法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 1 /2557 ว่าด้วยมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชำระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สรข. 1 /2557

ว่าด้วยมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกระเบียบ

ความเสี่ยงด้านการชําระดุล (Settlement Risk) ในระบบการชําระเงินที่มีลักษณะการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่าย (Multilateral Net Settlement) เป็นความเสี่ยงที่สําคัญประการหนึ่งของระบบการชําระเงิน เนื่องจากหากเกิดกรณีที่มีสมาชิกรายใดรายหนึ่งประสบมีเงินในบัญชีไม่เพียงพอต่อการชําระดุล และจําเป็นต้องดําเนินการคํานวณดุลการหักบัญชีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยไม่นําข้อมูลเรียกเก็บและที่ถูกเรียกเก็บของสมาชิกที่ชําระดุลไม่ได้มาคํานวณด้วยหรือที่เรียกว่าการ Unwind จะมีผลกระทบให้สมาชิกอื่นไม่ได้รับชําระหนี้เต็มจํานวน และอาจมีฐานะยอดขาดดุลการหักบัญชีเพิ่มขึ้นจากการคํานวณดุลใหม่นั้น จนอาจส่งผลให้สมาชิกอื่นไม่มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการชําระดุลตามยอดดุลการหักบัญชีที่คํานวณใหม่ และอาจเป็นเหตุให้จําเป็นต้องดําเนินการ Unwind สมาชิกรายอื่นต่อไปเป็นลูกโซ่ ก่อให้เกิด Systemic Risk ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบสถาบันการเงินและผู้ใช้บริการระบบการชําระเงินทั้งในระดับภาคธุรกิจและประชาชนเป็นวงกว้าง

ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงพิจารณาให้มีมาตรการจัดการความเสี่ยงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริการโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย โดยกําหนด "มาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต (Securities Requirement for Settlement: SRS)" ให้สถาบันผู้ส่งคําสั่งและสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่เป็นผู้ใช้บริการบาทเนตปฏิบัติ เพื่อลดความเสี่ยงด้าน Settlement Risk และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าอย่างน้อยที่สุดการชําระดุลในลักษณะ Net Settlement ที่ดําเนินการผ่านระบบบาทเนตจะสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ตามกําหนดเวลา แม้ในกรณีสมาชิกที่มียอดขาดดุลสูงสุด 1 ราย ไม่สามารถชําระดุลได้

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามมาตรา 44 และมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันผู้ส่งคําสั่งและสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินตามระเบียบนี้

อื่นๆ - 4. เนื้อหา

บททั่วไป

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในประกาศนี้

"ธปท." หมายถึง ธนาคารแห่งประเทศไทย

"บาทเนต" หมายถึง ระบบบาทเนต ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริการบาทเนต

"สถาบันผู้ส่งคําสั่ง" หมายถึง ผู้ใช้บริการบาทเนตที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ให้ใช้บริการโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่ายและได้รับมอบอํานาจจากสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินให้เป็นตัวแทนในการส่งคําสั่งโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่ายเพื่อดําเนินการกับบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ ธปท. ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยบริการโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย

"สถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน" หมายถึง ผู้ใช้บริการบาทเนตที่โอนเงินหรือรับโอนเงินตามคําสั่งโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย ไม่ว่าจะโอนเงินหรือรับโอนเงินในนามตนเองหรือในฐานะเป็นตัวแทนผู้อื่น ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยบริการโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย

"สถาบันผู้ให้หลักประกัน" (Collateral Provider: CP) หมายถึง สถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน ที่มีข้อตกลงในการจัดให้มีตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเพื่อดํารงไว้ตามระเบียบฉบับนี้แทนสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินอื่น ทั้งนี้ สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่จะให้บริการเป็นสถาบันผู้ให้หลักประกันได้ ควรมีผลการดําเนินงานดี มีเงินกองทุนแข็งแกร่ง และมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี

"ตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ" หมายถึง ตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันสําหรับการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต (Securities Requirement for Settlement: SRS) ที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันดํารงไว้ตามระเบียบนี้ ซึ่งต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(1) เป็นตราสารหนี้ประเภทดังต่อไปนี้

(1.1) ตั๋วเงินคลัง ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และพันธบัตรรัฐบาล

(1.2) หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่ ธปท. กําหนด ที่กระทรวงการคลังค้ําประกันเงินต้นและดอกเบี้ย

(1.3) หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารหนี้อื่นใดที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่ ธปท. กําหนด ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ําประกันเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ตราสารหนี้ดังกล่าวหรือผู้ออกต้องได้รับการจัดอันดับเครดิตไม่ต่ํากว่า AAA จาก TRIS หรืออันดับเครดิตที่เทียบท่าจากสถาบันจัดอันดับเครดิตที่ ปท. กําหนด หรืออันดับเทียบเท่ากับที่ให้กับรัฐบาลไทยจาก S&P หรือ Moody's

(1.4) พันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(1.5) พันธบัตร ธปท. พันธบัตรออมทรัพย์ ธปท.

