法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 13/2551

เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงตามกรอบการทําธุรกรรมที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทําให้ธนาคารพาณิชย์มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มขึ้น และได้มีการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงให้สามารถรองรับความซับซ้อนของธุรกรรมได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งผู้ลงทุนในตลาดเริ่มมีความรู้ ความเข้าใจ และความคุ้นเคยกับธุรกรรมเหล่านี้เพิ่มขึ้นทําให้มีความต้องการลงทุนที่หลากหลาย ดังนั้น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เล่นในตลาด และเพื่อลดต้นทุนการเสียโอกาสจากกระบวนการพิจารณาอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้เพิ่มเติม ดังนี้ เพิ่มตัวแปรอ้างอิงในการทําธุรกรรมให้รวมถึงราคาตราสารหนี้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เครดิต (เฉพาะเครดิตรายตัว หรือกลุ่มของเครดิตทั้งกลุ่ม) ผลการดําเนินงานของกองทุนรวม เป็นต้น และปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการทําธุรกรรมในเรื่องการคืนเงินต้นเต็มจํานวน เป็นกําหนดให้มีการคืนเงินต้นอย่างต่ําร้อยละ 80 เมื่อครบอายุสัญญาสําหรับเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง แต่ยังคงป้องกันผู้ลงทุนที่อาจไม่มีความรู้ ความเข้าใจเพียงพอ โดยเน้นให้ธนาคารพาณิชย์ทํา Client Suitability Analysis นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิคู่สัญญาในการชําระหรือรับชําระคืนเป็นตราสารทุนได้กับผู้ลงทุนสถาบันเพื่อให้สอดคล้องกับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตราสารทุน จากเดิมที่อนุญาตเฉพาะตราสารหนี้และเงินตราต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี การขยายขอบเขตการทําธุรกรรมเพิ่มขึ้นดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อธนาคารพาณิชย์และระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าวจึงได้กําหนดให้คณะกรรมการธนาคารต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการอนุญาตการทําธุรกรรมก่อนการทําธุรกรรมประเภทใหม่ ๆ โดยต้องพิจารณาถึงความพร้อมของบุคลากรและระบบบริหารความเสี่ยง ซึ่งต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดประกอบกับผลการจัดระดับความเสี่ยงด้านตลาดและด้านปฏิบัติการที่ได้รับจากการตรวจสอบ

ประจําปีของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะต้องไม่มีข้อสังเกตในเรื่องธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามคําสั่งการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสําคัญด้วย

หมวด ๑ 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 มาตรา 41 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ทั้งในฐานะที่เป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมและผู้ฝากหรือผู้ให้กู้ยืมตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก

ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 ในประกาศฉบับนี้

5.1.1 " ธนาคารพาณิชย์ " หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

5.1.2 " ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง " หมายความว่า ธุรกรรมที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือหลายลักษณะรวมกัน ดังนี้

(1) ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรโดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวขึ้นอยู่กับตัวแปรอ้างอิงที่ได้กําหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งไม่ใช่การจ่ายอัตราดอกเบี้ยปกติ

(2) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้กู้ยืมในการชําระคืนหรือผู้ให้กู้ยืมในการรับชําระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้หรือตราสารทุนตามประเภทและอัตราที่กําหนดไว้ล่วงหน้า หรือให้สิทธิผู้ก็ยืมในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือผู้ให้กู้ยืมในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามสกุลเงินและอัตราที่ได้กําหนดไว้ถ่วงหน้า

(3) ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิคู่สัญญาที่จะขยายระยะเวลาหรือไถ่ถอนก่อนครบกําหนดตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิคู่สัญญาในการไถ่ถอนก่อนครบกําหนดตามประเพณีปฏิบัติตามปกติของตลาดตราสารทางการเงิน

5.1.3 " ผู้ลงทุนสถาบัน " หมายความว่า ผู้ลงทุนสถาบันตามเอกสารแนบ 2 ของประกาศฉบับนี้

5.1.4 "คณะกรรมการธนาคาร " หมายความว่า คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือคณะผู้บริหารที่มีอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในกรณีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ

5.2 หลักการ

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้ โดยธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ และการทําธุรกรรมดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักการ ดังนี้

5.2.1 ธนาคารพาณิชย์ต้องสามารถบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีฐานะการเงินที่มั่นคงรวมทั้งมีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมดังกล่าว

