ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
เรื่อง
ผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ
หน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน[๑]
พ.ศ.
๒๕๔๕
ด้วยคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน
ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒
ได้มีคำวินิจฉัยเบื้องต้นกำหนดมาตรการชั่วคราวตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง
การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. ๒๕๔๕
กรมการค้าต่างประเทศจึงได้ออกประกาศผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งออกตามความในข้อ ๑ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒
เพื่อประกาศรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวน
ดังนี้
๑.
การเปิดการไต่สวน
เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๔
กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนตามคำขอของบริษัท
เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ในฐานะอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ในประเทศ
ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เมื่อวันที่ ๑๐
เมษายน ๒๕๔๔ และกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหาย
ตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ และสรุปผลการไต่สวนให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยผลเบื้องต้น เมื่อวันที่
๓ กรกฎาคม ๒๕๔๕
๒.
สินค้าทุ่มตลาด
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H พิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ ๗๒๑๖.๓๓๐.๐๐๕
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
๓.
ผู้มีส่วนได้เสีย
๓.๑
ผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่
(๑) Laiwu
Steel Group, Ltd.
(๒) ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น ๆ นอกจาก
(๑)
๓.๒ ผู้นำเข้าไทย ได้แก่
(๑) บริษัท โกศลโลหะกิจ จำกัด
(๒) บริษัท ริช สตีล จำกัด
(๓) บริษัท เอช - ไอบีมส์ จำกัด
(๔) ผู้นำเข้ารายอื่น ๆ นอกจาก (๑) - (๓)
๓.๓
อุตสาหกรรมภายในที่ผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ทั้งหมดในฐานะผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศ
คือ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด
๓.๔
รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะรัฐบาลของประเทศผู้ส่งออกสินค้าที่ถูกพิจารณา
๔. ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด
คณะกรรมการได้พิจารณาให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจการตลาด
ดังนั้น ในการไต่สวนครั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาว่า
การซื้อขายสินค้ารวมทั้งปัจจัยการผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H เป็นไปตามกลไกราคาตลาด
และการพิจารณาการทุ่มตลาดได้พิจารณาข้อมูลจากบริษัท Laiwu Steel Group, Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามตามกระบวนการไต่สวน
โดยพิจารณาจากข้อมูลราคาขายในประเทศ และราคาส่งออกในช่วงระยะเวลาการไต่สวน คือ
วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๓
๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓
ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้ตรวจสอบแล้วสำหรับผู้ไม่ได้ให้ความร่วมมือหรือผู้ผลิตผู้ส่งออกรายอื่น
คณะกรรมการพิจารณาจากข้อมูลและข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่
ในกรณีนี้คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่ามีการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H
จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังนี้
๔.๑ บริษัท Laiwu Steel Group, Ltd.
(๑) มูลค่าปกติ
ในกรณีนี้มูลค่าปกติที่พิจารณาเป็นมูลค่าที่คำนวณขึ้น
(Constructed value) ตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๒) โดยคำนวณจากต้นทุนการผลิตในประเทศแหล่งกำเนิดรวมกับจำนวนที่เหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการจัดการ
การขายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตลอดจนกำไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
และได้หักค่าภาระที่ปรับลดคือความแตกต่างของระดับการค้า
และความแตกต่างของเงินเดือนพนักงานขายแล้ว โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า ราคาขายภายในประเทศตามที่บริษัทรายงานไม่ถือเป็นราคาในทางการค้าปกติที่จะนำมาพิจารณาหามูลค่าปกติได้เนื่องจากราคาดังกล่าวต่ำกว่าต้นทุนการผลิตรวมกับค่าใช้จ่ายในการจัดการ
การขายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๕ วรรค ๓ ของพระราชบัญญัติตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒
(๒) ราคาส่งออก
คำนวณราคาส่งออกตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๔
ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยใช้ข้อมูลการส่งออกสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่ได้รับตามแบบสอบถามในช่วงระยะเวลาการไต่สวนโดยคำนวณจากราคาส่งออก
ณ หน้าโรงงาน ซึ่งได้หักค่าขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ ค่าขนส่งภายในประเทศ
ค่าระวางและค่าขนถ่ายสินค้า ค่าทาสีกันสนิม ค่าการตรวจสอบสินค้า
และหักค่าภาระที่ปรับลดคือความแตกต่างทางกายภาพของสินค้าออกแล้วถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๘
ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออก
ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตาม (๒) ซึ่งเป็นราคา ณ ระดับการค้าเดียวกันคือ ณ
หน้าโรงงานและในช่วงระยะเวลาเดียวกันคือ ช่วงระยะเวลาการไต่สวน
ปรากฏอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา C.I.F.
