法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วยคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ

พ.ศ. ๒๕๔๔[๑]

โดยที่มาตรา ๓๕

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

พ.ศ. ๒๕๓๔ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้อำนวยการสถานพินิจและช่วยเหลือกิจการสถานพินิจเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของเด็กและเยาวชน

เพื่อให้การดำเนินการตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

กระทรวงยุติธรรมจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วยคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ พ.ศ. ๒๕๔๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดา

ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“สถานพินิจ” หมายความว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด

และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

“ผู้อำนวยการสถานพินิจ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง

ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด และผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

“คณะกรรมการสงเคราะห์” หมายความว่า คณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ

“กรรมการสงเคราะห์” หมายความว่า กรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ

“คณะกรรมการดำเนินงาน” หมายความว่า

คณะกรรมการดำเนินงานเกี่ยวกับคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ

“คณะกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการสงเคราะห์สำหรับสถานพินิจ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เครื่องหมายของกรรมการสงเคราะห์ให้เป็นไปตามที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

คณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการสงเคราะห์ตามจำนวน

ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่น้อยกว่าห้าสิบคนแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยคน

สำหรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหรือสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

(๒) ไม่น้อยกว่าห้าสิบคนแต่ไม่เกินสองร้อยคน

สำหรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

กรรมการสงเคราะห์มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

คณะกรรมการสงเคราะห์มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้คำปรึกษาแก่ผู้อำนวยการสถานพินิจ

(๒) เข้าไปเยี่ยมเยียนเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ

(๓) สงเคราะห์เด็กและเยาวชนภายหลังปล่อยตามความเหมาะสม เช่น

การจัดหาทุนการศึกษา ทุนการประกอบอาชีพ การจัดหางาน

และการอุปการะเด็กและเยาวชนในกรณีจำเป็นอื่น ๆ

(๔) ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ

สำหรับเด็กและเยาวชน

(๕) ทำหน้าที่วิทยากร หรือเชิญชวนผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ๆ

ไปเป็นวิทยากรในการอบรมจริยธรรม หรือช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน

ตามที่ผู้อำนวยการสถานพินิจเห็นสมควร

(๖)ให้ความร่วมมือในการจัดหารายได้

เพื่อเป็นกองทุนสงเคราะห์เด็กและเยาวชน

(๗) เชิญชวนผู้มีจิตกุศลให้ร่วมกันบริจาคเงิน

สิ่งของเครื่องใช้ในการสงเคราะห์เด็กและเยาวชน

ตลอดจนเข้าไปเยี่ยมเยียนเด็กและเยาวชนในบางโอกาส

(๘) ช่วยเหลือกิจการสถานพินิจด้านอื่น ๆ

เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของเด็กและเยาวชนตามที่ผู้อำนวยการสถานพินิจขอความร่วมมือ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

บุคคลที่จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการสงเคราะห์จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑) มีอายุตั้งแต่ ๓๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

(๒) มีความรู้ในขั้นสามารถอ่านออกเขียนได้

(๓) ประกอบอาชีพเป็นกิจลักษณะ หรือมีฐานะมั่นคง

(๔) มีความซื่อสัตย์สุจริต

มีคุณธรรมและมีความเสียสละอย่างสูงพร้อมที่จะอุทิศตนช่วยเหลือกิจการสถานพินิจ

เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของเด็กและเยาวชน

(๕) มีบุคลิกภาพและความประพฤติดี ได้รับความไว้วางใจและยกย่องจากประชาชน

(๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ

หรือคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดมาก่อน

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘) ไม่ประกอบอาชีพอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพหรือสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

บุคคลที่มีคุณงามความดีและเสียสละช่วยเหลือกิจการสถานพินิจเป็นกรณีพิเศษอาจได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการสงเคราะห์กิตติมศักดิ์

และได้รับสิทธิและประโยชน์อื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

กรรมการสงเคราะห์กิตติมศักดิ์พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ได้รับอนุญาตให้ลาออก

(๓)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้ออกเนื่องจากกระทำผิดระเบียบวินัยและจริยธรรมตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

การสรรหาและแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้มีคณะกรรมการดำเนินงานเกี่ยวกับคณะกรรมการสงเคราะห์สำหรับสถานพินิจ

ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ผู้ช่วยปลัดกระทรวงยุติธรรม

และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

จิตวิทยา การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพหรือสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน จำนวนไม่เกินห้าคน

เป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการส่งเสริมประสิทธิภาพสถานพินิจเป็นกรรมการและเลขานุการ

และผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๑๓

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ปลัดกระทรวงยุติธรรมให้ออก

(๔) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๕)

เป็นผู้ถูกสั่งให้พักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น

(๖) เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย

(๗)

เป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญในด้านเดียวกันตาม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เป็นกรรมการแทนและให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบตามวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุมในการประชุมคราวใดถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมมติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

คณะกรรมการดำเนินงานมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดจำนวนกรรมการสงเคราะห์สำหรับสถานพินิจแต่ละแห่ง

(๒)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการสงเคราะห์ตามความเหมาะสมกับสภาพของสถานพินิจแต่ละแห่ง

(๓)

พิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการสงเคราะห์และกรรมการสงเคราะห์กิตติมศักดิ์

(๔)

พิจารณาเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อถอดถอนกรรมการสงเคราะห์

ที่กระทำผิดวินัยและจริยธรรมตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

(๕)

กำหนดหลักสูตรการอบรมกรรมการสงเคราะห์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน

การพิทักษ์คุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน

(๖)

กำหนดหลักเกณฑ์และพิจารณาคัดเลือกกรรมการสงเคราะห์ดีเด่น

(๗)

กำหนดหลักเกณฑ์และพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อกรรมการสงเคราะห์เพื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การประชุมของคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการดำเนินงานแต่งตั้ง ให้นำข้อ ๑๗

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการสงเคราะห์สำหรับสถานพินิจ ดังนี้

(๑) สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง

ประกอบด้วยผู้อำนวยการสถานพินิจ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

ผู้แทนกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานพินิจ ผู้อำนวยการกองคุมประพฤติ ผู้อำนวยการกองแพทย์

ผู้อำนวยการกองแรกรับ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง เป็นกรรมการ

ผู้อำนวยการกองอำนวยการ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง

เป็นกรรมการและเลขานุการ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป กองอำนวยการ

เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

(๒) สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหรือสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานพินิจ เป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

ผู้แทนสำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัด หัวหน้าฝ่ายคดี หัวหน้าสถานฝึกและอบรม

หัวหน้าสถานแรกรับ สถานพินิจ เป็นกรรมการ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สถานพินิจ เป็นกรรมการและเลขานุการ

(๓) ให้คณะกรรมการสรรหาตาม (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี

แต่งตั้งบุคคลซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชนหรือเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม

ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ จำนวนสองคน

เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง

และการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างลง ให้นำข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕

และข้อ ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การประชุมของคณะกรรมการสรรหาให้นำข้อ ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

คณะกรรมการสรรหามีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อขอกำหนดจำนวนกรรมการสงเคราะห์ตามความจำเป็นสำหรับสถานพินิจแต่ละแห่ง

(๒)

ดำเนินการสรรหาผู้มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการดำเนินงานกำหนด

และจัดทำบัญชีรายชื่อพร้อมประวัติย่อของผู้ที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก เสนอคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสามสิบวัน

(๓)

จัดการอบรมกรรมการสงเคราะห์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน

การพิทักษ์คุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนตามหลักสูตรที่คณะกรรมการดำเนินงานกำหนด

(๔) ประเมินผลการปฏิบัติงานและเสนอชื่อกรรมการสงเคราะห์ดีเด่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการดำเนินงานกำหนด

(๕)

ประเมินผลการปฏิบัติงานและเสนอชื่อกรรมการสงเคราะห์เพื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ตามระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการดำเนินงานกำหนด

(๖)

พิจารณาการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมของกรรมการสงเคราะห์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

เพื่อเสนอคณะกรรมการดำเนินงาน

(๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การประชุมของคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการสรรหาแต่งตั้ง ให้นำข้อ ๑๗

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การดำเนินงานของคณะกรรมการสงเคราะห์

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสงเคราะห์แล้ว

ให้สถานพินิจจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ครั้งแรกภายในสามสิบวันนับแต่วันมีคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้ที่ประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์เลือกประธานกรรมการและรองประธานกรรมการสองคน

