คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่ ๖๐๖/๒๕๔๙
เรื่อง
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าว
ขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมาตรา
๓๕ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นไปตามนโยบายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง
พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๑๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดังต่อไปนี้
๑. ให้ยกเลิก
๑.๑ คำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ ๑๓๑/๒๕๓๘ ลงวันที่
๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ เรื่อง ระเบียบและหลักเกณฑ์การพิจารณาให้คนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจลงตราประเภทอัธยาศัยไมตรี
พำนักอยู่ในราชอาณาจักร
๑.๒ คำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ ๒๒๔/๒๕๔๑ ลงวันที่
๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เรื่อง การปรับลดขั้นตอนการให้บริการแก่คนต่างด้าวที่ขออยู่ต่อ
๑.๓ คำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ ๓๗/๒๕๔๒ ลงวันที่
๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่อง กำหนดหน้าที่เพิ่มเติมและการปรับลดขั้นตอนการให้บริการแก่คนต่างด้าวที่ประสงค์จะขออยู่ต่อ
กรณีเดิมเป็นคนสัญชาติไทย หรือบุตรคนสัญชาติไทย
๑.๔ คำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ ๑๑๐/๒๕๔๖ ลงวันที่
๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในคำสั่งนี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้ใช้คำสั่งนี้แทน
๒. ในคำสั่งนี้
๒.๑ คำขอ หมายความว่า
คำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
๒.๒ พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
๒.๓ ผู้รับมอบอำนาจ หมายความว่า
พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้มีอำนาจอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมาตรา
๓๕ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
หมวด
๑
การยื่นคำขอ
๓. การยื่นคำขอของคนต่างด้าวกระทำได้ต่อเมื่อถือหนังสือเดินทาง
หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องสมบูรณ์อยู่ และทางราชการไทยให้การรับรอง
แต่สำหรับการประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หรือการอนุญาตให้อยู่รอฟังผลการพิจารณาคำขอที่ได้ยื่นไว้
ต้องไม่เกินกว่าอายุของหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางนั้น
๔. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ที่เดินทางเข้ามาตามช่องทาง
ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานี หรือท้องที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่
๕.
การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไปพลางก่อนภายหลังจากระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวสิ้นสุด
เพื่อให้รอฟังผลการพิจารณาคำขอในขณะที่ยังไม่ทราบผลการพิจารณา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตให้อยู่รอฟังผลได้หลายครั้งตามความจำเป็นแต่รวมแล้วไม่เกิน
๓๐ วัน นับถัดจากวันอนุญาตสิ้นสุด
๖. กรณีที่คำขอไม่ได้รับอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเหตุแห่งการไม่อนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอทราบ
ผู้ยื่นคำขออาจยื่นคำขอทบทวนได้อีกหนึ่งครั้ง โดยต้องแจ้งเหตุผลความจำเป็นทำเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ระดับสารวัตรขึ้นไป
หรือรองสารวัตรทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อพิจารณาสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรอนุญาตให้รับคำขอได้เสียก่อน
ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขออาจแนบคำขอพร้อมด้วยเอกสารประกอบคำขอเพื่อพิจารณาในคราวเดียวกันก็ได้
การขอทบทวนตามวรรคแรก และการพิจารณาคำขอ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อ
๘ โดยการพิจารณานี้ให้เป็นที่สุด
หมวด
๒
การอนุญาตให้อยู่ต่อ
๗. การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และรายการเอกสาร ดังต่อไปนี้
เหตุแห่งความจำเป็น
หลักเกณฑ์การพิจารณา
รายการเอกสาร
๗.๑
กรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ เช่น จะต้องอยู่ปฏิบัติงานในบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน เป็นต้น
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) คนต่างด้าวต้องมีเงินได้ตามตารางเงินได้แนบท้ายคำสั่งนี้
และ
(๓) ต้องเป็นธุรกิจซึ่งมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า
๒ ล้านบาท และ
(๔) ธุรกิจนั้นต้องยื่นงบดุล ณ วันสิ้นงวดปีบัญชีที่ผ่านมา
ที่ได้รับการตรวจรับรองความถูกต้องจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เพื่อแสดงสถานภาพการเงินของธุรกิจ
