法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๕๓

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม เพื่อป้องกันมิให้มีการควบรวมกิจการระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอันส่งผลให้เกิดการครอบงำตลาดโทรคมนาคม ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการแข่งขันโดยเสรีและอย่างเป็นธรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันและการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้เป็นอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ (๑๒) (๑๓) และ (๑๔) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

(๑) “ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม และให้หมายความรวมถึง ผู้ได้รับอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ใช้บังคับ

(๒) “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

(๓) “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

(๔) “ตลาดที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า ตลาดที่เกี่ยวข้อง ตามความในประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง นิยามของตลาดและขอบเขตตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือตามที่ได้มีประกาศแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง เว้นแต่จะได้มีการกำหนดความหมายเป็นอย่างอื่น

(๕) “การควบรวมกิจการ” ให้หมายความรวมถึง

(๕.๑) การที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตรวมกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นอันส่งผลให้สถานะของผู้รับใบอนุญาตรายหนึ่งคงอยู่และผู้รับใบอนุญาตอีกรายหนึ่งสิ้นสุดลงหรือเกิดเป็นนิติบุคคลใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือตามสัญญาร่วมค้า หรือ

(๕.๒) การที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น หรือ

(๕.๓) การที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น เพื่อควบคุมนโยบาย การบริหารกิจการ การอำนวยการ หรือการจัดการ โดยผลของการเข้าซื้อหุ้นต่อไปนี้ให้ถือเป็นการควบรวมกิจการ

(๕.๓.๑) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น โดยผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตมีสัดส่วนการถือครองหุ้นอย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น โดยการนับจำนวนหุ้นที่ถือครองให้รวมจำนวนหุ้นที่ถือโดยทางตรง โดยผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตและจำนวนหุ้นที่ถือโดยทางอ้อมผ่านนิติบุคคลอื่นที่ถูกถือหุ้นต่อกันเป็นทอด ๆ โดยผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาต โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไปของจำนวนหุ้นทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นในทอดนั้น ๆ การถือหุ้นดังกล่าวให้นับรวมจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย หรือ

(๕.๓.๒) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น แม้ว่าผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตจะไม่ได้เข้าถือครองหุ้น อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น แต่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตได้เข้ามามีอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น โดยอำนาจควบคุมดังกล่าว อาจเกิดขึ้นโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมผ่านการถือหุ้นหรือการควบคุมในนิติบุคคลอื่นเป็นทอด ๆ จนถึงนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

การที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตเข้ามามีอำนาจควบคุมในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นนั้น ให้รวมถึง

(ก) การที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไปของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นในกรณีที่เป็นอำนาจควบคุมทางตรง หรือของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นต่อกัน ในแต่ละทอดทุกทอดตลอดสายจนถึงนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ในกรณีที่เป็นอำนาจควบคุมทางอ้อม หรือ

(ข) การที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตส่งบุคคลหรือมีพฤติกรรมในการส่งบุคคลเข้าเป็นกรรมการในจำนวนที่มีนัยสำคัญเพื่อควบคุมการบริหารงานหรือการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นหรือของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นต่อกันในแต่ละทอดทุกทอดตลอดสายจนถึงนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

(๖) “การควบรวมกิจการแบบแนวนอน” หมายความว่า การควบรวมกิจการที่เกิดขึ้นระหว่างผู้รับใบอนุญาตที่ผลิตสินค้าหรือบริการโทรคมนาคมที่สามารถใช้งานได้เหมือนกัน และ/หรือผู้รับใบอนุญาตที่ผลิตสินค้าหรือบริการโทรคมนาคมที่สามารถใช้งานประกอบกัน

(๗) “การควบรวมกิจการแบบแนวตั้ง” หมายความว่า การควบรวมกิจการระหว่างผู้รับใบอนุญาตที่มีลักษณะการประกอบกิจการที่ผลิตสินค้าหรือบริการโทรคมนาคมที่เป็นปัจจัยการผลิตให้แก่ผู้รับใบอนุญาตอีกรายหนึ่งกับผู้รับใบอนุญาตที่ซื้อสินค้าและบริการโทรคมนาคมนั้น

