法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง

ผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ

หน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน[๑]

พ.ศ.

๒๕๔๕

ด้วยคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

ได้มีคำวินิจฉัยเบื้องต้นกำหนดมาตรการชั่วคราวตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง

การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H

ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. ๒๕๔๕

กรมการค้าต่างประเทศจึงได้ออกประกาศผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งออกตามความในข้อ ๑ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

เพื่อประกาศรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวน

ดังนี้

๑.

การเปิดการไต่สวน

เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๔

กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนตามคำขอของบริษัท

เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ในฐานะอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ในประเทศ

ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เมื่อวันที่ ๑๐

เมษายน ๒๕๔๔ และกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหาย

ตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และสรุปผลการไต่สวนให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยผลเบื้องต้น เมื่อวันที่

๓ กรกฎาคม ๒๕๔๕

๒.

สินค้าทุ่มตลาด

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H พิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ ๗๒๑๖.๓๓๐.๐๐๕

ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

๓.

ผู้มีส่วนได้เสีย

๓.๑

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่

(๑) Laiwu

Steel Group, Ltd.

(๒) ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น ๆ นอกจาก

(๑)

๓.๒ ผู้นำเข้าไทย ได้แก่

(๑) บริษัท โกศลโลหะกิจ จำกัด

(๒) บริษัท ริช สตีล จำกัด

(๓) บริษัท เอช - ไอบีมส์ จำกัด

(๔) ผู้นำเข้ารายอื่น ๆ นอกจาก (๑) - (๓)

๓.๓

อุตสาหกรรมภายในที่ผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ทั้งหมดในฐานะผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศ

คือ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด

๓.๔

รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะรัฐบาลของประเทศผู้ส่งออกสินค้าที่ถูกพิจารณา

๔. ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด

คณะกรรมการได้พิจารณาให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจการตลาด

ดังนั้น ในการไต่สวนครั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาว่า

การซื้อขายสินค้ารวมทั้งปัจจัยการผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H เป็นไปตามกลไกราคาตลาด

และการพิจารณาการทุ่มตลาดได้พิจารณาข้อมูลจากบริษัท Laiwu Steel Group, Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามตามกระบวนการไต่สวน

โดยพิจารณาจากข้อมูลราคาขายในประเทศ และราคาส่งออกในช่วงระยะเวลาการไต่สวน คือ

วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๓ –

๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓

ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้ตรวจสอบแล้วสำหรับผู้ไม่ได้ให้ความร่วมมือหรือผู้ผลิตผู้ส่งออกรายอื่น

คณะกรรมการพิจารณาจากข้อมูลและข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่

ในกรณีนี้คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่ามีการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H

จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังนี้

๔.๑ บริษัท Laiwu Steel Group, Ltd.

(๑) มูลค่าปกติ

ในกรณีนี้มูลค่าปกติที่พิจารณาเป็นมูลค่าที่คำนวณขึ้น

(Constructed value) ตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๒) โดยคำนวณจากต้นทุนการผลิตในประเทศแหล่งกำเนิดรวมกับจำนวนที่เหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการจัดการ

การขายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตลอดจนกำไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

และได้หักค่าภาระที่ปรับลดคือความแตกต่างของระดับการค้า

และความแตกต่างของเงินเดือนพนักงานขายแล้ว โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า ราคาขายภายในประเทศตามที่บริษัทรายงานไม่ถือเป็นราคาในทางการค้าปกติที่จะนำมาพิจารณาหามูลค่าปกติได้เนื่องจากราคาดังกล่าวต่ำกว่าต้นทุนการผลิตรวมกับค่าใช้จ่ายในการจัดการ

การขายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๕ วรรค ๓ ของพระราชบัญญัติตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

(๒) ราคาส่งออก

คำนวณราคาส่งออกตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๔

ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ โดยใช้ข้อมูลการส่งออกสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่ได้รับตามแบบสอบถามในช่วงระยะเวลาการไต่สวนโดยคำนวณจากราคาส่งออก

ณ หน้าโรงงาน ซึ่งได้หักค่าขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ ค่าขนส่งภายในประเทศ

ค่าระวางและค่าขนถ่ายสินค้า ค่าทาสีกันสนิม ค่าการตรวจสอบสินค้า

และหักค่าภาระที่ปรับลดคือความแตกต่างทางกายภาพของสินค้าออกแล้วถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๘

ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออก

ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตาม (๒) ซึ่งเป็นราคา ณ ระดับการค้าเดียวกันคือ ณ

หน้าโรงงานและในช่วงระยะเวลาเดียวกันคือ ช่วงระยะเวลาการไต่สวน

ปรากฏอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา C.I.F.

