法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการบริหารจัดการงานคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2563

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการบริหารจัดการงานคดีรัฐธรรมนูญ

พ.ศ. 2563

อาศัยอํานาจตามความในข้อกําหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 5 ประธานศาลรัฐธรรมนูญโดยความเห็นชอบของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการบริหารจัดการงานคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2563"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(1) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการบริหารจัดการงานคดี พ.ศ. 2555

(2) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการบริหารจัดการงานคดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

"คณะตุลาการ" หมายความว่า คณะตุลาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 49

"สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดี" หมายความว่า สํานักที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานสารบบคดี ทะเบียนหนังสือรับ ทะเบียนหนังสือส่ง ทะเบียนการเบิกจ่ายสํานวนคดี และการดําเนินงานที่เกี่ยวข้อง

"หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวน" หมายความว่า สํานักคดีหรือกลุ่มงานคดีที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสํานวนคดี

"ผู้เชี่ยวชาญประจําสํานวน" หมายความว่า ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านคดีที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสํานวนคดี

"เอกสารในสํานวนคดี" หมายความว่า คําร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัย คําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คําร้องทั่วไป/คําขออื่น คําชี้แจง บันทึกถ้อยคํายืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็น คําคัดค้าน คําแถลงการณ์เปิดคดี คําแถลงการณ์ปิดคดี ใบมอบฉันทะ บัญชีระบุพยานบุคคล บัญชีระบุพยานเอกสาร บัญชีระบุพยานวัตถุ คําร้องหรือหนังสืออื่นใดที่คู่กรณี ผู้เกี่ยวข้อง หรือบุคคลอื่นยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามข้อกําหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเอกสารประกอบคําร้องหรือหนังสือดังกล่าว หรือเอกสารที่ศาลรัฐธรรมนูญ คู่กรณี ผู้เกี่ยวข้อง หรือบุคคลอื่นนําเข้าสู่สํานวนคดี

"เอกสารทางธุรการคดี" หมายความว่า เอกสารประกอบสํานวนคดีที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดทําขึ้นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญรักษาการตามระเบียบนี้

ให้เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจออกประกาศสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญโดยความเห็นชอบของประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีจัดให้มีสารบบคดี ทะเบียนหนังสือรับ ทะเบียนหนังสือส่ง และทะเบียนการเบิกจ่ายสํานวนคดีหลัก

หลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมสารบบคดีและทะเบียนงานคดีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การรับคําร้องหรือเอกสารอื่นใด ให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีเป็นหน่วยงานรับคําร้องโดยตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคําร้องหรือเอกสารอื่นใด พร้อมทั้งออกใบรับไว้เป็นหลักฐาน

การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการรับคําร้องหรือเอกสารอื่นใดผ่านระบบงานคดีรัฐธรรมนูญอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นใด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การแยกประเภทคําร้องให้แยกตามความเร่งด่วน โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

(1) ด่วนที่สุด เป็นคําร้องที่รัฐธรรมนูญ หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด

(2) ด่วน เป็นคําร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควรกําหนด

(3) ปกติ เป็นคําร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยที่ไม่ใช่ตาม (1) และ (2)

เมื่อแยกประเภทคําร้องแล้ว ให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีประทับตราประเภทคดีดังกล่าวและช่องทางการยื่นคําร้องไว้ที่ปกหน้าสํานวนก่อนลงสารบบคดี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อได้รับคําร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัย ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมายจ่ายสํานวนคดีให้แก่หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนและผู้เชี่ยวชาญประจําสํานวน

ในกรณีที่คําร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยมีหลายเรื่องในคําร้องเดียวกัน อาจจ่ายสํานวนคดีแยกเป็นรายเรื่องก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีเสนอสําเนาสํานวนคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ รองเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมาย หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนและผู้เชี่ยวชาญประจําสํานวน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนได้รับสํานวนคดี ให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารในสํานวนคดี พร้อมทั้งประทับตรา คําว่า "สํานวนคดีหลัก" ไว้มุมขวาบนของเอกสารในสํานวนคดีหลัก และจัดทําสารบัญเอกสารในสํานวนคดี จัดเก็บพยานหลักฐาน ตลอดจนสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีรวมไว้ในสํานวนคดีหลัก

เมื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นในแต่ละคราวแล้ว ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนนําเอกสารในสํานวนคดีดังกล่าวส่งมอบให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีดําเนินการตามหมวด 4

ในระหว่างการพิจารณาคดี หากศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งรับคําร้องหรือเอกสารอื่นใดรวมไว้ในสํานวนคดีหลัก ให้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทําหน้าที่สนับสนุนและช่วยเหลือศาลรัฐธรรมนูญในการดําเนินกระบวนพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ก่อนจัดให้มีการประชุมคณะตุลาการหรือศาลรัฐธรรมนูญ ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนหรือผู้เชี่ยวชาญประจําสํานวนจัดทําบันทึกสรุปสํานวนเกี่ยวกับอํานาจศาลรัฐธรรมนูญในการรับคําร้อง ความเห็นที่เกี่ยวกับคําร้องหรือคําขอใด ๆหรือความเห็นที่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี แล้วแต่กรณี เสนอต่อคณะตุลาการหรือศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณา เว้นแต่กรณีจําเป็นเร่งด่วน อาจกระทําด้วยวาจาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การพิจารณาคดีของคณะตุลาการหรือศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนยกร่างรายงานการพิจารณา โดยเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นก่อนเสนอต่อคณะตุลาการหรือศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจัดทําวาระการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ ให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดทําระเบียบวาระการประชุมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ระหว่างการพิจารณาคดีของคณะตุลาการหรือศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนดําเนินการให้เป็นไปตามผลการพิจารณาคดี และให้รายงานความคืบหน้าการดําเนินการดังกล่าวต่อคณะตุลาการหรือศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การไต่สวนหรือการออกนั่งพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ข้อกําหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการไต่สวนและต้องมีการหมายพยานหลักฐาน ให้ประทับตราหมายพยานหลักฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง ดังนี้

(1) พยานเอกสารที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียก คือ "หมาย ศ" และวัตถุพยานที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียก คือ "หมาย วศ"

(2) พยานเอกสารของผู้ร้อง คือ "หมาย ร" และวัตถุพยานของผู้ร้อง คือ "หมาย วร"

(3) พยานเอกสารของผู้ถูกร้อง คือ "หมาย ถ" และวัตถุพยานของผู้ถูกร้อง คือ "หมาย วถ"

ส่วนพยานหลักฐานประเภทอื่น ให้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกระบวนพิจารณาที่ศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการบันทึกคําให้การของคู่กรณีหรือคําเบิกความของพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญโดยอุปกรณ์บันทึกเสียง หรืออุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง หรือโดยใช้วิธีการบันทึกลงในวัสดุซึ่งสามารถถ่ายทอดออกเป็นภาพหรือเสียง ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนถอดความคําให้การหรือคําเบิกความรวมไว้ในสํานวนคดีหลัก

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติในคําร้องใด ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนและผู้เชี่ยวชาญประจําสํานวนร่วมกันยกร่างคําสั่งหรือร่างคําวินิจฉัยตามมติดังกล่าวโดยเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นก่อนเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องของคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อนส่งไปประกาศราชกิจจานุเบกษาและความเห็นส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะ

หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควรอาจให้แปลย่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือเอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เป็นภาษาต่างประเทศก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อสํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีได้รับเอกสารในสํานวนคดีจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนแล้ว ให้จัดเก็บรักษาไว้ในห้องจัดเก็บสํานวนคดีหลัก

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การเบิกจ่ายสํานวนคดีหลัก ให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีดําเนินการควบคุมดูแลการเบิกจ่ายและจัดเก็บรักษาเอกสารในสํานวนคดี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การจัดเก็บสํานวนคดีหลักในคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบสํานวนดําเนินการจัดเก็บสํานวนคดีหลักและจัดทําสําเนาอีกหนึ่งชุดให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยหรือคําสั่ง และส่งมอบให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีดําเนินการ ดังนี้

(1) นําเอกสารสํานวนคดีหลักลงระบบจัดเก็บข้อมูลสํานวนคดีในระบบอิเล็กทรอนิกส์

(2) ส่งสํานวนคดีหลักจัดเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุศาลรัฐธรรมนูญ

(3) จัดเก็บสําเนาสํานวนคดีหลักไว้ที่ห้องสํานวนคดี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ หลักเกณฑ์และวิธีการเก็บรักษา การเบิกจ่าย และการจัดเก็บสํานวนคดีหลัก ให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและความเห็นส่วนตนเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว ให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีประสานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและเจ้าหน้าที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทําลายสําเนาเอกสารในสํานวนคดี สําเนาเอกสารทางธุรการคดีและเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสํานวนคดีดังกล่าว

ประเภทเอกสารที่ต้องทําลายตามวรรคหนึ่ง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

(1) สําเนาเอกสารในสํานวนคดี

(2) สําเนาเอกสารทางธุรการคดี

(3) เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสํานวนคดี

ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี ให้สํานักที่รับผิดชอบสารบบคดีขอรับเอกสารตามวรรคสองจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและเจ้าหน้าที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการทําลาย เว้นแต่ผู้ครอบครองเอกสารดังกล่าวจะแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือว่าขอเก็บเอกสารนั้นไว้ก่อน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ หลักเกณฑ์และวิธีการทําลายสําเนาเอกสารในสํานวนคดี สําเนาเอกสารทางธุรการคดี หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสํานวนคดี ให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2563

วรวิทย์ กังศศิเทียม

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการบริหารจัดการงานคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2563 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_41a79fa1eb6951e3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com