ว่ามีความมั่นคงเชื่อถือได้ โดยยอดรวมของส่วนของผู้เป็นเจ้าของในงบดุล ดังกล่าว ต้องมีจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า
๑ ล้านบาท และ
(๕) ธุรกิจนั้นต้องยื่นงบกำไรขาดทุน ที่ผ่านการตรวจรับรองความถูกต้องจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
เพื่อแสดงผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันเดียวกันกับงบดุล โดยยอดรวมรายได้ในงบกำไรขาดทุนดังกล่าว
จะต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินทั้งหมดที่ธุรกิจคาดว่าต้องจ่ายเป็นเงินเดือน ค่าจ้างรวมทั้งสิทธิประโยชน์ทุกประเภทให้แก่คนต่างด้าวทุกรายที่ต้องยื่นคำขอฯ
เพื่อว่าจ้างให้ทำงานกับธุรกิจในรอบปีบัญชีถัดไป และ
(๖) ธุรกิจนั้นมีความจำเป็นจะต้องว่าจ้างคนต่างด้าวทำงาน
และ
(๗) ธุรกิจนั้นต้องมีอัตราส่วนระหว่างจำนวนคนต่างด้าวกับพนักงานคนไทย
ประจำในอัตราส่วนคนต่างด้าว ๑ คน ต่อพนักงานคนไทยประจำ ๔ คน
(๘) ธุรกิจประเภทดังต่อไปนี้ ให้ได้รับการ ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ
(๓) (๔) (๕) และ (๖) และให้ได้รับการผ่อนผันในเรื่อง อัตราส่วนคนไทยตามหลักเกณฑ์ข้อ
(๗) โดยให้มีพนักงานคนไทยในอัตราส่วนคนต่างด้าว ๑ คน ต่อพนักงานคนไทยประจำ ๑ คน
(ก) ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ
( สำนักงานผู้แทน )
(ข) สำนักงานภูมิภาค
(ค) บริษัทข้ามชาติ (สำนักงาสาขา)
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองคนต่างด้าวเข้าทำงาน
ตามแบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
๔. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๕. สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนขององค์กรนั้น
เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน
๖ เดือน
๖. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน
๖ เดือน
๗. สำเนางบดุล และงบกำไรขาดทุน
ปีล่าสุด
๘. สำเนาแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก
ณ ที่จ่าย ที่มีชื่อพนักงาน และชื่อคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอเดือนล่าสุดพร้อมใบเสร็จรับเงิน
๙. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ของคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอปีล่าสุดพร้อมใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)
๑๐. สำเนาแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบตามที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานประกันสังคม
(สปส.๑ - ๑๐) เดือนล่าสุด
๑๑. เอกสารหรือหลักฐานแสดงว่าธุรกิจมีความจำเป็นจะต้องว่าจ้างคนต่างด้าวทำงาน
เช่นประกาศรับสมัครคนไทยเข้าทำงาน แล้วไม่มีผู้สมัครเป็นต้น
๑๒. แผนที่แสดงสถานที่ทำงานของผู้ยื่นคำขอ
๑๓. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
ของ สตม. กำหนด
๑๔. ธุรกิจตามหลักเกณฑ์ข้อ (๘)
ไม่ต้องแสดงเอกสารตามข้อ ๖, ๗ และ ๑๑
๗.๒
กรณีมีเหตุจำเป็น จะต้อง
อยู่ปฏิบัติงานในส่วนราชการ
องค์การมหาชน
รัฐวิสาหกิจ
องค์กรที่รัฐและ/หรือส่วนราชการ
และ/หรือรัฐวิสาหกิจมีทุนรวมอยู่
ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
หรือ
องค์กรอิสระที่จัดตั้งโดย
พระราชบัญญัติต่างๆ
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๔. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากส่วนราชการระดับกรมองค์การมหาชน
รัฐวิสาหกิจ องค์กรที่รัฐและ/หรือส่วนราชการและ/หรือรัฐวิสาหกิจมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
หรือองค์กรอิสระที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติต่างๆ
๕. เฉพาะองค์กรที่รัฐและ/หรือส่วนราชการและ/หรือรัฐวิสาหกิจมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบให้แนบสำเนาเอกสารแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่
๗.๓
กรณีเพื่อการท่องเที่ยวให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน แต่รวมแล้วไม่เกิน ๙๐ วัน
นับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว
และ
(๒) ไม่เป็นบุคคลสัญชาติ หรือจำพวกที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
ของ สตม. กำหนด
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๗.๔
กรณีเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า ๓ ล้านบาท
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนที่ คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า ๓ ล้านบาท ต่อเนื่องตลอดมา
และ
(๓) มีหลักฐานการโอนเงินเข้าสู่ประเทศไทย จำนวนไม่น้อยกว่า
๓ ล้านบาท และ
(๔) มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อห้องชุดในอาคารชุดจากหน่วยงานหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในราคาซื้อไม่น้อยกว่า
๓ ล้านบาท หรือ
