法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน

อุปกรณ์การเรียน

เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

พ.ศ. ๒๕๕๒

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมนักเรียนโดยการจัดเงินอุดหนุนเป็นค่าหนังสือเรียน

อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน

และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนสำหรับนักเรียนระดับ ก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา

ระดับมัธยมศึกษา และรวมถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๓ (๔) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖

และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ดังนั้น

เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในคราวประชุมครั้งที่

๒/๒๕๕๒ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงได้ลงมติเห็นชอบกำหนดมาตรการการอุดหนุน

เป็นเงินค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน

และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชนไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน

อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียนและกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“เงินอุดหนุน” หมายความว่า

เงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรจากงบประมาณเพื่อเป็นค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน

เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

“หนังสือเรียน” หมายความว่า

หนังสือแบบเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ใช้สำหรับการเรียนในแต่ละระดับ

และหรือหนังสือแบบเรียนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้จากกระทรวงศึกษาธิการ

“อุปกรณ์การเรียน” หมายความว่า

เครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นและเหมาะสมที่ต้องใช้ในการเรียนของนักเรียนในแต่ละระดับหรือสาขาวิชา

ตามที่คณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม ๔ ฝ่ายกำหนด เช่น สมุด แบบฝึกหัด ดินสอ

ยางลบ ปากกา ไม้บรรทัด กระดาษ สี ดินน้ำมัน เป็นต้น

“เครื่องแบบนักเรียน” หมายความว่า

เครื่องแบบนักเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.

๒๕๕๑ และที่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต รวมถึง ชุดฮิญาบ ชุดลูกเสือ ชุดยุวกาชาด

ชุดเนตรนารี ชุดผู้บำเพ็ญประโยชน์ ชุดพลศึกษา ชุดฝึก ชุดไตรจีวร

สำหรับสามเณรในโรงเรียนการกุศล และรวมถึงเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า เน็คไท

เข็มตราโรงเรียน กระดุมตามระเบียบของโรงเรียน

“กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน” หมายความว่า

กิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้แก่นักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาการ กิจกรรมคุณธรรม

จริยธรรม ลูกเสือ เนตรนารีและยุวกาชาด กิจกรรมทัศนศึกษา และการบริการสารสนเทศ

“โรงเรียน” หมายความว่า โรงเรียนเอกชนในระบบ

โดยไม่รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ

“นักเรียน” หมายความว่า

ผู้ที่โรงเรียนได้รับเข้าเรียนตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดและตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

“สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา” หมายความว่า

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนตั้งอยู่ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร

“คณะกรรมการบริหาร” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารของโรงเรียน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หลักเกณฑ์การให้เงินอุดหนุนตามระเบียบนี้

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ให้คำนวณจากจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงของโรงเรียน ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ตามอัตราแนบท้ายระเบียบ

ทั้งนี้

ต้องไม่เกินความจุของโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตหรือที่กำหนดไว้ในตราสาร แล้วแต่กรณี

(๒)

นักเรียนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนต้องเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนที่มีลักษณะ

ดังต่อไปนี้

ก.

เป็นโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ

ระดับก่อนประถมศึกษา (ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ - ๓) ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น

มัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ระดับใดระดับหนึ่งหรือหลายระดับรวมกัน

ข.

เป็นโรงเรียนที่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาในทุกระดับชั้นเรียนหรือบางระดับชั้นเรียน

เมื่อรวมกับเงินอุดหนุนรายบุคคลแล้วไม่เกินอัตราแนบท้ายระเบียบนี้

ค.

ไม่เป็นโรงเรียนที่ประกาศแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่านักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนี้ไม่ได้รับเงินอุดหนุน

(๓)

นักเรียนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนตามระเบียบนี้ ต้องมีคุณสมบัติ ต่อไปดังนี้

ก.

เป็นนักเรียนที่ได้ลงทะเบียนเป็นนักเรียนและเรียนอยู่จริงในชั้นเรียนที่โรงเรียนมีสิทธิ์ได้รับการอุดหนุนโดยถูกต้องและตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่กำหนดไว้ในตราสาร

แล้วแต่กรณี

ข.

เป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในระดับที่ได้รับการอุดหนุน

ค.

ไม่เป็นนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนที่ประกาศแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่า

นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนี้ไม่ได้รับการอุดหนุน

ง.