(1.6) พันธบัตรหรือตราสารหนี้อื่นใดที่ ธปท. เห็นสมควร

(2) สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และปราศจากภาระผูกพัน

(3) สามารถคํานวณมูลค่าตามราคาตลาดได้

(4) มีอายุคงเหลือไม่น้อยกว่า 2 วันทําการก่อนวันปิดพักทะเบียน ทั้งนี้ วันปิดพักทะเบียน หมายถึง ระยะเวลาที่กําหนดห้ามการโอน การจํานํา หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด หรือตามประกาศการจําหน่ายตราสารหนี้แต่ละรุ่น

(5) หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารหนี้อื่นใดที่ ธปท. ไม่ได้เป็นนายทะเบียน ให้ถือว่าวันทําการหนึ่งวันก่อนวันปิดพักทะเบียนจ่ายดอกเบี้ยของหุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารหนี้อื่นใดนั้นไม่มีคุณสมบัติเป็นตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ

"ฐานะขาดดุลสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้น" (Potential Debit Position: PDP) หมายถึง มูลค่าขาดดุลสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นของแต่ละสถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน ตามวิธีการคํานวณที่ ธปท. ประกาศกําหนด

"คําสั่งโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย" (Multilateral Funds Transfer: MFT) หมายถึง คําสั่งที่สถาบันผู้ส่งคําสั่งส่งผ่านระบบชําระดุลกลางเพื่อเข้าทําการชําระดุลของธุรกรรมการชําระเงินประเภทต่าง ๆ ระหว่างสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินในระบบบาทเนต ซึ่งมีผลเป็นการสั่งโอนเงินและรับโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากตามดุลสุทธิของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยบริการโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย

"ตราสารหนี้เพื่อเงินสภาพคล่องระหว่างวัน" (Intraday Liquidity Facilities: ILF) หมายถึง ตราสารหนี้ของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ฝากไว้กับ ธปท. ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับซื้อตราสารหนี้โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนเพื่อเป็นเงินสภาพคล่องระหว่างวัน

"ศูนย์รับฝาก" หมายถึง บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด หรือหน่วยงานอื่นใดที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้น หรือได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประกอบการเป็นศูนย์กลางการให้บริการรับฝากและถอนหลักทรัพย์

"บัญชีตราสารหนี้ของ ธปท. เพื่อการบริหารหลักประกัน" หมายถึง บัญชี ตราสารหนี้ที่ ธปท.เปิดไว้ที่ศูนย์รับฝากในฐานะที่ ธปท. ถือตราสารหนี้แทนสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกัน เพื่อประโยชน์ในการบริหารหลักประกันและการทําธุรกรรมกับ ธปท.

"บัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ" หมายถึง บัญชีย่อยตราสารหนี้ของแต่ละสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันภายใต้ระบบงานและการดูแลของ ธปท. เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามระเบียบนี้

"บัญชีเงินฝาก" หมายถึง บัญชีเงินฝากกระแสรายวันหรือบัญชีชําระเงินซึ่งสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันเปิดไว้กับ ธปท.

"หลักประกันร่วม" หมายถึง ตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ์ในส่วนที่ใช้เป็นหลักประกันร่วมกันระหว่างสถาบันผู้ให้หลักประกันและสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่มีข้อตกลงใช้บริการของสถาบันผู้ให้หลักประกัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ธปท. ประกาศกําหนด

"บริการ EFS " หมายถึง บริการตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้บริการด้านการเงินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Financial Services)

"คอมพิวเตอร์แม่ข่าย" หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์บาทเนตของ ธปท.

"คอมพิวเตอร์ลูกข่าย" หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์ของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน ที่ใช้เชื่อมโยงกับบาทเนตของ ธปท. ได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์สําหรับการส่งข้อความผ่านสวิฟท์หรือบริการ EFS หรือระบบงานคอมพิวเตอร์อื่นที่เชื่อมโยงเพื่อการรับส่งข้อมูลโดยตรงกับระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของ ธปท. (Host to Host)

"กระบวนการเพื่อความปลอดภัยในการรับและส่งข้อความ" หมายถึง กระบวนการเพื่อความปลอดภัยของสวิฟท์หรือบริการ EFS หรือระบบงานคอมพิวเตอร์อื่นที่เชื่อมโยงเพื่อการรับส่งข้อมูลโดยตรงกับระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของ ธปท. (Host to Host) ที่ ธปท. นํามาใช้ในการดําเนินการมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต ภายใต้บริการบาทเนตเพื่อ

(1) ยืนยันว่าข้อความที่ ธปท. หรือสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินส่งผ่านบาทเนตเป็นข้อความของ ธปท. หรือสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินจริง ซึ่งผู้ส่งข้อความจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

