法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน

(ฉบับที่ ๒)

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๓

(พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมข้อ

๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗

และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน

(๓) ของข้อ ๓ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓)

บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทที่มีคุณสมบัติและเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๓.๑)

กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทย

หรือในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือในประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

อย่างน้อย ๓ บริษัท หรือ

(๓.๒)

กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทยอย่างน้อย

๒ บริษัท โดยบริษัทนั้นต้องมีบริษัทซึ่งจดทะเบียนและมีสถานประกอบการในต่างประเทศ

หรือมีสาขาในต่างประเทศ กระจายกันอยู่ตั้งแต่ ๒ ประเทศขึ้นไป

ซึ่งบริษัทหรือสาขาดังกล่าวต้องอยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับกลุ่มบริษัทและบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินด้วย

ทั้งนี้ บริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัทตาม (๓.๑) หรือ (๓.๒) นั้น

ต้องประกอบธุรกิจนำเข้าส่งออก การค้าระหว่างประเทศ บริการระหว่างประเทศ หรือประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นและไม่ได้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน

ในกรณีที่กลุ่มบริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดใน (๓.๑)

หรือ (๓.๒)

แล้วศูนย์บริหารเงินสามารถบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศเพิ่มเติมให้แก่กลุ่มบริษัทที่เป็นสาขาในต่างประเทศที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทได้

การบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินยังไม่รวมถึงการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทประเภทบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องหรือเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

กรณีที่กลุ่มบริษัทมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนดข้างต้น

ให้มีหนังสือขออนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นรายกรณี”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๖ ในการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน

ให้ศูนย์บริหารเงินถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(๑)

การรับซื้อภาระผูกพันหรือเอกสารเรียกเก็บเงินและการเป็นตัวแทนรับหรือจ่ายเงิน

(๑.๑) ให้ศูนย์บริหารเงินรับซื้อภาระผูกพันค่าสินค้าหรือบริการหรือเอกสารเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการ

ระหว่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศจากกลุ่มบริษัท

หรือเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับเงินตามเอกสารเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการหรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันค่าสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศ

โดยการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้

และในการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับคู่ค้าของตนหรือของกลุ่มบริษัทดังกล่าวให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้

การชำระเป็นเงินบาทให้กลุ่มบริษัทหรือคู่ค้าในต่างประเทศให้ฝากเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

ของกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นหรือของธนาคารที่เป็นผู้รับเงินเพื่อกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นได้

ทั้งนี้ ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง

หมายถึงกรณีดังต่อไปนี้

(ก)

ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในประเทศไทยกับคู่ค้าในต่างประเทศ

(ข)

ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าในประเทศไทย

(ค)

ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าในต่างประเทศ

(๑.๒)

ให้ศูนย์บริหารเงินเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับหรือจ่ายเงินผลประโยชน์สกุลเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับการลงทุน

การกู้ยืม หรือการให้กู้ยืม เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย ตามเอกสารที่เกี่ยวข้อง

โดยการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้

และในการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับคู่ค้าของกลุ่มบริษัทดังกล่าวให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้

การชำระเป็นเงินบาทให้กลุ่มบริษัทหรือคู่ค้าในต่างประเทศให้ฝากเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

ของกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นหรือของธนาคารที่เป็นผู้รับเงินเพื่อกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นได้

ทั้งนี้ ผลประโยชน์สกุลเงินตราต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง

หมายถึงกรณีดังต่อไปนี้

(ก)

ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มบริษัทในประเทศไทยกับคู่ค้าที่เป็นนิติบุคคลในต่างประเทศ

(ข) ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าที่เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย

(ค)

ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าที่เป็นนิติบุคคลในต่างประเทศ

(๒) การหักกลบรายได้ หรือภาระผูกพัน

ให้ศูนย์บริหารเงินนำรายได้

หรือภาระผูกพันในกรณีดังต่อไปนี้มาหักกลบกันได้

(๒.๑)

