法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 11/2542 เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 11/2542

เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 126(4) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และข้อ 23 วรรคหนึ่ง แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 46/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมลงวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2541 สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(1)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2535

(2)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536

(3)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุน พ.ศ. 2536 ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2536

(4)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สก. 7/2537 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2537

(5)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สก. 8/2537 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2537

(6)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สก. 2/2538 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538

(7)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สก. 5/2539 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2539

(8)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 16/2539 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2539

(9)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 29/2539 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2539

(10)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 31/2539 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2539

(11) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 32/2539 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2539

(12) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 4/2540 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540

(13) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 33/2540 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2540

(14) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 2/2541 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2541

(15) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 13/2541 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2541

(16)ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 14/2541 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2541

(17) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 15/2541 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2541

(18) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 39/2541 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2541

(19) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน 49/2541 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 10) ลงวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“กองทุนรวม” หมายความว่า กองทุนปิดและกองทุนเปิด

“กองทุนปิด” หมายความว่า กองทุนรวมประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่จัดตั้งและจัดการโดยบริษัทจัดการ

“กองทุนเปิด” หมายความว่า กองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่จัดตั้งและจัดการโดยบริษัทจัดการ

“บริษัทจัดการ” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

“บริษัทจดทะเบียน” หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์ที่ได้รับการจดทะเบียนหรือได้รับการอนุญาตให้ทําการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“บริษัทขึ้นทะเบียน” หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์กรุงเทพ

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“หน่วยลงทุน” หมายความว่า ตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในทรัพย์สินของกองทุนรวมซึ่งอาจแบ่งเป็นหลายชนิด โดยกําหนดสิทธิหรือประโยชน์ตอบแทนในหน่วยลงทุนแต่ละชนิดเท่าเทียมกัน

“กองทุนรวมหน่วยลงทุน” หมายความว่า กองทุนปิดหรือกองทุนเปิดที่บริษัทจัดการจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนําเงินที่ได้จากการจําหน่ายหน่วยลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จัดตั้งและจัดการโดยบริษัทจัดการอื่น

“กองทุนรวมตลาดเงิน” หมายความว่า กองทุนปิดหรือกองทุนเปิดที่บริษัทจัดการจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนําเงินที่ได้จากการจําหน่ายหน่วยลงทุนไปลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สํานักงานกําหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนรวมประเภทนี้ลงทุนได้

“ผู้ดูแลผลประโยชน์” หมายความว่า ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

“ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน” หมายความว่า การซื้อหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้โดยมีสัญญาที่จะขายคืนหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้นั้นตามวันที่กําหนดไว้ในสัญญา

“กองทุนรวมที่มีทุนมาจากต่างประเทศ” หมายความว่า กองทุนรวมซึ่งจัดตั้งขึ้นจากการเสนอขายหน่วยลงทุนทั้งหมดแก่บุคคลซึ่งไม่มีภูมิลําเนาในประเทศไทยและรับชําระเงินค่าหน่วยลงทุนด้วยเงินที่นําเข้ามาจากต่างประเทศ

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนเปิดที่ปรากฏเหตุตามข้อ 46 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 46/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม ลงวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2541และบริษัทจัดการต้องดําเนินการเพื่อเลิกกองทุนเปิดนั้นตามที่กําหนดในข้อดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่มิใช่หลักทรัพย์และทรัพย์สินตาม (1) ถึง (6) มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม แต่การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่มิใชหลักทรัพย์และทรัพย์สินตาม (1) ถึง (6) ซึ่งบุคคลใดเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

(1) ตราสารแห่งทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่บริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทขึ้นทะเบียนเป็นผู้ออก

(2) ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ําประกัน หรือที่กระทรวงการคลังเป็นผู้รับอาวัลหรือผู้ค้ําประกัน

1. (3) ตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้ออก ผู้รับรองผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน หรือเงินฝากที่บุคคลดังกล่าวรับฝากไว้

(ก) รัฐวิสาหกิจ

(ข) ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(ค) บริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทขึ้นทะเบียน

(ง) ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ ซึ่งธนาคารต่างประเทศดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงาน

(4) ตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ธนาคารต่างประเทศดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงานเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน

(5) ตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

(6) หน่วยลงทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

การรับรอง รับอาวัล สลักหลัง หรือค้ําประกัน ตาม (2) (3) และ (4) ต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจํานวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกําหนดลบล้างหรือจํากัดความรับผิดของผู้สลักหลัง หรือค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในกรณีที่มีการรับรอง รับอาวัล สลักหลัง หรือค้ําประกัน ตาม (2) (3) และ (4) ให้คํานวณอัตราส่วนการลงทุนตามความรับผิดหรือภาระผูกพันของผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน แต่ในกรณีอื่นให้คํานวณอัตราส่วนการลงทุนตามความรับผิดของผู้ออกตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้รวมคํานวณเงินฝากที่บุคคลที่ต้องรับผิดหรือมีภาระผูกพันดังกล่าวได้รับฝากไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งใบสําคัญแสดงสิทธิ และใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

