法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER) พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร

(TAXI METER)

พ.ศ.

๒๕๓๕

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ ของกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๐

(พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

และเพื่อให้การพิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER)

เป็นไปด้วยความเหมาะสม อธิบดีกรมการขนส่งทางบกวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร

(TAXI METER) พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคม

๒๕๓๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ผู้ใดประสงค์จะให้กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบมาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดใดให้ยื่นคำขอต่อกรมการขนส่งทางบกพร้อมด้วยหลักฐาน

ดังต่อไปนี้

(๑) รายละเอียดแสดงคุณสมบัติ และชุดคำสั่ง (PROGRAM)

แสดงวงจรการทำงานที่สมบูรณ์ของมาตรค่าโดยสารอย่างน้อยจำนวน ๒ ชุด

(๒) มาตรค่าโดยสารตัวอย่างอย่างน้อยจำนวน ๒

เครื่อง พร้อมเครื่องมือตรวจสอบความเที่ยงตรงจำนวน ๑ ชุด

เอกสารต่าง ๆ

รวมทั้งมาตรค่าโดยสารตัวอย่างและเครื่องมือตรวจสอบความเที่ยงตรงที่ยื่นเป็นหลักฐานพร้อมคำขอ

จะต้องมอบให้เป็นสมบัติของกรมการขนส่งทางบก

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ มาตรค่าโดยสารต้องประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒

ส่วน คือ มิเตอร์ (METER) และเซนเซอร์ (SENSOR)

ดังนี้

(๑) มิเตอร์เป็นส่วนที่บรรจุวงจรอิเล็คทรอนิค

แสดงข้อมูลและอัตราค่าโดยสาร

(๒) เซนเซอร์

เป็นตัววัดระยะทางการเคลื่อนที่ของรถแล้วส่งสัญญาณไปยังมิเตอร์เพื่อคำนวณอัตราค่าโดยสาร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

มาตรค่าโดยสารที่ขอรับความเห็นชอบต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) วงจรภายในทำงานด้วยไมโครคอมพิวเตอร์

ใช้กระแสไฟจากแบตเตอรี่ของรถยนต์

มาตรค่าโดยสารที่บรรจุวงจรไว้ภายในต้องมีลักษณะปิดมิดชิด

แต่มีช่องระบายความร้อนได้และต้องผ่านการประทับเครื่องหมายรับรอง (SEAL)

จากกรมการขนส่งทางบกเพียงจุดเดียว

เมื่อผ่านการประทับเครื่องหมายรับรองแล้วไม่สามารถถอดเอาวงจรภายในออกมาได้

โดยไม่ทำลายเครื่องหมายรับรอง

และตำแหน่งที่ประทับเครื่องหมายรับรองต้องมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อติดตั้งมาตรค่าโดยสารเข้าไว้ที่ตัวรถแล้ว

(๒) คำนวณค่าโดยสารจากระยะทางที่โดยสาร และเวลา

(ในกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

ขณะทำการโดยสารตามอัตราค่าโดยสารที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ระยะทางที่โดยสารต้องได้จากการทำงานของเซนเซอร์ และเวลาในการโดยสารต้องได้จากการทำงานของวงจรที่อยู่ภายในมิเตอร์

(๓) สามารถแสดงข้อมูลให้ผู้โดยสารทราบ

ดังต่อไปนี้

(ก) ระยะทางในการโดยสาร

มีหน่วยเป็นกิโลเมตรมีทศนิยม ๑ ตำแหน่ง (๑๐๐ เมตร)

ระยะทางในการโดยสารสูงสุดต้องแสดงได้อย่างน้อย ๙๙.๙ กิโลเมตร

โดยแสดงเป็นตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๓ นิ้ว

(ข) เวลาในการโดยสารมีหน่วยเป็นชั่วโมงและนาที

เวลาในการโดยสารสูงสุดต้องแสดงได้อย่างน้อย ๙ ชั่วโมง ๕๙ นาที

โดยแสดงเป็นตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๓ นิ้ว

(ค) ค่าโดยสารมีหน่วยเป็นบาท

สามารถแสดงอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลงค่าโดยสารที่คำนวณจากระยะทางและเวลา

(ในกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

ตลอดเวลาของการโดยสาร โดยเมื่อจำนวนค่าโดยสารครบ ๒

บาทให้แสดงการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเป็นตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๕ นิ้ว

การแสดงผลตาม (ก) และ (ข)

ต้องปรากฏให้เห็นได้ตลอดเวลา หรือเปิดเมื่อผู้โดยสารต้องการทราบ ส่วนการแสดงผลตาม

(ค) ต้องปรากฏอยู่ตลอดเวลาของการโดยสาร ตัวเลขที่แสดงผลต้องมีแสงสว่างที่ตัวเลข

และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

(๔) ด้านการมีสวิทช์ใช้กดเมื่อเริ่มการเดินทาง

และสวิทช์สำหรับกดเมื่อสิ้นสุดการเดินทาง การคำนวณค่าโดยสารจะเริ่มเมื่อกดสวิทช์เริ่มการเดินทางและสิ้นสุดการคำนวณค่าโดยสารเมื่อกดสวิทช์สำหรับสิ้นสุดการเดินทาง