5.2.2 ธนาคารพาณิชย์ต้องไม่เสนอธุรกรรมดังกล่าวในลักษณะที่อาจทําให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน เช่น การเสนอธุรกรรมให้กับลูกค้าในลักษณะที่เป็นตัวกลางในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ หรือตลาดอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่เป็นไปตามนโยบายหรือหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งอาจส่งผลเสียหายแก่เสถียรภาพระบบการเงินและระบบสถาบันการเงินในประเทศได้

5.2.3 ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทําเอกสารหลักฐานประกอบการทําธุรกรรมเพียงพอแก่การตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และจัดเก็บไว้ที่สถานที่ทําการของธนาคารพาณิชย์หรือจัดส่งให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อร้องขอ พร้อมทั้งต้องรายงานข้อมูลการทําธุรกรรมตามแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดด้วย

5.2.4 ธนาคารพาณิชย์ต้องชี้แจ้งให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้า

5.2.5 ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

5.3 ขอบเขตของการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ได้รับอนุญาต

5.3.1 ลักษณะธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่มีตัวเเปรอ้างอิงตาม 5.3.2 ทั้งในฐานะผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืม หรือผู้ฝากหรือผู้ให้กู้ยืม โดยมีลักษณะการทําธุรกรรม ดังนี้

(1) มีจํานวนเงินขั้นต่ํา 10 ล้านบาทหรือเทียบเท่า ยกเว้นการทําธุรกรรมกับผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(2) มีเงื่อนไขการชําระคืนเงินต้นเต็มจํานวนที่รับมาแก่ผู้ฝากในการทําธุรกรรมเงินฝากที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงตัวแปร หรือมีการชําระคืนเงินต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจํานวนเงินที่รับมาให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงตัวแปร เมื่อครบอายุสัญญา

(3) ในการทําธุรกรรมที่ให้สิทธิคู่สัญญาในการชําระคืนหรือรับชําระคืนเป็นตราสารหนี้หรือตราสารทุน หรือให้สิทธิผู้กู้ยืมในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือให้สิทธิผู้ให้กู้ยืมในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ให้ธนาคารพาณิชย์ทําในรูปเงินกู้ยืมเท่านั้น โดยตราสารหนี้และตราสารทุนอ้างอิงต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(3.1) กรณีเป็นตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศ ตราสารหนี้ดังกล่าวต้องมีการซื้อขายกันในตลาดซื้อขายคล่อง โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานในการพิจารณาไว้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์เอง

(3.2) กรณีเป็นตราสารหนี้สกุลเงินบาท ตราสารหนี้ดังกล่าวจะต้องเป็นตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้ที่รัฐบาลค้ําประกัน หรือตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับ BBB หรือเทียบเท่าขึ้นไปจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือตราสารหนี้ประเภทอื่น ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์เอง

(3.3) กรณีเป็นตราสารทุน จะต้องเป็นตราสารทุนที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับและมีมาตรฐาน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ยกเว้นหุ้นของธนาคารพาณิชย์เองหรือธนาคารพาณิชย์อื่น

(4) การทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง หากมีการออกบัตรเงินฝากหรือตราสารหนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องระบุเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ ยกเว้นในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกสามารถควบคุมดูแลการโอนเปลี่ยนมือให้อยู่ภายในขอบเขตของกลุ่มผู้ลงทุนตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กําหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

5.3.2 ตัวแปร กลุ่มตัวแปร หรือดัชนีทางการเงินที่ใช้อ้างอิงในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

(1) ตัวแปร กลุ่มของตัวแปร หรือดัชนีทางการเงิน

(1.1) ตัวแปรหรือกลุ่มตัวแปรอ้างอิงที่นํามาใช้อ้างอิงในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงตัวแปร ได้แก่

(1.1.1) อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศ

(1.1.2) อัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศ

(1.1.3) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

(1.1.4) ราคาของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับและมีมาตรฐาน ในประเทศ ยกเว้นราคาหุ้นของธนาคารพาณิชย์เองหรือธนาคารพาณิชย์อื่น

(1.1.5) ราคาของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับและมีมาตรฐานในต่างประเทศ

(1.1.6) ราคาตราสารหนี้ ซึ่งเป็นตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศหรือตราสารหนี้สกุลบาท ตาม 5.3.1 (3) (3.1) และ (3.2)

(1.1.7) เครดิต (เฉพาะเครดิตรายตัว หรือกลุ่มของเครดิตทั้งกลุ่ม)