(2) ยืนยันว่าข้อความที่ ธปท. หรือสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินได้รับผ่านบาทเนต เป็นข้อความเดียวกับที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือ ธปท. ได้ส่งจริง

(3) สามารถทําการพิสูจน์ตัวตน (Authentication) และยืนยันว่าผู้ปฏิบัติงานในบาทเนตเป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิในการปฏิบัติงานจริง

(4) ให้ตรวจสอบความครบถ้วนของจํานวนข้อความที่ส่งผ่านบาทเนตได้

(5) ป้องกันมิให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องล่วงรู้ข้อความที่แท้จริงในการรับและส่งข้อความระหว่างคอมพิวเตอร์แม่ข่ายกับคอมพิวเตอร์ลูกข่าย

(6) มีระบบการบันทึกหลักฐานเกี่ยวกับข้อความที่รับส่ง

"มาตรการรักษาความปลอดภัย" หมายถึง มาตรการในการป้องกันมีให้บุคคลซึ่งไม่ได้รับ

มอบหมายเข้าใช้คอมพิวเตอร์ลูกข่าย

สถาบันผู้ส่งคําสั่งและสถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 สถาบันผู้ส่งคําสั่งและสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดการความเสี่ยงที่ ธปท. กําหนดตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ก่อนถึงกําหนดเวลาเริ่มดําเนินการตามมาตรการจัดการความเสี่ยงตามระเบียบนี้ให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินดําเนินการ ดังนี้

(1) ทําหนังสือแสดงความตกลงในการปฏิบัติตามมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต ตามแบบที่ ธปท. กําหนด

(2) ทําหนังสือมอบอํานาจให้ ธปท. ดําเนินการกับตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ

(3) ทําหนังสือมอบอํานาจตามแบบที่ ธปท. กําหนด

(4) ทําเอกสารตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้บริการด้านการเงินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Financial Services) ได้แก่ หนังสือแสดงความตกลงใช้บริการด้านการเงินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หนังสือแต่งตั้งผู้รับรอง (Certifier) หนังสือแต่งตั้งผู้มีอํานาจลงนามแต่งตั้งผู้รับรอง หนังสือแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงาน (Officer)

ในกรณีที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินเป็นผู้ใช้บริการด้านการเงินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ข้างต้นอยู่ก่อนแล้ว ให้จัดทําเฉพาะหนังสือแต่งตั้งผู้รับรอง (Certifier) และหนังสือแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงาน (Officer) เท่านั้น

(5) ทําเอกสารอื่น ๆ ตามที่ ธปท. กําหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยและระบบการควบคุมภายในตามมาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไป

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินยอมรับในประสิทธิภาพ ขอบเขตความสามารถและข้อจํากัดของกระบวนการเพื่อความปลอดภัยในการรับส่งข้อความและยอมรับว่าการดําเนินการมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนตภายใต้บริการบาทเนตมีมาตรการที่รัดกุมเพียงพอสําหรับป้องกันความผิดพลาดและการทุจริตต่าง ๆ แล้ว

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต้องรักษาไว้เป็นความลับซึ่งกระบวนการเพื่อความปลอดภัยในการรับส่งข้อความ สิ่งที่บรรจุข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องด้วยกระบวนการนั้น คู่มือการใช้งาน เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเท่าที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงาน

สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต้องเก็บรักษาข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องด้วยกระบวนการเพื่อความปลอดภัยในการรับส่งข้อความและคู่มือการใช้งานมิให้สูญหาย

ในกรณีที่มีการเปิดเผยหรือสูญหาย สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต้องแจ้ง ธปท. ทราบโดยพลัน

การดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ในแต่ละวันทําการ สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต้องจัดให้มีตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเพื่อดํารงไว้ไม่น้อยกว่าฐานะขาดดุลสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดํารงตราสารหนี้ที่ ธปท. ประกาศกําหนด โดยสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินสามารถนําตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิไปใช้ประโยชน์อื่นได้เฉพาะตามที่กําหนดในระเบียบนี้ และห้ามนําไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น

ทั้งนี้ หากภายหลังจากการกําหนดฐานะขาดดุลสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้นตามวรรคหนึ่งปรากฏว่า สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินใดมีความเสี่ยงสูงต่อการชําระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต หรือมียอดขาดดุลของดุลสุทธิรายวันสูงกว่าฐานะขาดดุลสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้นของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินนั้น ธปท. สงวนสิทธิ์ที่จะปรับเพิ่มฐานะขาดดุลสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้นของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินดังกล่าว ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ในการจัดให้มีตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเพื่อดํารงไว้ตามข้อ 7 สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต้องดําเนินการโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้

(1) ดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิด้วยตนเองทั้งจํานวน หรือ