(๘) “การถือหุ้นไขว้กัน” หมายความว่า การที่บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลอื่นใดตั้งแต่สองรายขึ้นไปถือหุ้นซึ่งกันและกัน โดยมีผลเป็นการเกาะกลุ่มทางธุรกิจ หรือเพื่อการสร้างโครงสร้างของกลุ่มบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลนั้น โดยเฉพาะโครงสร้างในลักษณะที่มีบริษัทหนึ่งถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทอื่น หรือการทำธุรกรรมแบบเครือข่ายที่มีบริษัท ห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลหนึ่ง ทำหน้าที่ควบคุมนโยบายการบริหาร การเงิน การจัดการ

โดยการถือหุ้นไขว้กันตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นการถือหุ้นอันก่อให้เกิดอำนาจควบคุมเหนือบริษัทอื่น ไม่ว่าจำนวนหุ้นที่ถือไขว้กันนั้นจะมากน้อยเพียงใดก็ตาม โดยอำนาจควบคุมดังกล่าวอาจเกิดขึ้นโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมผ่านการถือหุ้นหรือการควบคุมในนิติบุคคลอื่นเป็นทอด ๆ จนถึงนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลอื่นที่ถูกควบคุม การที่นิติบุคคลหนึ่งมีอำนาจควบคุมเหนืออีกนิติบุคคลอื่นนั้น ให้รวมถึง

(๘.๑) การที่นิติบุคคลหนึ่งมีสิทธิออกเสียงตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไป ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลอื่นที่ถูกควบคุมในกรณีที่เป็นอำนาจควบคุมทางตรง หรือของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นต่อกันในแต่ละทอดทุกทอดตลอดสายจนถึงนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้น ในนิติบุคคลอื่นที่ถูกควบคุม ในกรณีที่เป็นอำนาจควบคุมทางอ้อม หรือ

(๘.๒) การที่นิติบุคคลหนึ่งส่งบุคคลหรือมีพฤติกรรมในการส่งบุคคลเข้าเป็นกรรมการในจำนวนที่มีนัยสำคัญเพื่อควบคุมการบริหารงานหรือการดำเนินงานของนิติบุคคลอื่นที่ถูกควบคุมหรือของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นต่อกันในแต่ละทอดทุกทอดตลอดสายจนถึงนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลอื่นที่ถูกควบคุม

(๙) “บริษัทย่อยของผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า

(๙.๑) บริษัทที่ผู้รับใบอนุญาตถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไป ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(๙.๒) บริษัทที่บริษัทตาม (๙.๑) ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไป ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(๙.๓) บริษัทที่ถูกถือหุ้นต่อไปเป็นทอด ๆ โดยเริ่มจากการถือหุ้นของบริษัทตาม

(๙.๒) ในบริษัทที่ถูกถือหุ้น โดยการถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวในแต่ละทอดมีจำนวนตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(๙.๔) บริษัทที่ผู้รับใบอนุญาตหรือบริษัทตาม (๙.๑) (๙.๒) หรือ (๙.๓) ถือหุ้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมรวมกันตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(๙.๕) บริษัทที่ผู้รับใบอนุญาตหรือบริษัทตาม (๙.๑) (๙.๒) (๙.๓) หรือ (๙.๔) มีอำนาจควบคุมในเรื่องการกำหนดนโยบายทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทนั้น

การถือหุ้นของผู้รับใบอนุญาตหรือของบริษัทตาม (๙.๑) (๙.๒) (๙.๓) หรือ (๙.๔) ให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย

(๑๐) “บริษัทร่วมของผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า

(๑๐.๑) บริษัทที่ผู้รับใบอนุญาตหรือบริษัทย่อยถือหุ้นรวมกันตั้งแต่ร้อยละ ๒๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(๑๐.๒) บริษัทที่ผู้รับใบอนุญาตหรือบริษัทย่อยมีอำนาจในการมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัท แต่ไม่ถึงระดับที่จะควบคุมนโยบายดังกล่าวและไม่ถือเป็นบริษัทย่อยหรือกิจการร่วมค้า

การถือหุ้นของผู้รับใบอนุญาตหรือบริษัทย่อยให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย

