法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืม

ที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

๑.

เหตุผลในการออกประกาศ

เพื่อขยายขอบเขตการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงหรือมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

ให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับสภาวการณ์

ตลอดจนเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้มีความหลากหลายมากขึ้น

๒. อำนาจตามกฎหมาย

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๙ ทวิและมาตรา ๑๓ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕

และที่แก้ไขเพิ่มเติม อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ทั้งในฐานะที่เป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมและผู้ฝากหรือผู้ให้กู้ยืม

ตามข้อกำหนดในประกาศนี้

๓. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร

ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจ และธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

๔. เนื้อหา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑

ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง หมายถึง

ธุรกรรมดังต่อไปนี้

(๑)

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวขึ้นอยู่กับตัวแปรอ้างอิงที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าซึ่งไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยปกติ

(๒)

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์ตามประเภทและอัตราที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

หรือให้สิทธิผู้รับฝาก (หรือผู้กู้ยืม)

ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือผู้ฝาก (หรือผู้ให้กู้ยืม)

ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสกุลเงินและอัตราที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า

(๓)

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมที่จะขยายระยะเวลาหรือไถ่ถอนก่อนครบกำหนดตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา ทั้งนี้

ไม่รวมถึงเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมในการไถ่ถอนก่อนครบกำหนดตามประเพณีปฏิบัติตามปกติของตลาดตราสารทางการเงิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๓

การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงในฐานะที่มีเป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืม

ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถกระทำได้ภายในขอบเขตดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรในประเทศ

หรือให้สิทธิผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมที่จะขยายระยะเวลาหรือไถ่ถอนก่อนครบกำหนดตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา

กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่แนบประกาศนี้และบุคคลทั่วไปได้

โดยจะต้องมีการชำระคืนเงินต้นเต็มจำนวนให้แก่บุคคลดังกล่าวในฐานะผู้ฝากหรือเจ้าหนี้

(๒)

ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรต่างประเทศหรืออัตราแลกเปลี่ยน

กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่แนบประกาศนี้

หรือบุคคลที่มีภาระที่จะต้องส่งมอบหรือรับมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคตได้

โดยจะต้องมีการชำระคืนเงินต้นเต็มจำนวนให้แก่บุคคลดังกล่าวในฐานะผู้ฝากหรือเจ้าหนี้

ทั้งนี้

การรับฝากเงินหรือกู้ยืมเงินจากบุคคลที่มีภาระที่จะต้องส่งมอบหรือรับมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคต

ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนหรืออัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศเป็นตัวแปรอ้างอิงเท่านั้น

และต้องเรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงภาระการส่งมอบหรือรับมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคตประกอบด้วย

(๓)

ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์ตามประเภทและอัตราที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า

กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่แนบประกาศนี้ได้

(๔) ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ซึ่งให้สิทธิผู้รับฝาก (หรือผู้กู้ยืม) ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

หรือผู้ฝาก (หรือผู้ให้กู้ยืม)

ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสกุลเงินและอัตราที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าได้

เฉพาะกับสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

หรือบุคคลที่มีภาระที่จะต้องส่งมอบเงินตราต่างประเทศสกุลที่กำหนดในสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินแฝงในอนาคตเท่านั้น

(๕)

ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในประกาศฉบับนี้

กับผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศได้

ทั้งนี้

การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงตาม (๑)-(๔)

ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำ ๑๐ ล้านบาทหรือเทียบเท่า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๔ การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงในฐานะที่เป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืม

ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติเกี่ยวกับสกุลเงินในการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้

(๑)

กรณีธุรกรรมที่ทำกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ให้ทำเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น

ยกเว้นการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

หรือบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่สามารถฝากเงินตราต่างประเทศไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตได้ตามกฎหมายและระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ให้ทำเป็นสกุลเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้

(๒) กรณีธุรกรรมที่ทำกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident)

ให้ทำเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

เว้นแต่เป็นการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาแลกเป็นเงินบาทเพื่อฝากเงินหรือลงทุนในตราสารทางการเงินที่ออกในประเทศให้สามารถทำได้ ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดกับมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๕

กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

กับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ

เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศต้องทำในรูปเงินฝากในบัญชีเท่านั้นและต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๖

ในการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

นั้น ธนาคารพาณิชย์สามารถคำนวณและจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับตัวแปรใดตัวแปรหนึ่ง

หรือกลุ่มของตัวแปร ดังต่อไปนี้

(๑)

