法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2547 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

พ.ศ.

๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๒

แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ

และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. ๒๕๔๖

ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ กรมการขนส่งทางบกจึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑

สิงหาคม ๒๕๔๗ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยหลักสูตรการให้การอบรมและการรับรองการผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมแก่ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตขับรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด

ในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้รองอธิบดี (ฝ่ายปฏิบัติการ)

กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ต้องผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและความรู้ในข้อบังคับการเดินรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ตามที่กำหนดในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ จะต้องปฏิบัติตนในระหว่างที่เข้ารับการอบรมหรือทดสอบ

ดังนี้

(๑) ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย

(๒) ต้องเข้าและออกจากห้องอบรมตามเวลา

(๓) ไม่ส่งเสียงดัง แสดงกิริยาหรือวาจาเสียดสี

ดูหมิ่น ก้าวร้าว หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่น

(๔) ไม่กระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้อุปกรณ์หรือสื่อต่างๆ

ที่ใช้ในการอบรมหรือทดสอบชำรุดเสียหาย และหากเกิดความเสียหายด้วยเหตุประการใดๆ

ก็ตามให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

(๕) ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหาร

หรือดื่มเครื่องดื่ม ดื่มสุราหรือของมึนเมาหรือยาเสพติดให้โทษ

และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือมีอาการมึนเมา

หมวด

การอบรม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๒]

ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว

ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว

ใบอนุญาตขับรถบดถนนใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ และใบอนุญาตขับรถใช้งานเกษตรกรรม หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตร

ดังนี้

วิชา

ระยะเวลาอบรม

(๑)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (กฎหมายว่าด้วยรถยนต์

กฎหมายว่าด้วยทางหลวงและกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก)

(๒)

การขับรถอย่างปลอดภัย

(๓)

มารยาทในการขับรถ

ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ

หรือใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตร ดังนี้

วิชา

ระยะเวลาอบรม

(๑) กฎหมาย ระเบียบ และประกาศของทางราชการที่

เกี่ยวข้องกับการขับรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์สามล้อ

สาธารณะ

(๒) มารยาทสำหรับผู้ขับรถสาธารณะ

(๓) กฎหมายจราจรที่ควรทราบ

(๔) เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

(๕)

สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัด

๕ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๙/๑

ข้อ ๙/๑[๓]

ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตร

ดังนี้

วิชา

ระยะเวลาอบรม

(๑)

กฎหมายและระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

(๒)

หน้าที่ความรับผิดชอบและมารยาทของผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

(๓)

สถานที่และเส้นทางภายในจังหวัด

ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่มีความประสงค์จะขอรับบัตรประจำตัวผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์สามล้อสาธารณะ

ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๔]

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

(เมื่อครบ ๕ ปี) ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตร ดังนี้

วิชา

ระยะเวลาอบรม

(๑)

การขับรถอย่างปลอดภัย หรือ

(๒)

มารยาทในการขับรถ

๑ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๕]

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต หรือขอย้ายเข้าใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ

ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรดังนี้

วิชา

ระยะเวลาอบรม

(๑)

การขับรถอย่างปลอดภัย หรือ

(๒)

มารยาทในการขับรถ หรือ

(๓)

สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางการเดินรถและสถานที่สำคัญในจังหวัดหรือภาษาอังกฤษ

ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถซึ่งมีหลักฐานดังที่ระบุไว้ในภาคผนวก

๑ ถือว่าได้ผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและมารยาทในการขับรถตามระเบียบนี้แล้ว

โดยให้จัดทำหลักฐานการรับรองโดยใช้ข้อความว่า “รับรองว่าผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมแล้ว”

และให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบลงนามกำกับไว้

หมวด

การทดสอบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การทดสอบตามระเบียบนี้ หมายความว่า

การทดสอบความรู้ความสามารถในการขับรถและความรู้ในข้อบังคับการเดินรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับรถสาธารณะ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๖]

ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถดังต่อไปนี้

ต้องผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถในการขับรถ และความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย คือ

(๑) การออกใบอนุญาตขับรถใหม่ทุกชนิด ยกเว้นใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี

(๒) การต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิด

(๓) การย้ายใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะเข้า

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เพื่อความเหมาะสม การทดสอบตามข้อ ๑๔

ให้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

(๑) การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

(๒) การทดสอบข้อเขียน

(๓) การทดสอบขับรถ

ผู้ที่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายตาม (๑)