(2) ดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิด้วยตนเองไม่น้อยกว่าเกณฑ์ขั้นต่ําในการดํารงเพื่อตนเองที่ ธปท. ประกาศกําหนด ร่วมกับการใช้บริการจากสถาบันผู้ให้หลักประกันเพื่อให้ครบทั้งจํานวน

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ในการจัดให้มีตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเพื่อดํารงไว้ตามข้อ 7 สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินซึ่งให้บริการเป็นสถาบันผู้ให้หลักประกันจะต้องดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิตามฐานะขาดดุลสูงสุดที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยตนเองทั้งจํานวนโดยห้ามมิให้ใช้บริการจากสถาบันผู้ให้หลักประกันอื่น

สถาบันผู้ให้หลักประกันสามารถนําตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิในส่วนที่เกินจากเกณฑ์ขั้นต่ําในการดํารงเพื่อตนเองที่ ธปท. ประกาศกําหนด มาใช้เป็นหลักประกันร่วมได้

ในกรณีที่สถาบันผู้ให้หลักประกันมีการให้บริการแก่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินรายใดรายหนึ่งเกินกว่ามูลค่าหลักประกันร่วมในวรรคสอง สถาบันผู้ให้หลักประกันต้องนําตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิมาดํารงเพิ่มเติม เพื่อให้มีการดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิไม่น้อยกว่าเกณฑ์ขั้นต่ําในการดํารงเพื่อตนเองที่ ธปท. ประกาศกําหนด รวมกับยอดที่ให้บริการแก่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินรายที่สูงสุด

ทั้งนี้ สถาบันผู้ให้หลักประกันไม่สามารถนําหลักประกันร่วมไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นตามที่กําหนดในระเบียบนี้ได้

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ในการดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิตามข้อ 7 ให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันฝากหรือโอนตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเข้าบัญชีตราสารหนี้ของ ธปท. เพื่อการบริหารหลักประกัน ที่ฝากไว้ที่ศูนย์รับฝากตามวิธีการที่ศูนย์รับฝากกําหนดข้อ 11 สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินและสถาบันผู้ให้หลักประกันจะต้องไม่โอนตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิออกจากบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ เว้นแต่

(1) เป็นส่วนเกินจากมูลค่าตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิที่สถาบันต้องดํารงตามข้อ 8 หรือ ข้อ 9 แล้วแต่กรณี

(2) เป็นการใช้ประโยชน์อื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ธปท. กําหนด

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินซึ่งใช้บริการจากสถาบันผู้ให้หลักประกัน แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการดังกล่าวให้ ปท. ทราบ รวมถึงนําส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้แก่ ธปท. ก่อนเริ่มใช้บริการและทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. ประกาศกําหนด

การกันตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ

สําหรับการชําระดุลของธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 เพื่อประโยชน์ในการดําเนินมาตรการจัดการความเสี่ยงสําหรับการชําระดุลของธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day ในระบบบาทเนต สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่มีการชําระดุลสําหรับธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day ตกลงยินยอมให้ ธปท. กันตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเพื่อการชําระดุลของธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day ให้ครบถ้วนเพียงพอกับยอดขาดดุลสุทธิของสถาบันตนเอง เพื่อเป็นหลักประกันการชําระดุลตามยอดขาดดุลสุทธิของตนเอง

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ในการกันตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิสําหรับการชําระดุลของธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day จะมีขั้นตอนดําเนินการ ดังนี้

(1) สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่มีการชําระดุลระหว่างสถาบันสําหรับธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day ดําเนินการเพื่อให้บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จํากัด แจ้งข้อมูลดุลการหักบัญชีธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day ในแต่ละวันให้ ธปท. ตามรูปแบบและวิธีการที่ ธปท. กําหนดภายในเวลา 16.00 น. ของวันก่อนวันครบกําหนดชําระดุล 1 วันทําการ (Day -1) เพื่อให้ ธปท. ดําเนินการกันตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเพื่อการชําระดุลของธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day

(2) สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่มียอดขาดดุลสุทธิตามข้อมูลดุลการหักบัญชีธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day ที่ได้รับแจ้งจากบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จํากัด มีหน้าที่ดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิที่ไม่ใช่หลักประกันร่วมซึ่งปราศจากภาระผูกพัน ให้มีมูลค่าคงเหลือเพียงพอกับยอดขาดดุลสุทธิของตนเองตามที่ได้รับแจ้งจากบริษัทเนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จํากัด ภายในเวลา 17.30 น. ของวันก่อนวันครบกําหนดชําระดุล 1 วันทําการ (Day -1) ทั้งนี้ เพื่อให้ ธปท.สามารถกันตราสารหนี้เป็นจํานวนเงินเท่ากับยอดขาดดุลสุทธิได้