รายได้หรือภาระผูกพันค่าสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทซึ่งศูนย์บริหารเงินดำเนินการเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับหรือจ่ายเงินตามข้อ

๖ (๑.๑)

(๒.๒)

รายได้หรือภาระผูกพันที่เป็นเงินผลประโยชน์สกุลเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับการลงทุนการกู้ยืม

หรือการให้กู้ยืม เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย

ของกลุ่มบริษัทซึ่งศูนย์บริหารเงินดำเนินการเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับหรือจ่ายเงินตามข้อ

๖ (๑.๒)

(๒.๓) รายได้หรือภาระผูกพันของศูนย์บริหารเงิน

ในขอบเขตการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน ยกเว้นเงินบาทที่ศูนย์บริหารเงินให้กู้แก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ

๖ (๔.๔)

ทั้งนี้ การชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับคู่ค้าหรือกลุ่มบริษัท

หลังจากหักกลบแล้วให้ปฏิบัติตามข้อ ๖ (๑)

(๓) การซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

และบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

(๓.๑)

ให้ศูนย์บริหารเงินขายเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณี

(๓.๒)

ให้ศูนย์บริหารเงินซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทได้

โดยจะต้องกระทำเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๖

ดังต่อไปนี้

(ก) ชำระภาระผูกพันของตน หรือของกลุ่มบริษัท

(ข) ขายหรือแลกเปลี่ยนกับกลุ่มบริษัท

(ค) ฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ

ทั้งนี้

ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อฝากกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ

หรือเพื่อลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศในต่างประเทศตามข้อ ๖ (๔.๖)

หรือเพื่อฝากกับนิติบุคคลรับอนุญาตตามข้อ ๗ (๑.๒)

โดยไม่มีภาระผูกพันให้ศูนย์บริหารเงินซื้อหรือแลกเปลี่ยนรวมกันได้ไม่เกิน ๕๐๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อปี

(๓.๓)

ให้ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทได้

โดยในกรณีที่เป็นการทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อชำระหรือรับชำระค่าสินค้าหรือบริการ

ให้ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมดังกล่าวได้โดยใช้ประมาณการรายได้หรือภาระผูกพันเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทภายใน

๑ ปี

ให้ศูนย์บริหารเงินสามารถต่ออายุ ไม่ต่ออายุ

หรือยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าวได้ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข

และวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนด

ทั้งนี้ ในการต่ออายุ ไม่ต่ออายุ

หรือยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าวศูนย์บริหารเงินอาจทำกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นคู่สัญญาเดิมหรือคู่สัญญาใหม่ได้

และต้องไม่เป็นการทำเพื่อเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

โดยหากมีการหักกลบและรับจ่ายส่วนต่าง ให้หักกลบและรับจ่ายส่วนต่างเป็นเงินบาท

(๓.๔) ในการซื้อ ขาย

แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทย

ให้ตกลงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างกัน

โดยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่นิติบุคคลรับอนุญาตใช้ซื้อขายกับลูกค้าที่เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย

และให้ศูนย์บริหารเงินถือปฏิบัติ ดังนี้

(ก) รับซื้อเงินตราต่างประเทศจากกลุ่มบริษัทในประเทศไทยได้ทุกกรณี

(ข)

ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทย

ให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่เกินจำนวนตามเอกสารหลักฐานที่แสดงภาระผูกพันสกุลเงินตราต่างประเทศ

หรือตามวงเงินที่กำหนดในประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยอนุโลม

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทในประเทศไทยสามารถรับหรือจ่ายเงินตราต่างประเทศกับศูนย์บริหารเงินตาม

(ก) และ (ข) ได้

(๓.๕) ในการซื้อ ขาย

แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

ให้ตกลงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างกัน

โดยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่นิติบุคคลรับอนุญาตใช้ซื้อขายกับลูกค้าที่เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย

และให้ศูนย์บริหารเงินถือปฏิบัติ ดังนี้

(ก) ในการรับซื้อเงินตราต่างประเทศและจ่ายเงินบาท

ให้แก่กลุ่มบริษัทในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

ให้ศูนย์บริหารเงินตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการใช้เงินบาทว่าต้องใช้เพื่อการค้าหรือการลงทุนในประเทศไทย

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเท่านั้น ทั้งนี้

ให้กลุ่มบริษัทในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยดังกล่าวฝากเงินบาทที่ซื้อจากศูนย์บริหารเงินเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

ดังต่อไปนี้ได้

๑. คู่ค้าหรือผู้รับการลงทุน

ที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

๒. กลุ่มบริษัทในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

ที่ซื้อเงิน

๓.

ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

ที่เป็นผู้รับเงินเพื่อบุคคลตาม ๑ หรือ ๒

(ข)

ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

ให้ศูนย์บริหารเงินตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินบาทที่นำมาขาย

หากนำมาจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

หรือเป็นเงินบาทที่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการจากคู่ค้าในประเทศไทย

ให้ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมดังกล่าวได้

(๔) การบริหารสภาพคล่อง

(๔.๑) ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณี

(๔.๒)

ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทย

และให้กลุ่มบริษัทดังกล่าวชำระหรือรับชำระเงินตราต่างประเทศกับศูนย์บริหารเงินได้

(๔.๓) ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมเงินจากนิติบุคคลในต่างประเทศได้

โดยต้องเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

เว้นแต่การกู้ยืมเงินจากกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ

หรือนิติบุคคลในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเป็นเงินบาทได้

(๔.๔) ให้ศูนย์บริหารเงินนำเงินกู้เงินตราต่างประเทศตามข้อ ๖ (๔.๑)

ถึง (๔.๓) มาให้กู้ยืมเป็นเงินบาทแก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทยได้

(๔.๕) ให้ศูนย์บริหารเงินให้กู้ยืมเงินแก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศได้ โดยต้องเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

ทั้งนี้ เว้นแต่การให้กู้ยืมเงินแก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ

ที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเพื่อการค้าหรือการลงทุนในประเทศไทย

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

ให้ศูนย์บริหารเงินให้กู้ยืมเป็นเงินบาทได้

และให้ศูนย์บริหารเงินฝากเงินบาทที่ให้กู้ยืมดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศดังต่อไปนี้ได้

(ก) คู่ค้าหรือผู้รับการลงทุนที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

(ข) กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ

ที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

ที่กู้ยืมเงินจากศูนย์บริหารเงิน

(ค) ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยที่เป็นผู้รับเงินเพื่อบุคคลตาม

(ก) หรือ (ข)

(๔.๖)

ให้ศูนย์บริหารเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินในต่างประเทศหรือลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศในต่างประเทศ

โดยตราสารหนี้ดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกิน ๑ ปี ทั้งนี้

ยอดคงค้างเฉลี่ยต่อเดือนของเงินฝากและเงินลงทุนดังกล่าวต้องไม่เกิน ๕๐๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๔.๗)

ให้ศูนย์บริหารเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตได้

โดยให้ปฏิบัติตามข้อ ๗

ทั้งนี้ ให้ศูนย์บริหารเงินชำระภาระผูกพันที่เกิดจากการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินได้”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ

๗ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗ ให้ศูนย์บริหารเงินเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อธุรกิจศูนย์บริหารเงินเท่านั้น

และให้แยกบัญชีเงินฝากดังกล่าวออกจากบัญชีเงินฝากเพื่อธุรกิจอื่นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน

พร้อมให้ระบุชื่อบัญชี “เพื่อธุรกิจศูนย์บริหารเงิน” ให้ชัดเจนด้วย โดยให้เปิดเป็นบัญชีประเภทแหล่งต่างประเทศ

โดยให้ศูนย์บริหารเงินแจ้งชื่อนิติบุคคลรับอนุญาตผู้รักษาบัญชีและหมายเลขบัญชีดังกล่าวต่อเจ้าพนักงาน

การฝากและถอนเงินตราต่างประเทศในบัญชีดังกล่าวให้ทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทตามข้อ

