法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551 (Update ฉบับล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชน

ของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

พ.ศ. 2551

โดยที่ปัจจุบันสภาพสังคมมีความเปลี่ยนแปลงไป วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในสังคมยุคโลกาภิวัตน์มากขึ้น ทําให้ภาครัฐและภาคเอกชนมีการนําเทคโนโลยี มาใช้งานหรือดําเนินการทางธุรกิจตามกระแสที่มีการเปลี่ยนแปลงของสังคม ดังนั้น จึงเห็นควรปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2547 ให้มีความสอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อนุวัติไปตามเทคโนโลยีที่ภาครัฐนํามาใช้ปฏิบัติงาน จึงเป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้บริการแก่ประชาชนมีความเหมาะสมตามสภาพการณ์ในปัจจุบัน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2551 วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2547

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ผู้บังคับบัญชา” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือผู้ได้รับมอบหมาย

“ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานัก ผู้อํานวยการกอง เลขานุการกรมหรือผู้อํานวยการส่วน หรือผู้ได้รับมอบหมายอื่น ๆ ในสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้อํานวยการมอบหมายงานให้พิจารณาดําเนินการ

“ผู้ประสานคดี” หมายความว่า นิติกร หรือเจ้าหน้าที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบสํานวนคดีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีมติให้ดําเนินคดี

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“หน่วยงาน” หมายความว่า สํานัก กอง ส่วน หรือกลุ่มงาน ในสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง” หมายความว่า คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก และคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

“คู่กรณี” หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคําร้องเรียนหรือถูกร้องเรียนต่อสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและเพื่อประโยชน์แห่งการดําเนินการพิจารณาให้รวมถึงบุคคล ผู้มีสิทธิกระทําการแทนบุคคลนั้น ๆ ตามกฎหมาย

“หน่วยงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค” หมายความว่า หน่วยงานที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“ระบบสารสนเทศ”[2] หมายความว่า ระบบสารสนเทศตามช่องทางโปรแกรมประยุกต์ (Application)

“ผู้ช่วยผู้บริโภคในการร้องทุกข์”[3] หมายความว่า บุคคลที่อาสาสมัครร้องทุกข์และประสานงานให้กับผู้บริโภคผ่านโปรแกรมประยุกต์ (Application) ตามคุณสมบัติที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกําหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคหรือรับเรื่องอื่นใด ให้สํานักงานเลขานุการกรมลงรับหนังสือและเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดส่งเรื่องดังกล่าวให้หน่วยงานที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ เป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการภายใน 1 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อหน่วยงานได้รับเรื่องพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อ 5 แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ธุรการของหน่วยงานดําเนินการเสนอผู้อํานวยการพิจารณามอบหมายเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวภายใน 1 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่มีเหตุอันควร ผู้บังคับบัญชามีอํานาจเรียกสํานวนเอกสารเรื่องร้องทุกข์หรือเรื่องหนึ่งเรื่องใดมาตรวจสอบ พิจารณาหรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบใหม่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเพิ่มเติมร่วมดําเนินการสืบสวนสอบสวน หรือดําเนินการสืบสวนสอบสวนแทนเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคดําเนินการรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคตามแบบพิมพ์บันทึกคําร้องทุกข์ที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกําหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ภายใต้บังคับข้อ 10 การรับเรื่องร้องทุกข์หรือเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบดําเนินการให้คําแนะนําและแจ้งสิทธิให้ผู้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ทราบดังนี้

(1) การร้องทุกข์หรือร้องเรียนต่อสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ทําให้อายุความสะดุดหยุดอยู่หรือสะดุดหยุดลง

(2) การร้องทุกข์หรือร้องเรียนต่อสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้บริโภคที่จะนําเรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนดังกล่าวไปดําเนินคดีตามกฎหมายด้วยตนเอง

(3) กรณีที่ผู้บริโภคได้ไปใช้สิทธิดําเนินคดีในศาลด้วยตนเองแล้ว ให้ทําเป็นหนังสือแจ้งยุติเรื่องร้องเรียนต่อสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

(4) ผู้ร้องเรียนมีหน้าที่ในการตรวจสอบคําสั่งฟื้นฟูกิจการและสถานะบุคคลล้มละลายจากกรมบังคับคดีโดยตรง