เป็นนักเรียนที่ผู้ปกครองไม่แจ้งขอสละสิทธิ์ขอรับเงินอุดหนุน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนของโรงเรียนตามประมาณการขอรับเงินอุดหนุนให้โรงเรียนดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดประชุมคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม ๔ ฝ่ายนั้น ประกอบด้วยผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครองที่มิได้เป็นคณะกรรมการบริหาร

ผู้แทนชุมชนส่วนท้องถิ่นที่โรงเรียนนั้นตั้งอยู่

และผู้แทนคณะกรรมการนักเรียนยกเว้นระดับอนุบาล สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก (มีนักเรียนไม่เกิน

๓๐๐ คน) ให้มีได้ไม่น้อยกว่าฝ่ายละ ๑ คน สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ (มีนักเรียนตั้งแต่

๓๐๑ คนขึ้นไป) ให้มีไม่น้อยกว่าฝ่ายละ ๒ คน

โดยการเสนอชื่อของคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาดำเนินการ กำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนเป็นค่าหนังสือเรียนอุปกรณ์การเรียน

เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของนักเรียนอย่างเหมาะสม

เป็นธรรมและโปร่งใสในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ก.

การรับเงินอุดหนุนเป็นค่าหนังสือเรียนให้ที่ประชุมกำหนดกรอบรายการหนังสือ แบบเรียน

จำนวนและราคา วิธีการซื้อ และวิธีดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

พร้อมทั้งกำหนดให้ชัดเจนว่าหนังสือแบบเรียนเล่มใดซื้อโดยเงินอุดหนุน

หรือหนังสือแบบเรียนหรือหนังสือประกอบการเรียนเล่มใดที่ผู้ปกครองจัดซื้อเอง

ข.

การรับเงินอุดหนุนเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนให้จ่ายเงินแก่ผู้ปกครอง

และให้ผู้ปกครองนำหลักฐานการนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์มาแสดงต่อโรงเรียน

ค.

การรับเงินอุดหนุนเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียนให้จ่ายเงินแก่ผู้ปกครอง

และให้ผู้ปกครองนำหลักฐานการนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์มาแสดงต่อโรงเรียน

ง.

การรับเงินอุดหนุนเป็นค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้ที่ประชุมกำหนดความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม

จ.

เห็นชอบจำนวนนักเรียนตามประมาณการที่ขอรับการอุดหนุนตามระเบียบนี้

(๒)

จัดทำประกาศแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม ๔ ฝ่าย โดยมีรายละเอียดการขอรับเงินอุดหนุนแต่ละรายการ

แล้วปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยเพื่อแจ้งให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบโดยทั่วกัน

(๓)

ให้ประมาณการเงินอุดหนุนที่ขอเบิกในอัตราร้อยละ ๘๐ ในชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่

๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ และชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่

๑ ของจำนวนนักเรียน ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษาที่ยื่นคำขอ สำหรับชั้นอื่น

ๆ จัดสรรให้ร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนนักเรียนในปีการศึกษาที่ยื่นคำขอ

โดยคำนวณเงินอุดหนุนตามอัตราแนบท้ายระเบียบ

(๔)

จัดทำคำขอรับการอุดหนุนตามข้อ ๕ (๓) พร้อมส่งเอกสาร ดังต่อไปนี้

ก.

รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม ๔ ฝ่าย

ข.

ประกาศแจ้งผู้ปกครองในเรื่องการรับเงินอุดหนุนตามระเบียบนี้

ค.

ประกาศแจ้งการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น

ง.

ใบสำคัญรับเงินตามจำนวนนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนแต่ละประเภท

(๕)

ให้โรงเรียนยื่นคำขอรับการอุดหนุนตามข้อ ๕ (๔) และเอกสารประกอบตามข้อ ๕ (๓) ภายในเดือนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

ของทุกปี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเบิกจ่ายเงินอุดหนุนตามประมาณการขอรับเงินอุดหนุน

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบคำขอรับเงินอุดหนุนของโรงเรียน ตามข้อ ๕ (๕) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๐

มีนาคม ของทุกปี

(๒)

ส่งแบบสรุปประมาณการจำนวนนักเรียน ที่ขอรับการอุดหนุนเป็นเงินค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน

เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

พร้อมจำนวนเงินที่ขอรับการอุดหนุน และสำเนาเลขที่บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อรับโอนเงินอุดหนุน โดยให้ส่งถึงสำนักงานภายในวันที่

๑๕ มีนาคม ของทุกปี

(๓)

เมื่อได้รับการแจ้งโอนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วให้เร่งดำเนินการเบิกจ่ายและโอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนที่ได้ส่งเอกสารตาม

(๑) ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ภายใน ๕ วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับโอนเงินเข้าบัญชี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนของสำนักงานและเบิกจ่ายเงินอุดหนุนตามประมาณการขอรับเงินอุดหนุน

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบคำขอรับเงินอุดหนุนพร้อมเอกสารประกอบ

สำหรับโรงเรียนในกรุงเทพมหานครและแบบสรุปประมาณการจำนวนนักเรียนตามข้อ ๕ (๕)