๔.๒ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่น ๆ
ได้ใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๒๗ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งกรณีนี้ถือว่าระดับการให้ความร่วมมือของประเทศมีมาก จึงพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดเท่ากับอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของผู้ให้ความร่วมมือ
คือ บริษัท Laiwu Steel Group,
Ltd. คืออัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา C.I.F.
๕. ผลการพิจารณาความเสียหาย
คณะกรรมการได้พิจารณาความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ตามมาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑
ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลตามที่ได้รับตอบแบบสอบถามในช่วง ๓ ปี คือ พ.ศ. ๒๕๔๑ -
๒๕๔๓ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้ตรวจสอบแล้ว ทั้งจากอุตสาหกรรมภายในและผู้นำเข้า
ซึ่งปรากฏว่า มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน ตามมาตรา ๑๙ (๑)
ดังนี้
๕.๑
ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
ในช่วงระยะเวลาก่อนปี ๒๕๔๓
หรือก่อนระยะเวลาการไต่สวนนั้นแทบจะไม่มีการนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H (H - Beam)
จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเลย โดยมีการนำเข้าในปี ๒๕๔๑ เพียงเล็กน้อยซึ่งคิดเป็นร้อยละ
๒.๓ ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด ในปี ๒๕๔๓ สินค้าเหล็ก H - Beam
จากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เริ่มเข้ามาเจาะตลาดสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศไทย
โดยการนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๗๑.๒๐ ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด
จึงถือได้ว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดในช่วงระยะเวลาการไต่สวนนั้น
เกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำคือร้อยละ ๓ ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด
และได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสินค้าทุ่มตลาดทั้งหมดนั้นมาจากผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ให้ความร่วมมือในการไต่สวน
คือ Laiwu Steel Group, Ltd.
นอกจากนี้เมื่อพิจารณาข้อมูลส่วนแบ่งตลาดซึ่งคำนวณจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเปรียบเทียบกับปริมาณการบริโภคเหล็ก
H - Beam
ทั้งหมดภายในประเทศ
จะพบว่าส่วนแบ่งตลาดสินค้าทุ่มตลาดที่นำเข้าจากจีนนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
คือ จากร้อยละ ๐.๕๗ ในปี ๒๕๔๑ เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ ๑๗.๖๑ ในปี ๒๕๔๓
(๒)
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกัน
เมื่อเปรียบเทียบราคาขายสินค้าเหล็ก H Beam
ของอุตสาหกรรมภายใน กับราคาขายสินค้าเหล็ก H
- Beam ที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยนำข้อมูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของผู้นำเข้ามาปรับกับราคาส่งออก
เพื่อให้เป็นระดับการค้าเดียวกัน คือ
ระดับการขายให้ผู้ซื้อภายในประเทศแล้วปรากฏว่าราคานำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาขายของอุตสาหกรรมภายใน
คือ มีการตัดราคา การกดราคา และการยับยั้งการขึ้นราคาของอุตสาหกรรมภายใน
๕.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๑) ยอดจำหน่าย กำไร ผลผลิต ส่วนแบ่งตลาด
ความสามารถในการผลิต ผลตอบแทนการลงทุน หรืออัตราการใช้กำลังการผลิตมีปริมาณหรืออัตราลดลงหรือมีแนวโน้มที่จะลดลง
เมื่อพิจารณาถึงผลการดำเนินการของอุตสาหกรรมภายใน
โดยพิจารณาข้อมูลตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ พบว่าในปี ๒๕๔๓
ผลผลิตภายในประเทศอัตราการใช้กำลังการผลิต ยอดจำหน่ายสินค้าเหล็ก H Beam
และกำไรของอุตสาหกรรมภายในเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้
เนื่องจากปริมาณการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวสูงขึ้นกว่าปี
๒๕๔๑ และ ๒๕๔๒
และเนื่องจากสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่งเริ่มเข้ามาเจาะตลาดภายในประเทศของไทยในปี
๒๕๔๓ นี้เท่านั้น ผลกระทบต่อการผลิตและการจำหน่ายจึงยังไม่มีความชัดเจน
อย่างไรก็ตาม
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบปริมาณขายกับปริมาณการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศในปี
๒๕๔๓ เทียบกับปี ๒๕๔๒ แล้ว
พบว่ายอดจำหน่ายสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายในเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ ๖๙.๕๓
ซึ่งเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ
๙๕.๘๖ ซึ่งเมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในพบว่าลดลงจากร้อยละ ๘๗
