法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ตราครุฑ

ตราครุฑ

กฎกระทรวง

(พ.ศ.

2507)

ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

พ.ศ.

2507

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

พลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507

นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้

`อธิการบดี' หมายความรวมถึง ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยด้วย

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ให้มีคณะกรรมการข้าราชการมหาวิทยาลัยคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า `ก.ม.' ประกอบ

ด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี (ถ้ามี)

เป็นรองประธานประธานคณะกรรมการ

บริหารสภาการศึกษาแห่งชาติ ปลัดบัญชาการสำนักนายกรัฐมนตรี

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อธิการบดี

ทุกมหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

อธิบดีกรมบัญชีกลาง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการ

พลเรือน และเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ เป็นกรรมการ

มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามความใน

กฎกระทรวงนี้

ให้เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ เป็นเลขานุการของ ก.ม.

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ในการประชุมของ ก.ม. ถ้าประธาน ก.ม.

ไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รอง

ประธาน ก.ม. เป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธาน ก.ม. และรองประธาน ก.ม. ไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม

ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการ

คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ก.ม. มีอำนาจตั้งอนุกรรมการวิสามัญเพื่อให้กระทำการใด ๆ ตามที่ ก.ม.

มอบหมายได้

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 ให้มีอนุกรรมการ ก.ม. ประจำทุกมหาวิทยาลัยเรียกโดยย่อว่า `อ.ก.ม.' ประกอบด้วย

อธิการบดีเป็นประธาน รองอธิการบดี (ถ้ามี) เป็นรองประธาน

คณบดีและเลขาธิการมหาวิทยาลัย (ถ้า

มี) เป็นอนุกรรมการ

มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามความในกฎกระทรวงนี้ ให้เลขาธิการมหาวิทยาลัย

เป็นเลขานุการ อ.ก.ม. ในกรณีไม่มีเลขาธิการมหาวิทยาลัย

ให้อธิการบดีแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ใดผู้หนึ่ง

เป็นเลขานุการ อ.ก.ม.

มหาวิทยาลัยใดมีวิทยาลัยเป็นส่วนราชการอยู่ด้วยไม่ว่าวิทยาลัยเดียวหรือหลายวิทยาลัย

ให้อธิการ

ของวิทยาลัยนั้น ๆ เป็น อ.ก.ม. ด้วย

การประชุมของ อ.ก.ม. ให้นำความในข้อ 3 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การกำหนดอัตราเงินเดือน

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ข้าราชการของมหาวิทยาลัยตำแหน่งใด ควรได้รับเงินเดือนในชั้นใด

อันดับใด ให้ ก.ม.

กำหนด โดยคำนึงถึงปริมาณและคุณภาพของงานในตำแหน่งนั้น ๆ

การบรรจุ การแต่งตั้ง และการโอนข้าราชการ

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

บุคคลที่จะได้รับการบรรจุหรือแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในมหาวิทยาลัย

ต้องมี

คุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) มีสัญชาติไทย

(2) อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หรือเป็นโรคตาม

ที่กำหนดในกฎ ก.พ. ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนว่าด้วยโรค

(5) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ

หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(6) ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ

(7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(8) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(9) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษเพราะประพฤติชั่วถึงต้องออกจากองค์การรัฐบาล

องค์การสาธารณะ

เทศบาล หรือสุขาภิบาล

(10) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการเพราะกระทำผิดทางวินัย

(11) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการตามกฎหมาย

ผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ 7 (7) (8) (9) (10) และ (11) ก.ม.

อาจพิจารณาสอบสวนว่าผู้นั้น

ได้กลับตนประพฤติเป็นคนดี และในกรณีขาดคุณสมบัติตามข้อ 7

(9) (10) หรือ (11) ผู้นั้นได้ออกจาก

ราชการไปเกินสองปีแล้ว จะยกเว้นให้เป็นรายบุคคลก็ได้ มติของ

ก.ม. ในการประชุมปรึกษายกเว้น

ต้องเป็นเอกฉันท์ การลงมติให้กระทำโดยลับ

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ให้ อ.ก.ม.

จัดการสอบแข่งขันบุคคลที่จะเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นจัตวา อันดับ

หนึ่ง และชั้นตรี อันดับหนึ่งในมหาวิทยาลัย

ตามหลักสูตรและวิธีการต่อไปนี้

(1) ให้ อ.ก.ม.

