法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการขอจัดตั้งหรือขยายโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการขอจัดตั้งหรือขยายโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน

พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการพิจารณาการขอจัดตั้งหรือขยายโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๑)

แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการขอจัดตั้งหรือขยายโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน

พ.ศ. ๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“ผู้ขอร่วมดำเนินงาน” หมายความว่า

ผู้ซึ่งมีความประสงค์จะเข้าร่วมดำเนินงานกับ กนอ.

ในการจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรม

“โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม” หมายความว่า

โครงการจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมที่ผู้ร่วมดำเนินงานเสนอ

“ผู้ร่วมดำเนินงาน” หมายความว่า

ผู้ขอร่วมดำเนินงานที่ได้รับอนุมัติและทำสัญญาร่วมดำเนินงานโครงการจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมกับ

กนอ.

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ขอร่วมดำเนินงานโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมกับ

กนอ. ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นนิติบุคคลไทย

(๒)

เป็นผู้มีหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่จะดำเนินการโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

หรือหลักฐานแสดงการจะได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ดำเนินการเป็นนิคมอุตสาหกรรมได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ พื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมต้องตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เหมาะสมและมีศักยภาพที่จะดำเนินการให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและพื้นที่ดังกล่าวต้องสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด

กรณีตามวรรคหนึ่ง

หากตรวจสอบพบว่าพื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในท้องที่ซึ่งได้มีการวางและจัดทำผังเมืองตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองแล้วและได้จำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยกำหนดให้เป็นเขตสีที่ไม่อาจจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้

หรือกรณีเมื่อการบังคับใช้การวางและจัดทำผังเมืองตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองในท้องที่นั้นสิ้นสุดลงและได้มีการพิจารณาจัดทำร่างผังเมืองขึ้นใหม่ซึ่งผ่านขั้นตอนความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว

โดยยังคงหลักการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในท้องที่ดังกล่าวให้เป็นเขตสีที่ไม่อาจจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมได้เช่นเดียวกัน

กนอ.

ต้องไม่รับพิจารณาเพื่อดำเนินการขออนุมัติโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมนั้นและให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

หากพื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในท้องที่ที่ไม่เคยมีการวางและจัดทำผังเมืองมาก่อน

หรืออยู่ระหว่างการจัดทำร่างผังเมืองซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ ให้ กนอ.

รับพิจารณาคำขอโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมนั้นได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ประเภทของการประกอบกิจการในพื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง

รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว

ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ขอร่วมดำเนินงานยื่นคำขออนุมัติโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตามแบบที่

กนอ. กำหนด

พร้อมสำเนาเอกสารของข้อมูลโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๒๒ อย่างละสองชุด ทั้งนี้

กนอ. อาจกำหนดให้ผู้ขอร่วมดำเนินงานเสนอข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ กนอ.

พิจารณาคำขออนุมัติโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตามข้อ ๗ โดยเร็วภายในเวลา ๑๕

วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอนั้น

กรณีคำขออนุมัติโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

ตลอดจนเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ กนอ. กำหนด ให้ กนอ.

มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอร่วมดำเนินงานแก้ไขปรับปรุงหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

หากผู้ขอร่วมดำเนินงานไม่ปฏิบัติภายในระยะเวลาดังกล่าว

ให้ถือว่าผู้ขอร่วมดำเนินงานละทิ้งคำขอนั้นและให้ กนอ. จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

กรณีที่ กนอ.

พิจารณาแล้วเห็นว่าคำขออนุมัติโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมมีความถูกต้องสมบูรณ์

ตลอดจนได้รับเอกสารข้อมูลโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมครบถ้วนแล้ว ให้ กนอ.

ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอร่วมดำเนินงานทราบ

โดยหนังสือดังกล่าวอาจกำหนดให้ผู้ขอร่วมดำเนินงานต้องมาชี้แจงรายละเอียดของโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติมตามความจำเป็นและเข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมภายในกำหนด

๑๕ วันทำการนับแต่วันที่ กนอ. ได้พิจารณาคำขอตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว

(๒) เสนอรายละเอียดและเอกสารข้อมูลโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

รวมทั้งผลการตรวจสอบพื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมต่อคณะกรรมการ กนอ.

เพื่อพิจารณาอนุมัติภายใน ๖๐ วันทำการนับแต่วันที่ได้ดำเนินการตาม (๑) จนแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีคณะกรรมการ

กนอ. พิจารณาอนุมัติโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตามที่ผู้ขอร่วมดำเนินงานเสนอแล้ว

ให้ กนอ. แจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวให้ผู้ขอร่วมดำเนินงานทราบ พร้อมทั้งให้ผู้ขอร่วมดำเนินงานมาทำสัญญาร่วมดำเนินงานโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมกับ

กนอ. ต่อไป ภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กนอ.

กรณีผู้ขอร่วมดำเนินงานมีเหตุผลความจำเป็นไม่อาจมาทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งได้โดยมีหนังสือขอขยายเวลาก่อนสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวไม่น้อยกว่า

๑๕ วัน พร้อมทั้งแสดงเหตุผลความจำเป็นต่อ กนอ. ให้ กนอ.

พิจารณาขยายระยะเวลาการทำสัญญาร่วมดำเนินงานโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวได้อีกตามความเหมาะสมแต่ต้องไม่เกิน

๖๐ วันนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง

กรณีผู้ขอร่วมดำเนินงานไม่มาทำสัญญาร่วมดำเนินงานโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมกับ

กนอ. ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งและไม่มีหนังสือขอขยายเวลาต่อ กนอ.

ให้ถือว่าผู้ขอร่วมดำเนินงานไม่ประสงค์จะร่วมดำเนินงานกับ กนอ. และให้ กนอ.

แจ้งเป็นหนังสือยกเลิกโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมนั้นต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ร่วมดำเนินงานต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร่วมดำเนินงานกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตามที่คณะกรรมการกำหนด

ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีผู้ร่วมดำเนินงานจะนำพื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมไปขอรับสิทธิประโยชน์หรือขอรับอนุมัติตามกฎหมายอื่น

เช่น กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยศุลกากร เป็นต้น

ผู้ขอร่วมดำเนินงานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ กนอ. ทราบและต้องได้รับความเห็นชอบจาก

กนอ. เป็นหนังสือก่อนจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้

หากผู้ร่วมดำเนินงานได้ดำเนินการโดยยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก กนอ. และ กนอ.

ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว กนอ.

มีสิทธิบอกเลิกโครงการหรือสัญญาร่วมดำเนินงานได้ แล้วแต่กรณี

และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรณีนี้

รวมถึงมีสิทธิที่จะดำเนินการยุบนิคมอุตสาหกรรมที่ได้ประกาศจัดตั้งไว้แล้วด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่ผู้ขอร่วมดำเนินงานซึ่งได้ยื่นคำขออนุมัติโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมไว้ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ

และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กนอ. ให้ กนอ. เสนอคณะกรรมการ กนอ. เพื่อพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ผู้ว่าการรักษาการตามข้อบังคับนี้

และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

วิฑูรย์

สิมะโชคดี

ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

อุษมล/ผู้จัดทำ

๗ มกราคม ๒๕๕๖

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๗ มกราคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๙๔ ง/หน้า ๗๙/๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการขอจัดตั้งหรือขยายโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3f796f4f411a6b06

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com