法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 446/2545 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนกิจการและทรัพย์สิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 446/2545

เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสํานวนกิจการและทรัพย์สิน

เพื่อให้การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้เป็น ไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม เป็นผลดีแก่คู่ความและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกค่าสั่งกรมบังคับคดี ดังต่อไปนี้

1.1 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 285/2552 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2552 เรื่อง การโอนทรัพย์ที่ยึดหรือ อายัดในคดีแพ่งมาไว้ในคดีล้มละลาย

1.2 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 228/2523 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2523 เรื่อง การขายทรัพย์ที่ จะต้องมีการโอนทะเบียนในคดีล้มละลาย กรณีมีการเพิกถอนการโอน

1.3 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 65/2531 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2531 เรื่อง การดําเนินการเกี่ยวกับ การยึด อายัด และจําหน่ายทรัพย์สิน ในคดีล้มละลาย

1.4 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 220/2533 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2533 เรื่อง วิธีการรวบรวมเงิน ในการบังคับคดีแก่ พันธบัตร หุ้นกู้ หรือ หุ้นในคดีล้มละลาย

1.5 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 284/2553 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2533 เรื่อง การดําเนินการเกี่ยวกับ การยึด อายัด และจําหน่ายทรัพย์สินในคดีล้มละลาย

1.6 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 7/2558 ลงวันที่ 10 มกราคม 2538 เรื่อง การขายทรัพย์ในคดีแพ่งและคดีล้มละลาย

1.7 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 307/2540 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2540 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีในส่วนภูมิภาค ข้อ 1.5, 1.6

1.8 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 170/2545 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2545 เรื่อง การขายทรัพย์สินในคดีล้มละลาย

1.9 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 21/2546 ลงวันที่ 14 มกราคม 2546 เรื่อง การส่งประกาศขาย ทอดตลาดทรัพย์สินในคดีล้มละลาย

1.10 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 47/2546 ลงวันที่ 31 มกราคม 2546 เรื่อง การประกาศขาย ทอดตลาดทรัพย์สินในคดีแห่งคาบเกี่ยวกับคดีล้มละลาย

1.11 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 343/2547 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2547 เรื่อง การดําเนินการกับ ทรัพย์สินของเจ้าหนี้มีประกัน

1.12 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 612/2548 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 เรื่อง การนําทรัพย์สินของ ลูกหนีขายในที่ประชุมเจ้าหนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ จากคําให้การเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ทําให้การชั้นไต่สวน โดยเปิดเผย สมุดบัญชีหรือเอกสาร เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สิน เอกสารทางทะเบียน รวมทั้งบรรดาคําร้อง คําแถลงและเอกสารในสํานวน เพื่อ จะได้ดําเนินการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ตามกฎหมายโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการดําเนินการยึด อายัด และจําหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ปฏิบัติตามคําสั่งกรมบังคับคดี เรื่อง การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีเกี่ยวกับการยึด อายัด และ จําหน่ายทรัพย์สิน โดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดกับคําสั่งนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การดําเนินการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าของสํานวนเป็นผู้ทําการยึด เว้นแต่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าหนี้ผู้นํายึดแถลงความประสงค์ขอยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ ณ สํานักงาน บังคับคดีที่ทรัพย์ของลูกหนี้ตั้งอยู่ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าของสํานวนที่บันทึกขอให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ สํานักงานบังคับคดีที่ทรัพย์ของลูกหนี้ตั้งอยู่ ดําเนินการยึดและขายทอดตลาดแทนจนเสร็จการ โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ทําการยึดแทนตั้งสํานวนกิจการและทรัพย์สินไว้ และสําเนาเอกสารให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าของสํานวนทราบ เมื่อขายทรัพย์ที่ยึดได้ให้ส่งเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาด ทรัพย์หลังหักค่าใช้จ่ายไปให้เจ้าของสํานวน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การขายทรัพย์สินที่รวบรวมได้ในคดีล้มละลาย ให้ปฏิบัติดังนี้

5.1 เมื่อศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้แต่ยังมิได้พิพากษาให้ล้มละลาย หากมีการยึด ทรัพย์สินซึ่งเป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงข้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเป็นส่วน แห่งค่าของทรัพย์สินนั้นให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายโดยเร็ว เว้นแต่กรณีมีเหตุพิเศษให้รายงานเสนอ ผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเพื่อพิจารณาอนุญาต