(3) หากสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินไม่สามารถดํารงตราสารหนี้เพื่อการกันได้ครบถ้วนตามข้อ 14 (2) สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินตกลงยินยอมปฏิบัติตามพิธีปฏิบัติ ธปท. เรื่อง การกันเงินในบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้กับ ธปท. และตราสารหนี้เพื่อเงินสภาพคล่องระหว่างวันสําหรับการชําระดุลธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day เพื่อให้ ธปท. กันเงินฝากในบัญชีเงินฝากที่ ปท. และตราสารหนี้เพื่อเงินสภาพคล่องระหว่างวันให้ครบถ้วนตามยอดขาดดุลสุทธิ

(4) หากสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินได้ปฏิบัติตามข้อ 14 (3) แล้ว ธปท. ยังไม่สามารถกันเงินฝากในบัญชีเงินฝากที่ ปท. และตราสารหนี้เพื่อเงินสภาพคล่องระหว่างวันให้ครบถ้วนตามยอดขาดดุลสุทธิได้ ธปท. จะดําเนินการกันตราสารหนี้ในส่วนของหลักประกันร่วม ดังนี้

(4.1) กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินมีการใช้บริการจากสถาบันผู้ให้หลักประกัน ธปท. จะกันตราสารหนี้ที่เป็นหลักประกันร่วมของสถาบันผู้ให้หลักประกันให้ครบถ้วนตามยอดขาดดุลสุทธิ แต่ไม่เกินมูลค่าหลักประกันร่วมที่ให้บริการแก่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินนั้น

ในกรณีที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินมีการใช้บริการจากสถาบันผู้ให้หลักประกันมากกว่าหนึ่งราย ธปท. จะจัดสรรจํานวนเงินยอดขาดดุลส่วนที่เหลือจากการกันเงินฝากและตราสารหนี้ตามข้อ 14 (3) เพื่อกันตราสารหนี้ที่เป็นหลักประกันร่วมของสถาบันผู้ให้หลักประกันแต่ละราย ตามสัดส่วนมูลค่าหลักประกันที่ให้บริการกับสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินดังกล่าว เทียบกับผลรวมของมูลค่าหลักประกันที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินนั้นใช้บริการกับสถาบันผู้ให้หลักประกันทุกรายทั้งนี้ ไม่เกินมูลค่าหลักประกันร่วมที่สถาบันผู้ให้หลักประกันให้บริการแก่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินนั้น

(4.2) กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินเป็นสถาบันผู้ให้หลักประกันด้วย ธปท. จะกันตราสารหนี้ที่เป็นหลักประกันร่วมจนครบถ้วนตามยอดขาดดุลสุทธิ

ทั้งนี้ กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน และ/หรือสถาบันผู้ให้หลักประกันมีการใช้หลักประกันร่วมกัน หากหลักประกันร่วมดังกล่าวมีไม่เพียงพอสําหรับการกันเพื่อการชําระดุลของธุรกรรม Bulk Payment Credit Next Day ของทุกราย ให้ถือว่าดุลการหักบัญชีรอบนั้นเป็นโมฆะ

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 หาก ธปท. ไม่สามารถดําเนินการตามข้อ 14 ได้ครบถ้วนตามยอดขาดดุลสุทธิของธุรกรรมดังกล่าว ให้ถือว่าดุลการหักบัญชีรอบนั้นเป็นโมฆะ และ ธปท. จะแจ้งให้บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จํากัด ทราบเพื่อให้บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จํากัด พิจารณาดําเนินการคํานวณดุลการหักบัญชีตามความตกลงระหว่างบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จํากัด กับสถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน เพื่อแจ้งดุลการหักบัญชีใหม่เพื่อให้ ธปท. ดําเนินการกันเงินและกันตราสารหนี้ของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินต่อไป

การใช้ตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิสําหรับการชําระดุลในระบบบาทเนต

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 ในกรณีที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่อยู่ในฐานะขาดดุลตามคําสั่งโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย (Multilateral Funds Transfer: MFT) มีเงินในบัญชีเงินฝากไม่เพียงพอต่อการชําระดุลภายในเวลาชําระดุลที่กําหนด ให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินดังกล่าวดําเนินการให้มีเงินในบัญชีเงินฝากเพียงพอต่อการชําระดุล รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการจัดการความเสี่ยงของสถาบันผู้ส่งคําสั่งตามข้อ 17 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยบริกรโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่าย เพื่อให้มีเงินเพียงพอชําระดุลได้

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 หากดําเนินการตามข้อ 16 แล้ว สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินยังคงมีเงินในบัญชีเงินฝากไม่เพียงพอต่อการชําระดุลภายในเวลาชําระดุลที่กําหนด ให้ถือว่าสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินและสถาบันผู้ให้หลักประกันตกลงยินยอมขายตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิที่ดํารงไว้ตามข้อ 7 แล้วแต่กรณี ให้แก่ ธปท. โดยมีสัญญาว่าจะซื้อคืนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในระเบียบฉบับนี้ เพื่อดําเนินการชําระดุลให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ไม่สามารถชําระดุลได้โดย ธปท. จะรับซื้อตราสารหนี้ในแต่ละกรณี ดังนี้