(๑๑) “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ถือหุ้นในผู้รับใบอนุญาตตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้รับใบอนุญาต การถือหุ้นดังกล่าวให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้รับใบอนุญาตด้วย

(๑๒) “ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า บุคคลหรือ ห้างหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นของผู้รับใบอนุญาต ดังต่อไปนี้

(๑๒.๑) คู่สมรสของผู้ถือหุ้นดังกล่าว หรือ

(๑๒.๒) บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหุ้นดังกล่าว หรือ

(๑๒.๓) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ผู้ถือหุ้นดังกล่าวหรือบุคคลตาม (๑๒.๑) หรือ (๑๒.๒) เป็นหุ้นส่วน หรือ

(๑๒.๔) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ผู้ถือหุ้นดังกล่าวหรือบุคคลตาม (๑๒.๑) หรือ (๑๒.๒) เป็นหุ้นส่วน จำพวกไม่จำกัดความผิดหรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันตั้งแต่ร้อยละ ๓๐ ขึ้นไปของหุ้นทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ

(๑๒.๕) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ผู้ถือหุ้นดังกล่าว หรือบุคคลตาม (๑๒.๑) หรือ (๑๒.๒) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (๑๒.๓) หรือ (๑๒.๔) ถือหุ้นรวมกันตั้งแต่ร้อยละ ๓๐ ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น หรือ

(๑๒.๖) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ผู้ถือหุ้นดังกล่าว หรือบุคคลตาม (๑๒.๑) หรือ (๑๒.๒) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (๑๒.๓) หรือ (๑๒.๔) หรือบริษัทตาม (๑๒.๕) ถือหุ้นรวมกันตั้งแต่ร้อยละ ๓๐ ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น หรือ

(๑๒.๗) นิติบุคคลที่ผู้ถือหุ้นดังกล่าวสามารถมีอำนาจในการจัดการในฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคล

(๑๓) “ผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลอื่นซึ่งโดยพฤติกรรมมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบาย การจัดการ หรือการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าอิทธิพลดังกล่าวจะสืบเนื่องจากการเป็นผู้ถือหุ้น หรือได้รับมอบอำนาจตามสัญญา หรือการอื่นใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือบุคคลที่เข้าลักษณะ ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

(๑๓.๑) บุคคลที่มีสิทธิออกเสียงไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมตั้งแต่ร้อยละ ๒๕ ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้รับใบอนุญาต

(๑๓.๒) บุคคลที่ตามพฤติกรรมสามารถควบคุมการแต่งตั้งหรือ ถอดถอนกรรมการของผู้รับใบอนุญาตได้

(๑๓.๓) บุคคลที่ตามพฤติกรรมสามารถควบคุมผู้ซึ่งรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายผู้บริหารการจัดการหรือการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตให้ปฏิบัติตามคำสั่ง ของตนในการกำหนดนโยบายการจัดการหรือการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต

(๑๓.๔) บุคคลที่ตามพฤติกรรมมีการดำเนินงานในผู้รับใบอนุญาตหรือมีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตเยี่ยงผู้บริหาร รวมทั้งบุคคลที่มีตำแหน่งซึ่งมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลดังกล่าวของผู้รับใบอนุญาตนั้น

วิธีการและขั้นตอนการขออนุญาตควบรวมกิจการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ วิธีการและขั้นตอนการควบรวมกิจการให้เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับตามสถานภาพของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาต

ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะยื่น คำขออนุญาตควบรวมกิจการตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง หรือแจ้งการควบรวมกิจการตามข้อ ๔ วรรคสอง ต้องมีโครงสร้างการถือหุ้นที่ชัดเจน เป็นธรรม สะท้อนอำนาจในการควบคุมและส่วนได้เสียของ ผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจน และต้องไม่มีการถือหุ้นไขว้กันระหว่างผู้รับใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ที่อยู่ในตลาดที่เกี่ยวข้อง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้รับใบอนุญาต บริษัทย่อยของผู้รับใบอนุญาต บริษัทร่วมของผู้รับใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะ ควบรวมกิจการกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นต้องยื่นคำขออนุญาตควบรวมกิจการต่อเลขาธิการ เพื่อพิจารณาว่าการควบรวมกิจการทำให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ก่อนการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) จดทะเบียนนิติบุคคล ในกรณีที่ควบรวมกิจการระหว่างผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ทำให้เกิดนิติบุคคลใหม่ขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือตามสัญญาร่วมค้า หรือ

