法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 38) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีอากรสำหรับกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

(ฉบับที่ 38)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีอากร

สําหรับกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง มาตรา 6 วรรคสองและวรรคสาม มาตรา 7 มาตรา 8 วรรคสอง มาตรา 10 และมาตรา 11 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 735) พ.ศ. 2564 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีอากร สําหรับกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสงค์จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสงค์จะให้บุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของตนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้องดําเนินการจดแจ้งความประสงค์ต่ออธิบดีกรมสรรพากรและต้องเป็นหน่วยรับบริจาคตามประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 โดยยื่นคําขอจดแจ้ง/เลิกการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (ว.ส.1) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th ดังนี้

(1) กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ให้จดแจ้งความประสงค์ภายในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

(2) กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมก่อนวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ให้จดแจ้งความประสงค์ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ วิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกําไรที่ได้จดแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามข้อ 1 ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับกําไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ได้รับยกเว้นตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น แต่ต้องไม่ก่อนวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

(2) กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการในภายหลัง ให้ได้รับยกเว้นตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการ แต่ต้องไม่ก่อนวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

(3) กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมเปลี่ยนแปลงประเภทของวิสาหกิจ จากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสงค์จะแบ่งปันกําไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกําไรให้ได้รับยกเว้นตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงประเภทของวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 2 ต้องไม่มีการจําหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

(1) การโอนทรัพย์สินให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมอื่นโดยไม่มีค่าตอบแทน

(2) การโอนทรัพย์สินให้แก่สถานพยาบาลหรือสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศลหรือสถานพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกําหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่มีค่าตอบแทน

(3) การโอนทรัพย์สินเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์โดยไม่มีค่าตอบแทนตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร

(4) การโอนทรัพย์สินขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย หรือถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย หรือพระกุศลตามพระอัธยาศัย

(5) การโอนทรัพย์สินโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐดังต่อไปนี้

(ก) ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(ข) รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยกฎหมายเฉพาะ หรือจัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

(ค) องค์การมหาชนที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

(ง) หน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมายจัดตั้งโดยเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 2 ต้องไม่เป็นคู่สัญญากับผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน และไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนใด ๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

(1) การขายสินค้าหรือการให้บริการแก่ผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนนั้น

(2) การซื้อสินค้าหรือการรับบริการจากผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนนั้น โดยค่าสินค้าหรือค่าบริการไม่สูงกว่าราคาตลาด

คําว่า “สินค้า” ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง ที่อาจมีราคาและถือเอาได้ที่มีไว้เพื่อขายเท่านั้น

คําว่า “บริการ” ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การกระทําใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้ลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการจัดตั้งหรือการเพิ่มทุนของวิสาหกิจเพื่อสังคมในขณะที่วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการ และได้จดแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามข้อ 1 ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้พึงประเมินเท่าที่ได้จ่ายไปเพื่อการลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการจัดตั้งหรือการเพิ่มทุน แล้วแต่กรณี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งเดียวหรือหลายแห่ง แต่เมื่อรวมเงินลงทุนทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกินกรณีละหนึ่งแสนบาท สําหรับปีภาษีนั้น

การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีเงินได้นําเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีไปคํานวณหักจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ในปีภาษีดังต่อไปนี้

(1) การลงทุนเพื่อการจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิยกเว้นในปีภาษีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

(2) การลงทุนเพื่อการเพิ่มทุนของวิสาหกิจเพื่อสังคม

(ก) กรณีที่มีการเพิ่มทุนก่อนวันที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ให้ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิยกเว้นในปีภาษีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

(ข) กรณีที่มีการเพิ่มทุนภายหลังจากวันที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ให้ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิยกเว้นในปีภาษีที่ลงทุน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้ลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการจัดตั้งหรือการเพิ่มทุนของวิสาหกิจเพื่อสังคมในขณะที่วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการ และได้จดแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามข้อ 1 ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายไปเพื่อการลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการจัดตั้งหรือการเพิ่มทุน ในรอบระยะเวลาบัญชีดังต่อไปนี้

(1) การลงทุนเพื่อการจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้สิทธิยกเว้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

