法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง กําหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างและนายจ้างซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อันส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 10/1 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ลูกจ้างหรือนายจ้างที่ได้รับผลกระทบด้านฐานะการเงินจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพได้เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่งวดนําส่งเงินปัจจุบัน จนถึงงวดนําส่งเงินของเดือนธันวาคม 2563 โดยฝ่ายลูกจ้าง และนายจ้างที่ไม่ได้นําส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบในช่วงนี้ ให้ถือว่าสถานภาพยังคงอยู่ และนับต่อเนื่องไปได้

ในกรณีนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่งหากลูกจ้างรายใดประสงค์จะส่งเงินสะสมเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพก็สามารถดําเนินการได้ โดยนายจ้างจะส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพให้แก่ลูกจ้างรายนั้นหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การหยุดหรือเลื่อนการนําส่งเงินเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพเป็นการชั่วคราว *จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สมาชิก โดยคะแนนเสียงที่ใช้เป็นมติที่ประชุมนั้นจะต้องเป็นไป*ตามที่กําหนดในข้อบังคับกองทุน หรือต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมหากไม่ได้กําหนดในข้อบังคับกองทุนและในกรณีที่ไม่สามารถจัดประชุมใหญ่สมาชิกได้ ให้กรรมการในคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพให้ความเห็นชอบด้วยมติเอกฉันท์ให้หยุดหรือเลื่อนส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเป็นการชั่วคราว สําหรับกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่ประกอบด้วยนายจ้างหลายราย (Pooled Fund) ให้ใช้มติที่ประชุมของสมาชิกของนายจ้างรายนั้น ๆ หรือมติคณะกรรมการกองทุนนายจ้างรายนั้น ๆ เป็นเกณฑ์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้นายจ้างหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพแจ้งการขอหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพต่อนายทะเบียนพร้อมเอกสาร ดังนี้

(1) หนังสือรับรองจากนายจ้างซึ่งรับรองว่ามีปัญหาในการดําเนินกิจการอันเนื่องมาจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมีปัญหาฐานะการเงินจริง โดยมีกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนายจ้างรายนั้น ๆ เป็นผู้ลงลายมือชื่อ และ

(2) รายงานการประชุมใหญ่สมาชิก หรือรายงานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายงานว่า นายจ้างมีปัญหาในการดําเนินกิจการอันเนื่องมาจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมีปัญหาฐานะการเงินจริง และมีมติที่ระบุรายละเอียดว่ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพจะให้มีการหยุดหรือเลื่อนส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเป็นการชั่วคราวถึงเมื่อใด (ไม่เกินงวดนําส่งเงินของเดือนธันวาคม 2563)

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อลูกจ้างและนายจ้างจะส่งเงินสะสมและเงินสมทบตามข้อ 1 เข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพต่อไป ให้แจ้งนายทะเบียนทราบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. 2563

(นายอุตตม สาวนายน)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_417473312716a0f2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com