法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการหักเงินได้พึงประเมินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560(ฉบับที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการหักเงินได้พึงประเมินเพื่อชําระเงินกู้ยืมคืน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 2)

อาศัยอํานาจตามความในวรรคหนึ่งของมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้พนักงานหรือลูกจ้างซึ่งเป็นผู้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หักเงินได้พึงประเมินเพื่อชําระเงินกู้ยืมคืนให้กองทุน ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในประกาศนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560

“เงินกู้ยืม” หมายความว่า เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560

“หน่วยงาน” หมายความว่า

(1) กระทรวง ทบวง กรม สํานักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

(2) หน่วยงานของรัฐอื่นใดนอกจากหน่วยงานตาม (1) และ

(3) หน่วยงานเอกชน ที่เป็นบุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล

“ผู้กู้ยืมเงิน” หมายความว่า

(1) พนักงานราชการหรือลูกจ้างชั่วคราวของกระทรวง ทบวง กรม สํานักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่เป็นผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน

(2) พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐอื่นใดที่มิใช่กระทรวง ทบวง กรม สํานักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่เป็นผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน และ

(3) พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานเอกชน ที่เป็นผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน

“ระบบ e-PaySLF” หมายความว่า ระบบรับชําระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ให้หน่วยงานซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้กู้ยืมเงิน มีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินของผู้กู้ยืมเงินตามมาตรา 51 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 โดยให้เข้าใช้ระบบ e-PaySLF และให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่หน่วยงานยังไม่มีหมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) เพื่อเข้าสู่ระบบการยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร หรือระบบบริการ Tax Single Sign On ของกระทรวงการคลัง ให้ดําเนินการ ดังนี้

(ก) กรอกคําขอยื่นแบบแสดงรายการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร (ภ.อ.01) พร้อมพิมพ์แบบ ภ.อ.01 และแบบข้อตกลงในการยื่นแบบแสดงรายการและชําระภาษีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตออกจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อของผู้มีอํานาจลงนามผูกพันและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี) มายื่นต่อสํานักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่หรือที่กองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ กรณีที่หน่วยงานมอบอํานาจให้บุคคลอื่นมายื่นเอกสารหลักฐานแทน ให้มีหนังสือมอบอํานาจ และสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้มอบอํานาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้องมาแสดงด้วย หรือ

(ข) กรอกคําขอยื่นใช้ระบบบริการ Tax Single Sign On ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกระทรวงการคลัง แล้วพิมพ์ออกจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มายื่นต่อสํานักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือที่กองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่กรมสรรพสามิต ทั้งนี้กรณีที่หน่วยงานมอบอํานาจให้บุคคลอื่นมายื่นเอกสารหลักฐานแทน ให้มีหนังสือมอบอํานาจ และสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้มอบอํานาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้องมาแสดงด้วย

(2) กรณีที่หน่วยงานมีหมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) สําหรับเข้าสู่ระบบการยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรแล้ว แต่ยังมิได้ขอเพิ่มประเภทกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้ยื่นคําขอนําส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามแบบคําขอเพิ่ม/ลดประเภท แบบแสดงรายการยื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ภ.อ.02)

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 กรณีที่หน่วยงานได้ดําเนินการตามข้อ 2 แล้ว ให้หน่วยงานซึ่งได้รับแจ้งจํานวนเงินกู้ยืมและรายชื่อผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน เข้าสู่ระบบ e-PaySLF ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th และตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อผู้กู้ยืมเงินตามที่กองทุนแจ้งให้ทราบกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินจากกองทุนตามรายชื่อที่กองทุนแจ้งให้ทราบ ไม่ได้อยู่ในสังกัดของหน่วยงาน ให้หน่วยงานแจ้งยกเลิกรายชื่อดังกล่าวผ่านระบบ e-PaySLF โดยดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ดาวน์โหลด (Download) ไฟล์รายการข้อมูลรายชื่อผู้กู้ยืมเงินตามที่กองทุนแจ้งให้ทราบจากระบบ e-PaySLF และดําเนินการแก้ไขรายการข้อมูลรายชื่อผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ในสังกัดให้ถูกต้อง ทั้งนี้ต้องระบุเหตุผลการแก้ไข และอัปโหลด (Upload) ไฟล์รายการข้อมูลรายชื่อผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ในสังกัดที่ได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้วเข้าสู่ระบบ e-PaySLF โดยต้องดําเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่หน่วยงานได้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ในสังกัด หรือ