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงภายในประเทศ

(๒)

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในต่างประเทศ

(๓)

ราคาเฉลี่ยของกลุ่มหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(๔)

ราคาเฉลี่ยของกลุ่มหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

(๕)

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

(๖) ดัชนีทางการเงิน

(๗)

ตัวแปรอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๗ ดัชนีทางการเงินตามข้อ ๔.๖ (๖)

ที่ธนาคารพาณิชย์จะนำมาใช้เป็นตัวแปรอ้างอิงในการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรได้

จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) เป็นดัชนีทางการเงินที่เกิดจากการคำนวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กำหนดไว้ในข้อ

๔.๖ หรือราคาหลักทรัพย์

(๒)

เป็นดัชนีทางการเงินที่พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ

(๓)

เป็นดัชนีทางการเงินที่นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล

(๔)

เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน

ผ่านสื่อที่เสนอข่าวที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ และ

(๕)

เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการกำหนดวิธีการคำนวณไว้อย่างชัดเจน

โดยมีการระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นำมาใช้ในการคำนวณ ทั้งนี้

ตัวแปรและปัจจัยที่นำมาใช้ในการคำนวณดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ

โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร

ปัจจัยหรือดัชนีทางการเงินนั้นได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๘

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งมีการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์จะต้องกระทำภายในขอบเขต

ดังนี้

(๑)

กรณีหลักทรัพย์เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ

หากทำธุรกรรมกับผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

ต้องทำกับคู่สัญญาที่เป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในหนังสือของธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สกง. (๐๕) ว.๓/๒๕๔๖ เรื่อง

การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒

กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดยมีข้อจำกัดในเรื่องประเภทหลักทรัพย์วงเงินและการขายหลักทรัพย์ต่อ

ตามหนังสือฉบับที่กล่าว

หรือหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเป็นรายกรณี

โดยถือเสมือนหนึ่งเป็นการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

(๒)

กรณีหลักทรัพย์เป็นสกุลเงินบาท หลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องเป็นตั๋วเงินคลัง

พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและหุ้นกู้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

หรือตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment

Grade) โดยเป็นตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับ BBB

หรือเทียบเท่าขึ้นไปจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

หรือหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๙

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ซึ่งให้สิทธิผู้รับฝาก (หรือผู้กู้ยืม) ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

หรือผู้ฝาก (หรือผู้ให้กู้ยืม)

ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสกุลเงินและอัตราที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้ากับบุคคลที่มีภาระที่จะต้องส่งมอบเงินตราต่างประเทศสกุลที่กำหนดในสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินแฝงในอนาคต

ต้องเรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงภาระการส่งมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคต ทั้งนี้ จำนวนเงินตราต่างประเทศ

และวันครบกำหนดของธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมดังกล่าวต้องไม่เกินจำนวนเงินและกำหนดการชำระเงินตามเอกสารหลักฐาน

และไม่ให้นำเอกสารแสดงภาระดังกล่าวไปใช้ในการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงซ้ำซ้อน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๐

ห้ามธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงเกินวงเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๑

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงในฐานะที่เป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืม

จะต้องมีการชี้แจงให้ผู้ฝากหรือเจ้าหนี้เข้าใจเกี่ยวกับลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนพร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าผู้ฝากหรือเจ้าหนี้มีความเข้าใจความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๒ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงต้องชี้แจงเงื่อนไขและวิธีการคำนวณและการจ่ายชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทน

และการคิดค่าปรับในกรณีที่ลูกค้าต้องการถอนเงินฝากหรือเรียกคืนเงินให้กู้ยืมก่อนครบกำหนดสัญญา

ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนตกลงทำสัญญา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๓

การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงหากมีการออกบัตรเงินฝากหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้

จะต้องระบุเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือยกเว้นในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกสามารถควบคุมดูแลการโอนเปลี่ยนมือให้อยู่ภายในกลุ่มผู้ลงทุนตามข้อกำหนดที่ระบุในข้อ

๔.๓ ธนาคารพาณิชย์อาจไม่กำหนดเงื่อนไขการห้ามเปลี่ยนมือดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๔

ธนาคารพาณิชย์สามารถทำการป้องกันความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงได้ทั้งกับสถาบันการเงินภายในประเทศและภายนอกประเทศ

แต่การป้องกันความเสี่ยงกับสถาบันการเงินภายนอกประเทศจะต้องเป็นการทำธุรกรรมที่ไม่ขัดกับมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๕

ธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสอดคล้องกับการทำธุรกรรมดังนี้

(๑) คณะกรรมการธนาคาร

หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ)

จะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

โดยคณะกรรมการย่อยและผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าวจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมดังกล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีและจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบอย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

(๒)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกรรม

การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

และการควบคุมภายในไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

โดยนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง

(ในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ)

หรือคณะกรรมการย่อยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าว

(๓)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ (Risk

Management Unit) เพื่อทำหน้าที่ประเมิน ติดตาม ควบคุม

ตรวจสอบดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารพาณิชย์นั้น

และมีการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการธนาคารผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศหน่วยงานบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

โดยจะต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

(๔)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีบุคลากรเพียงพอที่จะรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอ

(๕) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีมาตรการในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพ

สามารถสะท้อนและรองรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกรรม ทั้งนี้

ให้เน้นประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest

rate Risk) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

(Foreign Exchange Risk) ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุน (Equity

Price Risk) ความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการประกอบธุรกรรม Options

เช่น Delta Vega Gamma Theta และ Rho

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) และความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ซึ่งรวมถึง

Pre-settlement Risk และ Settlement Risk

โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบที่ใช้ในการวัดความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและความเสี่ยงแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

ถูกต้องและแม่นยำ และมีการนำระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติ

มีการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark to

Market) ที่เหมาะสม ชัดเจน และสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง

และมีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของยอดคงค้าง ณ ทุกสิ้นวันทำการ

มีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Limits)

ให้มีความเหมาะสมกับระบบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ลักษณะการดำเนินงาน

และฐานะเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้นมีการทดสอบประสิทธิภาพ

ความถูกต้องและแม่นยำของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น

มีการทดสอบ Back Test และมีการทดสอบ Stress Test ของแบบจำลอง

Value at Risk อย่างสม่ำเสมอ

(๖)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีระบบควบคุมภายในที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพียงพอ เหมาะสม

มีระเบียบและวิธีปฏิบัติในการควบคุมภายในที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร

มีการกำหนดโครงสร้างการควบคุมและมีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างหมาะสม

มีการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ

รวมทั้งมีการจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรายงานความเสี่ยงและการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ)

โดยหน่วยงานดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

(๗)

ธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับกลุ่มของตัวแปร

หรือมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนีทางการเงิน

หรือมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรตัวใดตัวหนึ่งในกลุ่มของตัวแปรที่กำหนดไว้ในสัญญาโดยไม่มีการกำหนดแน่ชัดว่าเป็นตัวแปรใดในกลุ่มตั้งแต่วันเริ่มต้นของสัญญาแต่กำหนดเป็นเงื่อนไขแทนซึ่งไม่ได้มีการบริหารความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยการทำธุรกรรมในส่วนของอนุพันธ์ทางการเงินที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการแต่เป็นฐานะตรงกันข้าม

(Back to back) ต้องมีมาตรการและระบบ ดังต่อไปนี้

ก.

ระบบข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ทิศทางและแนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตัวแปรแต่ละประเภทที่ใช้อ้างอิง

เช่น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาหลักทรัพย์ เป็นต้น

ข.

ระบบบริหารการลงทุนในลักษณะ Portfolio Model ที่สามารถวิเคราะห์จัดสรรอัตราส่วนการลงทุนในตัวแปรแต่ละประเภท

(Asset Allocation)

เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

โดยแบบจำลองที่กล่าวจะต้องสามารถวัดและคาดการณ์ผลตอบแทนจากการลงทุนในตัวแปรแต่ละประเภทและผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในลักษณะ

Portfolio ได้อย่างน้อยทุกวัน

รวมทั้งจะต้องครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation)

ระหว่างตัวแปรที่ใช้อ้างอิงด้วย

ค.

มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการวิเคราะห์ ทบทวน และปรับอัตราส่วน (Re-Balance)

ของการลงทุนในตัวแปรแต่ละประเภท (Asset Allocation) ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ

ทิศทางของภาวะตลาดเงิน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้

รวมทั้งทำให้การลงทุนดังกล่าวมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนที่จะจ่ายให้กับผู้ลงทุน

ณ งวดการจ่ายดอกเบี้ย หรือ ณ วันครบกำหนด อย่างต่อเนื่อง

ง. ระบบงานสำหรับวัด

ติดตาม

และควบคุมความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมดังกล่าวให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