อัตราส่วนการลงทุนตามวรรคหนึ่ง มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมใบสําคัญแสดงสิทธิ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ภายใต้บังคับข้อ 4 ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่บุคคลใดเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในขณะใดขณะหนึ่ง มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ ให้นับหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน ตามธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน รวมในอัตราส่วนการลงทุนดังกล่าวด้วย

การคํานวณอัตราส่วนการลงทุนตามวรรคหนึ่ง มิให้นับตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ําประกัน และพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้รับอาวัลหรือผู้ค้ําประกัน ตามข้อ 4(2) รวมในอัตราส่วนดังกล่าว ทั้งนี้ ให้นําความในข้อ 4 วรรคสองและวรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นตามวรรคหนึ่งมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละยี่สิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และให้นับเงินฝากในธนาคารดังกล่าวรวมในอัตราส่วนดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ ให้นับอัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศหรือธนาคารต่างประเทศดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน และเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศดังกล่าว รวมกัน

การคํานวณอัตราส่วนการลงทุนตามวรรคสาม มิให้นับเงินฝากในบัญชีเงินฝากเพื่อการดําเนินงานของกองทุนรวม ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จํากัด(มหาชน) ตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินของ 16 สถาบันการเงินเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินของ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จํากัด (มหาชน) และบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ตามโครงการธนาคารกรุงไทยรับแลกเปลี่ยนตั๋วบริษัทเงินทุน 42 บริษัท (คปต.42) รวมในอัตราส่วนดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุนและใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในขณะใดขณะหนึ่งได้ไม่เกินอัตราส่วนดังต่อไปนี้

(1) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการอื่นเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ เมื่อรวมทุกกองทุนรวมที่บริษัทจัดการเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ ต้องไม่ถึงร้อยละห้าสิบของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการอื่นเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ

ในกรณีที่หน่วยลงทุนมีจํานวนเกินอัตราส่วนที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดจากการลงทุนหรือได้หน่วยลงทุนมาเพิ่มเติมหรือไม่ก็ตาม ห้ามมิให้บริษัทจัดการใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยลงทุนจํานวนที่เกินอัตราส่วนดังกล่าว ทั้งนี้ ในกรณีที่หน่วยลงทุนมีจํานวนเกินอัตราส่วนที่กําหนดโดยมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้หน่วยลงทุนมาเพิ่มเติม ให้บริษัทจัดการกําหนดการไม่ใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนรวมที่ตนเป็นผู้จัดตั้งและจัดการอย่างเป็นธรรม

(2) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการอื่นเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ ไม่เกินร้อยละสิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ

(3) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของทุกกองทุนรวมที่บริษัทจัดการอื่นเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ ไม่เกินร้อยละยี่สิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ

อัตราส่วนการลงทุนตาม (2) และ(3) มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมหน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝากในธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ หรือบัตรเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารต่างประเทศ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก และตั๋วแลกเงินที่ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารต่างประเทศ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ สถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมได้ เป็นจํานวนที่มีมูลค่ารวมโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละสี่สิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

การคํานวณอัตราส่วนการลงทุนตามวรรคหนึ่ง มิให้นับเงินฝากในบัญชีเงินฝากเพื่อการดําเนินงานของกองทุนรวม และบัตรเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ที่เกิดจากการเปลี่ยนหุ้นกู้ที่เป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม ตามโครงการธนาคารกรุงไทยรับแลกเปลี่ยนตั๋วเจ้าหนี้บริษัทเงินทุน 42 บริษัทที่แผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทไม่ได้รับความเห็นชอบ (คปต.จ.) รวมในอัตราส่วนดังกล่าว

ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมก่อนวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2539 มิให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนวันสิ้นอายุโครงการจัดการกองทุนรวม และในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2539 เป็นต้นไป มิให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับในระยะเวลาหกเดือนก่อนวันสิ้นอายุโครงการจัดการกองทุนรวม กรณีเป็นกองทุนปิดหรือกองทุนเปิดที่มีการกําหนดอายุโครงการ

