้อเท็จจริงให้ผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการเจ้าสังกัดของหัวหน้าหน่วยงานผู้นั้นพิจารณาโดยไม่ชักช้า เพื่อดําเนินการแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมหรือดําเนินการอื่นใดตามควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ข้าราชการประจําการในต่างประเทศประสงค์จะลาภายในประเทศที่ประจําอยู่ หรือลาไปนอกประเทศที่ประจําอยู่นอกจากลาเข้าประเทศไทย ให้เป็นไปตามกําหนดวันลาตามตารางท้ายระเบียบนี้ และให้เป็นอํานาจของหัวหน้า คณะผู้แทนเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการลา เว้นแต่การลานั้นมีกําหนดระยะเวลาติดต่อกัน เกินสิบวันหรือเป็นการลาบวชหรือการลาเพื่อเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมกิจการฮัจย์ ให้หัวหน้าคณะผู้แทนแจ้งการอนุมัติการลาให้ผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการเจ้าสังกัดทราบด้วย

ในกรณีที่ข้าราชการประจําการในต่างประเทศประสงค์จะลาเข้าประเทศไทย ให้เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับจนถึงหัวหน้าคณะผู้แทน และให้หัวหน้าคณะผู้แทน เสนอใบลาพร้อมความเห็นไปยังผู้มีอํานาจอนุญาตในประเทศไทยของข้าราชการผู้ขอลา เพื่อพิจารณาอนุมัติ

การปฏิบัติเกี่ยวกับการลา และการลาประเภทอื่น ๆ นอกจากที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการสําหรับข้าราชการ ฝ่ายพลเรือน หรือระเบียบ หรือข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมสําหรับข้าราชการฝ่ายทหาร แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการใช้เอกสิทธิ์ในเรื่องใด ๆ ของข้าราชการประจําการในต่างประเทศ ต้องคํานึงถึงความเหมาะสมและได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะผู้แทน ในการนี้ให้หัวหน้าคณะผู้แทนวางระเบียบ โดยคํานึงถึงเกียรติภูมิของประเทศและความจําเป็นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพของคณะผู้แทน

การใช้เอกสิทธิ์เพื่อประโยชน์ทางการค้าอันมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ให้ถือว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ข้าราชการประจําการในต่างประเทศซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประจําในคณะผู้แทนจะดําเนินคดีหรือให้การเป็นพยานในศาลหรือในสถาบันตุลาการ ในประเทศที่เป็นเขตอาณามิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะผู้แทน

การสละความคุ้มกันจากอํานาจศาลและอํานาจฝ่ายปกครอง จะกระทําได้ก็แต่โดยหัวหน้าคณะผู้แทน เมื่อได้รับอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การทํานิติกรรมหรือสัญญาหรือการใด ๆ ที่ทําในนามของ สถานเอกอัครราชทูต หรือที่มีเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันทางทูตหรือทางกงสุล ให้เป็นอํานาจของหัวหน้าคณะผู้แทนในการลงนามเพื่อให้มีผลผูกพัน

นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่ง การทํานิติกรรมหรือสัญญาหรือการใด ๆ ที่ทําในนามของส่วนราชการใด เมื่อหัวหน้าคณะผู้แทนได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการแล้ว ให้มีอํานาจมอบให้รองหัวหน้าคณะผู้แทนหรือหัวหน้าหน่วยงานของส่วนราชการนั้นเป็นผู้มีอํานาจลงนามแทนได้

ในการมอบอํานาจตามวรรคสอง ให้คํานึงถึงความสะดวกรวดเร็ว และสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบของรัฐผู้รับด้วย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การรายงานข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจนผลการปฏิบัติราชการต่าง ๆ ของส่วนราชการที่ประจําในต่างประเทศ ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ให้หัวหน้าหน่วยงานเสนอรายงานไปยังหัวหน้าคณะผู้แทนและผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการเจ้าสังกัด และเมื่อหัวหน้าคณะผู้แทนได้รับรายงานแล้ว ให้หัวหน้าคณะผู้แทนรายงานไปยังปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

(๒) เมื่อปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานตาม (๑) ให้จัดทํา สรุปรายงานทั้งปวงนําเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และส่วนราชการอื่นที่ร้องขอ

บทเฉพาะกาล - --------------------

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ออกตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติราชการของข้าราชการประจําการในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศตามระเบียบนี้ใช้บังคับ

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารราชการในต่างประเทศ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3b11a3357ff70c8c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com