มีอำนาจตั้งกรรมการเพื่อดำเนินการสอบแข่งขัน วางระเบียบวิธีการสอบ

ประกาศรับสมัคร กำหนดเวลา สถานที่สอบ

และประกาศแจ้งความที่เกี่ยวกับการสอบให้ผู้สมัครสอบแข่งขัน

ทราบ

(2)

กรรมการสอบแข่งขันต้องมีไม่น้อยกว่าสามคนและอย่างน้อยจะต้องเป็นกรรมการใน อ.ก.ม.

คนหนึ่ง ในการสอบแข่งขันข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นจัตวา

ให้ตั้งกรรมการจากผู้ทีมีคุณวุฒิ ความ

สามารถเหมาะสม และเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรีขึ้นไป

ในการสอบแข่งขันวิชาข้าราชการพลเรือน

สามัญชั้นตรี

ให้ตั้งกรรมการจากผู้ทีมีคุณวุฒิความสามารถเหมาะสม และเป็นข้าราชการพลเรือน

สามัญชั้นโทขึ้นไป

(3) การประกาศรับสมัครผู้สอบแข่งขัน

ให้มีกำหนดเวลายื่นใบสมัครไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

(4) ให้ อ.ก.ม. ตรวจสอบคุณสมบัติและพื้นความรู้ของผู้สมัครสอบแข่งขัน

หากเป็นการถูกต้อง

ก็ให้ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันได้

ค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขันจะไม่คืนให้

ในเมื่อผู้นั้นมีรายชื่อตามประกาศว่าเป็นผู้มีสิทธิสมัครสอบ

แข่งขันแล้ว

(6) ผู้ใดได้คะแนนรวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบเป็นผู้สอบแข่งขันได้

(7) เมื่อการสอบแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว ให้ อ.ก.ม. ประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้เรียงตามลำดับ

คะแนนจากสูงลงไปต่ำ ถ้ามีผู้สอบได้คะแนนสูงเท่ากัน

ให้กรรมการสอบสัมภาษณ์เฉพาะผู้ได้คะแนน

เท่ากันนั้นอีกครั้งหนึ่ง

ผู้ได้คะแนนมากกว่าย่อมอยู่ในอันดับสูงกว่า

(8) ตามปกติให้มีการสอบแข่งขันปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ให้อยู่ในอำนาจของอธิการบดีจะพึงพิจารณา

แต่เมื่อมีการสอบแข่งขันอีกและได้ประกาศผลการสอบแข่งขันแล้ว

บัญชีการสอบแข่งขันครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก

บัญชีการสอบแข่งขันแต่ละคราวให้ใช้ได้เพียงสองปี

(9) หลักสูตรการสอบแข่งขันเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นจัตวา และชั้นตรี

ให้อนุโลม

ตามที่ ก.พ. กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

และสำหรับภาควิชาการให้เพิ่ม

วิชาความรู้ทางกฎหมาย

ซึ่งจะได้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยราชการที่สอบแข่งขันด้วย

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ผู้ใดได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพอธิการบดีโดยได้รับอนุมัติของ

อ.ก.ม.

อาจคัดเลือกหรือสอบคัดเลือกบรรจุเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญของมหาวิทยาลัยที่ใช้วิชานั้น

ๆ ในชั้นใด ๆ

ที่ไม่สูงกว่าชั้นโทได้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการต่อไปนี้

และให้นำความในข้อ 21 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(1) ปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพใด

จะใช้สำหรับราชการในมหาวิทยาลัยส่วนใด ให้เป็นไป

ตามที่ อ.ก.ม. พิจารณากำหนด

(2) ปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพใด จะเทียบเท่าอนุปริญญา

หรือปริญญาชั้นใด และจะถือ

เป็นปริญญา

หรือประกาศนียบัตรเกียรตินิยมตามกฎกระทรวงนี้ได้หรือไม่ให้เสนอ ก.ม. พิจารณากำหนด

(3)

การบรรจุผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพในประเทศเข้าเป็นข้าราชการพลเรือน

สามัญ โดยจะให้ได้รับเงินเดือนในขั้น อันดับ และชั้นใด

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

ก. ผู้ได้รับอนุปริญญาหรือปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาหรือปริญญาตรี

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี

อันดับ 1 ขั้น 750 บาท

ข. ผู้ได้รับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลา

ศึกษาไม่น้อยกว่าสี่ปีจะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี

อันดับ 1 ขั้น 900 บาท และ

ถ้าได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเกียรตินิยม

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าชั้นตรี อันดับ 2 ขั้น 1,050 บาท