และข้อ ๖ (๒) สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเสนอขออนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนตามประมาณการให้โรงเรียนในกรุงเทพมหานครและโอนเงินเข้าบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ตามข้อ ๖ (๒) ภายใน ๕ วันทำการ นับตั้งแต่ได้รับอนุมัติเงินจากกรมบัญชีกลาง

(๒)

สำหรับกรุงเทพมหานครให้โอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนที่ได้ส่งเอกสารตาม (๑)

ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ภายใน ๕ วันทำการ นับตั้งแต่ได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลาง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนของโรงเรียนตามจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงในปีการศึกษาที่ขอเบิกจ่ายจริง

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

การขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้เบิกจ่ายตามจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง ณ วันที่ ๑๐

มิถุนายนของปีการศึกษาที่ขอเบิก ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต

กรณีที่มีนักเรียนหรือผู้ปกครองสละสิทธิ์การรับเงินอุดหนุน

อุปกรณ์การเรียนหรือเครื่องแบบนักเรียน

ให้แนบหลักฐานการสละสิทธิ์ตามแบบที่สำนักงานกำหนด พร้อมปรับลดจำนวนนักเรียนที่สละสิทธิ์ออกจากจำนวนนักเรียนที่ขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุน

แล้วแต่กรณี

(๒)

ให้โรงเรียนยื่นคำขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนพร้อมหลักฐานตามแบบที่สำนักงานกำหนดภายในวันที่

๒๐ มิถุนายนของทุกปี

(๓)

ในกรณีที่จำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริง ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษาที่ยื่นคำขอน้อยกว่าจำนวนนักเรียน

ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษาที่ขอเบิกจริง

โรงเรียนต้องคืนเงินส่วนที่เกินแก่สำนักงาน หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่กรณี

หากมีจำนวนนักเรียนมากกว่าให้ขอเบิกเพิ่มตามจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามจำนวนนักเรียน

ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษาที่ขอเบิกจ่ายจริง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบและเปรียบเทียบคำขอเบิกจ่ายตามข้อ ๕ และข้อ ๘

หากโรงเรียนเบิกเกินให้ส่งคืนเงินอุดหนุน

และให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเบิกจ่ายให้กับโรงเรียนที่ขอเบิกเพิ่มตามอัตราท้ายระเบียบ

(๒)

โรงเรียนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มเติม

แต่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีเงินอุดหนุนไม่เพียงพอ

ให้สรุปยอดเงินอุดหนุนที่ต้องขอเบิกเพิ่มจัดส่งให้สำนักงานภายในวันที่ ๑๐

กรกฎาคมของทุกปี

(๓)

เมื่อได้รับแจ้งการโอนเงินเข้าบัญชีให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนที่ได้ส่งเอกสารตาม

(๒) ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ภายใน ๕ วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับโอนเงินเข้าบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนของสำนักงานตามจำนวนนักเรียน

ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ของปีการศึกษาที่ขอเบิกจ่ายจริง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบและเปรียบเทียบการขอรับเงินอุดหนุนตามข้อ ๕ และข้อ ๘ สำหรับในกรุงเทพมหานคร

หากโรงเรียนเบิกเกินให้ส่งคืนเงินอุดหนุน ส่วนเงินอุดหนุนที่โรงเรียนมีสิทธิ์ได้รับเพิ่มเติมในกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

แล้วแต่กรณี ให้สรุปยอดเพื่อเสนอขออนุมัติเบิกจ่ายเงิน

(๒)

เมื่อได้รับอนุมัติเบิกจ่ายเงินส่วนที่ขอเพิ่มในกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

แล้วแต่กรณี ให้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

เพื่อโอนเข้าบัญชีโรงเรียนต่อไป

สำหรับโรงเรียนในกรุงเทพมหานครให้โอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนที่ได้ส่งเอกสารตาม

(๑) ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ภายใน ๕ วันทำการ นับตั้งแต่ได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลาง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เงื่อนไขการขอรับเงินอุดหนุนและการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน

(๑)

โรงเรียนที่ไม่ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

หากพ้นกำหนดให้ถือว่าโรงเรียนไม่ประสงค์ขอรับเงินอุดหนุน

โดยโรงเรียนต้องรับภาระชดเชยเงินอุดหนุนตามระเบียบนี้ให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง

เว้นแต่นักเรียนหรือผู้ปกครองของนักเรียนรายนั้นจะสละสิทธิ์เอง

(๒)

สำหรับโรงเรียนที่ไม่เคยรับเงินอุดหนุนมาก่อน

ให้ขอเงินอุดหนุนตามประมาณการโดยให้โรงเรียนจัดทำแผนการรับนักเรียนในชั้นเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนนั้น