(1.1.8) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายในตลาดสินค้าล่วงหน้าที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ ทั้งในหรือต่างประเทศ หรือสินค้าที่มีการซื้อขายในตลาด Over the counter ซึ่งมีราคาที่เป็นมาตรฐานเผยแพร่เป็นปกติกับสาธารณชน

(1.1.9) ผลการดําเนินงานของกองทุน ซึ่งมีหน่วยงานของทางการกํากับดูแล

(1.1.10) ดัชนีทางการเงิน ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กําหนดใน 5.3.2 (2)

(1.1.11) ตัวแปรอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเพิ่มเติม

(2) คุณสมบัติของดัชนีทางการเงิน

ดัชนีทางการเงินที่ธนาคารพาณิชย์จะนํามาใช้เป็นตัวแปรอ้างอิงในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร ได้ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังนี้

(2.1) เป็นดัชนีทางการเงินที่เกิดจากการคํานวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่

(2.2) เป็นดัชนีทางการเงินที่พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ

(2.3) เป็นดัชนีทางการเงินที่นิยมเพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล

(2.4) เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวัน ผ่านสื่อที่เสนอข่าวที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ และ

(2.5) เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจนโดยมีกรระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ทั้งนี้ ตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้ในการพิจารณาคุณสมบัติของดัชนีทางการเงินนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานไว้ที่สถานที่ทําการเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

5.3.3 คู่สัญญา

(1) นอกจากที่กําหนดไว้ใน (2) ธนาคารพาณิชย์อาจทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงกับผู้ลงทุนทั่วไป

(2) ธนาคารพาณิชย์ได้รับอนุญาตให้ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงดังต่อไปนี้ เฉพาะกับผู้ลงทุนสถาบันหรือบุคคลที่มีภาระสอดคล้องเท่านั้น

(2.1) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิคู่สัญญาในการชําระคืนหรือรับชําระคืนเป็นตราสารหนี้หรือตราถารทุน หรือ

(2.2) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้กู้ยืมในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือให้สิทธิผู้ให้กู้ยืมในการซื้อหรือแถกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

5.3.4 ธุรกรรมนอกเหนือจากที่กําหนดในประกาศฉบับนี้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําได้เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้เท่านั้น

(1) การทําธุรกรรมเฉพาะเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เองทั้งนี้ จะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการทําธุรกรรมดังกล่าวเป็นการทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้

(2) การทําธุรกรรมที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าสอดคล้องกับหลักการในการอนุญาตการทําธุรกรรมตามข้อ 5.2 โดยธนาคารพาณิชย์ต้องนําส่งคําขอตามแบบฟอร์มธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด / อนุพันธ์แฝง (เอกสารแนบ 3) และนําส่งข้อมูลตามที่กําหนดหรือข้อมูลอื่นๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ ทั้งนี้ คําขอที่กล่าวจะต้องลงนามโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจให้ลงนามแทนในระดับที่ไม่ต่ํากว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการหรือผู้บริหารสูงสุดในสายงานที่รับผิดชอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยในการมอบอํานาจดังกล่าวต้องกระทําอย่างเป็นทางการ เป็นลายลักษณ์อักษรและต้องเป็นการลงนามแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเท่านั้น

5.3.5 หากธนาคารพาณิชย์ใดมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ประสงค์จะทํานั้นอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ให้ธนาคารพาณิชย์หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทําธุรกรรมดังกล่าว

5.4 หลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมที่ได้รับอนุญาต

5.4.1 การบริหารความเสี่ยง

(1) ในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทําธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะ ปริมาณ และความซับซ้อนของการทําธุรกรรม โดยจะต้องถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงสําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ อย่างเคร่งครัด และจะต้องให้ความสําคัญในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

(1.1) ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program)สําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงทุกประเภท ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารก่อนที่จะทําธุรกรรมประเภทใหม่ทุกครั้ง โดยต้องจัดเก็บไว้เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือนําส่งธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อร้องขอ ตามรายละเอียด ดังนี้ เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเป็นอย่างอื่น ซึ่งในการกําหนดดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ธนาคารพาณิชย์ด้วยก็ได้

(1.1.1) สําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่มียอดคงค้างอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้และธนาคารพาณิชย์ไม่ประสงค์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม

(1.1.1.1) หากสัญญาครบกําหนดก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมดังกล่าว

(1.1.1.2) หากสัญญาครบกําหนดภายหลังวันที่ 30 มิถุนายน2552 ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์จัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552