โดยให้ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับการดำรงตำแหน่งกรรมการสงเคราะห์

ให้สถานพินิจรายงานผลการเลือกประธานกรรมการและรองประธานกรรมการให้กระทรวงยุติธรรมทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบผลการเลือก

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ประธานกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เรียกประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์

โดยทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม

(๒)

แต่งตั้งกรรมการสงเคราะห์เป็นคณะทำงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

รองประธานกรรมการมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานกรรมการในการประชุมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการมอบหมาย

และทำหน้าที่แทนประธานกรรมการในกรณีประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดวาระด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด

ดังต่อไปนี้

(๑) ลาออก

(๒)

ที่ประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ลงมติให้ออกจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการสงเคราะห์ทั้งหมด

(๓) สิ้นสุดสถานภาพของกรรมการสงเคราะห์ตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ถ้าตำแหน่งประธานกรรมการหรือตำแหน่งรองประธานกรรมการว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ

ให้ที่ประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ดำเนินการเลือกใหม่ภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง

และให้ผู้ได้รับเลือกมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

เว้นแต่กรณีตำแหน่งประธานกรรมการว่างลงและวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

ให้รองประธานกรรมการดำรงตำแหน่งแทน

หากไม่สามารถจัดการประชุมภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้สถานพินิจจัดให้มีการเลือกโดยส่งบัตรเลือกไปยังกรรมการสงเคราะห์เพื่อลงคะแนนภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

โดยกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

และให้สถานพินิจแจ้งกำหนดวันตรวจนับคะแนนให้กรรมการสงเคราะห์ทราบเพื่อเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการตรวจนับคะแนนได้

ให้กรรมการสงเคราะห์ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดเป็นประธานกรรมการ

และให้กรรมการสงเคราะห์ซึ่งได้รับคะแนนรองลงมาตามลำดับเป็นรองประธานกรรมการ

หลังจากเลือกประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการแล้ว

ให้สถานพินิจรายงานผลการเลือกไปยังกระทรวงยุติธรรมและให้แจ้งไปยังกรรมการสงเคราะห์ภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันทราบผลการเลือก

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

การรักษาระเบียบวินัยและจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

กรรมการสงเคราะห์ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

กรรมการสงเคราะห์ต้องรักษาความลับของเด็กและเยาวชนตลอดจนครอบครัวโดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

กรรมการสงเคราะห์ต้องไม่ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรรายงาน

อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่เด็กและเยาวชน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

กรรมการสงเคราะห์พึงรักษาความสามัคคีในระหว่างผู้ร่วมงาน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

กรรมการสงเคราะห์ต้องมีความประพฤติเรียบร้อย

ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

กรรมการสงเคราะห์พึงเป็นผู้มีคุณธรรมและเมตตาธรรม

สิทธิและประโยชน์ของกรรมการสงเคราะห์

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

กรรมการสงเคราะห์มีสิทธิประดับเข็มเครื่องหมายของกรรมการสงเคราะห์

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

กรรมการสงเคราะห์มีสิทธิเข้าร่วมการสัมมนาเกี่ยวกับงานสถานพินิจซึ่งจัดโดยกระทรวงยุติธรรมหรือหน่วยงานที่กระทรวงยุติธรรมมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

กรรมการสงเคราะห์มีสิทธิได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการสงเคราะห์ดีเด่น

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

กรรมการสงเคราะห์มีสิทธิได้รับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อเสนอชื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และหลักเกณฑ์ที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

กรรมการสงเคราะห์อาจได้รับสิทธิหรือประโยชน์อื่นใดตามที่กระทรวงยุติธรรมเห็นสมควร

โดยให้ออกเป็นระเบียบกระทรวงยุติธรรม

การสิ้นสุดแห่งสถานภาพของกรรมการสงเคราะห์

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๘ กรรมการสงเคราะห์พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ได้รับอนุญาตให้ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๐

(๔)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้ออกเนื่องจากกระทำผิดระเบียบวินัยและจริยธรรมตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ให้กรรมการสงเคราะห์ที่มีวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดตามวาระ

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

พงศ์เทพ เทพกาญจนา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง/หน้า ๓/๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๔

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_40e3fe3d5c44be0c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com