(2) การลงทุนเพื่อการเพิ่มทุนของวิสาหกิจเพื่อสังคม

(ก) กรณีที่มีการเพิ่มทุนก่อนวันที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้สิทธิยกเว้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

(ข) กรณีที่มีการเพิ่มทุนภายหลังจากวันที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้สิทธิยกเว้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่ลงทุน

การลงทุนเพื่อการจัดตั้งหรือการเพิ่มทุนของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่ใช่การลงทุนเพื่อการจัดตั้งหรือการเพิ่มทุนของวิสาหกิจเพื่อสังคมตามมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 621) พ.ศ. 2559 ที่ได้กระทําก่อนวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 5 หรือข้อ 6 ต้องถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นจนกว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นเลิกกัน เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

(1) ผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาทุพพลภาพหรือตาย

(2) ผู้ลงทุนที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกัน

(3) ผู้ลงทุนขายหรือโอนหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการเพิ่มทุนของวิสาหกิจเพื่อสังคม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้โอนเงินหรือทรัพย์สินให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้จดแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามข้อ 1 โดยไม่มีค่าตอบแทนผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับเงินได้เท่าจํานวนเงินหรือเท่ากับราคาทรัพย์สินนั้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้โอนเงินหรือทรัพย์สินนั้นให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สิน ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินนั้น แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การโอนทรัพย์สินให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมตามข้อ 8 หรือการบริจาคทรัพย์สินให้แก่กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมตามข้อ 9 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะโอนหรือบริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้าก็ได้ โดยการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าว ให้คํานวณมูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้าที่โอนหรือบริจาคตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อทรัพย์สินมาเพื่อบริจาค ต้องมีหลักฐานการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่ระบุจํานวนและมูลค่าของทรัพย์สินนั้น โดยให้ถือว่ามูลค่าตามหลักฐานดังกล่าวเป็นมูลค่าของรายจ่ายที่บริจาค

(2) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนําทรัพย์สินที่ได้บันทึกบัญชีทรัพย์สินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นมาบริจาค ให้ถือเอามูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือจากการคํานวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน เป็นมูลค่าของรายจ่ายที่บริจาค

(3) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนําสินค้ามาบริจาค ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตเองหรือซื้อมาเพื่อขาย ให้ถือเอามูลค่าต้นทุนของสินค้าดังกล่าวที่มีเอกสารหลักฐานสามารถพิสูจน์ได้เป็นมูลค่าของรายจ่ายที่บริจาค แต่มูลค่าดังกล่าวต้องไม่เกินราคาสินค้าคงเหลือยกมา ตามมาตรา 65 ทวิ (6) แห่งประมวลรัษฎากร

(4) มูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้าที่ซื้อมาเพื่อบริจาคนั้น จะต้องมีจํานวนไม่เกินราคาที่พึงซื้อได้โดยปกติ ตามมาตรา 65 ตรี (15) แห่งประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้คํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในมาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด บัญชีทําการ บัญชีกําไรขาดทุน และบัญชีงบดุล ตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่ต้องชําระภาษี พร้อมทั้งยื่นรายงานผลการดําเนินงานประจําปีต่อกรมสรรพากร

วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้จัดทํารายงานผลการประกอบกิจการประจําปีและรายงานผลลัพธ์จากการดําเนินกิจการเพื่อสังคมยื่นต่อสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 และได้ยินยอมให้สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมเปิดเผยรายงานดังกล่าวต่อกรมสรรพากร ถือว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นได้จัดทํารายงานผลการดําเนินงานประจําปียื่นต่อกรมสรรพากรตามวรรคหนึ่งแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมเลิกการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือกรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมเลิกกัน ให้วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นยื่นคําขอจดแจ้ง/เลิกการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (ว.ส.1) เพื่อแจ้งการเลิกการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือการเลิกกันต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือผู้ลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนในวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้แล้ว ต่อมาปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามประกาศนี้ในรอบระยะเวลาบัญชีใดหรือในปีภาษีใด ให้การยกเว้นภาษีเงินได้สิ้นสุดลงตามมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 735) พ.ศ. 2564

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564

สมศักดิ์ อนันทวัฒน์

(นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์)

รองอธิบดี รักษาราชการแทน

อธิบดีกรมสรรพากร

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 38) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีอากรสำหรับกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3bf324c3965fb8bb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com