แล้ว ให้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนตาม (๒) และเมื่อผ่านการทดสอบข้อเขียนแล้ว

ให้เข้ารับการทดสอบขับรถตาม (๓)

ส่วนที่

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย หมายความว่า

การทดสอบปฏิกิริยา และการทดสอบสายตา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การทดสอบปฏิกิริยา

ให้ทดสอบความสามารถในการใช้เบรกเท้ารวม ๓ ครั้ง

หากสามารถเหยียบเบรกได้ในระยะเวลาน้อยกว่าหรือเท่ากับ ๐.๗๕ วินาที สองในสามครั้ง

ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการทดสอบสายตา ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) การทดสอบสายตาทางกว้าง

ถ้าผู้เข้ารับการทดสอบสามารถมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เป็นมุมกว้างข้างละ ๗๕

องศา สองในสามครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๒) การทดสอบสายตาทางลึก

ให้ทดสอบการมองเห็นในระยะ ๒.๕๐ – ๓.๕๐ เมตร รวม ๓ ครั้ง

หากผลการทดสอบห่างจุดที่กำหนดไม่เกินกว่า ๑ นิ้ว สองในสามครั้ง

ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๓) การทดสอบสายตาบอดสี

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบดูสีเขียว สีแดง และสีเหลือง

จากเครื่องทดสอบหรือแผ่นภาพทดสอบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือเห็นชอบ

โดยให้ผู้เข้ารับการทดสอบอยู่ห่างจากแผ่นภาพทดสอบในระดับสายตาระยะไม่น้อยกว่า ๓

เมตร แล้วให้ผู้เข้ารับการทดสอบอ่านสีตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดสีละ ๓ ครั้ง

หากอ่านได้ถูกต้องสองในสามครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายแล้วปรากฏว่าไม่ผ่านการทดสอบปฏิกิริยา

การทดสอบสายตาทางกว้าง สายตาทางลึก และสายตาบอดสี

ให้มีสิทธิสอบแก้ตัวเฉพาะส่วนที่ทดสอบไม่ผ่านได้อีกหนึ่งครั้งในวันนั้นหากยังไม่ผ่านการทดสอบอีก

ให้มาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่สอบไม่ผ่าน แต่ไม่เกิน ๙๐

วัน และหากพ้นกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านครั้งแรก

ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

ส่วนที่

การทดสอบข้อเขียน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี

ที่เข้ารับการทดสอบลงในสมุดทะเบียนคุม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนทดสอบความรู้เกี่ยวกับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ตามแบบทดสอบและวัดผลที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบอ่านและเขียนหนังสือไทยไม่ได้

ให้ผู้ดำเนินการทดสอบอ่านคำถามให้ผู้เข้ารับการทดสอบฟัง

แล้วให้ผู้เข้ารับการทดสอบตอบด้วยปากเปล่าและทำเครื่องหมายลงในกระดาษคำตอบด้วยตนเอง

และให้ผู้ดำเนินการทดสอบบันทึกในกระดาษคำตอบว่า “สอบปากเปล่า”

พร้อมทั้งลงนามกำกับไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ

ให้รีบตรวจคำตอบและแจ้งผลการทดสอบให้ทราบโดยเร็ว

ถ้าผู้ใดไม่ผ่านการทดสอบ

ให้ทดสอบแก้ตัวได้อีกหนึ่งครั้งในวันนั้น หากการทดสอบแก้ตัวยังไม่ผ่านการทดสอบอีก

ให้ออกใบนัดมาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไป นับแต่วันที่สอบไม่ผ่าน

แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน

เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวได้เป็นการเฉพาะราย

และหากพ้นกำหนด ๙๐ วัน

นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านครั้งแรกต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

ส่วนที่

การทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถลงลายมือชื่อ

วัน เดือน ปี ที่เข้ารับการทดสอบลงในสมุดทะเบียนคุม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องปฏิบัติ ดังนี้

(๑) การทดสอบขับรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

เว้นแต่เป็นรถยนต์ที่มิได้มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การทดสอบการขับรถยนต์หรือรถยนต์สามล้อ

ให้ใช้ท่าทดสอบและใช้หลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบและวัดผล ดังต่อไปนี้

(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ

ท่าที่ ๑

การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเข้า

ท่าที่ ๒

การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

ท่าที่ ๓

การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

ท่าที่ ๔

การหยุดรถและออกรถบนทางลาด

ท่าที่ ๕

การกลับรถ

ท่าที่ ๖

การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

การทดสอบขับรถให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ ท่าที่ ๑

และท่าที่ ๒ เป็นท่าบังคับ และเลือกทดสอบอีก ๑ ท่า

ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบแต่ละแห่ง ยกเว้นรถเกียร์อัตโนมัติ ไม่ใช้ท่าที่ ๔