(๕) มีหลักฐานการลงทุนโดยการฝากเงินประจำกับธนาคารที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นคนสัญชาติไทยเกินกว่าร้อยละ
๕๐ ไม่น้อยกว่า ๓ ล้านบาทหรือ
(๖) มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อพันธบัตรของทางราชการหรือของรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า
๓ ล้านบาทหรือ
(๗) มีหลักฐานการลงทุนรวมกันตาม (๔), (๕) หรือ (๖) ไม่น้อยกว่า ๓ ล้านบาท
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยจากธนาคาร
๔. สำเนาสัญญาซื้อขายห้องชุดและสำเนาการจดทะเบียนแสดงการเป็นเจ้าของห้องชุดจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(เฉพาะกรณีซื้อห้องชุด) หรือ
๕. หนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารและสำเนาหลักฐานการฝากเงิน
(เฉพาะกรณีลงทุนโดยการฝากเงิน) หรือ
๖. สำเนาพันธบัตร (เฉพาะกรณีลงทุนซื้อพันธบัตรของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ)
๗.๕
กรณีเป็นครู หรืออาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญในสถานศึกษาของรัฐ
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๔. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษานั้นโดยระบุตำแหน่ง
อัตราเงินเดือน และระยะเวลาการจ้าง
๗.๖
กรณีเป็นครู หรืออาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญในสถานศึกษาของเอกชน
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) สถานศึกษานั้นได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
และ
(๓) ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๔. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๕. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษานั้น โดยระบุตำแหน่ง
อัตราเงินเดือนและระยะเวลาการจ้าง
๖. เฉพาะกรณีเป็นครูในโรงเรียนเอกชนให้แนบสำเนาใบอนุญาตให้เป็นครูและสำเนาใบอนุญาตให้บรรจุครู
๗.๗
กรณีเพื่อศึกษาในสถานศึกษาของรัฐให้อนุญาตตามระยะเวลาที่สถานศึกษารับรองครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษานั้นโดยให้ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนปีการศึกษา
ระดับหลักสูตร และผลการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ
๗.๘
กรณีเพื่อศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน
ให้อนุญาตตามระยะเวลาที่สถานศึกษารับรองครั้งละไม่เกิน
๑
ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) สถานศึกษานั้นได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
และ
(๓) ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น และ
(๔) ได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (ยกเว้นกรณีศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ
และกรณีศึกษาในระดับอุดมศึกษา)
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๔. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษานั้นโดยให้ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนปีการศึกษา
ระดับหลักสูตร และผลการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ
๕. หนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า
หรือจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับผิดชอบสถานศึกษานั้น (ยกเว้นกรณีศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ
และกรณีศึกษาในระดับอุดมศึกษา)
๗.๙
กรณีเพื่อฝึกสอน หรือค้นคว้าวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันวิจัย
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากคณบดีสถาบันอุดมศึกษา หรือจากหัวหน้าสถาบันวิจัยนั้นๆ
(๓) กรณีฝึกสอน หรือค้นคว้าวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา หรือสถาบันวิจัยของเอกชน
ต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากคณบดีสถาบันอุดมศึกษา
หรือจากหัวหน้าสถาบันวิจัยนั้นๆ
๔. เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ (๓) ให้แนบหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๗.๑๐
กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อศึกษาในสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์ข้อ
๗.๗ หรือ ๗.๘ ของคำสั่งนี้ (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรมหรือบุตรของคู่สมรส)
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์และ
(๓) กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย
หรือ
(๔) กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะบุตร
บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้นต้องยังไม่ได้สมรสและอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้น
และต้องมีอายุไม่เกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือ
(๕) กรณีบิดาหรือมารดา ต้องมีเงินฝากในธนาคารในประเทศไทยในนามบิดาหรือมารดาไม่น้อยกว่า
๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยแสดงบัญชีเงินฝากย้อนหลัง
๓ เดือน
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่เพื่อศึกษา
๔. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่นหลักฐานการสมรส
สำเนาสูติบัตร หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตรสำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
หรือหลักฐานอื่นจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๕. เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ (๕) ให้แนบหนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารในประเทศไทย
และสำเนาบัญชีธนาคาร
๗.๑๑
กรณีปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากกรมประชาสัมพันธ์ หรือกรมสารนิเทศ
กระทรวงการต่างประเทศ
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๔. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากกรมประชาสัมพันธ์หรือกรมสารนิเทศ
กระทรวงการต่างประเทศ
๗.๑๒
กรณีศึกษาพระพุทธศาสนา หรือปฏิบัติศาสนกิจ
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักนายกรัฐมนตรี
หรือมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และ
(๓) ได้รับการรับรองจากเจ้าอาวาสวัดที่ผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษา
หรือปฏิบัติศาสนกิจ
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักนายกรัฐมนตรีหรือมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
๔. หนังสือรับรองจากเจ้าอาวาสวัดที่ผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษาหรือปฏิบัติศาสนกิจ
๗.๑๓
กรณีเผยแพร่ศาสนา
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองจากกรมการศาสนา หรือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติและ
(๓) ได้รับการรับรองและร้องขอจากองค์กรศาสนาที่ผู้ยื่นคำขอเข้ามาประจำอยู่
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองจากกรมการศาสนา หรือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
๔. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กรศาสนานั้นๆ
๗.๑๔
กรณีเป็นช่างฝีมือ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ การพยาบาล หรือสาขาวิชาชีพต่างๆ
เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับคนไทย
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๙๐ วัน
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๗.๑๕
กรณีเพื่อติดตั้ง หรือซ่อมแซม เครื่องจักร อากาศยานหรือเรือเดินทะเล
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๙๐ วัน
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๗.๑๖
กรณีเป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี ประจำโรงแรม หรือประจำบริษัทที่ประกอบธุรกิจบันเทิงในประเทศไทย
ซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒๐ ล้านบาท
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑๒๐ วัน
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองการจ้างจาก
โรงแรม หรือจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจบันเทิงในประเทศไทยซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าไม่น้อยกว่า
๒๐ ล้านบาท
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๔. สำเนาหนังสือสัญญาว่าจ้างผู้ยื่นคำขอทำงานเป็นนักแสดง
นักร้อง หรือนักดนตรี
๕. สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนขององค์กรนั้น เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
หรือการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน ๖ เดือน
๖. เฉพาะกรณีบริษัทที่ประกอบธุรกิจบันเทิงฯ ให้แนบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน
๖ เดือน
๗. สำเนาแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่มีชื่อคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอเดือนล่าสุดพร้อมใบเสร็จรับเงิน
๘. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ของคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอปีล่าสุดพร้อมใบเสร็จรับเงิน
(ถ้ามี)
๗.๑๗
กรณีเป็นครอบครัวของผู้มีสัญชาติไทย (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส)
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์และ
(๓) กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย
หรือ
(๔) กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะบุตร
บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้น ต้องยังไม่ได้สมรสและอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้น
และต้องมีอายุไม่เกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือ
(๕) กรณีบิดาหรือมารดา บิดาหรือมารดานั้นต้องมีอายุตั้งแต่
๕๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
(๖) กรณีสมรสกับหญิงไทย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายรวมกันต้องมีรายได้เฉลี่ยทั้งปี
ไม่น้อยกว่าเดือนละ ๔๐,๐๐๐ บาท เว้นแต่คนต่างด้าวนั้น
ได้เดินทาง เข้ามาในราชอาณาจักรก่อนที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรกรณีสมรสกับหญิงไทยต่อเนื่องตลอดมา
หากไม่มีรายได้ตามที่กำหนดข้างต้นก็ต้องมีเงินฝากธนาคารในประเทศไทย ในนามคนหนึ่งคนใดหรือทั้งสองคน
ไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท โดยแสดงบัญชีเงินฝากย้อนหลัง
๓ เดือน
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่นหลักฐานการสมรสสำเนาสูติบัตร
หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตรสำเนาทะเบียนบ้านหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
หรือหลักฐานอื่น จากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๔. สำเนาหลักฐานการมีสัญชาติไทย ของคู่สมรส บิดามารดา บุตร
หรือบุตรบุญธรรม เช่น บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานอื่นจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๕. เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ (๖) ให้แนบหนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารในประเทศไทย
และสำเนาบัญชีธนาคาร หรือแนบเอกสารแสดงการมีรายได้ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือของทั้งสองฝ่ายรวมกันไม่น้อยกว่าเดือนละ
๔๐,๐๐๐ บาท เช่น หลักฐานการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบใดแบบหนึ่งพร้อมใบเสร็จรับเงิน
หลักฐานการมีเงินบำนาญ หลักฐานรับรองการได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก หรือหลักฐานการมีเงินได้อื่นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๗.๑๘
กรณีเป็นครอบครัวของผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตร
บุตรบุญธรรม หรือบุตร ของคู่สมรส)
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ และ
(๓) กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย
หรือ
(๔) กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะบุตร
บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้นต้องยังไม่ได้สมรส และอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้นและต้องมีอายุไม่เกิน
๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือ
(๕) กรณีบิดาหรือมารดา บิดาหรือมารดานั้นต้องมีอายุตั้งแต่
๕๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่นหลักฐานการสมรส
สำเนาสูติบัตร หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตรสำเนาทะเบียนบ้านหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
หรือหลักฐานอื่น จากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๔. สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ และสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้มีถิ่นที่อยู่
๗.๑๙
กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ข้อ
๗.๑, ๗.๒, ๗.๔, ๗.๕, ๗.๖, ๗.๙, ๗.๑๑, ๗.๑๒, ๗.๑๓, ๗.๑๔, ๗.๑๕, ๗.๑๖, ๗.๒๐, ๗.๒๑, ๗.๒๕ หรือ ๗.๒๘ ของคำสั่งนี้ (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรสบุตร
บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส)
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ และ
(๓) กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย
หรือ
(๔) กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะบุตร
บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้นต้องยังไม่ได้สมรส และอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้นและต้องมีอายุไม่เกิน
๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือ
(๕) กรณีบิดาหรือมารดา บิดาหรือมารดานั้นต้องมีอายุตั้งแต่
๕๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรฯ
๔. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่น หลักฐานการสมรสสำเนาสูติบัตร
หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตรสำเนาทะเบียนบ้านหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
หรือหลักฐานอื่น จากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๗.๒๐
กรณีมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่ปฏิบัติงานในองค์การกุศลสาธารณะ องค์การเอกชนต่างประเทศ
มูลนิธิ สมาคมหอการค้าต่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
กรณีไม่มีส่วนราชการตามหลักเกณฑ์ข้อ
(๓) รับรองมาให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน ๙๐ วัน