(1) กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิด้วยตนเองทั้งจํานวน ธปท. จะรับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ดํารงไว้เพื่อตนเองทั้งจํานวนเท่าที่จําเป็น

(2) กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิด้วยตนเองร่วมกับการใช้บริการจากสถาบันผู้ให้หลักประกันเพื่อให้ครบทั้งจํานวน ธปท.จะรับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ดํารงไว้เพื่อตนเองทั้งจํานวนก่อน หากยังไม่เพียงพอจะรับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิของสถาบันผู้ให้หลักประกันที่ให้บริการแก่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินรายนั้นต่อไป

ในกรณีที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ไม่สามารถชําระดุลได้ มีการใช้บริการจากสถาบันผู้ให้หลักประกันหลายราย ธปท. จะจัดสรรจํานวนเงินที่ไม่สามารถชําระดุลได้ให้สถาบันผู้ให้หลักประกันแต่ละราย ตามสัดส่วนมูลค่าหลักประกันที่ให้บริการกับสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินดังกล่าวเทียบกับผลรวมมูลค่าหลักประกันที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินนั้นใช้บริการกับสถาบันผู้ให้หลักประกันทุกราย ทั้งนี้ ไม่เกินมูลค่าหลักประกันร่วมที่สถาบันผู้ให้หลักประกันให้บริการ

(3) กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินเป็นสถาบันผู้ให้หลักประกันดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิด้วยตนเองร่วมกับการให้บริการแก่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน ธปท. จะรับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ดํารงไว้เพื่อตนเองก่อน หากยังไม่เพียงพอจะรับซื้อตราสารหนี้ที่เป็นหลักประกันร่วมต่อไป

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 ธปท. จะพิจารณารับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิโดยมีเงื่อนไข ดังนี้

(1) ธปท. จะพิจารณารับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิในราคารับซื้อตามที่กําหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยราคาตราสารหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย จะรับซื้อในการซื้อขายตราสารหนี้กับสถาบันการเงินเพื่อเป็นเงินสภาพคล่องระหว่างวันซึ่งออกตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับซื้อตราสารหนี้โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนเพื่อเป็นเงินสภาพคล่องระหว่างวัน

(2) ธปท. จะพิจารณารับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิที่ดํารงไว้ในบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินและ/หรือสถาบันผู้ให้หลักประกันตามลําดับในข้อ 17 และจะโอนกรรมสิทธิ์ตราสารหนี้ที่รับซื้อนั้นเป็นของ ธบท. พร้อมนําเงินเข้าบัญชีเงินฝากให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินและ/หรือสถาบันผู้ให้หลักประกันแล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ ธปท. รับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิในส่วนที่เป็นหลักประกันร่วม ธปท. จะนําเงินเข้าบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้ให้หลักประกัน และเป็นหน้าที่ของสถาบันผู้ให้หลักประกันดังกล่าวที่ต้องดําเนินการโอนเงินจํานวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินที่ใช้บริการ

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 เมื่อ ธปท. ได้นําเงินเข้าบัญชีเงินฝากแล้ว การขายตราสารหนี้โดยมีข้อตกลงว่าจะซื้อคืนมีผลผูกพันสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันทันที

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ในการซื้อคืนตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ ให้ดําเนินการดังนี้

(1) สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันแล้วแต่กรณี สามารถซื้อคืนตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิเพียงบางส่วนหรือทั้งหมดก่อนสิ้นวันด้วยตนเองผ่านบริการ EFS โดย ธปท. จะหักเงินในบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกัน และจะโอนกรรมสิทธิ์ตราสารหนี้ที่รับซื้อไว้คืนให้แก่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกัน โดยนําเข้าบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกัน

(2) หากสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันไม่ดําเนินการตาม (1) ณ สิ้นวัน สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันตกลงยินยอมให้ ธปท.ดําเนินการแทนในการซื้อคืนตราสารหนี้ โดยหักเงินออกจากบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกัน เพื่อการซื้อคืนภายในเวลา 17.30 น. ตามราคาที่ ธปท. รับซื้อไว้

ในกรณีที่เงินในบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันมีไม่เพียงพอให้ ปท. หักเพื่อชําระราคาซื้อคืนตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ ณ สิ้นวันตามเวลาที่ ธปท. กําหนด ธปท. จะเป็นผู้พิจารณาให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันซื้อคืนตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิตามสัดส่วนเท่าที่มีเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันแล้วแต่กรณี

สําหรับตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิส่วนที่ไม่มีการซื้อคืนในวันนั้น ธปท. จะขายคืนตราสารหนี้ดังกล่าวภายในเวลา 12.00 น. ของวันทําการถัดไป โดย ธปท.จะขายคืนในราคาที่เท่ากับผลรวมของราคาที่ ธปท. รับซื้อกับค่าตอบแทน และจํานวนวันที่รับซื้อให้นับจากวันที่ ธปท. รับซื้อตราสารหนี้ดังกล่าวจนถึงวันที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันซื้อคืน ทั้งนี้ อัตราค่าตอบแทนและวิธีคํานวณเป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยอัตราค่าตอบแทนในการซื้อขายตราสารหนี้และวิธีคํานวณ ซึ่งออกตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับซื้อตราสารหนี้โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนเพื่อเป็นเงินสภาพคล่องระหว่างวัน

ในกรณีที่ในวันทําการถัดไปตามวรรคสามนั้น เงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันยังคงไม่พอให้หักชําระราคาซื้อคืนภายในเวลา 12.00 น. ให้ถือว่าสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันนั้นสิ้นสิทธิซื้อคืน

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 เมื่อสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันสิ้นสิทธิซื้อคืน ธปท.จะดําเนินการ ดังนี้

(1) คิดค่าตอบแทนจากราคารับซื้อตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยอัตราค่าตอบแทนในการซื้อขายตราสารหนี้และวิธีคํานวณ ซึ่งออกตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับซื้อตราสารหนี้โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนเพื่อเป็นเงินสภาพคล่องระหว่างวัน ทั้งนี้ จํานวนวันที่รับซื้อให้นับจากวันที่ ธปท.รับซื้อตราสารหนี้จนถึงวันที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันสิ้นสิทธิซื้อคืน

(2) คํานวณมูลค่าตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการคํานวณมูลค่าตราสารหนี้กรณีสถาบันการเงินสิ้นสิทธิซื้อคืนตราสารหนี้ซึ่งออกตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับซื้อตราสารหนี้โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนเพื่อเป็นเงินสภาพคล่องระหว่างวัน

(3) นําเงินเข้าหรือหักเงินจากบัญชีเงินฝากสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกัน ในกรณีที่มีส่วนต่างระหว่างมูลค่าตราสารหนี้ที่ ธปท. รับซื้อบวกค่าตอบแทนตาม (1) กับมูลค่าตราสารหนี้ที่คํานวณได้ตาม (2)

(4) กรณีตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันสิ้นสิทธิซื้อคืนเป็นตราสารหนี้ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยงวด หากวันสิ้นสิทธิซื้อคืนตรงกับวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อการจ่ายดอกเบี้ย ธปท. จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากตราสารหนี้นั้น

ทั้งนี้ หากวันปิดสมุดทะเบียนตามที่กล่าวข้างต้นตรงกับวันหยุดทําการของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกัน ธปท. จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากตราสารหนี้นั้นด้วย

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 กรณีที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันไม่สามารถดํารงเงินในบัญชีเงินฝากให้เพียงพอสําหรับจํานวนเงินที่ ปท. ต้องหักเงินจากบัญชีของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันที่คํานวณได้ตามข้อ 21 (3) แล้วแต่กรณี สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันยินยอมให้ ธปท. จําหน่ายตราสารหนี้ที่ฝากไว้หรือทรัพย์สินอื่นใดของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันที่มีอยู่ที่ ธปท. จนเพียงพอกับจํานวนเงินดังกล่าว

การดําเนินการกรณีตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิไม่เพียงพอ

สําหรับการชําระดุลในระบบบาทเนต

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินไม่สามารถชําระดุลได้และมีตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิไม่เพียงพอต่อการชําระดุลในรอบใดรอบหนึ่ง ให้ถือว่าการชําระดุลรอบนั้นเป็นโมฆะ และให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรอบชําระดุลนั้น ๆ ต่อไป

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินและ/หรือสถาบันผู้ให้หลักประกันที่ใช้หลักประกันร่วมไม่สามารถชําระดุลได้มากกว่าหนึ่งรายขึ้นไป หากหลักประกันร่วมดังกล่าวมีไม่เพียงพอสําหรับการชําระดุลของทุกราย ให้ถือว่าการชําระดุลรอบนั้นเป็นโมฆะ และให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรอบชําระดุลนั้น ๆ ต่อไป

การตรวจสอบการดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิและการคิดค่าปรับ

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 ธปท. จะติดตามและตรวจสอบการดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิทุกวัน ตามกําหนดเวลา หลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ธปท. ประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 ในกรณีที่สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันไม่สามารถดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิได้ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 ธปท. จะคิดค่าปรับตามอัตรา หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ธปท. ประกาศกําหนด จนกว่าสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันจะสามารถดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิได้ตามหลักเกณฑ์

การใช้ประโยชน์อื่นของตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 ตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิสามารถนําไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นได้ ดังนี้