๔.๒ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่น ๆ

ได้ใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๒๗ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งกรณีนี้ถือว่าระดับการให้ความร่วมมือของประเทศมีมาก จึงพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดเท่ากับอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของผู้ให้ความร่วมมือ

คือ บริษัท Laiwu Steel Group,

Ltd. คืออัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา C.I.F.

๕. ผลการพิจารณาความเสียหาย

คณะกรรมการได้พิจารณาความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ตามมาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑

ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลตามที่ได้รับตอบแบบสอบถามในช่วง ๓ ปี คือ พ.ศ. ๒๕๔๑ -

๒๕๔๓ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้ตรวจสอบแล้ว ทั้งจากอุตสาหกรรมภายในและผู้นำเข้า

ซึ่งปรากฏว่า มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน ตามมาตรา ๑๙ (๑)

ดังนี้

๕.๑

ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ

(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด

ในช่วงระยะเวลาก่อนปี ๒๕๔๓

หรือก่อนระยะเวลาการไต่สวนนั้นแทบจะไม่มีการนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H (H - Beam)

จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเลย โดยมีการนำเข้าในปี ๒๕๔๑ เพียงเล็กน้อยซึ่งคิดเป็นร้อยละ

๒.๓ ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด ในปี ๒๕๔๓ สินค้าเหล็ก H - Beam

จากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เริ่มเข้ามาเจาะตลาดสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศไทย

โดยการนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๗๑.๒๐ ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด

จึงถือได้ว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดในช่วงระยะเวลาการไต่สวนนั้น

เกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำคือร้อยละ ๓ ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด

และได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสินค้าทุ่มตลาดทั้งหมดนั้นมาจากผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ให้ความร่วมมือในการไต่สวน

คือ Laiwu Steel Group, Ltd.

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาข้อมูลส่วนแบ่งตลาดซึ่งคำนวณจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเปรียบเทียบกับปริมาณการบริโภคเหล็ก

H - Beam

ทั้งหมดภายในประเทศ

จะพบว่าส่วนแบ่งตลาดสินค้าทุ่มตลาดที่นำเข้าจากจีนนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

คือ จากร้อยละ ๐.๕๗ ในปี ๒๕๔๑ เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ ๑๗.๖๑ ในปี ๒๕๔๓

(๒)

ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกัน

เมื่อเปรียบเทียบราคาขายสินค้าเหล็ก H – Beam

ของอุตสาหกรรมภายใน กับราคาขายสินค้าเหล็ก H

- Beam ที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยนำข้อมูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของผู้นำเข้ามาปรับกับราคาส่งออก

เพื่อให้เป็นระดับการค้าเดียวกัน คือ

ระดับการขายให้ผู้ซื้อภายในประเทศแล้วปรากฏว่าราคานำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาขายของอุตสาหกรรมภายใน

คือ มีการตัดราคา การกดราคา และการยับยั้งการขึ้นราคาของอุตสาหกรรมภายใน

๕.๒

ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน

(๑) ยอดจำหน่าย กำไร ผลผลิต ส่วนแบ่งตลาด

ความสามารถในการผลิต ผลตอบแทนการลงทุน หรืออัตราการใช้กำลังการผลิตมีปริมาณหรืออัตราลดลงหรือมีแนวโน้มที่จะลดลง

เมื่อพิจารณาถึงผลการดำเนินการของอุตสาหกรรมภายใน

โดยพิจารณาข้อมูลตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ พบว่าในปี ๒๕๔๓

ผลผลิตภายในประเทศอัตราการใช้กำลังการผลิต ยอดจำหน่ายสินค้าเหล็ก H – Beam

และกำไรของอุตสาหกรรมภายในเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้

เนื่องจากปริมาณการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวสูงขึ้นกว่าปี

๒๕๔๑ และ ๒๕๔๒

และเนื่องจากสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่งเริ่มเข้ามาเจาะตลาดภายในประเทศของไทยในปี

๒๕๔๓ นี้เท่านั้น ผลกระทบต่อการผลิตและการจำหน่ายจึงยังไม่มีความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบปริมาณขายกับปริมาณการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศในปี

๒๕๔๓ เทียบกับปี ๒๕๔๒ แล้ว

พบว่ายอดจำหน่ายสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายในเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ ๖๙.๕๓

ซึ่งเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ

๙๕.๘๖ ซึ่งเมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในพบว่าลดลงจากร้อยละ ๘๗

เหลือร้อยละ ๗๕ ในปี ๒๕๔๓

โดยสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายใน

ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในลดลง

นอกจากนี้อุตสาหกรรมภายในยังมีความสามารถในการผลิตและผลตอบแทนการลงทุนลดต่ำลงด้วย

(๒) ผลกระทบต่อราคาสินค้าในประเทศ

เมื่อพิจารณาข้อมูลราคารายไตรมาสตั้งแต่ปี

๒๕๔๑ ถึงปี ๒๕๔๓ พบว่าราคาสินค้าเหล็ก H

- Beam ที่ขายภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในมีแนวโน้มลดต่ำลงโดยเฉพาะในปี

๒๕๔๓ ซึ่งเป็นปีที่มีการนำเข้าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

(๓)

ผลกระทบและแนวโน้มที่จะเกิดต่อกระแสเงินสด สินค้าคงคลัง การจ้างงาน ค่าจ้างแรงงาน

อัตราการเจริญเติบโต ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน

กระแสเงินสดของอุตสาหกรรมภายในและการจ้างแรงงานมีแนวโน้มลดต่ำลง

ส่วนค่าจ้างแรงงานนั้นเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับสินค้าคงคลังมีแนวโน้มลดต่ำลง

ทั้งนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในสามารถขายสินค้าภายในประเทศได้เพิ่มขึ้น

อันเนื่องมาจากปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น

รวมทั้งสามารถส่งสินค้าออกได้เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ซึ่งในที่นี้อาจกล่าวได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภายในนั้นเป็นผลกระทบทางด้านราคา

โดยอุตสาหกรรมภายในต้องลดราคาขายลง จึงสามารถขายสินค้าภายในประเทศได้เพิ่มสูงขึ้น

ทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อปริมาณการผลิต ปริมาณการจำหน่ายและสินค้าคงคลัง

การพิจารณาความสามารถในการเพิ่มทุนหรือลงทุนนั้น

อาจกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมภายในไม่มีความสามารถเพิ่มทุนหรือลงทุน

เพราะถึงแม้ว่ายอดการขาดทุนขาดทุนสะสมในปี ๒๕๔๓ จะลดต่ำลงกว่าปี ๒๕๔๒

ก็ตามแต่ก็ลดลงเพียงเล็กน้อยและยังถือว่ามียอดขาดทุนสะสมสูงมาก คือกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท

การพิจารณาอัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมภายใน

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบปริมาณขายสินค้าเหล็ก H - Beam

กับแนวโน้มการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศ

ปรากฏว่าแม้อัตราการเจริญเติบโตของปริมาณขายสินค้าเหล็ก H - Beam

ของอุตสาหกรรมภายในจะเพิ่มสูงขึ้นแต่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้ภายในประเทศ

(๔)

ความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสินค้าเหล็ก H - Beam

จากสาธารณรัฐประชาชนจีน คิดเป็นอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคาส่งออก C.I.F. ซึ่งการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนส่งผลให้การนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

จากที่ไม่มีการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเลย ในปี ๒๕๔๒

เป็นการนำเข้าซึ่งคิดเป็นร้อย ๗๑.๒๐ ของปริมาณนำเข้าทั้งหมดในปี ๒๕๔๓

๕.๓ การพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน

(๑)

ปริมาณและราคาของสินค้าที่นำเข้าที่มิได้ขายในราคาที่มีการทุ่มตลาด

เมื่อพิจารณาถึงปริมาณนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศผู้ส่งออกอื่น

ๆ ที่สำคัญ คือ ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร พบว่าในปี ๒๕๔๑

มีการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศญี่ปุ่นเป็นปริมาณมาก คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๓๕

ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด

อย่างไรก็ตามแนวโน้มการนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นสัดส่วนลดลง โดยในปี ๒๕๔๓

การนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นลดเหลือเพียงร้อยละ ๒๔.๘๗ ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด

ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือจากไม่มีการนำเข้าในปี

๒๕๔๒ เป็นนำเข้าถึงร้อยละ ๗๑.๒๐ ในปี ๒๕๔๓

ส่วนการนำเข้าจากสหราชอาณาจักรและไต้หวันมีสัดส่วนการนำเข้าเพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ดี