(Limit) อย่างน้อยทุกวัน

โดยระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการทำธุรกรรม

Options ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นกลุ่มของสินทรัพย์ เช่น Vega

Delta Gamma และ Cross-Delta ระหว่างตัวแปรที่ใช้อ้างอิงด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๖

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงโดยทั่วไปจะประกอบด้วย

๒ ส่วนหลัก คือ ส่วนที่เป็นเงินฝากหรือเงินกู้ยืม

และส่วนที่เป็นอนุพันธ์ทางการเงิน

ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมดังกล่าวต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เป็นอนุพันธ์ทางการเงินและธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง[๑] (Hedging

Instruments) (ถ้ามี) ทุกสิ้นเดือน และนำผลขาดทุนสุทธิจากการประเมินมูลค่าดังกล่าวมาทดลองหักออกจากตัวเลขเงินกองทุนของเดือนที่รายงานล่าสุดหากปรากฏว่ามีผลทำให้เงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ต่ำกว่าเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงตามกฎหมาย

ห้ามธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม และเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๗

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงจะต้องดำเนินการแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อมีการนำเสนอตัวแปรอ้างอิงที่เป็นดัชนีทางการเงินใดเป็นครั้งแรก

หรือมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะธุรกรรมในรายละเอียด

หรือทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับกลุ่มของตัวแปรเป็นครั้งแรก

หรือมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในการทำธุรกรรมดังกล่าว ทั้งนี้

จะต้องดำเนินการภายใน ๗ วันทำการนับจากวันที่ทำธุรกรรมดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๘ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรม

ได้แก่ เลขที่อ้างอิง วันที่ทำธุรกรรม ประเภทธุรกรรม คู่สัญญา ฐานะการทำธุรกรรม

(รับฝาก/กู้ยืม หรือฝาก/ให้กู้ยืม) ตัวแปรอ้างอิง อนุพันธ์ทางการเงินแฝง

สกุลเงินของธุรกรรมจำนวนเงิน จำนวนเงินเป็นสกุลบาทเทียบเท่า Delta

Equivalent วันครบกำหนดในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์

และจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจำทุกเดือนภายใน ๒๑ วันนับจากวันสิ้นเดือน

ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งผ่านทางระบบบริหารข้อมูลหรือไม่ก็ตาม

ตลอดจนจัดเก็บหลักฐานในการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เองเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ

หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๙

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงจะต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย

และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกรรมนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดรวมทั้งกฎหมายและระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

และมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒๐

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ต้องเปิดเผยข้อมูลและบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีและวิธีปฏิบัติของสากล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒๑

ให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

เป็นเงินฝากในแบบรายงานทุกรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ไม่ว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นในรูปแบบของการรับฝากเงินหรือการกู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒๒

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเสมือนว่าธุรกรรมเงินกู้ยืมดังกล่าวเป็นธุรกรรมเงินฝากประเภทหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒๓ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ซึ่งให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์

จะต้องรายงานการประกอบธุรกรรมการซื้อสิทธิที่จะขายหรือขายสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ที่แฝงอยู่กับการรับเงินฝากหรือการกู้ยืมเงิน

ให้ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย (Thai

Bond Dealing Center

(TBDC)) โดยมีรายละเอียดตามที่ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้กำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒๔

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ซึ่งให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศกับผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

จะต้องจัดทำรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมการซื้อสิทธิที่จะขายหรือขายสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศตามแบบรายงานการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศที่กำหนดในหนังสือของธนาคารแห่งประเทศไทยที่

สกง. (๐๕) ว.๓/๒๕๔๖ เรื่อง

การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒

กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยถือเสมือนหนึ่งเป็นการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒๕

การทำธุรกรรมดังกล่าวของสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศให้อยู่ภายในหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ในข้อ

๔.๑๕ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔.๑๖ ถึง ๔.๒๑ ของประกาศฉบับนี้ด้วย

๕.

วันเริ่มต้นการถือปฏิบัติ

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๒]

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

เอกสารแนบประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรม

เงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ลงวันที่

๔ สิงหาคม ๒๕๔๗

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

ศุภชัย/พิมพ์

๑๙ ตุลาคม

๒๕๔๗

ศุภสรณ์/ธัญกมล/ตรวจ

พฤศจิกายน ๒๕๔๗

A+B

[๑] ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าเป็นธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง

(Hedging)

[๒] รก.๒๕๔๗/พ๘๘ง/๓๕/๖ สิงหาคม

๒๕๔๗

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3e66f3a7dc7f3bba

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com