และแผนการรับนักเรียนจะต้องเป็นไปตามใบอนุญาตที่มีอยู่ ทั้งนี้ ให้ขอเบิกเงินตามประมาณการไม่เกินร้อยละ

๘๐ ของจำนวนนักเรียนที่โรงเรียนกำหนดในแผนการรับนักเรียน

และแผนการรับนักเรียนต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม ๔

ฝ่าย

(๓)

ในกรณีที่มีเงินอุดหนุนในรายการใดเหลือจ่าย

ให้โรงเรียนนำเงินอุดหนุนที่เหลือจ่ายไปสมทบเพื่อดำเนินการในรายการที่มีเงินอุดหนุนไม่เพียงพอได้

แต่ทั้งนี้

ต้องไม่เกินอัตราแนบท้ายระเบียบแต่ละรายการที่ต้องดำเนินการเบิกโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม

๔ ฝ่าย

(๔)

ให้โรงเรียนสรุปผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนรายงานต่อคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม

๔ ฝ่ายในทุกปีการศึกษา

ให้โรงเรียนนำเงินอุดหนุนที่ได้ไปใช้จ่ายให้เป็นไปตามประกาศนี้

และตามมติคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม ๔ ฝ่าย

โดยให้จัดทำหลักฐานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนตามวัตถุประสงค์

(๕)

ให้โรงเรียนสรุปผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนตามแบบที่สำนักงานกำหนด ภายในวันที่ ๓๐

พฤศจิกายนของทุกปี สำหรับกรุงเทพมหานครให้จัดส่งที่สำนักงาน จำนวน ๑ ชุด

ส่วนจังหวัดอื่นให้จัดส่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่กรณี จำนวน ๒ ชุด

และให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารวบรวมส่งสำนักงาน ภายในวันที่ ๓๑

ธันวาคมของทุกปี

(๖)

โรงเรียนต้องจัดทำบัญชีการเงินและบัญชีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

จัดทำทะเบียนคุมรายการรับจ่ายในการอุดหนุนแต่ละรายการ พร้อมเก็บเอกสาร

หลักฐานการรับจ่ายในแต่ละรายการพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

(๗)

การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนตามระเบียบ ให้เบิกจ่ายไม่เกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปีหากเงินงบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอให้สำนักงานเบิกจ่ายโดยวิธีถัวเฉลี่ยจ่ายตามวงเงินงบประมาณที่มีอยู่

เว้นแต่ที่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การกำกับดูแลมาตรการการให้เงินอุดหนุน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

สำนักงานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการตรวจติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนตามระเบียบ

(๒)

ในกรณีที่ตรวจพบว่า

โรงเรียนมีการเบิกเงินอุดหนุนผิดพลาดหรือโดยไม่มีสิทธิ์ให้ผู้อนุญาตเรียกเงินคืนจากโรงเรียนพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ

๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่เบิกโดยผิดพลาดหรือโดยไม่มีสิทธิ์

นับแต่วันที่เบิกจ่ายจนถึงวันที่ชำระเสร็จสิ้น

(๓)

เมื่อปรากฏว่าโรงเรียนดำเนินการเกี่ยวกับการขอรับเงินอุดหนุนตามระเบียบนี้

โดยทุจริตให้ผู้อนุญาตดำเนินการเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยตาม ๑๒ (๒)

อาจจะดำเนินการทางคดีตามกฎหมายแก่ผู้เกี่ยวข้องแก่ผู้กระทำความผิด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สำหรับในวาระเริ่มแรกในปีการศึกษา ๒๕๕๒

ให้สำนักงานเบิกจ่ายเงินอุดหนุนตามจำนวนนักเรียน ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๑

ในอัตราเงินอุดหนุนของแต่ละระดับ ยกเว้นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน

ให้ถัวเฉลี่ยในระดับชั้นเรียนที่คำนวณจากอัตราท้ายระเบียบ สำหรับโรงเรียนที่ไม่เคยรับเงินอุดหนุนให้ดำเนินการตามข้อ

๑๑ (๒)

สำหรับจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่

๑ ซึ่งไม่ได้รับการอุดหนุนมาก่อน ให้คำนวณจากร้อยละ ๘๐

ของจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ ๒ และ ๓ ถัวเฉลี่ย

เพื่อเบิกจ่ายเงินอุดหนุนตามประมาณการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

จุรินทร์

ลักษณวิศิษฏ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางอัตราการอุดหนุนแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน

อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พ.ศ. ๒๕๕๒

๒. ตารางอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๒

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/จัดทำ

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

ปิติวรรณ/ปรับปรุง

๕ มิถุนายน ๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๔๐ ง/หน้า ๘/๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_408a26de094dc4d8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com