เมื่อพิจารณาราคานำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญอื่น ๆ

ข้างต้นพบว่าราคาสินค้าที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นต่ำกว่าราคาขายของอุตสาหกรรมภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นอกจากนี้พบว่ามีการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้ว

โดยเป็นการนำเข้ามาเพื่อขายให้กับลูกค้าเดิมของประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้ก็ไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีทุ่มตลาดสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นด้วย

และเมื่อพิจารณาราคานำเข้าเฉลี่ยจากประเทศญี่ปุ่นเปรียบเทียบกับราคาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ปรากฏว่า ราคานำเข้าเฉลี่ยจากประเทศญี่ปุ่นสูงกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน

ส่วนสินค้าจากสหราชอาณาจักร และไต้หวันมีราคานำเข้าเฉลี่ยสูงกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนมาก

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าปริมาณและราคาของสินค้านำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ

ที่ไม่ได้นำเข้ามาในราคาทุ่มตลาดมิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน

(๒) ปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศ

เมื่อพิจารณาถึงความต้องการใช้สินค้าเหล็ก H - Beam

ภายในประเทศ พบว่าในปี ๒๕๔๓

ความต้องการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

จึงไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในลดต่ำลง

และกล่าวได้ว่ามิใช่เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในในเวลาเดียวกัน

(๓) ประสิทธิภาพในการผลิต

แม้ว่าต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมภายในจะสูงกว่าต้นทุนการผลิตของสาธารณรัฐประชาชนจีน

แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าอุตสาหกรรมภายในไม่มีประสิทธิภาพในการผลิต

เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในได้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ค่อนข้างทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น

การที่ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมภายในสูงนั้น

เป็นผลจากการที่อุตสาหกรรมภายในไม่ได้เปรียบจากการประหยัดต่อขนาด (Economy of scale)

จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า

มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)

เนื่องจากปริมาณสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและสินค้าดังกล่าวได้เข้ามาตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายใน

ทำให้อุตสาหกรรมภายในต้องใช้นโยบายทางด้านราคา

โดยลดราคาลงมาเพื่อแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาดแม้ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้น

และแม้ว่าอุตสาหกรรมภายในจะมีปริมาณการผลิต อัตราการใช้กำลังการผลิต

ยอดจำหน่ายและกำไรเพิ่มสูงขึ้น

โดยมีสินค้าคงคลังลดต่ำลงแต่เป็นเพราะปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับการที่อุตสาหกรรมภายในได้ลดราคาลงมาแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาดทำให้อุตสาหกรรมภายในสามารถขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น

แต่ก็เพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ในประเทศ

ในขณะที่อุตสาหกรรมมีส่วนแบ่งตลาด กระแสเงินสดและการจ้างงานลดต่ำลง

และมีความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกับความเสียหายต่ออุตสาหกรรมในตามมาตรา

๒๑ ข้างต้น โดยได้พิจารณา จากปัจจัยต่าง ๆ รวมทั้งได้พิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ

ที่อาจก่อนให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในด้วยแล้ว

ซึ่งผลการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ

พบว่ามิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในในเวลาเดียวกัน

๖. ผลวินิจฉัยของคณะกรรมการ

คณะกรรมการได้พิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้รับจากการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหายแล้ว

และมีผลวินิจฉัยเบื้องต้นว่า การนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H จากสาธารณรัฐประชาชนจีน

มีการทุ่มตลาดและมีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)

จึงมีความจำเป็นต้องป้องกันความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายใน

โดยกำหนดให้ใช้มาตรการชั่วคราวโดยเรียกเก็บอากรชั่วคราวหรือให้วางหลักประกันการชำระอากรชั่วคราวในอัตราเท่ากับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่พบ

ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๔๑ ดังนี้

๖.๑ บริษัท Laiwu Steel Group, Ltd. อัตราร้อยละ ๒๗.๘๑

ของราคา C.I.F.

๖.๒ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่น ๆ

อัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา C.I.F.

หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นรับคำขอข้อเท็จจริงที่ใช้ในการกำหนดมาตรการชั่วคราว

รวมทั้งการยื่นแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง

การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

ธรรมนูญ เชี่ยวสกุล

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

วิภา/ผู้จัดทำ

๓๑

สิงหาคม ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๗๗ ง/หน้า ๑๒/๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๕

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3c68f99a99c8e295

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com