(1.1.2) สําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงประเภทเดิมที่ธนาคารพาณิชย์เคยทํามาแล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเดิม โดยยังไม่มีระเบียบผลิตภัณฑ์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดไว้นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันการจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมที่กล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2551

(1.1.3) สําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงประเภทใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่เคยทํามาก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ก่อนที่จะทําธุรกรรมนั้น ฯ

(1.2) ธนาคารพาณิชย์จะต้องไม่ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือตามวิธีการที่กําหนดในมาตรฐานการบัญชีไทยหรือมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

(1.3) ธนาคารพาณิชย์ที่จะทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงตามที่ได้รับอนุญาตในประกาศฉบับนี้ จะต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคงและมีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรด้านตลาดหรือปัจจัยต่างๆ หรือความเสี่ยงด้านคู่สัญญาที่เกิดจากการทําธุรกรรม ทั้งในภาวะปกติและภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารจะต้องกําหนดวิธีการที่ใช้ในการพิจารณาฐานะและเงินกองทุน ณ วันที่ต้องการทําธุรกรรม เพื่อพิจารณาถึงความเพียงพอของเงินกองทุนก่อนที่จะเข้าทําธุรกรรม และผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องจะต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวก่อนเข้าทําธุรกรรมทุกครั้ง

(2) คณะกรรมการธนาคารและผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ต้องพิจารณาความมีประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงที่รองรับการทําธุรกรรมประเภทต่างๆ โดยจะต้องนําผลการจัดระดับความเสี่ยงรวมด้านตลาด และด้านปฏิบัติการ ที่ได้รับจากการตรวจสอบประจําปีของธนาคารแห่งประเทศไทยมาพิจารณาประกอบ ทั้งนี้ จะต้องไม่มีข้อสังเกตในเรื่องธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามคําสั่งการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสําคัญด้วย

5.4.2 การป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน

(1) ในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ได้รับอนุญาตตาม ข้อ 5.3 รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหนังสือดังต่อไปนี้หรือที่แก้ไขหรือกําหนดเพิ่มเดิม โดยถือเป็นหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจนี้ด้วย

(1.1) ประกาศและหนังสือเวียนของเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่เกี่ยวข้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดต่อไป

(1.2) มาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนี้

(1.2.1) หนังสือที่ นต.(ว)31 / 2541 เรื่อง หลักปฏิบัติในการปล่อยสภาพคล่องเงินบาทให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2541

(1.2.2) หนังสือที่ ธปท.ฝกช.(02)ว.371 / 2551 เรื่อง ขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551

(1.3) หนังสืออื่นๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเพิ่มเติม

(2) ในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ได้รับอนุญาตตาม ข้อ 5.3 รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินอย่างเคร่งครัด

5.4.3 การดูแลลูกค้า

(1) ธนาคารพาณิชย์จะต้องวิเคราะห์ลูกค้าพร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ทําตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้าก่อนทําธุรกรรม (Client Suitability Analysis)

(2) ธนาคารพาณิชย์จะต้องชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะธุรกรรม ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเงื่อนไขและวิธีการคํานวณและการจ่ายชําระคืนเงินต้นและผลตอบแทน รวมทั้งเงื่อนไขหรือวิธีการคิดค่าปรับในกรณีที่ลูกค้าต้องการถอนเงินฝากหรือเรียกคืนเงินให้กู้ยืมก่อนครบกําหนดสัญญาอย่างชัดเจนก่อนตกลงทําสัญญา รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้าให้เพียงพอแก่การตัดสินใจของลูกค้า

(3) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานที่ทําหน้าที่ในการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้า และรายงานต่อคณะกรรมการธนาคารหรือผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณากําหนดแนวทางการแก้ไขและป้องกันการเกิดปัญหาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลถูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์

5.4.4 การบันทึกบัญชีและการเปิดเผยข้อมูล

(1) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องจัดประเกท บันทึกบัญชี และเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องซึ่งในขณะที่ยังไม่มีมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องดังกล่าว ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยในเรื่องของการจัดประเภทรายการและบันทึกบัญชีสําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง สามารถสรุปได้ตามเอกสารแนบ 4