(๒) ทำสัญญาซื้อขายสินทรัพย์ ในกรณีที่ควบรวมกิจการโดยผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น หรือ

(๓) ทำสัญญาซื้อขายหุ้น ในกรณีที่ควบรวมกิจการโดยผู้รับใบอนุญาต หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น เพื่อควบคุมนโยบายการบริหารกิจการ การอำนวยการหรือการจัดการ

เว้นแต่กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตสามารถแสดงได้ว่าภายหลังการควบรวมกิจการ สินทรัพย์ของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตจะไม่เกิน ๘๐๐ ล้านบาทหรือจะได้รับสินทรัพย์จากผู้รับใบอนุญาต รายอื่นที่มีมูลค่าไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท หรือรายได้ต่อปีของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของ ผู้รับใบอนุญาตจะไม่เกิน ๑๒๐ ล้านบาท กรณีดังกล่าวให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุม ของผู้รับใบอนุญาตแจ้งการควบรวมกิจการต่อเลขาธิการพร้อมแสดงเหตุผลประกอบ ภายในระยะเวลาใด ๆ ก่อนการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) โดยไม่ต้องแต่งตั้ง ที่ปรึกษาอิสระและไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง

กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตเข้าซื้อหุ้นเกินกว่าร้อยละ ๑๐ ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น หรือเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อควบคุมนโยบายหรือการบริหารธุรกิจของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น และการเข้าซื้อหุ้นหรือสินทรัพย์ดังกล่าวถือเป็นการควบรวมกิจการตามข้อ ๒ (๕) ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขออนุญาตควบรวมกิจการตามวรรคหนึ่งหรือแจ้งการควบรวมกิจการตามวรรคสองโดยไม่ต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการตามข้อ ๘ ของประกาศคณะกรรมการ เรื่อง มาตรการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อีก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คำขออนุญาตควบรวมกิจการที่ยื่นต่อเลขาธิการตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง ต้องประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

(๑) ระบุถึงเหตุผล ความจำเป็นและความเหมาะสมในการควบรวมกิจการ

(๒) แผนการควบรวมกิจการ

(๓) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะควบรวมกิจการ และผู้รับใบอนุญาตรายอื่นที่ถูกควบรวมกิจการ โดยรายละเอียดดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วย โครงสร้างผู้ถือหุ้นและสิทธิออกเสียง ยอดขาย ส่วนแบ่งตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๔) การกำหนดตลาดที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง นิยามของตลาดและขอบเขตตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ๒๕๕๑

(๕) รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพและขนาดของตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๖) รายละเอียดเกี่ยวกับคู่แข่งในตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๗) เอกสารหรือรายละเอียดอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เลขาธิการอาจเรียกให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตมาชี้แจงหรือแสดงเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในเวลาใด ๆ นับแต่ได้รับคำขออนุญาต ควบรวมกิจการตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง

ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตอาจขอยื่นแสดงเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาคำขออนุญาตควบรวมกิจการต่อเลขาธิการได้ภายในระยะเวลา ๑๕ วันนับแต่วันที่ยื่นคำขออนุญาตควบรวมกิจการตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หลังจากเลขาธิการได้รับคำขออนุญาตควบรวมกิจการตามข้อ ๔ วรรคหนึ่งพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาตครบถ้วนจนเป็นที่พอใจแล้ว ให้เลขาธิการแต่งตั้งที่ปรึกษาอิสระเพื่อทำความเห็นประกอบคำขออนุญาตควบรวมกิจการ โดยผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่ยื่นคำขอดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ที่ปรึกษาอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งต้องทำความเห็นประกอบ คำขออนุญาตควบรวมกิจการภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ภายใต้แนวทาง การวิเคราะห์ ดังต่อไปนี้

