ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับที่
๓๕๓๔ (พ.ศ. ๒๕๔๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ.
๒๕๑๑
เรื่อง
แก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ท่อไฟเบอร์กลาสส์รับความดันสำหรับงานประปา
(แก้ไขครั้งที่ ๑)
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ท่อไฟเบอร์กลาสส์รับความดัน สำหรับงานประปา มาตรฐานเลขที่ มอก. 1483-2540
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่อไฟเบอร์กลาสส์
รับความดันสำหรับงานประปา มาตรฐานเลขที่ มอก. 1483-2540
ท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๒๓๔๐ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๔๐ ดังต่อไปนี้
๑. ให้แก้หมายเลขมาตรฐานเลขที่ มอก. 1483-2540 เป็น มอก.
1483-2549
๒. ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
๒.
บทนิยาม
๒.๑ ท่อไฟเบอร์กลาสส์ หมายถึง
ท่อที่ทำจากเทอร์โมเซตติงเรซินเสริมแรงด้วยใยแก้ว
และอาจมีตัวเติมที่เป็นเม็ดหรือแผ่น ผงสี หรือสีย้อมผสม
และอาจมีเรซินเคลือบผิวภายนอกและ/หรือภายใน ทำโดยการพันเส้นใย (filament winding) หรือการหล่อเหวี่ยง (centrifugal
casting)
๒.๒ ท่อไฟเบอร์กลาสส์รับความดันสำหรับงานประปา
หมายถึง ท่อไฟเบอร์กลาสส์ ที่รับแรงดันน้ำได้ตามที่กำหนดและมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะใช้สำหรับงานประปา
ซึ่งต่อไปในมาตรฐานนี้ จะเรียกว่า ท่อ
๒.๓ การพันเส้นใย หมายถึง กระบวนการทำท่อไฟเบอร์กลาสส์โดยการพันใยแก้วและเคลือบด้วยเทอร์โมเซตติงเรซิน
อย่างต่อเนื่องลงบนผิวภายนอกของแบบภายใต้การควบคุมแรงดึง และความร้อน
กำหนดขนาดระบุตามเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อซึ่งหาได้จากเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของแบบ
และเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของท่อหาได้จากปริมาณวัสดุที่ใช้พันลงบนแบบ
๒.๔ การหล่อเหวี่ยง หมายถึง กระบวนการทำ
ท่อไฟเบอร์กลาสส์โดยการใส่เทอร์โมเซตติงเรซินและใยแก้วเข้าไปในแบบที่หมุนเหวี่ยงและให้ความร้อน
กำหนดขนาดระบุตามเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของท่อซึ่งหาได้จากเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของแบบ
และเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อหาได้จากปริมาณวัสดุที่ใส่เข้าไปในแบบ
๒.๕ ความดันใช้งาน (working
pressure) หมายถึง
ความดันสูงสุดที่กำหนดให้สำหรับใช้งานได้ติดต่อกันเวลานาน
๒.๖ ความผิดรูป (deflection
or deformation) หมายถึง
อัตราส่วนระหว่างการลดลงของเส้นผ่านศูนย์กลางภายในต่อเส้นผ่านศูนย์กลางภายในเดิม
คิดเป็นร้อยละของเส้นผ่านศูนย์กลางภายในเดิม
๒.๗ ความแข็งตึง (stiffness)
หมายถึง
ค่าแรงกดที่คำนวณจากแรงกดต่อหนึ่งหน่วยความยาวหารด้วยความเปลี่ยนแปลงของเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน
ตามทิศทางของแรงกดของความผิดรูปที่กำหนด
๓. ให้ยกเลิกความในข้อ ๔.๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
๔.๑ ขนาดระบุ และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
๔.๑.๑ ขนาดระบุ เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน
และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนให้เป็นไปตามตารางที่ ๒.๑ การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ ๙.๑.๑
ตารางที่
๒.๑ ขนาดระบุ เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
(ข้อ
๔.๑.๑)
หน่วยเป็นมิลลิเมตร
ขนาดระบุ
เส้นผ่านศูนย์กลางใน
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ต่ำสุด
สูงสุด
๕๐
๔๘
๕๒
± ๑.๕
๘๐
๗๘
๘๒
± ๑.๕
๑๐๐
๙๗
๑๐๓
± ๑.๕
๑๕๐
๑๔๗
๑๕๓
± ๑.๕
๒๐๐
๑๙๖
๒๐๔
± ๑.๕
๒๕๐
๒๔๖
๒๕๕
± ๑.๕
๓๐๐
๒๙๖
๓๐๖
± ๑.๘
๔๐๐
๓๙๖
๔๐๘
± ๒.๔
๕๐๐
๔๙๖
๕๑๐