5.2 เมื่อลูกหนี้ถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําการขายทรัพย์ ของลูกหนี้ผู้ล้มละลาย โดยเร็วตามวิธีที่เห็นว่าสะดวกและเป็นผลดีที่สุดแก่กองทรัพย์สิน

หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่ามีความจําเป็น หรือเหตุผลสมควรที่จะขายโดยวิธีอื่น นอกจากวิธีการขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานตามลําดับชั้นจนถึงอธิบดี หรือ รองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงให้นัดประชุมเจ้าหนีหรือกรรมการเจ้าหนี้ เพื่อขอความเห็นชอบ

ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะนําทรัพย์สินของลูกหนี้ขายในที่ประชุมกรรมการ เจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 123 หรือมาตรา 145 ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์กระทําการขายในที่ประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายเท่านั้น โดยกําหนดหัวข้อประชุม เงื่อนไขและวิธีการ ขายให้แจ้งชัด แล้วแจ้งกําหนดนัด สถานที่ และหัวข้อประชุมให้เจ้าหนี้ทุกรายทราบตามระเบียบ ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามมิให้ดําเนินการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ในที่ประชุมกรรมการเจ้าหนี้

5.3 การขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดีล้มละลายของส่วนกลาง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะ มอบหมายให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้รับผิดชอบขายทอดตลาดแทนหรือจะไปทําการขายทอดตลาดด้วย ตนเอง ก็ได้

5.4 กรณีทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางยึดไว้ตั้งอยู่ในเขตภูมิภาค ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สํานักงานบังคับคดีที่ทรัพย์ของลูกหนี้ตั้งอยู่ทําการขายทอดตลาด โดยให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางขอกําหนดวันขายทอดตลาดจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สํานักงานบังคับคดี ที่ทรัพย์ของลูกหนี้ตั้งอยู่ เพื่อจัดทําประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ และเมื่อจัดส่งประกาศขายทอดตลาดให้ ผู้มีส่วนได้เสียตามระเบียบแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สํานักงานบังคับคดีที่ทรัพย์ของ ลูกหนี้ตั้งอยู่ดําเนินการขายทอดตลาดตามกําหนดพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อจนเสร็จการ โดยจัดส่ง เอกสารสิทธิ์ และเอกสารที่จําเป็นในการดําเนินการขายไปด้วย เสร็จแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สํานักงาน บังคับคดีที่ทรัพย์ของลูกหนี้ตั้งอยู่แจ้งผลการขายพร้อมส่งเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดหลังหักค่าใช้จ่าย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลาง

หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเห็นสมควรนําทรัพย์ตามวรรคหนึ่งมาทําการขายใน ส่วนกลางให้รายงานเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาต

5.5 กรณีสํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาค และขายทอดตลาดแทน หากประสงค์ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางจัดส่งประกาศขายทอดตลาดให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียรายใด ให้ส่ง ประกาศขายทอดตลาดให้ส่วนกลางล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 45 วัน และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลาง แจ้งผลการส่งประกาศให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนภูมิภาคทราบก่อนวันขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อปรากฏทรัพย์สินของลูกหนี้ถูกบังคับคดีไว้ในคดีแพ่ง ซึ่งการบังคับคดียังไม่สําเร็จ บริบูรณ์ ให้ปฏิบัติดังนี้

6.1 ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นต่อไปจนเสร็จสิ้น เสร็จแล้วส่งเงินสุทธิ หลังหักค่าใช้จ่ายไปไว้ในคดีล้มละลาย เว้นแต่ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ขายนั้น เป็นทรัพย์หลักประกันของเจ้าหนี้ มีประกันซึ่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วแต่กรณีมีกําลังแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจแจ้งกําลัง ดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดําเนินการจัดทําบัญชีและจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้มีประกันในคดีแพ่งก็ได้

เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคแรกแล้ว แม้ เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาจะได้ขอให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบดําเนินการ ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้ต่อไป เมื่อประกาศขายทอดตลาดแล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่ง ประกาศขายทอดตลาดต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อนวันขายทอดตลาดไม่น้อยกว่า 3 วัน เมื่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เจ้าของสํานวน ได้รับประกาศขายทอดตลาด ให้ลงนัดและติดตามผลการขายทอดตลาดภายใน 7 วันนับแต่วันขายและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป ในการนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ต้องส่ง ประกาศขายทอดตลาดให้บรรดาเจ้าหนี้ในคดีล้มละลาย

6.2 หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้ว เห็นว่าการโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ที่มี การยึดไว้ในคดีแพ่งเข้ามาไว้ในคดีล้มละลายจะทําให้การรวบรวมทรัพย์สินในคดีล้มละลายเป็นไปได้ สะดวก รวดเร็ว และเป็นผลดีแก่คู่ความในคดีมากกว่าการขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทรัพย์สินดังกล่าว ในคดีแพ่งแล้ว ให้ดําเนินการดังนี้

6.2.1 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอรายงาน พร้อมเหตุผลต่อผู้อํานวยการกอง หรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณี ขอโอบการยึดทรัพย์สินเข้ามาไว้ใน คดีล้มละลาย เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบโดยเร็ว

6.2.2 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้โอนทรัพย์สิน ของลูกหนี้ที่มีการยึดไว้ในคดีแพ่งมาไว้ในคดีล้มละลาย หากทรัพย์สินที่ยึดเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีแจ้งนายทะเบียน คู่ความ และผู้เกี่ยวข้องในคดีแพ่งทราบว่าได้โอนทรัพย์สินที่ยึดไปไว้ในคดีล้มละลาย แล้ว เสร็จแล้วจึงส่งสํานวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับไปทําเนินการต่อไปทันที

กรณีทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกหมายนักโจทก์ ในคดีแพ่งพร้อมแจ้งกําหนดนัดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อออกหมายนัดเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในคดี ล้มละลาย การมอบและรับมอบทรัพย์มาไว้ในคดีล้มละลาย หากโจทก์ในคดีแพ่งไม่ทําการมอบทรัพย์ที่ยึด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจสอบทรัพย์พร้อมกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในคดี -:ล้มละลายเพื่อโอนการยึดเข้ามาไว้ในคดีล้มละลาย หากสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีเอกสารทางทะเบียน ให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการแจ้งนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งด้วย

6.2.3 ถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในคดีล้มละลาย ไม่ไปรับมอบทรัพย์หรือไม่ยอมรับมอบ ทรัพย์ หรือบ่ายเบี่ยงการรับมอบทรัพย์ที่ยึดในคดีแห่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อ พิจารณาว่าจะดําเนินการอย่างไรกับทรัพย์ที่ยึดไว้ในคดีแห่งโดยระบุในประกาศประชุมเจ้าหนี้ว่า หากไม่มี เจ้าหนี้ไปประชุมหรือไม่ลงมติประการใดหรือไม่ยินยอมรับโอนทรัพย์ที่ยึดจะถือว่าที่ประชุมเจ้าหนี้สละสิทธิ ในทรัพย์ที่ยึดไว้ในคดีแพ่งดังกล่าว

ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งผลการประชุมเจ้าหนี้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ

6.3 ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ไว้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ลูกหนีแห่งสิทธิเรียกร้องส่งเงินหรือทรัพย์สินที่ถูกอายัดนั้นแก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ และขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์บังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นสืบต่อจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ส่วนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับแล้ว ให้จัดทําบัญชีรับ-จ่ายและส่งเงินสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายไปไว้ในคดี ล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การอายัดสิทธิเรียกร้องหรือเงินได้อย่างใดๆ ของลูกหนี้ให้ดําเนินการดังนี้

7.1 เมื่อปรากฎว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องหรือมีสิทธิได้รับเงินใดๆ จากบุคคลภายนอกให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสืออายัดเงินดังกล่าวไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทันทีอย่างช้าภายในวันทําการ ถัดไป

กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนภูมิภาค สอบสวนกิจการทรัพย์สินของลูกหนี้คนใด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนภูมิภาคเป็นผู้ดําเนินการตาม วรรคหนึ่ง และเมื่อได้รับเงินตามอายัดให้รวบรวมส่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลาง เพื่อรวบรวมไว้ใน กองทรัพย์สิน