ค. ผู้ได้รับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลา

ศึกษาทั้งสิ้นไม่น้อยกว่าห้าปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรีอันดับ 2 ขั้น 1,100บาท

และถ้าได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรเกียรตินิยมจะบรรจุได้ไม่สูงกว่าชั้นโท

อันดับ 1 ขั้น 1,300 บาท

ง. ผู้ได้รับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลา

ศึกษาทั้งสิ้นไม่น้อยกว่าหกปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโทอันดับ 1 ขั้น 1,400

บาท ถ้าได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเกียรตินิยม

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท

อันดับ 2 ขั้น 1,600 บาท

ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรดังกล่าวในวรรคก่อนถ้าได้ทำการฝึกหัดงานในวิชาชีพนั้นเป็นผลดีมา

แล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโทอันดับ 2 ขั้น 1,600 บาท

และถ้าได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเกียรตินิยม จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท

อันดับ 2 ขั้น 1,750 บาท

จ. ผู้ได้รับปริญญาโท

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาทั้งสิ้นรวมทั้งปริญญาตรีด้วยไม่น้อยกว่าหกปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท อันดับ 2

ขั้น 1,600 บาท

ฉ. ผู้ได้รับปริญญาโท

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาทั้งสิ้นรวมทั้งปริญญาตรีด้วยไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท อันดับ 2

ขั้น 1,750 บาท

ช. ผู้ได้รับปริญญาโท

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาทั้งสิ้นรวมทั้งปริญญาตรีด้วยไม่น้อยกว่าแปดปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท อันดับ 2

ขั้น 1,900 บาท

ซ. ผู้ได้รับปริญญาเอกหรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาเอก

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่า

ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท อันดับ 2 ขั้น 2,050 บาท

ฌ. ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพหลายอย่างซึ่งเป็นวิชาที่ให้ในส่วนราชการที่ขอบรรจุนั้น

จะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนในชั้น อันดับ และขั้นใด ให้เสนอ

ก.ม. พิจารณากำหนดเป็นราย ๆ ไป แต่

ต้องไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท อันดับ 3 ขั้น

2,500 บาท

(4)

การบรรจุผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพจากต่างประเทศเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ

โดยจะให้ได้รับเงินเดือนในชั้น อันดับ และขั้นใด

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

ก. ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษา

ไม่น้อยกว่าสามปีจะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี

อันดับ 2 ขั้น 1,200 บาท และ

ถ้าได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรเกียรตินิยม

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท อันดับ 2

ขั้น 1,600 บาท

ข. ผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษา

ไม่น้อยกว่าสี่ปี

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท อันดับ 2 ขั้น 1,600 บาท

ค. ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรสูงกว่าที่กล่าวใน ก.และข.

จะบรรจุได้ไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือน

สามัญชั้นโท อันดับ 3 ขั้น 2,200 บาท ทั้งนี้ให้เสนอ ก.ม.

พิจารณาเป็นราย ๆ ไป

ง. ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพนอกจากที่กล่าวใน ก.ข.และค.

หรือได้รับปริญญาหรือ

ประกาศนียบัตรจากต่างประเทศหลายอย่าง หรือได้รับปริญญา

หรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในประเทศ

รวมกับปริญญา หรือประกาศนียบัตรจากต่างประเทศหรือได้ฝึกงานในวิชาชีพภายหลังได้รับปริญญาหรือ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพเป็นผลดีมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ

และการฝึกงานดังกล่าวเป็นวิชาชีพและการฝึกงานที่ใช้ในส่วนราชการที่ขอบรรจุ

จะบรรจุให้ได้รับเงิน

เดือนในชั้น อันดับ และขั้นใด ให้เสนอ ก.ม.

พิจารณากำหนดเป็นราย ๆ ไป แต่ต้องไม่สูงกว่าข้าราชการพลเรือน

สามัญชั้นโท อันดับ 3 ขั้น 2,500 บาท

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 การสอบคัดเลือก

ให้อธิการบดีตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งหรือหลายคนร่วมกับ อ.ก.ม.

ทำการสอบคัดเลือกตามหลักสูตรที่ อ.ก.ม. กำหนด

การคัดเลือก

ให้อธิการบดีตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งหรือหลายคนร่วมกับ อ.ก.ม.

