ข้อ ๗ ผู้ทำหน้าที่สอบสวนคดี ซึ่งมีคุณสมบัติครบองค์ประกอบตามข้อ ๔ หากทำหน้าที่สอบสวนคดีไม่เต็มเดือนในเดือนใด ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. สำหรับเดือนนั้นตามส่วนของจำนวนวันที่ทำหน้าที่ ถ้าเดือนใดไม่ได้ทำหน้าที่สอบสวนคดี ไม่มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. สำหรับเดือนนั้น เว้นแต่เป็นกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไปราชการหรือไปช่วยราชการ
ผู้ทำหน้าที่สอบสวนคดีผู้ใดไปราชการหรือไปช่วยราชการโดยไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. รวมแล้วเกินเจ็ดวันในหนึ่งเดือน ให้ตัดเงินเพิ่มตามจำนวนวันที่ไปราชการหรือไปช่วยราชการในเดือนนั้น
(๒) เจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ผู้ทำหน้าที่สอบสวนคดีผู้ใดเจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และได้รับอนุญาตให้ลา ให้ยังคงมีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
(๓) ได้รับอนุญาตให้
(ก) ลาป่วย ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ในปีหนึ่งไม่เกินหกสิบวันทำการ
(ข) ลาคลอดบุตร ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ไม่เกินเก้าสิบวัน
(ค) ลากิจส่วนตัว ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ในปีหนึ่งไม่เกินสี่สิบห้าวันทำการแต่ในปีที่เริ่มรับราชการให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ไม่เกินสิบห้าวันทำการ
(ง) ลาพักผ่อนประจำปี ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ไม่เกินระยะเวลาที่ผู้นั้นมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ
(จ) ลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมิใช่การลาภายในระยะเวลาสิบสองเดือนแรกที่เข้ารับราชการ และตั้งแต่เริ่มรับราชการยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือยังไม่เคยไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน
(ฉ) ลาไปศึกษา ฝึกอบรมดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน
(ช) ไปอุปสมบทในโครงการที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ให้ถือเป็นวันลาของข้าราชการ ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ในระหว่างนั้นได้ไม่เกินหกสิบวัน
(ซ) ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาเฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมาย
(ฌ) ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน
(ญ) ไปถือศีลและปฏิบัติธรรมตามมติคณะรัฐมนตรีในสถานปฏิบัติธรรมที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ในระหว่างนั้นได้ไม่เกินหกสิบวัน
(๔) ผู้ทำหน้าที่สอบสวนคดีผู้ใดที่ทางราชการส่งไปเข้ารับการฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่งานสอบสวน ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. ต่อไปได้ไม่เกินเก้าสิบวัน
(๕) กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดอบรม หรือพิจารณาคัดเลือกให้ผู้ทำหน้าที่สอบสวนคดีไปราชการเพื่อเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ หรือดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่สอบสวนคดี ให้มีสิทธิได้รับ ต.ส.ค. เต็มจำนวน