(๑) การวิเคราะห์โครงสร้างผู้ถือหุ้นและสิทธิออกเสียงเฉพาะกิจการโทรคมนาคมทั้งก่อนและหลังควบรวมกิจการ

(๒) การวิเคราะห์ตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๓) การวิเคราะห์ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งในตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๔) การวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการแบบแนวนอน

(๔.๑) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ที่เกี่ยวข้องหรืออำนาจในการกำหนดทิศทางตลาดที่เกี่ยวข้องอันส่งผลให้เกิดการผูกขาดตลาด ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ซึ่งต้องสามารถอธิบายและวัดผลที่เกิดขึ้นนั้นได้

(๔.๒) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการจะก่อให้เกิดผลลบต่อการแข่งขันของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งในตลาดที่เกี่ยวข้องนั้นหรือไม่

(๔.๓) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการจะก่อให้เกิดกำไรส่วนเกินทางเศรษฐศาสตร์ (Excess profit) ซึ่งทำให้เกิดการผูกขาดทางเศรษฐศาสตร์ในตลาดที่เกี่ยวข้องหรือไม่

(๕) การวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการแบบแนวตั้ง

(๕.๑) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการจะทำให้มีอำนาจเหนือตลาดที่เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยพิจารณาจากระดับการกระจุกตัวของตลาดที่เกี่ยวข้อง ที่แสดงด้วยระดับสัดส่วน หรือจำนวนยอดขายของสินค้าหรือบริการโทรคมนาคม

(๕.๒) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการมีความเป็นไปได้ที่จะขัดขวางการแข่งขันของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งในตลาดที่เกี่ยวข้องนั้นหรือไม่

(๕.๓) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการเป็นการกีดกันคู่แข่งที่จะเข้าสู่ตลาดที่เกี่ยวข้องในอนาคตหรือไม่

(๕.๔) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการเป็นการลดหรือขัดขวาง การพัฒนาประสิทธิภาพของการแข่งขันในตลาดที่เกี่ยวข้อง โดยจำกัดไม่ให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งได้เข้าถึงปัจจัยการผลิตสินค้าหรือบริการโทรคมนาคมที่จำเป็นต้องใช้ในขั้นตอนก่อนการผลิต (Upstream) หรือขั้นตอนหลังการผลิต (Downstream) หรือไม่

(๕.๕) วิเคราะห์ว่าผลของการควบรวมกิจการทำให้กลไกตลาดที่เกี่ยวข้องบิดเบือนหรือไม่

(๖) การวิเคราะห์อุปสรรคการเข้าสู่ตลาดที่เกี่ยวข้องหลังจากการควบรวมกิจการ

(๗) การประเมินประสิทธิภาพของตลาดที่เกี่ยวข้องภายหลังจากการควบรวมกิจการ

การควบรวมกิจการอันส่งผลให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นอกจากต้องอยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าแล้ว ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตกระทำการควบรวมกิจการ อันส่งผลให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง

การพิจารณาว่าการควบรวมกิจการส่งผลให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้องหรือไม่ตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาด้วยดัชนีเฮอร์ฟินดาห์ล-เฮิร์ชแมน (HHI) ซึ่งแสดงถึงระดับ การกระจุกตัวของตลาดที่เกี่ยวข้อง โดยนำตัวเลขที่แสดงอัตราส่วนร้อยละของส่วนแบ่งตลาดของผู้รับใบอนุญาตแต่ละรายในตลาดที่เกี่ยวข้องนั้น มายกกำลังสองแล้วบวกกันเพื่อหาระดับการกระจุกตัวของตลาดที่เกี่ยวข้อง

