法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
72
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม

การประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

โดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕

พ.ศ.

๒๕๕๑

โดยที่ความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่

๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

บัญญัติให้ในกรณีที่เจ้าของรถหรือบริษัทไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยหรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไม่ครบจำนวนตามมาตรา

๒๓ (๑) หรือมาตรา ๒๓ (๕) แล้วแต่กรณี

เมื่อสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไปตามมาตรา

๒๕ แล้ว

ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเรียกเงินตามจำนวนที่ได้จ่ายไปนั้นคืนจากเจ้าของรถหรือบริษัท

แล้วแต่กรณี พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๒๐ ของจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้นที่จ่ายจากกองทุนส่งเข้าสมทบกองทุนอีกต่างหาก

และโดยที่คำสั่งของนายทะเบียนดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองกำหนดให้ชำระเงิน ดังนั้น

หากเจ้าของรถหรือบริษัทเพิกเฉยไม่ชำระค่าเสียหายเบื้องต้นพร้อมเงินเพิ่มคืนกองทุนตามคำสั่ง

นายทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งของนายทะเบียน

นายทะเบียนมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าของรถ

หรือบริษัทนั้น และขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้ตามมาตรา ๕๗

แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ดังนั้น

เพื่อให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าของรถหรือบริษัทและขายทอดตลาดดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ (๒) จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมการประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย

“นายทะเบียน” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมายให้เป็นนายทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

พนักงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำการยึด

อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินตามระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

“สำนักงาน” หมายความว่า

ฝ่ายบริหารทั่วไปและกองทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเขต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาค

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด

หรือหน่วยงานอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียวกัน แล้วแต่กรณี

“ผู้ประสบภัย” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง

หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น

และให้หมายความรวมถึงทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตายด้วย ทั้งนี้

ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

“ผู้ต้องชดใช้เงิน” หมายความว่า

เจ้าของรถหรือบริษัทผู้รับประกันภัยรถซึ่งอยู่ใต้บังคับของคำสั่งทางปกครองให้ชำระเงินคืนกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

“ยึด” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าหน้าที่

“อายัด” หมายความว่า

การสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่ายจ่าย โอน

หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้

รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สินหรือชำระหนี้แก่ผู้ต้องชดใช้เงิน

แต่ให้ส่งมอบหรือชำระหนี้ ต่อกองทุน

“การขายทอดตลาด” หมายความว่า

การนำเอาทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และให้หมายความรวมถึงผู้ทอดตลาดด้วย

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เลขาธิการเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ยึดหรืออายัดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ หนังสือเตือนให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน

คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน คำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน

คำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สิน และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ให้ใช้ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การส่งหนังสือ คำสั่ง

หรือประกาศตามระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามหมวด ๔ ว่าด้วยการแจ้ง

แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีนายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน

ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน

ให้นายทะเบียนมีหนังสือเตือนให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

โดยให้ระบุด้วยว่าถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน

เลขาธิการมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามข้อ ๘

ให้มีระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน

ในกรณีที่เห็นสมควร เลขาธิการอาจมีคำสั่งให้ย่นเวลาการใช้มาตรการบังคับทางปกครองให้น้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้

หมวด

การยึดทรัพย์สิน

ส่วนที่

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อถึงกำหนดเวลาที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดทรัพย์สินได้ตามมาตรา

๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้สำนักงานที่ได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยดำเนินการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินโดยไม่ชักช้าและประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามข้อ

๓๖ ถึงข้อ ๔๐ ในการนี้ อาจประสานงานกับสำนักงานในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่เพื่อช่วยดำเนินการให้ด้วยก็ได้

การสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ประสานงานกับกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของผู้ต้องชดใช้เงิน

ครอบครัวของผู้ต้องชดใช้เงิน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้

โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลำเนาเดิมที่เคยอยู่อาศัย สถานที่ที่เคยย้ายไปดำรงตำแหน่งหรือทำงาน

และภูมิลำเนาปัจจุบันด้วย

(๒)

ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของผู้ต้องชดใช้เงิน เช่น รถยนต์

รถจักรยานยนต์ เรือ หุ้น หรือหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์

โดยประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่จัดทำทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

(๓)