(2) ในการพิจารณาจัดประเภทและบันทึกบัญชีสําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงนั้น ธนาคารพาณิชย์จะต้องพิจารณาทั้งรูปแบบและเนื้อหาในสัญญาร่วมกับความตั้งใจและความสามารถในการลงทุน รวมทั้งพิจารณาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างอนุพันธ์แฝงและตราสารหลักประกอบด้วย ซึ่งธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทํากระบวนการที่ใช้ในการพิจารณาจัดประเภทและบันทึกบัญชี ตลอดจนจัดเก็บหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาดังกล่าว ไว้เพื่อให้ผู้สอบบัญชีและธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ในการตรวจสอบ หรือนําส่งเมื่อมีการร้องขอด้วย

5.4.5 การจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน

(1) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องจัดเก็บหลักฐานในการทําธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งสําเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรม ได้แก่ เลขที่อ้างอิง วันที่ทําธุรกรรม วันครบกําหนดประเภทธุรกรรม คู่สัญญา ตัวแปรอ้างอิง ฐานะการทําธุรกรรม (รับฝาก/กู้ยืม หรือฝาก/ให้กู้ยืม) ผลของธุรกรรม องค์ประกอบย่อยของอนุพันธ์พร้อมรายละเอียด ฐานะและจํานวนเงินขององค์ประกอบย่อย สกุลเงินของธุรกรรม จํานวนเงินตามสัญญาจํานวนเงินเป็นสกุลบาทเทียบเท่ามูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม ผลกําไร/ขาดทุนจากการทําธุรกรรม ในรูปสื่อคอมพิวเตอร์ตามแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (เอกสารแนบ 5) และจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกเดือนภายใน 21 วันนับจากวันสิ้นเดือน ผ่านทางระบบบริหารข้อมูลผ่านทางช่องทางDMS DA (Extranet)

(3) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องดําเนินการแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อมีการนําเสนอตัวแปรอ้างอิงที่เป็นดัชนีทางการเงินใดหรือกลุ่มของตัวแปรใดเป็นครั้งแรก หรือมีการนําเสนอธุรกรรมในลักษณะใดเป็นครั้งแรกหรือมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือลักษณะธุรกรรมในรายละเอียด รวมถึงธุรกรรมที่เคยทําไปแล้วก่อนหน้าที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ซึ่งยังไม่เคยนําส่งระเบียบผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วนด้วย โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดส่งรายละเอียดการทําธุรกรรมดังกล่าวมายังฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามแบบฟอร์มธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด/อนุพันธ์แฝง (เอกสารแนบ 3) ภายใน 15 วันทําการนับจากวันทําธุรกรรม โดยต้องนําส่ง Term sheet และระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) ที่รองรับธุรกรรมอนุพันธ์นั้น ๆ มาพร้อมกันด้วย

อนึ่ง เพื่อให้เวลาแก่ธนาคารพาณิชย์ในการปรับตัวในการถือปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ สําหรับกรณีดังต่อไปนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์จัดส่งระเบียบผลิตภัณฑ์มาที่ฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ภายในวันที่กําหนดดังนี้ เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเป็นอย่างอื่น ซึ่งในการกําหนดดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติด้วยก็ได้

(3.1) สําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ไม่มีการทําธุรกรรมเพิ่มเติมและมียอดคงค้างตามสัญญาครบกําหนดหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ให้จัดส่งภายในวันที่ดังกล่าว

(3.2) สําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่เป็นธุรกรรมประเภทเดิมที่ธนาคารพาณิชย์นั้นเคยทําแล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ และธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมเพิ่มเติม ให้จัดส่งภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2551

(4) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ซึ่งมีการง่ายผลตอบแทนอ้างอิงตราสารหนี้สกุลเงินบาท หรือให้สิทธิคู่สัญญาในการชําระคืนหรือรับชําระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้สกุลเงินบาท จะต้องรายงานการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่แฝงอยู่กับเงินฝากหรือเงินกู้ยืมให้สมาคมตลาดตราสารหนี้ ไทย (The Thai Bond Market Association หรือ Thai BMA) โดยมีรายละเอียดตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนด

5.4.6 การกํากับดูแล

(1) เพื่อความระมัดระวังในการพิจารณาฐานะ และความเพียงพอของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสําหรับการอนุญาตธุรกรรมตามประกาศฉบับนี้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติดังนี้

(1.1) ให้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรมดังต่อไปนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันสิ้นเดือน ไม่ว่าธุรกรรมดังกล่าวจะอยู่ในบัญชีเพื่อการค้าหรือบัญชีเพื่อการธนาคารก็ตาม