(5) ภายหลังจากการร้องเรียน 15 วัน หากผู้บริโภคยังไม่ได้รับการติดต่อจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ติดตามเรื่อง และควรติดตามเรื่องที่ร้องเรียนทุกเดือน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การรับเรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนจากประชาชนที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่รับพิจารณาดําเนินการหรือให้ยุติการพิจารณาในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาวินิจฉัยว่ามีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(1) เรื่องร้องเรียนที่ผู้บริโภคได้ไปใช้สิทธิดําเนินคดีทางศาลด้วยตนเองแล้ว

(2) เรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลหรือเรื่องที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งเสร็จเด็ดขาดแล้ว

(3) เรื่องที่ประชาชนได้ใช้สิทธิทางศาลด้วยตนเอง แต่จะให้สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดําเนินการบังคับคดีตามพิพากษาให้

(4) เรื่องที่อยู่ในกระบวนการล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย

(5) เรื่องที่อายุความในการดําเนินคดีสิ้นสุดแล้ว

(6) เรื่องร้องเรียนที่ผู้บริโภคได้ยื่นไว้ไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถทําความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่ร้องเรียน ไม่มีการลงลายมือชื่อของผู้ร้องเรียน ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ประกอบการเรื่องร้องเรียน หรือไม่มีการติดหรือชําระค่าอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด

(7) เรื่องร้องทุกข์ที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องเรียนไม่ใช่ผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

(8) เรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องเรียนมาพบหรือชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม แต่ผู้ร้องเรียนไม่มาพบ ไม่ส่งเอกสารหรือให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแต่อย่างใด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีเรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนจากประชาชนที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครับไว้ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดําเนินการส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและมีหนังสือแจ้งให้ผู้บริโภคทราบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้รับเรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนจากประชาชนที่หัวหน้าหน่วยงานมอบหมายให้รับผิดชอบ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นแห่งการร้องเรียน ตลอดจนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นนําเสนอผู้อํานวยการเพื่อนําเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามในหนังสือเชิญหรือหนังสือเรียก ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนและเพียงพอ เพื่อให้คู่กรณีจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือให้มาพบเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ถ้อยคําและเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ทั้งนี้ การติดต่อดังกล่าวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอาจจะกระทําด้วยวาจาก็ได้ แต่ถ้าผู้นั้นประสงค์จะให้ทําเป็นหนังสือก็ให้แจ้งยืนยันเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการดําเนินกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ร้องเรียนหรือประเด็นข้อพิพาทของเรื่องที่ร้องเรียนตลอดจนการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนําเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอาจดําเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยก็ได้

ในกรณีที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีหนังสือเชิญหรือหนังสือเรียกคู่กรณีหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ให้จัดส่งไปยังที่ทําการหรือที่อยู่ตามภูมิลําเนาของคู่กรณีหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากเป็นการแจ้งโดยวิธีบุคคลนําไปส่ง ถ้าผู้รับไม่ยอมรับหรือถ้าขณะนําไปส่งไม่พบผู้รับ และหากได้ส่งให้กับบุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่หรือทํางานในสถานที่นั้น หรือในกรณีที่ผู้นั้นไม่ยอมรับ หากได้วางหนังสือนั้นหรือปิดหนังสือนั้นไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สถานที่นั้นต่อหน้าเจ้าพนักงานตามที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ไปเป็นพยานก็ให้ถือว่าได้รับหนังสือแล้ว

ในกรณีที่คู่กรณีหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาพบเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามหนังสือเชิญหรือมีหนังสือเรียก ให้สอบถามคู่กรณีหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องว่าประสงค์ที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทหรือไม่ และถ้าคู่กรณีให้ถ้อยคําอย่างไร ก็ให้บันทึกถ้อยคําตามนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทําการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหรือสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ร้องเรียนหรือประเด็นข้อพิพาทที่ร้องเรียนเสร็จแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทําการสรุปสํานวนการสอบสวนและความเห็นเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการโดยเร็ว ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเห็นควรยุติเรื่องหรือให้ดําเนินคดีแก่ผู้ประกอบธุรกิจ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสรุปสํานวนและความเห็นพร้อมทั้งประมวลเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการเฉพาะเรื่องหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี ภายใน 10 วันทําการ นับแต่วันที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการดังกล่าว