สืบหาทรัพย์สินอื่นของผู้ต้องชดใช้เงินในสำนักงาน บ้าน และที่อยู่อาศัยของผู้ต้องชดใช้เงินหรือจากครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินไว้ในความครอบครอง

(๔)

ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น

(๕)

ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้การสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล

ให้สำนักงานตามวรรคหนึ่งรายงานผลการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินให้เลขาธิการทราบทุกระยะสามเดือน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานตามข้อ ๑๐

รายงานการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของ ผู้ต้องชดใช้เงิน ดังต่อไปนี้

(๑)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเขต

ให้รายงานต่อฝ่ายบริหารทั่วไปและกองทุน

(๒) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด

ให้รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาค

หลังจากฝ่ายบริหารทั่วไปและกองทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาคได้ดำเนินการตามข้อ

๑๐ หรือได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอร่างคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปทำการยึดทรัพย์สิน

ร่างคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ร่างประกาศยึดทรัพย์สิน

หรือร่างคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี เพื่อให้เลขาธิการลงนาม

ทั้งนี้ถ้าทรัพย์สินตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ เลขาธิการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเจ้าหน้าที่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อเลขาธิการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่

คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้ส่งเรื่องคืนไปให้สำนักงานตามข้อ ๑๑ เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ถ้าในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินได้ระบุเฉพาะเจาะจงให้ยึดทรัพย์สินสิ่งใด

ให้เจ้าหน้าที่ยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ก่อนไปทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินหรือไม่

และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด พร้อมทั้งนำประกาศยึดทรัพย์สินไปด้วย

เพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการยึดทรัพย์สินโดยเร็วและให้นำคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน

กับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการยึดทรัพย์สิน เช่น ครั่งและตราตีครั่งไปด้วย

ทั้งนี้ จะมีพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้เจ้าหน้าที่และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ

๑๕

ดำเนินการยึดทรัพย์สินด้วยความสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น

ถ้ามีผู้ใดขัดขวางในการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงหรือว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีก

ก็ให้เจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินจนได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ

เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอย่างยิ่งจะทำการยึดทรัพย์สินในวันหยุดราชการก็ได้

โดยได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าหน้าที่แสดงคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินต่อผู้ต้องชดใช้เงินหรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน

ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าว ให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เพื่อให้พบและทำการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเท่าที่จำเป็นที่จะค้นสถานที่ใด ๆ

อันเป็นของผู้ต้องชดใช้เงินหรือได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้า

โรงงานหรือร้านค้าขาย เป็นต้น ที่จะยึดและตรวจสมุดบัญชี เอกสาร หรือแผ่นกระดาษ

และที่จะกระทำการใด ๆ ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้

หรือที่เก็บของอื่น ๆ แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เจ้าหน้าที่ยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินแต่เพียงพอกับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินพร้อมทั้งค่าธรรมเนียม

ค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาด

แต่ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา

เช่น ทำให้เปลี่ยนสภาพและราคาตกต่ำ

ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ก็ไม่ปรากฏด้วยแล้ว ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เจ้าหน้าที่ยอมไม่ยึดทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว

หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย

ให้เจ้าหน้าที่งดการยึดไว้ก่อน

แล้วรีบรายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

เมื่อยึดทรัพย์สินใดมาแล้ว

ปรากฏในภายหลังว่าทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่น

ให้เจ้าหน้าที่รายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์สินนั้นต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การยึดที่ดิน ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ได้เอกสารสิทธิในที่ดินหรือสำเนาซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดินรับรองเพื่อตรวจสอบจำลองแผนที่หลังโฉนดที่ดินว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่

หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว ให้บันทึกในรายการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพ

ทำเลที่ตั้ง และสิ่งอ้างอิงของที่ดินนั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่

ให้เจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้น ๆ ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร

เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิตามสัญญาเช่า เป็นต้น

ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร

พุทธศักราช ๒๔๗๕ การยึดที่ไร่นาซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาลจะยึดแต่ที่ดินไม่ยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติ

หรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น

ให้เจ้าหน้าที่จดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่ผู้ต้องชดใช้เงินจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของผู้ต้องชดใช้เงิน

เมื่อมีผู้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เก็บเกี่ยวและเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจัดการให้

เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ต้องชดใช้เงินทราบในขณะทำการยึด

แล้วจึงให้ทำการเก็บดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การยึดเรือน โรง

หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้เจ้าหน้าที่บันทึกในรายการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้น

ๆ เช่น พื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคา ใช้วัสดุชนิดใด

มีกี่ชั้น กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไร

ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่า ค่าเช่าเท่าใด เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การยึดย่อมครอบคลุมไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้เจ้าหน้าที่แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว

เช่น

(๑) การยึดสิ่งของ

ให้เจ้าหน้าที่ปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน

ถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ ก็ให้รวมไว้แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

(๒) การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือน โรง

หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ให้ปิดประกาศหรือทำเครื่องหมายไว้

(๓) การยึดสัตว์ สัตว์พาหนะ หรือปศุสัตว์

จะใช้สีทาที่เขาหรือที่ตัว หรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอ

หรือจะต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกประทับตราครั่งที่ประตูคอกก็ได้ แล้วแต่ จะเห็นสมควร

แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงการรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อได้ยึดเรือกำปั่น

เรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ เรือยนต์มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ

หรือสัตว์พาหนะ ให้เจ้าหน้าที่แจ้งการยึดทรัพย์สินนั้นไปยังกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีหรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ด้วย

แล้วแต่กรณี

กรณียึดทรัพย์สินอื่นที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์

เครื่องจักร ให้เจ้าหน้าที่แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกรายงานการดำเนินการโดยสังเขป

หากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก็ให้บันทึกไว้

แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ต้องชดใช้เงิน

ผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลที่อยู่ ณ ที่ยึดฟัง แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย

ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อ

ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อพร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่และพยานรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ห้ามยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอนหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนหรือเครื่องใช้สอยส่วนตัวโดยประมาณราคารวมกันตามที่กำหนดไว้ในมาตรา

๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ในกรณีเลขาธิการเห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา

๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้เป็นทรัพย์สินที่ห้ามยึดตามระเบียบนี้ก็ได้

ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของผู้ต้องชดใช้เงิน

(๒)

เครื่องมือหรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา

๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

แต่ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อเลขาธิการขออนุญาตใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็น

เพื่อดำเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าวแล้ว

ให้เลขาธิการมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร

(๓) วัตถุ เครื่องใช้

และอุปกรณ์ทจำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของผู้ต้องชดใช้เงิน

(๔)

ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมายหรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้

เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูล โดยเฉพาะจดหมายหรือสมุดบัญชีต่าง ๆ นั้น ถ้าจำเป็นอาจยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์แห่งการยึดทรัพย์สินได้

แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด

(๕) ทรัพย์สินของกสิกรตามมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร พุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้แก่

พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามสมควร พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัว

และครอบครัวตามฐานานุรูปสำหรับหนึ่งปี

สัตว์และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอแก่การดำเนินอาชีพต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้เจ้าหน้าที่จัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด

เช่น ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพ และราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น

ตามลำดับหมายเลขไว้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การจดบัญชีทรัพย์สิน ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย

จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เมื่อกระทำการยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว

ให้แจ้งรายการยึดและราคาประเมินให้ผู้ต้องชดใช้เงินทราบ

และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม

ให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทราบด้วย

หากไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคหนึ่งได้

ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ยึด หรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกินเจ็ดวัน

ถ้าทรัพย์สินที่ยึดเป็นที่ดินและห้องชุด

ให้เจ้าหน้าที่แจ้งการยึดนั้นให้เจ้าหน้าที่ที่ดินแห่งท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ทราบเพื่อบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ

ให้เจ้าหน้าที่รายงานการยึดทรัพย์สินพร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ยึดต่อเลขาธิการ

ส่วนที่

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การประเมินราคาที่ดิน

ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ประกอบกัน คือ

(๑) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาด

โดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใดเช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน

ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างใด

เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย ที่ชุมนุมชน อยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลองหรือไม่

รถยนต์เข้าถึงหรือไม่ หากเป็นที่ให้เช่า มีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

(๒) ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยขายทอดตลาดไปแล้ว

(๓) ราคาซื้อขาย หรือจำนอง

หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึด และของที่ดินข้างเคียง

(๔)

ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดิน

ให้ประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นที่ติดจำนองหรือจำนำ

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๓๖ และข้อ ๓๗

แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าจำนองหรือจำนำเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ หากเลขาธิการเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ประเมินไม่เหมาะสมหรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร

เลขาธิการมีอำนาจแก้ไขราคาประเมินได้เอง

หรือมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการประเมินราคาใหม่ หรืออาจขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคาให้

กรณีประเมินราคาตามคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สิน

ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย เมื่อได้มีการแก้ไขราคาประเมินแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่แจ้งราคาประเมินที่ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การประเมินราคาทรัพย์สินบางประเภท

หากมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญพิเศษ

หรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคา ให้เลขาธิการสั่งให้ดำเนินการได้

ส่วนที่

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สินโดยกล่าวอ้างว่าผู้ต้องชดใช้เงินไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ก่อนเอาทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาด

บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อเลขาธิการเพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องขอเช่นว่านั้น

ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของเลขาธิการ

เว้นแต่

(๑)

หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้เนิ่นช้า

เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องขอวางเงินต่อเลขาธิการในเวลาที่กำหนดตามจำนวนเงินที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายใด

ๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้น

ถ้าผู้ร้องขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านั้น ให้เลขาธิการยกคำร้องขอนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป

(๒)

ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง

หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้

เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชักช้า

ส่วนที่

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ทรัพย์สินที่ได้ยึดไว้แล้ว

ให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน แต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์

หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้าย

ให้มอบให้แก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

การมอบทรัพย์สินที่ได้ยึดไว้ให้แก่บุคคลอื่นดูแลรักษา

ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑)

ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินยอมรับรักษาทรัพย์สินที่ยึด

และเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นให้ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้

(๒)

ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด และเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นไว้ในความดูแลรักษาของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

(๓) ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ได้

เลขาธิการจะเช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึดและจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้เจ้าหน้าที่จดไว้ในรายการยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่าได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร

และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน

ค่าจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้ผู้รับดูแลรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทนก็ดี

หรือผู้ให้เช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินก็ดี

หรือผู้รับจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินก็ดี ทำหนังสือสัญญากับเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น

เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินที่ยึด

ให้เลขาธิการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกเรื่อง

หมวด

การอายัดทรัพย์สิน

ส่วนที่

วิธีการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เมื่อเห็นสมควรใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการอายัดทรัพย์สิน

ตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ในกรณีเลขาธิการมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการอายัดทรัพย์สินโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ภายใต้บังคับข้อ ๔๖ ในกรณีที่ยังไม่มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน

ให้สำนักงานตามข้อ ๑๑ หรือเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑๒ แล้วแต่กรณี รายงานการสืบหาทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินและขออนุญาตอายัดทรัพย์สิน

พร้อมทั้งเสนอร่างคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินเพื่อให้เลขาธิการลงนาม

เมื่อเลขาธิการอนุญาตและลงนามในคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้ส่งเรื่องคืนไปให้สำนักงานหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าว แล้วแต่กรณี

เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เจ้าหน้าที่อาจอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์

รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์เหล่านั้น หรือเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบหรือโอนหรือชำระให้แก่ผู้ต้องชดใช้เงิน

ในการอายัดดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิหรือรับรองสิทธิให้แก่ผู้ต้องชดใช้เงินในอันที่จะได้รับการส่งมอบหรือรับการโอนทรัพย์สินหรือสิทธิหรือได้รับการชำระเงินเช่นว่านั้น

ให้นำความในหมวด ๒ การยึดทรัพย์สิน ส่วนที่ ๑

วิธีการยึดทรัพย์สิน มาปฏิบัติกับวิธีการอายัดทรัพย์สินโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เจ้าหน้าที่ย่อมไม่อายัดทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว

หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

เมื่ออายัดทรัพย์สินใดแล้ว

ปรากฏในภายหลังว่าทรัพย์สินที่อายัดนั้นเป็นของบุคคลอื่น

หรือไม่มีความจำเป็นต้องอายัดทรัพย์สินนั้นต่อไปแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่รายงานให้เลขาธิการทราบ

เพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการอายัดทรัพย์สินนั้นต่อไป

72 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3e639c238e0d93d4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com