(๒) หลักเกณฑ์และวิธีการวัดผลแต่ละท่าให้เป็นไป

ดังนี้

ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

(ก)

ผู้เข้ารับการทดสอบต้องขับรถเดินหน้าตั้งแต่เริ่มขับรถอย่างต่อเนื่องไปจนถึงจุดทดสอบที่กำหนดให้หยุดรถ

โดยให้หยุดรถได้เพียงครั้งเดียว ณ จุดที่กำหนดให้หยุดเท่านั้น

(ข)

ด้านซ้ายของรถต้องขนานขอบทางและห่างจากขอบทางไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

(ค)

กันชนหน้าหรือล้อหน้าสุดหรือขอบล้อสำหรับรถที่ไม่มีกันชนหน้าต้องไม่ล้ำเกินจุดหยุดรถข้างทางและต้องอยู่ห่างจากจุดหยุดรถนั้นไม่เกิน

๑ เมตร

(ง) ต้องไม่ขับรถปีนทางเท้าหรือขอบทาง

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

ให้เลือกทดสอบแบบใดแบบหนึ่ง ดังนี้

แบบที่ ๑

(ก)

ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถ ซึ่งประกอบด้วย

หลักที่ตั้งไว้ในแนวตรงขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๑๐ – ๑๒

เมตร หลักแต่ละหลักในแถวเดียวกันมีระยะห่าง ๑.๕ เมตร

ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความกว้างสุดของตัวรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีก

๐.๕ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

(ค)

ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

แบบที่ ๒

(ก)

ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถ ซึ่งมีขนาดความกว้าง ๒.๕ เมตร ยาว

๑๐ – ๑๒ เมตร เ ป็นระยะคงที่ใช้กับรถทุกขนาด

(ข) ล้อรถต้องไม่ทับเส้น หรือไม่ชนหรือเบียดหลัก

(ค)

ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

ท่าที่ ๓

การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

(ก)

ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้ายซึ่งประกอบด้วยหลักไม่น้อยกว่า ๙ หลัก

เป็นช่องกว้างเท่ากับความกว้างของรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มข้างละ ๐.๕ เมตร

ความยาวของช่องจอดเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๒.๕ เมตร

(ข)

ตั้งแต่เริ่มเข้าเกียร์ขับรถถอยหลังเข้าจอดจนกระทั่งขับออกจากช่องว่างด้านซ้ายต้องเข้าเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน

๗ ครั้ง

(ค) ต้องไม่ชนหรือเบียดหลัก

(ง)

ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลักด้านซ้ายและล้อรถต้องไม่ทับเส้นแบ่งช่องทาง

ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด

(สำหรับรถเกียร์ธรรมดา)

(ก)

ให้ขับรถขึ้นเนินหรือสะพานโค้งแล้วหยุดรถบนเชิงลาดของเนินหรือสะพานโค้งนั้น

โดยให้กันชนหน้าอยู่ที่จุดหยุดรถแล้วออกรถข้ามเนินหรือสะพานโค้งนั้นไปโดยปลอดภัย

(ข)

ต้องไม่ขับรถในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเป็นเหตุให้ตัวรถเคลื่อนถอยจากจุดที่หยุดเกินกว่า

๑ เมตร

(ค) เครื่องดับไม่เกิน ๒ ครั้ง

ท่าที่ ๕ การกลับรถ

(ก) ให้กลับรถในช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วย

หลักที่ตั้งไว้ขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๑๐ – ๑๒

เมตร หลักในแต่ละแถวห่างกัน ๑.๕ เมตร

ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความยาวของรถบวกเพิ่มอีก ๒ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

(ค)

ตั้งแต่เริ่มขับรถเพื่อกลับรถจนกระทั่งกลับรถแล้วเสร็จต้องเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน ๗

ครั้ง

ท่าที่ ๖

การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก (สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ)

(ก)

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถจากจุดเริ่มต้นให้ขับเดินหน้าเข้าไปในช่องจอดที่เป็นมุมฉาก

ซึ่งประกอบด้วย หลักที่ตั้งเป็นแนวทดสอบ ๒ แถวขนานกันเป็นช่องเดินรถกว้าง ๘ เมตร

ยาวประมาณ ๑๐ – ๒๐ เมตร และหลักอีก ๒ แถว

ที่ตั้งเป็นแนวช่องจอดที่เป็นมุมฉากกับช่องเดินรถที่มีความกว้างเท่ากับความกว้างของตัวรถรวมกับกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีกข้างละ