ทำการคัดเลือก

เมื่อได้ทำการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือกเสร็จแล้ว

ให้คณะกรรมการรายงานผลของการคัดเลือก

หรือสอบคัดเลือกต่ออธิการบดี เพื่อดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งต่อไป

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

การบรรจุบุคคลเข้าเป็นข้าราชการของมหาวิทยาลัยในตำแหน่งวิชาการช่างฝีมือ นักพิมพ์

หรือผู้ชำนาญการพิเศษต่าง ๆ

โดยจะให้ได้รับเงินเดือนในชั้นจัตวา ให้อธิการบดีเสนอเรื่องมายัง

อ.ก.ม. เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นราย ๆ ไป

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 มหาวิทยาลัยใดมีความจำเป็นที่จะบรรจุข้าราชการจากผู้ทรงคุณวุฒิให้ดำรงตำแหน่งใด

เป็นพิเศษ ให้อธิการบดีเสนอเรื่องไปให้ ก.ม. สอบสวน เมื่อ

ก.ม. สอบสวนเห็นสมควรแล้วให้เสนอ

ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้วให้บรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นเป็นข้าราชการ

พลเรือนสามัญได้

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13

ข้าราชการของมหาวิทยาลัยไปรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อ

ออกจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหายแล้ว

ประสงค์จะเข้ารับราชการในชั้น อันดับ และขั้นที่ได้รับ

อยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหาร

ให้มหาวิทยาลัยเจ้าสังกัดเดิมรับบรรจุทีเดียว

ถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขณะที่ไปรับราชการทหารให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(1)

ถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าชั้นเดิมและให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขณะที่รับราชการ

ทหารไม่เกินปีละหนึ่งขั้น โดยนับเวลาในระหว่างวันที่รับราชการทหารเป็นเกณฑ์คำนวณ

ก็ให้ผู้มีอำนาจ

บรรจุพิจารณาและสั่งบรรจุได้ในอัตราเงินเดือนที่ว่างอยู่

(2)

ถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าชั้นเดิมและให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ใน (1) หรือถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนในชั้นที่สูงกว่าชั้นเดิม

เมื่ออธิการบดีเจ้าสังกัดพิจารณาเห็น

สมควร ให้เสนอเรื่องไปขออนุมัติ ก.ม. เป็นราย ๆ ไป

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ก็ให้บรรจุในอัตราเงิน

เดือนที่ว่างอยู่

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14

ข้าราชการของมหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ไปปฏิบัติงานใด ๆ

ถ้ามหาวิทยาลัย

เจ้าสังกัดเดิมเรียกกลับเข้าบรรจุในราชการ ให้นำความในข้อ

13 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14

การโอนข้าราชการพลเรือนสามัญของมหาวิทยาลัยไปบรรจุต่างกรมในสำนักนายกรัฐมนตรี

หรือต่างกระทรวงในชั้น อันดับ และขั้นที่ไม่สูงกว่าเดิม

อาจทำได้โดยความยินยอมของอธิการบดี เว้นแต่

ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นพิเศษ

ต้องได้รับความยินยอมของนายกรัฐมนตรี

การโอนข้าราชการของกรมอื่นหรือกระทรวงอื่นนอกจากข้าราชการการเมือง

ข้าราชการพลเรือน

วิสามัญ และข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ

มาบรรจุในมหาวิทยาลัยในชั้น อันดับ และขั้นที่ไม่สูงกว่า

เดิม

อาจทำได้โดยกรมหรือกระทรวงเจ้าสังกัดและมหาวิทยาลัยได้ตกลงยินยอมในการโอนนั้นแล้ว

การโอนข้าราชการพลเรือนชั้นพิเศษ

ให้สำนักนายกรัฐมนตรีรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

และเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งบรรจุ

การโอนข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ชั้นเอกลงมา ให้ อ.ก.ม.

ที่จะรับโอนมานั้นพิจารณาอนุมัติและ

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้อธิการบดีเป็นผู้สั่งบรรจุ

ในกรณีข้าราชการเป็นข้าราชการตุลาการ ข้าราชการอัยการทหาร

หรือข้าราชการพลเรือนสังกัด

กระทรวงกลาโหม ให้ ก.ม. มีอำนาจเทียบกับชั้น อันดับ

และขั้นเงินเดือนข้าราชการพลเรือน และ

วันรับราชการในขณะดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการข้าราชการอัยการ

ทหาร หรือข้าราชการพลเรือน

สังกัดกระทรวงกลาโหม

ให้ถือว่าเป็นวันราชการที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการของมหาวิทยาลัยให้ผู้บังคับบัญชาดังต่อไปนี้