๖ เท่านั้น และให้ศูนย์บริหารเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑)

ให้ศูนย์บริหารเงินนำเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้

(๑.๑) เงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

(๑.๒) เงินตราต่างประเทศที่ซื้อ แลกเปลี่ยน

หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๑.๓)

เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๑.๔) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของศูนย์บริหารเงิน

(๑.๕)

เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทย

เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๑) และ

(๒)

(๑.๖) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยประเภทแหล่งต่างประเทศ

เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๓.๔)

และ (๔.๒)

(๑.๗)

เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้าดังกล่าวตามข้อ

๖ (๑) และ (๒)

(๒)

ให้ศูนย์บริหารเงินถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(๒.๑) ชำระภาระผูกพันของตน หรือของกลุ่มบริษัท

(๒.๒) ขายหรือแลกเปลี่ยนกับกลุ่มบริษัท

(๒.๓) ฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ

(๒.๔) ขายหรือแลกเปลี่ยนกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๒.๕)

ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของศูนย์บริหารเงิน

(๒.๖) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยเพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ

๖ (๑) (๒) (๓.๔) และ (๔.๒) ทั้งนี้

กรณีศูนย์บริหารเงินขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ

๖ (๓.๔) หรือให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศแก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๔.๒) ให้ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยประเภทแหล่งในประเทศแบบมีภาระผูกพันเท่านั้น

(๒.๗)

ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้าดังกล่าวตามข้อ

๖ (๑) และ (๒)

ทั้งนี้

ให้กลุ่มบริษัทในประเทศไทยและคู่ค้าในประเทศไทยสามารถถอนเงินจากหรือฝากเงินเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนตามเงื่อนไขที่กำหนดในวรรคหนึ่งได้”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน

(๑) ของข้อ ๙ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารภาระผูกพันในต่างประเทศหรือภาระหนี้เงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นของตน

หรือตรวจสอบเอกสารดังกล่าวของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยให้ครบถ้วนตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยอนุโลม

สำหรับธุรกรรมในขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน เช่น ธุรกรรมการซื้อ

แลกเปลี่ยน หรือกู้เงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต

ธุรกรรมการขายแลกเปลี่ยน หรือให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ แก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทย

ธุรกรรมการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

ธุรกรรมการฝากเงินเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

หรือการได้รับเงินตราต่างประเทศจากต่างประเทศและชำระเงินที่ได้รับดังกล่าวตามธุรกรรมอื่นใดโดยไม่ขายหรือไม่ฝากกับนิติบุคคลรับอนุญาต

ในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อส่งเงินไปให้กู้ยืมแก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ

ให้ศูนย์บริหารเงินจัดทำคำรับรองเป็นรายปีตามแบบที่กำหนด

แทนการจัดทำคำรับรองตามข้อ ๑๕ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

และให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ศูนย์บริหารเงินยื่นคำรับรองดังกล่าว

จึงจะดำเนินการได้”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน

(๓) ของข้อ ๙ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓)

ในกรณีศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทตามข้อ

๖ (๓.๓)

ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารหลักฐานแสดงแหล่งเงินได้หรือภาระผูกพันเงินตราต่างประเทศในอนาคตของตน

หรือตรวจสอบเอกสารดังกล่าวของกลุ่มบริษัท แล้วแต่กรณี

ซึ่งในกรณีที่ใช้ประมาณการรายได้หรือภาระผูกพันเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในการทำธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าว

ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารแสดงข้อมูลประมาณการค่าสินค้าหรือบริการของกลุ่มบริษัท

ในการดำเนินการตามวรรคก่อน

หากเป็นกรณีที่ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับบาท

เพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนกรณีเงินลงทุนโดยตรงแก่กิจการที่ต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศ

และการรับคืนเงินดังกล่าว กรณีเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศ

กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศและการรับคืนเงินให้กู้ยืมดังกล่าว

กรณีเงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทในประเทศ

ทั้งที่เป็นเงินกู้นำเข้าจากต่างประเทศ หรือเงินกู้จากนิติบุคคลรับอนุญาต

และการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าว

หรือกรณีเงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศและการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าว