(2) ให้ยกเลิกรายชื่อผู้กู้ยืมเงินที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดของหน่วยงาน ในรายการข้อมูลรายชื่อผู้กู้ยืมเงินผ่านระบบ e-PaySLF โดยตรง ทั้งนี้ ต้องระบุเหตุผลการยกเลิก โดยต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่หน่วยงานได้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ในสังกัด

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 เมื่อหน่วยงานได้ตรวจสอบรายชื่อผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน ว่าถูกต้องตามข้อ 3 แล้วต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(1) หักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ของผู้กู้ยืมเงินเพื่อชําระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามมาตรา 51 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ตามจํานวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ

(2) ทําการยืนยันรายการข้อมูลรายชื่อผู้กู้ยืมเงินดังกล่าวบนระบบ e-PaySLF และ

(3) พิมพ์ชุดชําระเงิน (Pay-in Slip) ออกจากระบบ e-PaySLF พร้อมนําเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ของผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ในสังกัดซึ่งถูกหักไว้ตาม (1) มาชําระตามช่องทางที่ปรากฏในชุดชําระเงิน (Pay-in Slip) ภายในกําหนดเวลานําส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยต้องเป็นช่องทางการชําระเงิน ดังต่อไปนี้

(ก) ชําระเป็นเงินสด เข้าบัญชีชื่อ “กรมสรรพากร 2 เพื่อรับชําระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา”

(ข) ชําระด้วยเช็ค ซึ่งเป็นเช็คธนาคารและสาขาที่หน่วยงานเปิดบัญชี ไปชําระ ณ สาขาของธนาคารนั้น ๆ โดยระบุผู้รับเงิน คือ “กรมสรรพากร 2 เพื่อรับชําระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา”

(ค) ชําระด้วยแคชเชียร์เช็ค (Cashier Cheque) ซึ่งเป็นแคชเชียร์เช็คของทุกธนาคารสาขาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไปชําระ ณ สาขาของธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน)ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยระบุผู้รับเงิน คือ “กรมสรรพากร 2 เพื่อรับชําระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” ก่อนเวลา 14.00 นาฬิกา หรือ

(ง) ชําระด้วยตั๋วแลกเงิน (Draft) ซึ่งเป็นตั๋วแลกเงินของทุกธนาคาร สาขาในต่างจังหวัดไปชําระ ณ สาขาของธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ในเขตจังหวัดเดียวกัน โดยระบุผู้รับเงิน คือ“กรมสรรพากร 2 เพื่อรับชําระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” ก่อนเวลา 14.00 นาฬิกา

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 เมื่อหน่วยงานได้ดําเนินการตามข้อ 4 แล้ว ให้กองทุนตรวจสอบความถูกต้องและจัดทําใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่หน่วยงานดังกล่าวภายใน 10 วันทําการ นับจากวันที่หน่วยงานได้นําเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ของผู้กู้ยืมเงินซึ่งถูกหักไว้ตามจํานวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ มาชําระตามช่องทางที่ปรากฏในชุดชําระเงิน (Pay-in Slip) ทั้งนี้ หน่วยงานต้องจัดเก็บใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็นหลักฐานการหักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ของผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน และเป็นหลักฐานการชําระเงินตามข้อ 4 (3) แล้ว

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการหักเงินได้พึงประเมินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560(ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3ffa8b627f70cb07

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com