(๕) บนหน้าปัทม์มีข้อความอธิบายสวิทช์

และช่องตัวเลขแสดงผลเป็นภาษาไทยและมีภาษาอังกฤษกำกับทุกแห่ง

(๖) การแก้ไขอัตราค่าโดยสาร

กระทำได้โดยการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเฉพาะหน่วยความจำของไมโครคอมพิวเตอร์เท่านั้น

(๗)

ตัวมิเตอร์และเซนเซอร์สามารถทำงานได้ปกติแม้รถจะวิ่งด้วยความเร็วเกินกว่า ๑๐๐

กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในที่ซึ่งมีอุณหภูมิเกินกว่า ๖๐ องศาเซนติเกรด

(๘)

ไม่สามารถปรับแต่งวงจรภายในตัวมาตรค่าโดยสารได้จากภายนอกด้วยวิธีการใด ๆ ทั้งสิ้น

(๙)

มีหมายเลขประจำแต่ละเครื่องเก็บอยู่ในชุดคำสั่ง (PROGRAM) และสามารถแสดงออกมาทางส่วนแสดงผลได้

เมื่อต้องการทราบ

(๑๐) มี CONNECTOR สำหรับต่อสายไฟจากมิเตอร์ไปยังเครื่องหมายซึ่งแสดงข้อความว่า

“ว่าง” เมื่อไม่มีผู้โดยสาร

ตัวอักษรคำว่าว่างบนเครื่องหมายดังกล่าว จะต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว

และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกทั้งเวลากลางวันและกลางคืน

(๑๑) ระบบเซนเซอร์ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(ก)

เป็นแบบใช้ใบพัดตัดลำแสงอินฟาเรดที่ส่งออกจากตัวส่งและรับโดยตัวรับใบพัดต่ออยู่ระหว่างสายวัดความเร็วกับเครื่องวัดความเร็วของรถ

(ข) ไม่มีวงจรอิเล็คทรอนิคอื่นใด นอกจากตัวส่งแสง

และตัวรับแสง

(ค) ระหว่างเซนเซอร์และมิเตอร์มีสายไฟได้เพียง ๓

เส้น เท่านั้น ๒ เส้นสำหรับเป็นกระแสไฟเลี้ยงและสายดิน (GROUND) ของตัวส่งแสงและรับแสง

ส่วนอีก ๑ เส้น สำหรับส่งสัญญาณกลับไปยังมิเตอร์

(ง) เมื่อสายวัดความเร็วหมุนไป ๑ รอบ

ใบพัดซึ่งมีเพียง ๑ ช่อง จะทำให้มีสัญญาณส่งกลับไปยังมิเตอร์เพียง ๑ พัลซ์ (PULSK)

เท่านั้น

(๑๒)[๒]

กรณีเซนเซอร์มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากที่กำหนดในข้อ ๕ (๑๑)

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER)

พิจารณาเห็นว่าคุณสมบัติของเซนเซอร์ดังกล่าวสามารถใช้งานได้ดีมีมาตรฐานเดียวกันหรือสูงกว่าที่กำหนดให้ใช้เซนเซอร์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากที่กำหนดดังกล่าวนั้นได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้คณะกรรมการพิจารณาการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI

METER) เป็นผู้พิจารณาตรวจสอบลักษณะและคุณสมบัติของมาตรค่าโดยสารที่ขอรับความเห็นชอบ

หากเห็นว่ามาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดใดมีคุณสมบัติเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดี

ให้เสนออธิบดีกรมการขนส่งทางบกเพื่อเห็นชอบต่อไป

กรณีคณะกรรมการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรค่าโดยสารที่ขอรับความเห็นชอบผู้ขอรับความเห็นชอบจะต้องจัดส่งเอกสารหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีความรู้ความสามารถให้คำชี้แจงหรือทดสอบการทำงานให้คณะกรรมการดูจนเป็นที่พอใจ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

มาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดใดที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบไปแล้วมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงวงจร

ชุดคำสั่ง (PROGRAM) ตลอดจนคุณสมบัติอื่นให้ผิดไปจากเดิมจะต้องยื่นขอรับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกก่อน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

มาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดใดที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบไปแล้วมีความบกพร่อง

คลาดเคลื่อน หรือมีลักษณะและประสิทธิภาพการทำงานแตกต่างไปจากมาตรค่าโดยสารตัวอย่างที่มอบให้กับกรมการขนส่งทางบก

ให้คณะกรรมการพิจารณาการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER)

เรียกผู้ขอรับความเห็นชอบนำมาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดดังกล่าวมาทดสอบเป็นการเพิ่มเติมหรือเสนออธิบดีกรมการขนส่งทางบกเพื่อยกเลิกการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้รองอธิบดี (ฝ่ายปฏิบัติการ)

กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

บรรเทิง วัฒนศิริธรรม

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXIMETER)

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕[๓]

สุรินทร์

/ แก้ไข

๒๑/๐๘/๒๕๔๔

ปฐมพร/อัปเดท

๑๘

กันยายน ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๔/หน้า ๑๐/๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๕

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ (๑๒) เพิ่มโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI

METER) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๔/หน้า ๑๔/๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๕

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER) พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3e4998173878ce85

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com