法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

พนักงานอัยการ

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ.

๒๕๐๒

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒

เป็นปีที่

๑๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพนักงานอัยการ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘

ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๐

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ในพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมอัยการ

“รองอธิบดี” หมายความว่า

รองอธิบดีกรมอัยการ

“พนักงานอัยการ” หมายความว่า

ข้าราชการสังกัดกรมอัยการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินคดี

“ดำเนินคดี” หมายความว่า

ดำเนินการไปตามอำนาจและหน้าที่ในทางอรรถคดีของพนักงานอัยการ

“เขต” หมายความว่า

เขตท้องที่ของกรมอัยการ”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘

ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๐๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕ พนักงานอัยการได้แก่ผู้ดำรงตำแหน่ง

ดังต่อไปนี้

๑. อธิบดี

๒. รองอธิบดี

๓. อัยการพิเศษฝ่ายคดี

๔. อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา

๕. อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

๖. อัยการพิเศษประจำเขต

๗. อัยการประจำกรม

๘. อัยการจังหวัดเอก

๙. อัยการประจำกอง

๑๐. อัยการจังหวัด

๑๑. อัยการจังหวัดผู้ช่วย

๑๒. อัยการผู้ช่วย และ

๑๓.

ผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘

ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๐

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๙ ในเขตหนึ่งๆ

ให้มีพนักงานอัยการนายหนึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการอัยการประจำเขต เรียกว่า “อัยการพิเศษประจำเขต”

ในท้องที่ที่ตั้งศาลจังหวัด

ให้มีพนักงานอัยการนายหนึ่งเป็นหัวหน้า เรียกว่า “อัยการจังหวัดเอก”

หรือ “อัยการจังหวัด” และให้มีผู้ช่วย

เรียกว่า “อัยการจังหวัดผู้ช่วย” หรือ

“อัยการผู้ช่วย””

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐

แห่งพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๐ ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี

ให้พนักงานอัยการซึ่งรับราชการประจำอยู่ในราชการส่วนกลางเป็นพนักงานอัยการประจำศาลชั้นต้นทุกศาล

ให้อธิบดีหรือรองอธิบดี หรืออัยการพิเศษฝ่ายคดีที่ได้รับมอบหมายหน้าที่จากอธิบดี

เป็นหัวหน้าในการปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการประจำศาลชั้นต้นนั้น”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ

พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๐๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๒

อธิบดีและรองอธิบดีมีอำนาจดำเนินคดีได้ทุกศาล

อัยการพิเศษประจำเขตมีอำนาจดำเนินคดีได้ทุกศาลภายในเขต พนักงานอัยการผู้อื่นมีอำนาจดำเนินคดีได้เฉพาะศาลแห่งท้องที่ที่พนักงานอัยการผู้นั้นรับราชการประจำ

เว้นแต่

(๑)

เมื่ออธิบดีได้มีคำสั่งให้พนักงานอัยการซึ่งรับราชการประจำในท้องที่หนึ่งไปช่วยราชการในอีกท้องที่หนึ่งชั่วคราว

หรือให้ไปดำเนินคดีใดเฉพาะเรื่อง หรือเมื่ออัยการพิเศษประจำเขตได้มีคำสั่งให้พนักงานอัยการซึ่งรับราชการประจำในท้องที่หนึ่งภายในเขตไปช่วยราชการในอีกท้องที่หนึ่งชั่วคราว

หรือให้ไปดำเนินคดีใดโดยเฉพาะเรื่องภายในเขตและอธิบดีหรืออัยการพิเศษประจำเขต

แล้วแต่กรณี ได้แจ้งให้ศาลแห่งท้องที่นั้นทราบแล้ว พนักงานอัยการผู้นั้นมีอำนาจดำเนินคดีได้ตลอดถึงศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา

(๒)

เมื่อคดีที่พนักงานอัยการได้ดำเนินไว้ในศาลชั้นต้นขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา

พนักงานอัยการผู้ดำเนินคดีนั้น หรือพนักงานอัยการผู้อื่นซึ่งประจำศาลชั้นต้นนั้น

หรือพนักงานอัยการซึ่งรับราชการประจำอยู่ในราชการส่วนกลาง

มีอำนาจดำเนินคดีในศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาได้

(๓) ในคดีที่ศาลส่งประเด็นไปสืบพยานยังศาลอื่น

หรือโอนคดีไปพิจารณายังศาลอื่น พนักงานอัยการประจำศาลอื่นนั้น

หรือพนักงานอัยการผู้ดำเนินคดีมาแต่ต้น

หรือพนักงานอัยการซึ่งประจำศาลที่ดำเนินคดีมาแต่ต้น มีอำนาจดำเนินคดีนั้นในศาลที่สืบพยานตามประเด็นหรือศาลที่รับโอนคดีนั้นได้”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘

ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๐

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๖ ในการปฏิบัติราชการนอกจากการใช้อำนาจหรือกระทำหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น

ให้พนักงานอัยการซึ่งรับราชการอยู่ในส่วนภูมิภาคฟังบังคับบัญชาอัยการพิเศษประจำเขตและผู้ว่าราชการจังหวัด

แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ไม่ลบล้างอำนาจของอธิบดี”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ส. ธนะรัชต์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

เนื่องจากชื่อตำแหน่งของพนักงานอัยการผู้เป็นหัวหน้าส่วนราชการ กรม

อัยการส่วนกลางและประจำเขต ซึ่งเรียกว่า “ผู้อำนวยการกอง”

และ “ผู้อำนวยการอัยการเขต” ยังไม่เหมาะสม

จึงสมควรให้เรียกชื่อเสียใหม่ว่า “อัยการพิเศษฝ่ายคดี”

“อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา” “อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ”

และ “อัยการพิเศษประจำเขต” โดยลำดับ

เพื่อให้ตรงตามสายงานและให้สอดคล้องกับคำที่เรียกตำแหน่งอื่นๆ ของพนักงานอัยการ

สัญชัย/ผู้จัดทำ

มกราคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๖/ตอนที่ ๑๑๐/หน้า ๕๙๘/๑ ธันวาคม ๒๕๐๒

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_40aebf0ba6718b99

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com