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) ได้รับการรับรองและร้องขอจากผู้มีอำนาจ หรือผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในองค์กรนั้น
และ/หรือ
(๓)
ได้รับการรับรองและร้องขอจากหัวหน้าส่วนราชการระดับ ๑๐
หรือเทียบเท่าขึ้นไปซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์กรนั้น
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๔. สำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งองค์กรจากทางราชการ หรือสำเนาใบอนุญาตให้เข้ามาดำเนินการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๕. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กรนั้น
๖. บัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่ทำงานในองค์กร
๗. เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ (๓) ให้แนบหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๗.๒๑
กรณีใช้ชีวิตในบั้นปลาย
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
และ
(๒) มีอายุตั้งแต่ ๕๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและ
(๓) มีหลักฐานการมีเงินได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ ๖๕,๐๐๐ บาท หรือ
(๔) มีเงินฝากในธนาคารในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐ บาทโดยแสดงบัญชีเงินฝากย้อนหลัง ๓ เดือน หรือ
(๕) มีเงินได้ในรอบปี และมีเงินฝากธนาคารคำนวณรวมกันได้
ไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐ บาทนับถึงวันยื่นคำขอ
(๖) คนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่
๒๑
ตุลาคม ๒๕๔๑ และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายต่อเนื่องตลอดมาให้ใช้หลักเกณฑ์ดังนี้
(ก) อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป และมีรายได้ที่แน่นอน โดยมีเงินฝากไม่น้อยกว่าปีละ
๒๐๐,๐๐๐ บาทโดยแสดงบัญชีเงินฝากย้อนหลัง
๓ เดือน หรือ มีรายได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท
(ข) อายุไม่ถึง ๖๐ ปีแต่ไม่น้อยกว่า ๕๕ ปี ต้องมีรายได้ที่แน่นอนโดยมีเงินฝากไม่น้อยกว่าปีละ
๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยแสดงบัญชีเงินฝากย้อนหลัง
๓ เดือนหรือมีรายได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หลักฐานแสดงการมีเงินได้ เช่น เงินบำนาญ หรือการได้รับดอกเบี้ย
หรือเงินปันผลเป็นต้น และ/หรือ
๔. หนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารในประเทศไทยและสำเนาบัญชีธนาคาร
๕.
เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ (๖) ให้แสดงเอกสารเช่นเดียวกับข้อ ๑ ๔ ข้างต้น
๗.๒๒
กรณีเพื่อเยี่ยมญาติหรือกลับภูมิลำเนาเดิมของผู้เคยมีสัญชาติไทย หรือของผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเคยมีสัญชาติไทย
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๑ ปี
(๑) มีหลักฐานแสดงว่าเดิมเคยมีสัญชาติไทย หรือแสดงว่าบิดา
หรือมารดามีสัญชาติไทย หรือเคยมีสัญชาติไทย
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาเอกสารแสดงว่าเดิมเคยมีสัญชาติไทย หรือแสดงว่าบิดา
หรือมารดา มีสัญชาติไทยหรือเคยมีสัญชาติไทย
๗.๒๓
กรณีเพื่อเยี่ยมคู่สมรสหรือเยี่ยมบุตรซึ่งมีสัญชาติไทย
ให้อนุญาตครั้งเดียวไม่เกิน
๖๐ วัน
(๑) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์และ
(๒) กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาทะเบียนบ้าน
๔. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสัญชาติไทย
๕. สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาสูติบัตร
๗.๒๔
กรณีเพื่อรับการรักษาพยาบาล หรือการพักฟื้น หรือเพื่อดูแลผู้ป่วย
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๙๐ วัน
(๑) ได้รับการรับรองและร้องขอจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่ทำการตรวจรักษา
(๒) กรณีดูแลผู้ป่วยต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่ทำการตรวจรักษา
หรือจากสถานทูต หรือสถานกงสุล
(๓) กรณีผู้ดูแลซึ่งไม่ได้เป็นส่วนแห่งครัวเรือนให้อนุญาตได้ไม่เกินหนึ่งคน
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่ทำการตรวจรักษา
๔. เฉพาะกรณีดูแลผู้ป่วยให้แนบหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่ทำการตรวจรักษา
หรือจากสถานทูตหรือสถานกงสุล
๗.๒๕
กรณีเพื่อการดำเนินคดีหรือดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๙๐ วัน
(๑) มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี
หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีโดยเป็นผู้กล่าวหา ผู้เสียหายผู้ต้องหา โจทก์
จำเลย หรือพยาน
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองจากพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือหนังสือหรือเอกสารทางราชการที่ยืนยันว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีหรือดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี
๗.๒๖
กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การระหว่างประเทศ
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๙๐ วัน
(๑) ได้รับการรับรองและร้องขอจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าหรือจากส่วนราชการตำรวจระดับกองบัญชาการหรือจากส่วนราชการ
ขึ้นตรงต่อ ผบ.ตร. หรือจากส่วนราชการทหารระดับกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศขึ้นไป
หรือจากองค์การระหว่างประเทศ
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า
หรือจากส่วนราชการตำรวจระดับกองบัญชาการ หรือจากส่วนราชการขึ้นตรงต่อ ผบ.ตร. หรือจากส่วนราชการทหารระดับกองทัพบก
กองทัพเรือหรือกองทัพอากาศ ขึ้นไปหรือจากองค์การระหว่างประเทศ
๗.๒๗
กรณีมีเหตุจำเป็น โดยมีสถานทูต หรือสถานกงสุล ให้การรับรองและร้องขอ
(๑)
กรณีมีเหตุจำเป็นให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน
(๒)
เฉพาะกรณีฝึกงานให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน ๙๐ วัน
(๑) ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานทูต หรือสถานกงสุล
(๒) กรณีฝึกงาน คนต่างด้าวนั้นต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานทูต หรือสถานกงสุลประจำประเทศไทย
๔. เฉพาะกรณีฝึกงาน ให้แนบสำเนาใบอนุญาตทำงาน
๗.๒๘
กรณีเพื่อพิสูจน์สัญชาติให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน ๑๘๐วัน
(๑) ได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. หนังสือรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๗.๒๙
กรณีเป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี ผู้ควบคุมการแสดง ตลอดจนผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเพื่อการบันเทิง
หรือมหรสพ โดยมาเปิดการแสดงเป็นครั้งคราว
ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน
๙๐ วัน
(๑) ได้รับการรับรองและร้องขอจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
๑. แบบคำขอ
๒. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
๓. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
๔. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
๘. กรณีที่คนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคำสั่งนี้ให้อนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ
ได้ไม่เกิน ๗ วันนับถัดจากวันอนุญาตสิ้นสุด
๙. กรณีแม้คนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคำสั่งนี้แต่มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่ไม่สมควรได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
ให้เสนอคำขอถึง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบอำนาจ
เพื่อพิจารณาไม่อนุญาตก็ได้
๑๐.
คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคำสั่งนี้ และได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้ว
หากภายหลังขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคำสั่งนี้ให้เสนอผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เพื่อพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตนั้น
๑๑. กรณีเป็นการลงทุน หรือการอื่นที่เกี่ยวกับการลงทุนภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
ให้พิจารณาตามหนังสือรับรองและกำหนดระยะเวลาตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือคณะกรรมการอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนพิจารณา
๑๒. ในกรณีอื่นๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในคำสั่งนี้ ให้เสนอคำขอถึงผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบอำนาจ เพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามเหตุผลความจำเป็นในแต่ละกรณี
บทเฉพาะกาล
๑๓. ภายในกำหนด ๑ ปีนับแต่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อเนื่องตลอดมาก่อนที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ
และไม่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ในคำสั่งนี้ ให้ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบอำนาจ เป็นผู้พิจารณา ตามเหตุผลความจำเป็นในแต่ละกรณี
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป[๑]
สั่ง
ณ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
พลตำรวจเอก
โกวิท วัฒนะ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ตารางเงินได้ท้ายคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่ ๖๐๖/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ตามหลักเกณฑ์ ข้อ ๗.๑ (๒)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๙
มกราคม ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๑๓๖ ง/หน้า ๕๐/๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๙