± ๓.๐
๖๐๐
๕๙๕
๖๑๒
± ๓.๖
ตารางที่ ๒.๒ ขนาดระบุ เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน
และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน (ต่อ)
หน่วยเป็นมิลลิเมตร
ขนาดระบุ
เส้นผ่านศูนย์กลางใน
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ต่ำสุด
สูงสุด
๗๐๐
๖๙๕
๗๑๔
± ๔.๒
๘๐๐
๗๙๕
๘๑๖
± ๔.๒
๙๐๐
๘๙๕
๙๑๘
± ๔.๒
๑
๐๐๐
๙๙๕
๑
๐๒๐
± ๔.๒
๑
๒๐๐
๑
๑๙๕
๑
๒๒๐
± ๕.๐
๑
๔๐๐
๑
๓๙๕
๑
๔๒๐
± ๕.๐
๑
๕๐๐
๑
๔๙๕
๑
๕๒๐
± ๕.๐
๑
๖๐๐
๑
๕๙๕
๑
๖๒๐
± ๕.๐
๑
๘๐๐
๑
๗๙๕
๑
๘๒๐
± ๕.๐
๒
๐๐๐
๑
๙๙๕
๒
๐๒๐
± ๕.๐
๒
๒๐๐
๒
๑๙๕
๒
๒๒๐
± ๕.๐
๒
๔๐๐
๒
๓๙๕
๒
๔๒๐
± ๖.๐
๒
๖๐๐
๒
๕๙๕
๒
๖๒๐
± ๖.๐
๒
๘๐๐
๒
๗๙๕
๒
๘๒๐
± ๖.๐
๓
๐๐๐
๒
๙๙๕
๓
๐๒๐
± ๖.๐
๓
๒๐๐
๓
๑๙๕
๓
๒๒๐
± ๖.๐
๓
๖๐๐
๓
๕๙๕
๓
๖๒๐
± ๗.๐
หมายเหตุ
ท่อที่นำไปใช้งานใต้ดิน ให้คำนึงถึงวิธีการสำหรับซ่อมแซมที่เหมาะสมกับเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
เมื่อท่อเกิดความเสียหายต่อการใช้งาน
๔.๑.๒ ขนาดระบุ เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนให้เป็นไปตามตาราง ที่ ๒.๒
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ
๙.๑.๑
ตารางที่
๒.๒ ขนาดระบุ เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
(ข้อ
๔.๑.๒)
หน่วยเป็นมิลลิเมตร
ขนาดระบุ
เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
๕๐
๕๕
± ๑.๖
- ๒.๐
๘๐
๘๖
± ๑.๗
- ๒.๐
๑๐๐
๑๐๖
± ๑.๘
- ๒.๐
๑๕๐
๑๕๗
± ๑.๙
- ๒.๐
๒๐๐
๒๐๘
± ๒.๐
- ๒.๐
๒๕๐
๒๕๙
± ๒.๑
- ๒.๐
๓๐๐
๓๑๐
± ๒.๓
- ๒.๐
๔๐๐
๔๑๒
± ๒.๕
- ๒.๐
๕๐๐
๕๑๔
± ๒.๘
- ๒.๐
๖๐๐
๖๑๖
± ๓.๐
- ๒.๐
๗๐๐
๗๑๘
± ๓.๓
- ๒.๐
๘๐๐
๘๒๐
± ๓.๕
- ๒.๐
๙๐๐
๙๒๒
± ๓.๘
- ๒.๐
๑
๐๐๐
๑
๐๒๔
± ๔.๐
- ๒.๐
๑
๒๐๐
๑
๒๒๘
± ๔.๕
- ๒.๐
๑
๔๐๐
๑
๔๓๒
± ๕.๐
- ๒.๐
๑
๕๐๐
๑
๕๓๔
± ๕.๐
- ๒.๐
๑
๖๐๐
๑
๖๓๘
± ๕.๕
- ๒.๐
๑
๘๐๐
๑
๘๔๐
± ๖.๐
- ๒.๐
๒
๐๐๐
๒
๐๔๔
± ๖.๕
- ๒.๐
๒
๒๐๐
๒
๒๔๘
± ๗.๐
- ๒.๐
๒
๔๐๐
๒
๔๕๒
± ๗.๕
- ๒.๐
๒
๖๐๐
๒
๖๕๖
± ๘.๐
- ๒.๐
๒
๘๐๐
๒
๘๖๐
± ๘.๕
- ๒.๐
๓
๐๐๐
๓
๐๖๔
± ๙.๐
- ๒.๐
๓
๒๐๐
๓
๒๖๘
± ๑๐.๐
- ๒.๐
๓
๖๐๐
๓
๖๗๘
± ๑๐.๕
- ๒.๐
๔. ให้ยกเลิกความในข้อ ๖.๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
๖.๒ ผลที่เกิดขึ้นกับน้ำ
เมื่อทดสอบตาม มอก. 982
แล้ว กลิ่น รส และสีของน้ำ ต้องไม่เปลี่ยนไป และปริมาณของ
สารที่สกัดได้ต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดในตารางที่ ๓
ตารางที่
๓ ปริมาณสารที่สกัดได้
(ข้อ
๖.๒)
สารที่สกัดได้
ปริมาณ
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิมตร
สารหนู
๐.๐๕
แบเรียม
๑.๐
แคดเมียม
๐.๐๑
โครเมียม
๐.๐๕
ตะกั่ว
๐.๐๕
ปรอท
๐.๐๐๑
ซีลีเนียม
๐.๐๑
สารฟีนอล
๐.๐๐๑
ของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด
๗๐
(total dissolved solid)
๕. ให้ยกเลิกความในข้อ ๗.๑ (๓)
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๓)
ขนาดระบุเส้นผ่านศูนย์กลางภายในหรือเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
๖. ให้ยกเลิกความในข้อ ๙.๑.๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
๙.๑.๑
เส้นผ่านศูนย์กลางภายในและเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกใช้เครื่องวัดที่วัดได้ละเอียดถึง
๐.๕ มิลลิเมตร วัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในหรือเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
แล้วแต่กรณีที่ปลายทั้งสองของท่อ แต่ละปลายให้วัด ๒ ครั้งตั้งฉากกัน
แล้วหาค่าเฉลี่ยของแต่ละปลาย
ทั้งนี้ ให้มีผลเมื่อพ้นกำหนด ๙๐ วัน
นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
สุริยะ
จึงรุ่งเรืองกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
โสรศ/ผู้จัดทำ
๙
มีนาคม ๒๕๕๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๒๖ ง/หน้า ๑/๗ มีนาคม ๒๕๕๐