เหลือร้อยละ ๗๕ ในปี ๒๕๔๓
โดยสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายใน
ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในลดลง
นอกจากนี้อุตสาหกรรมภายในยังมีความสามารถในการผลิตและผลตอบแทนการลงทุนลดต่ำลงด้วย
(๒) ผลกระทบต่อราคาสินค้าในประเทศ
เมื่อพิจารณาข้อมูลราคารายไตรมาสตั้งแต่ปี
๒๕๔๑ ถึงปี ๒๕๔๓ พบว่าราคาสินค้าเหล็ก H
- Beam ที่ขายภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในมีแนวโน้มลดต่ำลงโดยเฉพาะในปี
๒๕๔๓ ซึ่งเป็นปีที่มีการนำเข้าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
(๓)
ผลกระทบและแนวโน้มที่จะเกิดต่อกระแสเงินสด สินค้าคงคลัง การจ้างงาน ค่าจ้างแรงงาน
อัตราการเจริญเติบโต ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน
กระแสเงินสดของอุตสาหกรรมภายในและการจ้างแรงงานมีแนวโน้มลดต่ำลง
ส่วนค่าจ้างแรงงานนั้นเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับสินค้าคงคลังมีแนวโน้มลดต่ำลง
ทั้งนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในสามารถขายสินค้าภายในประเทศได้เพิ่มขึ้น
อันเนื่องมาจากปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น
รวมทั้งสามารถส่งสินค้าออกได้เพิ่มสูงขึ้นด้วย
ซึ่งในที่นี้อาจกล่าวได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภายในนั้นเป็นผลกระทบทางด้านราคา
โดยอุตสาหกรรมภายในต้องลดราคาขายลง จึงสามารถขายสินค้าภายในประเทศได้เพิ่มสูงขึ้น
ทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อปริมาณการผลิต ปริมาณการจำหน่ายและสินค้าคงคลัง
การพิจารณาความสามารถในการเพิ่มทุนหรือลงทุนนั้น
อาจกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมภายในไม่มีความสามารถเพิ่มทุนหรือลงทุน
เพราะถึงแม้ว่ายอดการขาดทุนขาดทุนสะสมในปี ๒๕๔๓ จะลดต่ำลงกว่าปี ๒๕๔๒
ก็ตามแต่ก็ลดลงเพียงเล็กน้อยและยังถือว่ามียอดขาดทุนสะสมสูงมาก คือกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท
การพิจารณาอัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมภายใน
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบปริมาณขายสินค้าเหล็ก H - Beam
กับแนวโน้มการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศ
ปรากฏว่าแม้อัตราการเจริญเติบโตของปริมาณขายสินค้าเหล็ก H - Beam
ของอุตสาหกรรมภายในจะเพิ่มสูงขึ้นแต่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้ภายในประเทศ
(๔)
ความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสินค้าเหล็ก H - Beam
จากสาธารณรัฐประชาชนจีน คิดเป็นอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคาส่งออก C.I.F. ซึ่งการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนส่งผลให้การนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
จากที่ไม่มีการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเลย ในปี ๒๕๔๒
เป็นการนำเข้าซึ่งคิดเป็นร้อย ๗๑.๒๐ ของปริมาณนำเข้าทั้งหมดในปี ๒๕๔๓
๕.๓ การพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๑)
ปริมาณและราคาของสินค้าที่นำเข้าที่มิได้ขายในราคาที่มีการทุ่มตลาด
เมื่อพิจารณาถึงปริมาณนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศผู้ส่งออกอื่น
ๆ ที่สำคัญ คือ ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร พบว่าในปี ๒๕๔๑
มีการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศญี่ปุ่นเป็นปริมาณมาก คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๓๕
ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด
อย่างไรก็ตามแนวโน้มการนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นสัดส่วนลดลง โดยในปี ๒๕๔๓
การนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นลดเหลือเพียงร้อยละ ๒๔.๘๗ ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด
ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือจากไม่มีการนำเข้าในปี
๒๕๔๒ เป็นนำเข้าถึงร้อยละ ๗๑.๒๐ ในปี ๒๕๔๓
ส่วนการนำเข้าจากสหราชอาณาจักรและไต้หวันมีสัดส่วนการนำเข้าเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี
เมื่อพิจารณาราคานำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญอื่น ๆ
ข้างต้นพบว่าราคาสินค้าที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นต่ำกว่าราคาขายของอุตสาหกรรมภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้พบว่ามีการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้ว
โดยเป็นการนำเข้ามาเพื่อขายให้กับลูกค้าเดิมของประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ก็ไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีทุ่มตลาดสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นด้วย