ให้ศูนย์บริหารเงินจัดทำคำรับรองตามแบบที่กำหนดด้วย

และให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ศูนย์บริหารเงินยื่นคำรับรองดังกล่าว

จึงจะดำเนินการได้

เมื่อศูนย์บริหารเงินรับมอบเงินตราต่างประเทศตามธุรกรรมอนุพันธ์

ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีหรือตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามข้อ ๙ (๑) ด้วย

ทั้งนี้ ในกรณีศูนย์บริหารเงินไม่ต่ออายุ

หรือยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์ที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาต

เพื่อชำระหรือรับชำระวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่ค่าสินค้าหรือบริการ

เงินลงทุนโดยตรงแก่กิจการที่ต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศ และการรับคืนเงินดังกล่าว

เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศ กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ

หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศและการรับคืนเงินให้กู้ยืมดังกล่าว

เงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทในประเทศ

ทั้งที่เป็นเงินกู้นำเข้าจากต่างประเทศ หรือเงินกู้จากนิติบุคคลรับอนุญาต

และการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าว

หรือกรณีเงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศและการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าวให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารหลักฐานแสดงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องตามควรแก่กรณี”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความใน

(๙) ของข้อ ๙ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๙) ให้ศูนย์บริหารเงินเก็บรักษาเอกสารการบันทึกบัญชี

บันทึกรายการและเอกสารหลักฐานการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินตามประกาศนี้ไว้ไม่น้อยกว่า

๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้เมื่อต้องการ

ในการเก็บรักษาเอกสารหลักฐานตามวรรคก่อนที่เป็นของกลุ่มบริษัท

ที่ไม่ใช่คำรับรองในการส่งเงินตราต่างประเทศออกไปลงทุน หรือให้กู้ยืมตามข้อ ๑๕

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ศูนย์บริหารเงินอาจจัดให้กลุ่มบริษัทเป็นผู้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวได้โดยศูนย์บริหารเงินต้องสามารถแสดงเอกสารดังกล่าวให้เจ้าพนักงานตรวจสอบได้เมื่อต้องการ”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ

๑๑ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคลหรือชื่อนิติบุคคลของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน

หรือบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัท

กรณีที่มีการลดบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัทหรือกรณีที่มีการลดขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน

ให้ศูนย์บริหารเงินรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานเป็นหนังสือ

พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน ๑๕

วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหรือวันที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการเพิ่มขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงินที่ไม่เกินขอบเขตที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗

และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ให้ศูนย์บริหารเงินแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานเป็นหนังสือ

พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าก่อนวันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ หากเจ้าพนักงานไม่มีหนังสือทักท้วงภายใน

๑๕ วันนับจากวันที่เจ้าพนักงานได้รับแจ้ง

ให้ศูนย์บริหารเงินสามารถทำธุรกรรมตามขอบเขตการประกอบธุรกิจที่แจ้งเพิ่มได้

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน

บริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัท

หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศที่ศูนย์บริหารเงินจะให้กู้ยืมเงินตามข้อ ๖ (๔.๕)

ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ

๑๓/๑ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

“ข้อ ๑๓/๑

ให้ศูนย์บริหารเงินยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติตามแบบที่กำหนด

พร้อมทั้งเอกสารตามข้อ ๔ (๑.๒) (๑.๔) และ (๑.๕) ต่อเจ้าพนักงานก่อนวันที่ใบอนุญาตครบกำหนดต่ออายุทุกปี

โดยให้ยื่นล่วงหน้าได้ไม่เกิน ๑๒๐ วันและต้องไม่น้อยกว่า ๙๐

วันก่อนวันครบกำหนดต่ออายุในปีดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑] ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘

จันทวรรณ

สุจริตกุล

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๔ พฤษภาคม

๒๕๕๘

ปุณิกา/ผู้ตรวจ

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๐๙ ง/หน้า ๑๔/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3d83f84cc91df277

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com