มาตรา ๒๙ ว่า มาตรา ๒๘ ข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรมนั้น เป็นผู้พิพากษาฝ่ายตุลาการอันได้มีพระบรมราชโองการตั้งให้เป็นข้าหลวงพิเศษ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบังคับอรรถคดีแพ่งกรณีอาชญาและตรวจตราระเบียบราชการศาลแนะนำครอบงำผู้พิพากษาตุลาการได้ทั่วทุกหัวเมืองมณฑลในพระราชอาณาจักร ฯ มาตรา ๒๙ ข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรม มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบังคับคดีหรือตรวจจัดราชการศาลในหัวเมืองมณฑลโดยได้รับท้องตราเสนาบดีเจ้ากระทรวงยุติธรรมดำเนิรพระบรมราชโองการ ตั้งแต่งให้เป็นข้าหลวงออกไปเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาบังคับ
คดีฉเพาะเรื่อง หรือตรวจตราบังคับคดีได้ฉเพาะศาลแขวง ศาลเมือง ศาลมณฑลหรือจะมิได้ต้องออกไปเองแต่ให้มีอำนาจครอบงำการพิจารณาบังคับฉเพาะคดีหรือฉเพาะศาลเมืองหรือศาลมณฑลนั้นก็ได้ คดีซึ่งข้าหลวงพิเศษได้พิจารณาพิพากษาพร้อมด้วยผู้พิพากษาศาลหนึ่งศาลใดรวมเป็นคณะตั้งแต่ ๒ นายขึ้นไปนั้นห้ามมิให้คู่ความร้องอุทธรณ์ ให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาทีเดียว
ประกาศตั้งตำแหน่งข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๔๗๒
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรม
ราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า
ทรงพระราชดำริห์ บัดนี้สมควรจะตั้งตำแหน่งข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรม
ขึ้นไว้ประจำ เพื่อดำเนิรการและตรวจตราศาลยุติธรรมทั้งหลาย ตามความในพระธรรมนูญศาลยุติธรรมให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งตำแหน่งข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรม
ขึ้นไว้ประจำ ๓ ตำแหน่ง และจะทรงเลือกสรรจากบรรดาผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมตั้งขึ้น
เป็นครั้งคราว
ข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรมซึ่งได้ตั้งขึ้นตามความในวรรคก่อนนี้ ให้มีกำหนดเวลาอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๓ ปี เมื่อครบกำหนดแล้วเป็นอันพ้นจากตำแหน่งไปเอง แต่จะทรง
พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งซ้ำอีกก็ได้ ให้ข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรมนี้ มีอำนาจและหน้าที่ภายในบังคับแห่งบทพระธรรมนูญศาลยุติธรรมตามที่เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมจะได้ออกท้องตราสั่งไปนั้น
ให้เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าหน้าที่จัดการให้สำเร็จตลอดไปตาม
กระแสพระบรมราชโองการนี้
ประกาศมา ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๒ เป็นปีที่ ๕ ใน
รัชกาลปัจจุบัน