อัตราส่วนการลงทุนตามวรรคหนึ่ง มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมตลาดเงิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ทรัพย์สินตามข้อ 8 วรรคหนึ่ง ของกองทุนรวมมีมูลค่ารวมโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีใดเกินร้อยละสี่สิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวให้มีมูลค่ารวมโดยเฉลี่ยไม่เกินร้อยละสี่สิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมภายในหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นรอบปีบัญชีนั้น ทั้งนี้ ให้คํานวณอัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยตั้งแต่วันแรกของรอบปีบัญชีนั้นจนถึงวันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเป็นไปตามอัตราส่วนดังกล่าว

เมื่อบริษัทจัดการได้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้บริษัทจัดการรายงานให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ทราบภายในวันทําการถัดจากวันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่ารวมโดยเฉลี่ยไม่เกินร้อยละสี่สิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม เพื่อให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ตรวจสอบการปฏิบัติดังกล่าวและแจ้งให้สํานักงานทราบภายในห้าวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับรายงานจากบริษัทจัดการ

ในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถปฏิบัติตามวรรคหนึ่งได้ สํานักงานอาจสั่งให้บริษัทจัดการเลิกกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่บริษัทจัดการใช้สิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทใดที่กองทุนรวมลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทนั้น และการใช้สิทธิดังกล่าวเป็นเหตุให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นของบริษัทดังกล่าวมีมูลค่าเกินอัตราส่วนที่กําหนดในข้อ 4 หรือข้อ 6 ให้บริษัทจัดการดําเนินการแก้ไขอัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 4 หรือข้อ 6 ภายในหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ติดประกาศเครื่องหมาย XR ไว้ที่หุ้นของบริษัทนั้น หรือนับตั้งแต่วันถัดจากวันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นหมดสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในขณะที่ลงทุนหรือในขณะที่ได้มาเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม มีมูลค่าไม่เกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดใน ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7(2) (3) หากต่อมาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนดังกล่าวโดยมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินมาเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปก็ได้ ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการจัดทํารายงานโดยระบุชื่อ จํานวน อัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น และวันที่หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดพร้อมสาเหตุ และส่งให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ทราบภายในสามวันทําการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดพร้อมทั้งจัดทําสําเนาไว้ที่บริษัทจัดการเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ อัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 วรรคหนึ่งและวรรคสาม และข้อ 7(2) (3) มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมที่ประสงค์จะไม่ดํารงอัตราส่วนดังกล่าว (specific fund)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ อัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7(2) (3) มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมที่มีทุนมาจากต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ หากบริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมเป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามข้อ 1 แต่เกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในประกาศนี้ ให้บริษัทจัดการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นนั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2542 บริษัทจัดการจะยังคงไว้ซึ่งการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นดังกล่าวต่อไปก็ได้ แต่ถ้ามีการจําหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นนั้นไปเท่าใด ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นดังกล่าวที่เกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในประกาศนี้ได้เพียงจํานวนที่เหลือเท่านั้น

(2) ในกรณีที่การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2542 จนถึงวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทจัดการดําเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในประกาศนี้ภายในสามเดือนนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับกับการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินตามข้อ 7 และข้อ 8

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กองทุนรวมใดที่จะครบกําหนดอายุโครงการและจะเลิกโครงการภายในปี พ.ศ. 2542 ซึ่งจะไม่ดําเนินการขอความเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมเพื่อให้เป็นไปตามข้อกําหนดแห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 46/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม ลงวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ให้บริษัทจัดการดํารงอัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่บริษัทจัดการรับชําระหนี้เพื่อกองทุนรวมด้วยทรัพย์สินอื่นที่มิใช่หลักประกัน แทนการชําระหนี้ด้วยเงินสดตามตราสารแห่งหนี้ ให้บริษัทจัดการดําเนินการดังนี้

(1) กรณีกองทุนปิด บริษัทจัดการไม่ต้องนําทรัพย์สินที่ได้มาจากการชําระหนี้แทนมารวมคํานวณอัตราส่วนการลงทุน แต่เมื่อมีรายได้ที่เกิดจากการหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวหรือมีการจําหน่ายทรัพย์สินนั้น ให้นํารายได้และเงินที่ได้รับจากการจําหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวมารวมคํานวณอัตราส่วนการลงทุนด้วย

(2) กรณีกองทุนเปิด บริษัทจัดการไม่ต้องนําทรัพย์สินที่ได้มาจากการชําระหนี้แทน รายได้ที่เกิดจากการหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าว เงินที่ได้รับจากการจําหน่ายทรัพย์สินนั้น และเงินที่ตั้งสํารองเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารทรัพย์สินนั้น(ถ้ามี)หลังจากหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวและค่าใช้จ่ายในการคืนเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน มารวมคํานวณอัตราส่วนการลงทุน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2542

(นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 11/2542 เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_418c900834f13d25

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com