๑ เมตร ความยาวเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๑ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

(ค)ให้ขับรถเดินหน้าเข้าช่องจอดได้เพียงครั้งเดียว

(ง) ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลักทั้งสองด้าน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การทดสอบขับรถแทรกเตอร์ รถบดถนน

และรถที่ใช้ในงานเกษตรกรรม ให้ใช้ท่าทดสอบท่าที่ ๑ และท่าที่ ๒

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ ให้ใช้ท่าทดสอบ

และใช้หลักเกณฑ์วิธีการทดสอบและวัดผล ดังต่อไปนี้

(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ

ท่าที่ ๑

การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

ท่าที่ ๒

การขับรถทรงตัวบนทางแคบ

ท่าที่ ๓

การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซด

ท่าที่ ๔

การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอส

ท่าที่ ๕

การขับรถหลบหลักสิ่งกีดขวาง

การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ

ท่าที่ ๑ เป็นท่าบังคับ และเลือกทดสอบอีก ๒ ท่า ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบ

(๒) หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและวัดผลแต่ละท่า

ให้เป็นไป ดังนี้

ท่าที่ ๑ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

(ก)

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรไม่น้อยกว่า ๕

เครื่องหมาย ดังนี้

๑) เครื่องหมายป้ายหยุด

๒) เครื่องหมายห้ามเลี้ยวซ้ายหรือห้ามเลี้ยวขวา

๓) เครื่องหมายให้เลี้ยวซ้ายหรือให้เลี้ยวขวา

๔) เครื่องหมายห้ามหยุดรถ

๕) เครื่องหมายห้ามเข้า

(ข) ต้องให้สัญญาณไฟตามจุดต่างๆ

ได้ถูกต้องทุกแห่ง ดังนี้

๑) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวขวา

๒) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวซ้าย

๓) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะหยุดรถ

ท่าที่ ๒ การขับรถทรงตัวบนทางแคบ

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบ

๑) ขับขี่โดยทรงตัวบนอุปกรณ์ที่ใช้ไม้กระดานกว้าง

๓๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เมตร

หรือใช้คอนกรีตเทเป็นแนวเส้นตรงตามขนาดดังกล่าวให้สูงประมาณ ๒ –

๓ เซนติเมตร โดยให้กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดห่างจากไม้กระดานหรือแนวคอนกรีต ๘

เมตร

๒) ต้องขับขี่ตาม ก)

โดยขับผ่านตลอดตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ วินาที

และเริ่มนับเวลาเมื่อล้อหลังขึ้นอยู่บนอุปกรณ์และสิ้นสุดเมื่อล้อหน้าลงจากอุปกรณ์

(ข) ในระหว่างขับต้องปฏิบัติ ดังนี้

- เท้าต้องไม่หลุดจากที่พักเท้า

- ล้อต้องไม่ตกหรือลื่นไถลจากอุปกรณ์

- ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม

- เครื่องต้องไม่ดับระหว่างทดสอบ

ท่าที่ ๓ การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซด

ให้ปฏิบัติ ดังนี้

(ก)

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถในทางโค้งรัศมีแคบที่ใช้หลักหรือกรวยหรือใช้คอนกรีตเทเป็นรูปตัวแซด

(Z) ที่มีช่องเดินรถกว้าง ๒ เมตร กรวยหรือหลักห่างกัน ๑.๕

เมตร ฐานบนและฐานล่างของตัวแซด (Z) ยาว ๕ เมตร

ความยาวระหว่างฐานบนและฐานล่างของตัวแซด (Z) ยาว

๑๖ เมตร

(ข) ให้ขับรถช้า

ใช้เกียร์ต่ำและสามารถควบคุมรถขับเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายไปได้ตลอด

ห้ามลื่นไถลหรือรถล้ม

(ค) ไม่ชนกรวยหรือหลัก

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

(จ) ไม่ใช้เท้าแตะพื้น

ท่าที่ ๔

การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอส

(ก)

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวาที่ใช้หลักหรือกรวยหรือใช้คอนกรีตเทเป็นรูปตัวเอส