และเมื่อพิจารณาราคานำเข้าเฉลี่ยจากประเทศญี่ปุ่นเปรียบเทียบกับราคาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ปรากฏว่า ราคานำเข้าเฉลี่ยจากประเทศญี่ปุ่นสูงกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน
ส่วนสินค้าจากสหราชอาณาจักร และไต้หวันมีราคานำเข้าเฉลี่ยสูงกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนมาก
ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าปริมาณและราคาของสินค้านำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ
ที่ไม่ได้นำเข้ามาในราคาทุ่มตลาดมิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๒) ปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศ
เมื่อพิจารณาถึงความต้องการใช้สินค้าเหล็ก H - Beam
ภายในประเทศ พบว่าในปี ๒๕๔๓
ความต้องการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
จึงไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในลดต่ำลง
และกล่าวได้ว่ามิใช่เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในในเวลาเดียวกัน
(๓) ประสิทธิภาพในการผลิต
แม้ว่าต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมภายในจะสูงกว่าต้นทุนการผลิตของสาธารณรัฐประชาชนจีน
แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าอุตสาหกรรมภายในไม่มีประสิทธิภาพในการผลิต
เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในได้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ค่อนข้างทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น
การที่ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมภายในสูงนั้น
เป็นผลจากการที่อุตสาหกรรมภายในไม่ได้เปรียบจากการประหยัดต่อขนาด (Economy of scale)
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า
มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)
เนื่องจากปริมาณสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและสินค้าดังกล่าวได้เข้ามาตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายใน
ทำให้อุตสาหกรรมภายในต้องใช้นโยบายทางด้านราคา
โดยลดราคาลงมาเพื่อแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาดแม้ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้น
และแม้ว่าอุตสาหกรรมภายในจะมีปริมาณการผลิต อัตราการใช้กำลังการผลิต
ยอดจำหน่ายและกำไรเพิ่มสูงขึ้น
โดยมีสินค้าคงคลังลดต่ำลงแต่เป็นเพราะปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น
ประกอบกับการที่อุตสาหกรรมภายในได้ลดราคาลงมาแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาดทำให้อุตสาหกรรมภายในสามารถขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น
แต่ก็เพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ในประเทศ
ในขณะที่อุตสาหกรรมมีส่วนแบ่งตลาด กระแสเงินสดและการจ้างงานลดต่ำลง
และมีความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกับความเสียหายต่ออุตสาหกรรมในตามมาตรา
๒๑ ข้างต้น โดยได้พิจารณา จากปัจจัยต่าง ๆ รวมทั้งได้พิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ
ที่อาจก่อนให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในด้วยแล้ว
ซึ่งผลการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ
พบว่ามิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในในเวลาเดียวกัน
๖. ผลวินิจฉัยของคณะกรรมการ
คณะกรรมการได้พิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้รับจากการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหายแล้ว
และมีผลวินิจฉัยเบื้องต้นว่า การนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H จากสาธารณรัฐประชาชนจีน
มีการทุ่มตลาดและมีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)
จึงมีความจำเป็นต้องป้องกันความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายใน
โดยกำหนดให้ใช้มาตรการชั่วคราวโดยเรียกเก็บอากรชั่วคราวหรือให้วางหลักประกันการชำระอากรชั่วคราวในอัตราเท่ากับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่พบ
ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๔๑ ดังนี้
๖.๑ บริษัท Laiwu Steel Group, Ltd. อัตราร้อยละ ๒๗.๘๑
ของราคา C.I.F.
๖.๒ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่น ๆ
อัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา C.I.F.
หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นรับคำขอข้อเท็จจริงที่ใช้ในการกำหนดมาตรการชั่วคราว
รวมทั้งการยื่นแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
ธรรมนูญ เชี่ยวสกุล
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
วิภา/ผู้จัดทำ
๓๑
สิงหาคม ๒๕๕๔
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๗๗ ง/หน้า ๑๒/๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๕