ในกรณีที่เป็นการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง หรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี หากคณะกรรมการเฉพาะเรื่องหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี ได้พิจารณาและมีมติเห็นสมควรให้ดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิดหรือมีมติให้ยุติเรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประมวลเรื่องเสนอหน่วยงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคภายใน 10 วันทําการ นับแต่วันที่คณะกรรมการเฉพาะเรื่องหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี ได้ให้การรับรองมติดังกล่าว เพื่อนําเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติในการประชุมแต่ละครั้ง ให้หน่วยงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสรุปผลการประชุมและมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบภายใน 7 วันทําการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีหน้าที่แจ้งผู้บริโภคที่ร้องเรียนทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหนังสือภายใน 7 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ดําเนินการนํามติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีที่มีมติให้เปรียบเทียบผู้กระทําความผิด

(1) เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้เปรียบเทียบความผิด หรือผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีอํานาจเปรียบเทียบความผิด เห็นสมควรดําเนินการเปรียบเทียบความผิดบุคคลและหรือนิติบุคคลผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประมวลเรื่องและจัดส่งสํานวนเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดําเนินคดี เพื่อดําเนินการเปรียบเทียบความผิดภายใน 1 วันทําการ นับแต่วันที่รับทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี

(2) ให้ผู้อํานวยการหน่วยงานที่รับผิดชอบดําเนินคดีสั่งการให้ผู้ประสานคดีดําเนินการตรวจสอบสํานวนเรื่องและเอกสารที่เกี่ยวข้องและนําเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามในหนังสือแจ้งให้ผู้กระทําความผิดชําระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายใน 3 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับสํานวนเรื่อง

(3) ให้ผู้ประสานคดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้กระทําความผิดมาชําระค่าปรับตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโดยกําหนดเวลาให้ผู้กระทําความผิดไปชําระค่าปรับภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

(4) เมื่อผู้กระทําความผิดยินยอมชําระค่าปรับ ให้ผู้ประสานคดีแจ้งให้ผู้กระทําผิดกรอกรายละเอียดรับทราบข้อกล่าวหาตามแบบ คคบ. 1, คคบ. 2, คคบ. 3 และ คคบ. 4 เสร็จแล้ว ตรวจสอบหลักฐานพร้อมนําเสนอผู้กล่าวหาและผู้มีอํานาจเปรียบเทียบความผิด นําผู้กระทําความผิดไปชําระเงินต่อเจ้าหน้าที่การเงิน เก็บหลักฐานพร้อมสําเนาใบเสร็จรับเงินรวมไว้ในสํานวนเรื่อง ทั้งนี้ ให้ดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 วันทําการ

(5) ภายหลังล่วงเลยกําหนดระยะเวลาตามข้อ 17 (3) และมีพยานหลักฐานว่าผู้กระทําความผิดได้รับหนังสือแจ้งแล้วไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบความผิด ให้ผู้ประสานคดีสรุปเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณามอบหมายให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนหรือส่งสํานวนเรื่องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดําเนินคดีภายใน 3 วันทําการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีที่มีมติให้ดําเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

(1) เมื่อได้รับสํานวนเรื่องการดําเนินคดีจากหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ให้ผู้อํานวยการหน่วยงานที่รับผิดชอบดําเนินคดีมอบหมายผู้ประสานคดีตรวจสอบสํานวนเอกสารการดําเนินคดีสรุปข้อเท็จจริงจัดทําตารางรายละเอียดของผู้บริโภคให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับสํานวนเรื่อง

(2) กรณีจําเป็นต้องบอกเลิกสัญญา หรือบอกกล่าว หรือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกดําเนินคดีปฏิบัติตามกฎหมาย ให้จัดทําหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือบอกกล่าวทวงถาม หรือหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติภายในกําหนด 15 วัน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

(3) ภายหลังล่วงเลยกําหนดระยะเวลาตามข้อ 18 (2) และมีพยานหลักฐานว่า ผู้ประกอบธุรกิจได้รับหนังสือแจ้งแล้วไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้ประสานคดีนําเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามจัดส่งสํานวนเรื่องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดําเนินคดีตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคภายใน 5 วันทําการ

(4) การดําเนินคดีตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ผู้ประสานคดีติดตามคดีและประสานงานกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคทุก ๆ 3 เดือน และต้องรายงานผลการดําเนินคดีให้ผู้บังคับบัญชาและประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบทุก 30 วันทําการ

(5) ภายหลังการดําเนินคดีและศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้ประกอบธุรกิจแพ้คดี ให้ผู้ประสานคดีแจ้งผลการดําเนินคดีให้กับผู้บริโภคทราบและหากมีความจําเป็นต้องดําเนินการบังคับคดีตามกฎหมาย ให้ผู้ประสานคดีดําเนินการเชิญผู้บริโภคในคดีมาประชุมชี้แจง และดําเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีภายใน 90 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับหมายบังคับคดีของศาล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่มีความจําเป็นซึ่งจะดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือผู้ประสานคดีรายงานเหตุที่ดําเนินการไม่แล้วเสร็จเพื่อขยายระยะเวลาต่อผู้บังคับบัญชาก่อนวันที่ครบกําหนดเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การปฏิบัติราชการในส่วนที่เกี่ยวกับการรับรองสมาคม ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดําเนินการดังนี้

(1) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตาม “แบบคําขอรับการรับรองเป็นสมาคมที่มีสิทธิและอํานาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค” (แบบ ส.ค.บ. 1) ให้เสร็จภายใน 15 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับคําขอจากสมาคม

(2) กรณีเอกสารหลักฐานตามแบบ ส.ค.บ. 1 ที่สมาคมยื่นคําขอครบถ้วนและสมาคมนั้นเป็นสมาคมซึ่งมีลักษณะถูกต้องตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ให้ประกาศชื่อของสมาคมและชื่อของคณะกรรมการของสมาคมไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและประกาศทางวิทยุกระจายเสียงเป็นเวลาสามวัน ตามข้อ 2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2540) ภายใน 20 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับเอกสารประกอบคําขอครบถ้วน

(3) กรณีเอกสารหลักฐานตามแบบ ส.ค.บ. 1 ที่สมาคมยื่นคําขอไม่ครบถ้วน ให้แจ้งสมาคมทราบภายใน 7 วันทําการ นับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจเอกสารหลักฐานตามแบบ ส.ค.บ. 1 เสร็จตามข้อ 20 (1)

(4) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าสมาคมที่ยื่นคําขออาจมีลักษณะไม่ถูกต้องตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ให้เสนอเรื่องขอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายที่คณะกรรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้งโดยเร็ว

(5) การสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในกรณีที่มีผู้คัดค้านให้ดําเนินการภายใน 30 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับคําคัดค้าน และให้ขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วันทําการ แต่ต้องบันทึกเหตุผลการขยายระยะเวลาแต่ละครั้งไว้ในสํานวนการสอบสวนด้วย

(6) เมื่อได้ดําเนินการเสร็จสิ้นตามข้อ 20 (2) หรือข้อ 20 (5) แล้วแต่กรณี ให้นําเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาโดยเร็ว

(7) กรณีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้การรับรองสมาคมให้สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอ “แบบหนังสือรับรองให้สมาคมที่มีสิทธิและอํานาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค” แบบ ส.ค.บ. 2 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อลงนามภายใน 7 วันทําการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ และให้สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคส่งเรื่องไปลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมกับส่งหนังสือรับรองดังกล่าวให้แก่สมาคมภายใน 15 วันทําการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ

(8) กรณีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรอง ให้แจ้งสมาคมทราบภายใน 15 วันทําการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจัดให้มีระบบให้ผู้บริโภคร้องทุกข์และติดตามเรื่องราวร้องทุกข์ผ่านระบบสารสนเทศได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ร้องทุกข์หรือร้องเรียนจะต้องลงทะเบียนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกําหนด เพื่อให้มีสิทธิในการดําเนินการผ่านระบบสารสนเทศ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การร้องทุกข์หรือร้องเรียนจะมีผลเมื่อระบบได้มีการยืนยันตอบรับแก่ผู้ร้องทุกข์ หรือร้องเรียนผ่านระบบสารสนเทศแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ผู้บริโภคประสงค์ที่จะร้องทุกข์ผ่านผู้ช่วยผู้บริโภคในการร้องทุกข์ ให้กระทําได้ต่อเมื่อได้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ นอกจากที่กําหนดไว้ในหมวดนี้ให้นําระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ในหมวดที่ 1 ถึงหมวดที่ 3 มาใช้บังคับ

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ชูศักดิ์ ศิรินิล

รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551 (Update ฉบับล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_428b6dac39767cf1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com