ภายใต้การพิจารณา HHI หากปรากฏข้อเท็จจริงต่อไปนี้ ให้ถือว่าการควบรวมกิจการส่งผลให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๑) กรณีที่ใช้ HHI พิจารณาส่วนแบ่งตลาดของจำนวนยอดขาย หากตลาด ที่เกี่ยวข้องก่อนควบรวมกิจการมี HHI น้อยกว่าหรือเท่ากับ ๑,๘๐๐ แล้วหลังควบรวมกิจการ ส่งผลให้ตลาดที่เกี่ยวข้องมี HHI มากกว่า ๑,๘๐๐ และเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า ๕๐ แสดงว่าการควบรวมกิจการทำให้ตลาดที่เกี่ยวข้องมีการกระจุกตัวสูง ให้ถือว่าการควบรวมดังกล่าวส่งผลด้านลบต่อการแข่งขันอันถือว่าเป็นการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๒) กรณีที่ใช้ HHI พิจารณาส่วนแบ่งตลาดของจำนวนยอดขาย หากตลาด ที่เกี่ยวข้องก่อนควบรวมกิจการมี HHI มากกว่า ๑,๘๐๐ แล้วหลังควบรวมกิจการส่งผลให้ตลาด ที่เกี่ยวข้องมี HHI มากกว่า ๑,๘๐๐ และเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า ๑๐๐ แสดงว่า การควบรวมกิจการทำให้ตลาดที่เกี่ยวข้องมีการกระจุกตัวสูง ให้ถือว่าการควบรวมดังกล่าว ส่งผลด้านลบต่อการแข่งขันอันถือว่าเป็นการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เลขาธิการเสนอคำขออนุญาตควบรวมกิจการที่ได้รับยื่นตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง พร้อมความเห็นประกอบคำขออนุญาตควบรวมกิจการตามข้อ ๗ วรรคสอง ต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคำขอดังกล่าว และทำคำสั่งภายในระยะเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นประกอบคำขออนุญาตควบรวมกิจการจากที่ปรึกษาอิสระ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า การควบรวมกิจการไม่ทำให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการสั่งอนุญาตให้ควบรวมกิจการได้แต่ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าการควบรวมกิจการอาจทำให้เกิดการครอบงำตลาดที่เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการสั่งห้ามควบรวมกิจการ เว้นแต่เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ หรือเพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ คณะกรรมการอาจสั่งอนุญาตให้ควบรวมกิจการได้โดยคำสั่งของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุด

กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนข้อบังคับด้วยการควบรวมกิจการโดยไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นตามข้อ ๓ หรือไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตควบรวมกิจการตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง หรือไม่ได้แจ้งการควบรวมกิจการตามข้อ ๔ วรรคสอง หรือยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๔ วรรคหนึ่งแล้วแต่ดำเนินการควบรวมกิจการก่อนที่คณะกรรมการ จะทำคำสั่งและต่อมาคณะกรรมการได้สั่งห้ามควบรวมกิจการ หรือดำเนินการควบรวมกิจการหลังจากคณะกรรมการได้สั่งห้ามควบรวมกิจการ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งผู้รับใบอนุญาตหรือ ผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่ฝ่าฝืนดังกล่าวได้ตามมาตรา ๖๔ ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

กรณีตามวรรคสองไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ หากว่าการควบรวมกิจการเกิดจากการที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตเข้าซื้อหุ้นของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นโดยไม่มีเจตนาจะควบรวมกิจการ และผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของ ผู้รับใบอนุญาตได้แก้ไขสัดส่วนการถือครองหุ้นให้น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นหรือไม่เกินสัดส่วนหุ้นที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของ ผู้รับใบอนุญาตเคยถือครองอยู่เดิมภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตได้เข้าซื้อหุ้นอันถือเป็นการควบรวมกิจการ

ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตไม่อาจอ้างว่า เข้าซื้อหุ้นของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นโดยไม่มีเจตนาจะควบรวมกิจการตามวรรคสามได้ หากผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตได้ใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นแล้วหลังจากการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว เว้นแต่กรณีใช้สิทธิเพื่อรับเงินปันผล

การตรวจสอบภายหลังควบรวมกิจการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หลังจากผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตได้รับอนุญาตให้ควบรวมกิจการตามข้อ ๙ วรรคหนึ่งแล้ว ให้เลขาธิการแต่งตั้งที่ปรึกษาอิสระเพื่อทำหน้าที่ประเมินพฤติกรรมของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดที่เกี่ยวข้องภายหลังการควบรวมกิจการ และให้ที่ปรึกษาอิสระรายงานพฤติกรรม และผลกระทบดังกล่าวต่อคณะกรรมการทุก ๓ เดือน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๒ ปี นับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ ๔ (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) โดยผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของ ผู้รับใบอนุญาตที่ควบรวมกิจการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดมาตรการเฉพาะตามลักษณะการประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อควบคุมไม่ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตกระทำการอย่างใดอันเป็นการผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการกิจการโทรคมนาคมได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับรายงานดังกล่าว

