ประกาศศูนย์รักษาความสงบ
ประกาศศูนย์รักษาความสงบ
ฉบับที่ ๗/๒๕๕๗
เรื่อง
แจ้งเตือนและขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงงดเว้นเสนอข่าวที่เป็นการยั่วยุและส่งเสริม
ให้มีการกระทำผิดตามการปลุกระดมหรือชี้นำของแกนนำ
กปปส.[๑]
ตามที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร
จังหวัดนนทบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ แล้ว นั้น
เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ
สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติได้โดยเร็วและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ และข้อ ๖ ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ ประกอบมาตรา ๑๑
แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม
พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกอบกับคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ ๒/๒๕๕๗ เรื่อง
แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ
และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ ๒๑
มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ จึงออกประกาศแจ้งเตือนและขอความร่วมมือ ดังนี้
โดยที่ปรากฏว่า ในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าว
การชุมนุมเรียกร้องของแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(กปปส.) ซึ่งมีการกระทำที่ล่วงละเมิดต่อกฎหมายหลายเรื่องหลายกรณี
ยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายและก่อความไม่สงบในบ้านเมือง
มีการปิดการจราจรในถนนสำคัญ บุกรุกและยึดสถานที่ราชการหลายแห่ง ไล่ข้าราชการ
พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกจากสถานที่ราชการ ตัดน้ำตัดไฟ
ขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
ก่อให้เกิดความวุ่นวายและนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ
และการกระทำเหล่านี้ล้วนแล้วเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย
ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีสื่อมวลชนบางแห่งได้เสนอข่าวการชุมนุมที่มีลักษณะเป็นการยั่วยุและส่งเสริมให้มีการกระทำผิดตามการปลุกระดมหรือชี้นำของแกนนำ
กปปส. การกระทำดังกล่าวจึงเป็นความผิดต่อกฎหมาย
ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
มีอำนาจหน้าที่สั่งปิดหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ
และการเผยแพร่สื่อสารด้วยวิธีอื่น ๆ รวมทั้งการยึดอายัดทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ใช้กระทำผิดด้วย อย่างไรก็ดี ในชั้นนี้ ศูนย์รักษาความสงบจึงขอแจ้งเตือนและขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงงดเว้นการเสนอข่าวสารหรือทำให้ปรากฏแพร่หลายซึ่งข่าวสารที่มีข้อความและเนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร
เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ศูนย์รักษาความสงบหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากสื่อมวลชนทุกแขนงและขอขอบคุณมา
ณ โอกาสนี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ร้อยตำรวจเอก
เฉลิม อยู่บำรุง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๐ กุมภาพันธ์
๒๕๕๗
อุษมล/ผู้ตรวจ
๒๖ กุมภาพันธ์
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๐ ง/หน้า ๒๒/๒๘ มกราคม ๒๕๕๗