(1.1.1) อนุพันธ์แฝง หรือธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงทั้งจํานวนในกรณีที่ไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เป็นอนุพันธ์แฝงได้อย่างน่าเชื่อถือ

(1.1.2) ธุรกรรม Synthetic Collateralized Debt Obligations, Credit Linked Notes, First to default Credit Linked Notes, Proportionate Credit Linked Notes

(1.1.3) ธุรกรรมอื่นในบัญชีเพื่อการค้าทั้งหมด

(1.1.4) ธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Instruments) สําหรับธุรกรรมตามกล่าวข้างต้น (ถ้ามี)

ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมตามวรรค 1 หากปรากฏว่ามีผลขาดทุนสุทธิให้นําผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวมาหักออกจากเงินกองทุน ณ สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์และถ้ามีผลทําให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่ํากว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด ธนาคารพาณิชย์จะต้องดําเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติที่ได้กําหนดไว้ ซึ่งจะต้องกําหนดไว้อย่างละเอียด ชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร โดยรวมถึงการกําหนดเกี่ยวกับการรายงานบุคคลที่เกี่ยวข้องตามระดับความรุนแรงและระยะเวลาในการดําเนินการ ในแต่ละขั้นตอนด้วย สําหรับปัญหาที่รุนแรงจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณาสั่งการและเร่งดําเนินการแก้ไข รวมทั้งจะต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบถึงแนวทางการแก้ปัญหาด้วย

(1.2) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงเพิ่มเติม ธนาคารพาณิชย์จะต้องประเมินมูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นวันก่อนของธุรกรรมตาม ข้อ 5.4.6 (1.1.1) ถึงข้อ 5.4.6 (1.1.1) ถ้ามีผลขาดทุนฤทธิให้นํามาหักออกจากเงินกองทุน ณ สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ เงินกองทุนที่คํานวณได้จะต้องไม่ต่ํากว่าอัตราตามที่กฎหมายกําหนดและมีเพียงพอที่จะรองรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ต้องการจะทําเพิ่มมิฉะนั้น ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้

(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุน หลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ หลักเกณฑ์การกํากับเรื่องเงินลงทุน หลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาด หลักเกณฑ์การดํารงฐานะเงินตราต่างประเทศ หลักเกณฑ์การดํารงสินทรัพย์สภาพคล่อง และหลักเกณฑ์อื่น ๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเหล่านี้ ให้พิจารณาตามองค์ประกอบบ่อยของธุรกรรม ทั้งนี้ การกํากับดูแลในเรื่องต่าง ๆ นั้น ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

(2.1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์

(2.2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน

(2.3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)

(2.4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน

(2.5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การดํารงฐานะเงินตราต่างประเทศสําหรับธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

(2.6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดํารงสินทรัพย์สภาพคล่อง

(2.7) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด

5.4.7 ข้อกําหนดอื่น

(1) ในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ธนาคารพาณิชย์ต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย ไม่ให้ขัดกับกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง และมีการทบทวนเป็นระยะตามความเหมาะสม

(2) ห้ามธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงเกินวงเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

(3) ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีความจําเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงกรอบหรือหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมหรือการกํากับดูแลธนาคารพาณิชย์ในการทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงในอนาคตตามความเหมาะสม รวมทั้งสงวนสิทธิในการระงับการทําธุรกรรม จํากัดปริมาณธุรกรรม กําหนดให้สํารองเพิ่มเติม หรือมาตรการอื่นใด ในกรณีที่พบว่าธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์ใดไม่สอดคล้องตามหลักการใน 5.2 หรือธนาคารพาณิชย์ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด หรือพบการถือปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ใดที่ไม่รัดกุมหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

(4) การทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงของสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ ให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ใน 5.2 5.4.1 และ 5.4.3 ถึง 5.4.7 ของประกาศฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีสาขาดังกล่าวทําธุรกรรมกับบุคคลในประเทศไทยซึ่งจะต้องถือปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ด้วย

อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล

สําหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยมีหนังสืออนุญาตให้ทําธุรกรรมก่อนวันที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับนั้น หากธุรกรรมดังกล่าวไม่อยู่ในกรอบการทําธุรกรรมที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้ ส่วนธุรกรรมที่ทําไปแล้ว อนุญาตให้คงธุรกรรมดังกล่าวไว้ได้จนครบกําหนดอายุตามสัญญาโดยไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุสัญญา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย

อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นการถือปฏิบัติ

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3f71dd8f58e8fd74

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com