(S) ที่มีช่องทางเดินรถกว้าง ๒ เมตร ยาว ๑๗ เมตร

กรวยหรือหลักห่างกัน ๑ เมตร

(ข) ให้สามารถควบคุมรถผ่านไปได้ตลอด

โดยรถไม่เสียหลักลื่นไถลหรือล้ม

(ค) ไม่ชนกรวยหรือหลัก

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

(จ) ไม่ใช้เท้าแตะพื้น

ท่าที่ ๕ การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ให้ปฏิบัติ

ดังนี้

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับขี่ด้วยความเร็วที่

๒๐ – ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับรถหลบหลีกกรวยยางที่ตั้งไว้สำหรับทดสอบไปทางด้านซ้ายและด้านขวาในลักษณะสลับฟันปลาซึ่งกรวยยางดังกล่าวให้ตั้งบนพื้นที่ที่มีความกว้าง

๓.๕ เมตร จำนวน ๕ หลัก

เป็นเส้นตรงบริเวณกึ่งกลางของพื้นที่ที่ใช้ทำการทดสอบโดยให้กรวยยางแต่ละอันมีระยะห่าง

๕ เมตร โดยให้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดมีระยะห่างจากกรวยยาง จำนวน ๘ เมตร

(ข) ในระหว่างขับรถต้องสามารถควบคุมรถได้ดี

ไม่เสียหลักลื่นไถล ไม่เฉี่ยวหรือชนสิ่งกีดขวางหรือขอบทาง

(ค) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในขณะขับรถ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง

ครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ และข้อ ๒๙ แล้วแต่กรณี

จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ

ให้แจ้งผลการทดสอบขับรถทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ

กรณีผู้เข้ารับการทดสอบไม่ผ่านการทดสอบในท่าใด

ให้ทดสอบแก้ตัวใหม่เฉพาะท่าที่ไม่ผ่านเมื่อพ้นกำหนด ๓ วัน

นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่าน แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน เว้นแต่มีเหตุอันสมควร

ให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย

แล้วแต่กรณี และหากพ้นกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านครั้งแรก

ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถซึ่งมีหลักฐานดังที่ระบุในภาคผนวก ๒

ถือว่าได้ผ่านการทดสอบความรู้ ความสามารถในการขับรถและความรู้ในข้อบังคับการเดินรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายหรือผ่านการทดสอบบางรายการตามที่กำหนดในระเบียบนี้

หมวด

คณะกรรมการดำเนินการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ

ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ หรือขนส่งจังหวัด

หรือหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี

แต่งตั้งข้าราชการภายในสำนักงานจำนวนไม่น้อยกว่าสองคน เป็นคณะกรรมการดำเนินการทดสอบ

ดังนี้

(๑) คณะกรรมการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

ทดสอบข้อเขียนและตรวจข้อสอบ

(๒) คณะกรรมการทดสอบขับรถ

ในกรณีที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา มีเหตุจำเป็น

เนื่องจากอัตรากำลังไม่เพียงพอ

ให้แต่งตั้งหรือมอบหมายให้ข้าราชการภายในสำนักงานบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพียงคนเดียวเป็นผู้ทดสอบได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การบันทึกผลการทดสอบและลงนามในแบบบันทึกผลทดสอบให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การทดสอบข้อเขียน

และการทดสอบขับรถ

ให้กรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายบันทึกผลการทดสอบและลงนามในแบบบันทึกผลการทดสอบด้วย

(๒) การทดสอบขับรถ ให้กรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายบันทึกผลการทดสอบ

พร้อมระบุหมายเลขทะเบียนรถที่ใช้ในการทดสอบไว้ในแบบบันทึกผลการทดสอบและลงนามในแบบบันทึกผลการทดสอบทุกท่าด้วย

แบบบันทึกผลการทดสอบ

ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗

ปิยะพันธ์ จัมปาสุต

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ภาคผนวก ๑[๗]

๒. ภาคผนวก ๒[๘]

๓.

แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

๔.

แบบบันทึกผลการทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘[๙]

พรพิมล/พิมพ์

๒๕

มีนาคม ๒๕๔๘

นวพร/สุนันทา/ตรวจ

๒๒

เมษายน ๒๕๔๘

A+B

ปฐมพร/อัปเดท

๑๘

กันยายน ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๘๑ ง/หน้า ๖๗/๗ ตุลาคม ๒๕๔๗

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘

[๓]

มาตรา ข้อ ๙/๑

ข้อ ๙/๑ เพิ่มโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘

[๔]

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘

[๕]

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘

[๖]

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘

[๗]

ภาคผนวก ๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘

[๘]

ภาคผนวก ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๘

[๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๔๐ ง/หน้า ๓๓/๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๘

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2547 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3c71da3298ee3447

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com