(1) ใช้เป็นหลักประกันเพื่อเงินสภาพคล่องระหว่างวันในระบบบาทเนต

(2) ใช้จํานําเป็นหลักประกันในการขอใช้ยอดได้ดุลการหักบัญชีเช็ค

(3) ใช้สําหรับประโยชน์อื่นตามที่ ธปท. เห็นสมควร

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ธปท. ประกาศกําหนด

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28 ธปท. จะคิดค่าธรรมเนียมการฝาก ถอน โอน รับโอน และการรักษาตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิตามมูลค่าตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงิน รวมทั้งค่าใช้จ่ายจากการดําเนินการเกี่ยวกับตราสารหนี้ดังกล่าว และค่าปรับ (ถ้ามี) ตามอัตราและวิธีการที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยค่าธรรมเนียมและค่าปรับที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินสภาพคล่องระหว่างวัน ซึ่งออกตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับซื้อตราสารหนี้โดยมีสัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนเพื่อเป็นเงินสภาพคล่องระหว่างวัน

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29 กรณีสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินขายตราสารหนี้ที่ ธปท. ไม่ได้เป็นนายทะเบียนและไม่สามารถซื้อคืนได้ภายในวันนั้น หากตราสารหนี้ดังกล่าวมีวันปิดพักทะเบียนสิทธิประโยชน์ตรงกับวันหยุดทําการของสถาบันการเงินหรือตรงกับวันทําการถัดไป ธปท. สงวนสิทธิ์ในการงดโอนสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ดังต่อไปนี้ ให้กับสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันแล้วแต่กรณีไม่ว่ากรณีใด ๆ

(1) สิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือตราสารหนี้

(2) สิทธิในการจองซื้อตราสารหนี้เพิ่มทุน

(3) สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ไม่รวมถึงสิทธิในการรับดอกเบี้ยงวด และสิทธิการรับเงินต้นของตราสารหนี้

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30 ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องใด ๆ ทําให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินไม่สามารถดําเนินการใด ๆ เกี่ยวกับตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิได้ด้วยตนเอง สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินสามารถแจ้งให้ ธปท. ดําเนินการแทนได้ โดยติดต่อไปยัง BAHTNET Helpdesk และส่งหนังสือแจ้งตามแบบ ที่ ธปท. กําหนด

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินหรือสถาบันผู้ให้หลักประกันมีหน้าที่ต้องตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของรายการธุรกรรมตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิและส่งหนังสือยืนยันธุรกรรมตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบริการ EFS ให้ ธปท. ภายในเวลา 10.00 น. ของวันทําการถัดจากวันที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวกับตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิ เว้นแต่ ธปท. จะกําหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32 ธปท. จะรับผิดชอบในความเสียหายเช่นตามปกติที่เกิดจากการกระทําของ ธปท.เว้นแต่ในกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณีดังต่อไปนี้

(1) ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพฤติการณ์พิเศษ

(2) ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องทางเทคนิคของคอมพิวเตอร์แม่ข่าย

(3) ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสิ่งหรือระบบซึ่งไม่ได้อยู่ในความควบคุมของ ธปท.

(4) เหตุสุดวิสัย

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33 ธปท. สงวนสิทธิ์ในการปรับลดหรือระงับการใช้ประโยชน์อื่นตามข้อ 27 หรือสั่งให้สถาบันผู้ส่งคําสั่งระงับการนําธุรกรรมของสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินมารวมคํานวณในคําสั่งโอนเงินพร้อมกันหลายฝ่ายเป็นการชั่วคราวหรือถาวร หากสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือมีพฤติการณ์อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบการชําระเงินโดยรวม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

นอกจากนี้ ธปท. สงวนสิทธิ์ในการดําเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการชําระเงิน

มาตรา ข้อ 34

ข้อ 34 ธปท. สงวนสิทธิ์ที่จะปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงระเบียบ ประกาศหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องตามระเบียบนี้ได้ โดย ธปท. จะแจ้งให้สถาบันผู้ส่งคําสั่งและสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินทราบล่วงหน้าก่อนการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ 35

ข้อ 35 การตีความตามระเบียบหรือประกาศหรือข้อกําหนดใดที่ออกตามระเบียบนี้ ธปท. จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ 36

ข้อ 36 ให้ถือว่าสถาบันผู้ส่งคําสั่งและสถาบันผู้โอน/รับโอนเงินตกลงผูกพันและปฏิบัติตามระเบียบนี้และข้อกําหนดอื่นใดที่ออกตามระเบียบนี้และที่จะแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งจะมีขึ้นในภายหน้าทุกประการ

มาตรา ข้อ 37

ข้อ 37 ให้สถาบันผู้โอน/รับโอนเงินเริ่มดํารงตราสารหนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการชําระดุลสุทธิตามระเบียบฉบับนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกําหนด

อื่นๆ - 5. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2557

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 1 /2557 ว่าด้วยมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชำระดุลสุทธิพร้อมกันหลายฝ่ายในระบบบาทเนต (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3ec887e452262b3d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com