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่นำมาใช้บังคับภายหลังการอนุญาตให้ควบรวมกิจการ ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ เรื่อง มาตรการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้ควบรวมกิจการตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง ที่จำหน่ายหรือได้มาซึ่งหุ้นในลักษณะที่ทำให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนทุกร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะมีการลงทะเบียนการโอนหุ้นนั้นหรือไม่ และไม่ว่าการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนหุ้นนั้นจะมีจำนวนเท่าใดในแต่ละครั้งบุคคลนั้นต้องรายงานถึงจำนวนหุ้นในทุกร้อยละห้าดังกล่าวต่อเลขาธิการทุกครั้งที่ได้มาหรือจำหน่ายหุ้น เว้นแต่ในกรณีที่มีการจำหน่ายที่ไม่มีผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหรือธุรกิจ โดยให้จัดส่งเป็นรายงานพร้อมรับรองความถูกต้องและยื่นต่อเลขาธิการภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่มีได้มาหรือจำหน่ายหุ้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เลขาธิการมีหน้าที่จัดทำหนังสือทางวิชาการเรื่องการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคมและเสนอต่อคณะกรรมการ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ภายหลังจากที่เลขาธิการจัดทำรายงานตามวรรคหนึ่งแล้วเสร็จ ให้จัดทำแนวทางการพิจารณาอนุญาตการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคมให้แล้ว และนำเสนอต่อคณะกรรมการภายใน ๑๘๐ วัน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เว้นแต่ได้รับการยกเว้นจากคณะกรรมการผู้รับใบอนุญาตทุกราย ไม่ว่าจะควบรวมกิจการระหว่างกันหรือไม่ก็ตาม ต้องไม่มีการถือหุ้นไขว้กันระหว่างผู้รับใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นที่อยู่ในตลาดที่เกี่ยวข้อง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้รับใบอนุญาต บริษัทย่อยของผู้รับใบอนุญาตบริษัทร่วมของผู้รับใบอนุญาต

การพิจารณายกเว้นให้ผู้รับใบอนุญาตสามารถถือหุ้นไขว้ตามวรรคหนึ่ง ได้นั้น ผู้รับใบอนุญาตจะต้องพิสูจน์ได้ว่าการถือหุ้นไขว้ดังกล่าว จะไม่ส่งผลให้เกิดการครอบงำ และไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน หรือเป็นการบิดเบือนตลาดแต่อย่างใด ภายใน ๓ เดือน นับแต่วันประกาศใช้ประกาศฉบับนี้ ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีการถือหุ้นไขว้ตามวรรคหนึ่ง แจ้งการถือหุ้นไขว้ดังกล่าวต่อเลขาธิการ และให้เลขาธิการเสนอกรณีการถือหุ้นไขว้ดังกล่าวต่อคณะกรรมการ พร้อมด้วยความเห็น ข้อเสนอแนะ และผลรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ (Regulatory Impact Assessment : RIA) เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาว่าจะยกเว้นให้ผู้รับใบอนุญาตสามารถถือหุ้นไขว้ได้หรือไม่

หากผู้รับใบอนุญาตรายใดฝ่าฝืน ไม่แจ้งการถือหุ้นไขว้ตามวรรคสองหรือยังดำเนินการถือหุ้นไขว้ภายหลังจากที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สมควรยกเว้นให้กรณีดังกล่าวให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตที่ฝ่าฝืนดังกล่าวได้ตามมาตรา ๖๔ ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ

ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ภาคผนวก ก คุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระ

๒. ภาคผนวก ข ตัวอย่างการคำนวณดัชนีเฮอร์ฟินดาห์ล-เฮิร์ชแมน (HHI)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓ มิถุนายน ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๓ มิถุนายน ๒๕๕๓

วิภา/ปรับปรุง

๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

กลุชาติ/ตรวจ

๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๖๗ ง/หน้า ๑๔/๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3b55fbe6a9d36e57

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com