เป็นผู้บรรจุ

และแต่งตั้ง

(1)

สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ชั้นเอกหรือตำแหน่งหัวหน้ากองหรือเทียบเท่าลงมา

ให้

อธิการบดีเป็นผู้บรรจุและแต่งตั้ง

(2) สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นพิเศษ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บรรจุ

ส่วนการแต่งตั้งนั้น

ถ้าเป็นตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี อธิการ

เลขาธิการ ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์

อาจารย์ชั้นพิเศษ หัวหน้าแผนกวิชา ผู้อำนวยการกอง

ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรด

เกล้า ฯ แต่งตั้ง

เกณฑ์การบรรจุและการแต่งตั้ง

ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับ

การบรรจุและการแต่งตั้งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

แต่การแต่งตั้งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี อธิการ

ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ อาจารย์ชั้นพิเศษ

หรือหัวหน้าแผนกวิชา จะแต่งตั้งจากข้าราชการพล

เรือนวิสามัญก็ได้

การเลื่อนชั้น อันดับ และขั้นเงินเดือน

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17

ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นจัตวาที่ได้รับราชการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี

และ

ได้รับเงินเดือนชั้นจัตวาอันดับพิเศษชั้นสูงสุดมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

และดำรงตำแหน่งประจำ

แผนกหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีถ้าหัวหน้าแผนก

หัวหน้ากอง หรือผู้บังคับบัญชาในตำแหน่งที่

เทียบเท่าและคณบดี อธิการ หรือเลขาธิการ

หรือรองอธิการบดีในกรณีที่ไม่มีตำแหน่งเลขาธิการ แล้วแต่

กรณี

ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชารับรองว่าเป็นผู้ที่มีความประพฤติ ความรู้ และความสามารถ

สมควรที่จะเป็นข้า

ราชการสามัญชั้นตรีได้ คณบดี อธิการ หรือเลขาธิการ

หรือรองอธิการบดี ในกรณีที่ไม่มีตำแหน่งเลขาธิการ

ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจะคัดเลือกให้เลื่อนชั้นเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี

โดยอนุมัติ อ.ก.ม.

ก็ได้

กำหนดเวลาสิบห้าปีและสี่ปี ให้ลดเป็นสิบปีและสองปีตามลำดับ

สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ

ชั้นจัตวาที่ได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งตามกฎ ก.พ.

ออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

ให้บรรจุเข้ารับราชการได้ในอัตราชั้นจัตวา อันดับ 3 ขั้น

650 บาท

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 การเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรีขึ้นเป็นชั้นโท

ให้อธิการบดีพิจารณาคัดเลือกจาก

ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี ซึ่งมีความประพฤติ ความรู้

และความสามารถที่จะเลื่อนเป็นชั้นโท

ได้ และรับราชการในชั้นตรี หรือ อ.ก.ม. เทียบไม่ต่ำกว่าชั้นตรีมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี

เสนอชื่อไปยัง อ.ก.ม. เมื่อ อ.ก.ม.

พิจารณาแล้วเห็นสมควรเลื่อนชั้นได้ ให้อธิการบดีสั่งเลื่อนชั้นต่อ

ไป

กำหนดเวลาสามปีให้ลดเป็นหนึ่งปี สำหรับผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

ซึ่ง ก.ม. เทียบได้

ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 การเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโทขึ้นเป็นชั้นเอก

ให้อธิการบดีพิจารณาคัดเลือก

ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท ซึ่งมีความประพฤติ ความรู้

และความสามารถที่จะเลื่อนเป็นชั้นเอกได้

และรับราชการในชั้นโท หรือ ก.ม.

เทียบไม่ต่ำกว่าชั้นโทมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี เสนอชื่อ

ไปยัง ก.ม. เมื่อ ก.ม.

พิจารณาแล้วเห็นสมควรเลื่อนชั้นได้ก็ให้อธิการบดีสั่งเลื่อนชั้นต่อไป

กำหนดเวลาสามปีให้ลดเป็นสองปี สำหรับผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

ซึ่ง ก.ม. เทียบ

ไม่ต่ำกว่าปริญญาโทและลดเป็นหนึ่งปีสำหรับผู้ที่ได้รับปริญญา

หรือประกาศนียบัตร ซึ่ง ก.ม. เทียบไม่ต่ำ

กว่าปริญญาเอก

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 การเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นเอกขึ้นเป็นชั้นพิเศษ

ให้อธิการบดีพิจารณาคัดเลือก

จากข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นเอก ซึ่งมีความประพฤติ ความรู้

และความสามารถที่จะเลื่อนเป็นชั้นพิเศษ

ได้ และได้รับราชการในชั้นเอกหรือที่ ก.ม.