7.2 กรณีที่ลูกหนี้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจํา ซึ่งมีสิทธิได้รับเงินเดือน ค่าจ้างประจํา เบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ หรือเงินอื่นใดในทํานองเดียวกัน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งอายัด เงินดังกล่าวไปยังส่วนราชการต้นสังกัดของลูกหนี้ทราบ และแจ้งให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังเพื่อให้ โอนเงินที่ถูกอายัดเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของกรมบังคับคดี หรือสํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาค แล้วแต่ กรณีว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางหรือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนภูมิภาคเป็นผู้อายัดเงินดังกล่าว พร้อมแนบสําเนาคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และหรือ สําเนาคําพิพากษาล้มละลาย และสําเนาสมุดบัญชี เงินฝากของกรมบังคับคดี หรือสํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาคแล้วแต่กรณีไปด้วย

ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงนัดติดตามผลการอายัดไว้ไม่เกิน 1 เดือน เมื่อกรมบัญชีกลาง ตอบรับการอายัดเงินแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จดรายงานขอให้เจ้าหน้าที่การเงินตรวจสอบเงินที่โอน เข้าบัญชีและออกใบรับเงิน กรณีที่เป็นเงินที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับเป็นรายเดือน ให้ลงนัดติดตามผลไว้ทุกเดือน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การกําหนดเงินค่าเลี้ยงชีพแก่ลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติดังนี้

8.1 ในกรณีที่ลูกหนี้ยื่นคําขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนดจํานวนเงินเพื่อใช้จ่ายเป็น ค่าเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวตามมาตรา 67(1) และมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณากําหนดจํานวนเงินค่าเลี้ยงชีพให้แก่ลูกหนี้และครอบครัวตามสมควร แก่ฐานานุรูป

ในกรณีที่ลูกหนี้มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นควรกําหนด จ่ายค่าเลี้ยงชีพเกินกว่าร้อยละ 70 หรือกรณีที่ลูกหนี้มีรายได้เกิน 10,000 บาทแต่ไม่เกิน 50,000 บาท ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอหัวหน้ากลุ่มงานหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดพิจารณา กําหนดจ่ายค่าเลี้ยงชีพ กรณีรายได้เกิน 50,000 บาทขึ้นไปให้รายงานขออนุญาตผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณีก่อน

ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตาม 7.1 วรรคสอง มีอํานาจกําหนดค่าเลี้ยงชีพแก่ลูกหนี้ด้วย

8.2 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กําหนดค่าเลี้ยงชีพแก่ลูกหนี้และครอบครัวแล้ว ให้ แจ้งผู้มีหน้าที่จ่ายเงินแก่ลูกหนี้ทราบ และให้ส่งเงินเฉพาะส่วนที่เหลือจากที่ได้กําหนดให้เป็นค่าเลี้ยงชีพแล้ว ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อรวบรวมเข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป

8.3 กรณีอายัดเงินเดือนหรือเงินรายได้อื่นใดของลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการ เมื่อศาลพิพากษา ให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระงับการจ่ายเงินค่าเลี้ยงชีพให้แก่ลูกหนี้ และระงับการ แบ่งเงินที่ได้รับจากต้นสังกัดของลูกหนี้ภายหลังจากวันที่ศาลมีคําพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายไว้จนกว่าจะได้ สอบถามและได้รับแจ้งจากต้นสังกัดของลูกหนี้ว่าไม่มีเหตุขัดข้องในการแบ่งเงินดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การดําเนินการบังคับคดีแก่พันธบัตร หุ้นกู้ และหุ้น ซึ่งลูกหนี้เป็นผู้ทรงสิทธิเรียกร้อง ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติดังนี้

9.1 ในกรณีพันธบัตรหรือหุ้นของลูกหนี้ถึงกําหนดชําระเงินแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอรับชําระเงินตามพันธบัตรหรือหุ้นกู้นั้น

9.2 ในกรณีพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของลูกหนี้ยังไม่ถึงกําหนดชําระ ให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ว่าจะนําไปเรียกชําระเงินตามพันธบัตร หรือหุ้นกู้เมื่อใด ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความรวดเร็ว และ เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป

9.3 การบังคับคดีแก่น ให้ดําเนินการดังนี้

9.3.1 หากเป็นหุ้นที่ได้รับการจดทะเบียนหรือได้รับการอนุญาตให้ทําการซื้อขายได้ใน ตลาดหลักทรัพย์ให้รวบรวมและพิจารณาขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยความเห็นชอบของที่ประชุมเจ้าหนี้

9.3.2 หากเป็นหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ ให้ทําการยึดและขายทอดตลาดหรือจําหน่ายโดยวิธีอื่น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หากปรากฏว่าลูกหนี้ได้ทําประกันชีวิตไว้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบรายละเอียด เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ในกรมธรรม์ เพื่อจะทําการเวนคืนหรือไถ่ถอนกรมธรรม์หรือดําเนินการอื่นๆ ที่เป็น ประโยชน์แก่กองทรัพย์สิน

ในกรณีที่มีผู้เสนอขอชดใช้เงิน หรือเสนอผลประโยชน์ใดๆ ต่อกองทรัพย์สินหรือมีความจําเป็น ที่จะให้สัญญาประกันชีวิตมีผลต่อไปโดยไม่ต้องเวนคืนหรือไถ่ถอนกรมธรรม์ ให้เสนอที่ประชุมเจ้าหนี้ พิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเห็นว่าการนําทรัพย์สินของลูกหนี้ออกให้เช่าจะทําให้ กองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้รับประโยชน์ ให้เสนอที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณา หากที่ประชุมเจ้าหนี้เห็นชอบ ให้น่าทรัพย์ออกให้เช่า ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณา ถึงตัวผู้เช่าโดยละเอียด เช่น ฐานะความมั่นคง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เป็นต้น และควรจัดให้มีหลักประกันในกรณีทรัพย์ที่ให้เช่าสูญหายหรือบุบสลายด้วย

เงื่อนไขแห่งสัญญาเช่าซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้เห็นชอบด้วยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์บันทึกไว้ใน รายงาน ส่วนสัญญาเช่า ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร่างขึ้นต่างหากและเสนอเรื่องราว รายละเอียดพร้อม สัญญาเช่าต่อผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาคตรวจสอบก่อนเสนอต่ออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาก่อนที่จะให้ผู้เช่าและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงนามในสัญญาเช่า

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีลูกหนี้กระทําการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนหรือดําเนินธุรกิจของตน ต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24 และ 120 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้

12.1 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคําสั่งโดยแจ้งชัด ให้ลูกหนี้ หรือกรรมการผู้จัดการหรือ กรรมการผู้มีอํานาจทําบัญชีกิจการทรัพย์สินอื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน นับแต่ได้ดําเนินกิจการของลูกหนี้ดังกล่าวคือ

12.1.1 บัญชีแสดงการรับและจ่ายเงิน

12.1.2 บัญชีรายละเอียดทรัพย์สิน

12.1.3 บัญชีสินค้าค้างสต๊อกคงเหลือ

12.1.4 บัญชีงบขาดทุน กําไร

12.1.5 บัญชีอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

สําหรับส่วนกลาง ให้เจ้าหน้าที่กองคํานวณและเฉลี่ยทรัพย์ทําหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ของบัญชีข้างต้นรายงานเสนออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย ส่วนภูมิภาคให้ผู้อํานวยการสํานักงาน บังคับคดีส่วนภูมิภาคสั่งเจ้าหน้าที่หรือจัดบุคคลอื่นใดที่มีความรู้ความชํานาญดําเนินการตรวจสอบแล้วรายงาน อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย

12.2 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อนุญาตให้ลูกหนี้ไปทํางานต่างประเทศ ให้แจ้งลูกหนี้ จัดทําบัญชีรับจ่ายส่งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทุก 6 เดือน พร้อมนําส่งรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของ รายได้ภายในเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนด เพื่อรวบรวมไว้ในกองทรัพย์สิน และให้ลูกหนี้แจ้งชื่อ และภูมิลําเนาของผู้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะติดต่อได้ไว้ด้วย

อนึ่ง หากคําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 20 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2549

(ลงชื่อ) สิรวัด จันทรัฐ

(นายสิรวัด จันทรัฐ)

อธิบดีกรมบังคับคดี

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 446/2545 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนกิจการและทรัพย์สิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3cb3fe3388cc3488

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com