เทียบไม่ต่ำกว่าชั้นเอกมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี กับเป็นผู้ที่

มีคุณวุฒิดังต่อไปนี้คือ

(1) เป็นผู้ที่ได้รับปริญญาเอก หรือประกาศนียบัตร ซึ่ง ก.ม.

เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาเอก และรับ

ราชการมาแล้ว หรือสอนในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่ง ก.ม.

รับรองวิทยฐานะมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

ห้าปี ภายหลังได้รับปริญญาเอก หรือ

(2) เป็นผู้ที่ได้รับปริญญาโท หรือประกาศนียบัตร ซึ่ง ก.ม.

เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาโท และรับ

ราชการมาแล้วหรือสอนในสถาบันอุดมศึกษาซึ่ง ก.ม.

รับรองวิทยฐานะมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี

ภายหลังได้รับปริญญาโท หรือ

(3) เป็นผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตร ซึ่ง ก.ม.

เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และรับราชการ

มาแล้วหรือสอนในสถาบันอุดมศึกษาซึ่ง ก.ม.

รับรองวิทยฐานะมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี

ภายหลังได้รับปริญญาตรี

แล้วเสนอชื่อไปยัง ก.ม. เมื่อ ก.ม. พิจารณาเห็นสมควรเลื่อนชั้นได้

ก็ให้รายงานไปยังคณะรัฐมนตรี

เมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติแล้วก็ให้นายกรัฐมนตรีสั่งเลื่อนชั้นต่อไป

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ได้เลื่อนชั้นใด

ได้รับเงินเดือนในอันดับและขั้นต่ำของชั้นที่ได้

เลื่อนนั้น

แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าอันดับและขั้นต่ำของชั้นที่ได้เลื่อนขึ้นก็ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ

และขั้นเท่ากับอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 การเลื่อนอันดับและการเลื่อนขั้นเงินเดือน

ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

และกฎ ก.พ.

ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวแก่เรื่อง

เหล่านี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การรักษาวินัย การสอบสวน และการออกจากราชการ

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 การรักษาวินัย การสอบสวน

และการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้

นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน และกฎ ก.พ.

ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวแก่เรื่องเหล่านี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้าราชการพลเรือนวิสามัญ

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 การกำหนดอัตราเงินเดือน การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน

การสอบสวน การ

รักษาวินัย

และการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนวิสามัญให้นำกฎ ก.พ. ออกตามความในกฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวแก่เรื่องเหล่านี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ลูกจ้าง

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 การกำหนดอัตราค่าจ้าง การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินค่าจ้าง

การสอบสวน การ

รักษาวินัย และการออกจากงานของลูกจ้าง

ให้นำระเบียบของกระทรวงการคลังในส่วนที่เกี่ยวแก่เรื่อง

เหล่านี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

บทเบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 การกำหนดอัตราเงินเดือน การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้น

การเลื่อนอันดับ การ

เลื่อนขั้น การโอน การสอบสวน การรักษาวินัย

และการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนของ

มหาวิทยาลัย

ซึ่งมิได้มีบัญญัติไว้ในกฎกระทรวงนี้ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

และ

กฎ ก.พ. และระเบียบออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 ในกรณีที่นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎ ก.พ.

และระเบียบออกตาม

ความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลมนั้นบรรดาอำนาจหน้าที่ของ

ก.พ.

หรือรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ม.

หรือนายกรัฐมนตรีตามลำดับบรรดา

อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กระทรวง หรือ อ.ก.พ.

กรมให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ม. และบรรดา

อำนาจหน้าที่ของอธิบดีให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิการบดี

ให้ไว้ ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2507

จอมพล

ถ. กิตติขจร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้น

การเลื่อนอันดับ การเลื่อนขั้น การโอน การสอบสวน

การรักษาวินัย และการออกจากราชการของข้าราชการ

และลูกจ้างในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นส่วนราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี

จะต้องตราเป็นกฎกระทรวง

ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการในมหาวิทยาลัย

จึงต้องตรากฎกระทรวงนี้เพื่อให้การเป็นไปตาม

กฎหมายดังกล่าวแล้ว

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3c47ab456d447ab6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com