ข้อ ๖
การพิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด
กรมการค้าต่างประเทศได้จัดทำรายงานผลการไต่สวนการทุ่มตลาดชั้นที่สุดและเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน
เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๕๑ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาแล้วมีความเห็นดังนี้
๖.๑
ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด
ในการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
กรณีของผู้ที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามจะพิจารณาข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกแต่ละรายส่วนกรณีของผู้ที่ไม่ให้
ความร่วมมือตอบแบบสอบถาม
หรือกรณีผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นจะพิจารณาใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่
ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๗
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยช่วงระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการไต่สวนการทุ่มตลาด (Investigation Period : IP) คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ซึ่งผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกสินค้าบล็อกแก้วที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามมี ๑ ราย
คือ บริษัท Vitrablok K.S.
ซึ่งมีปริมาณการส่งออกสินค้าที่ถูกพิจารณามายังประเทศไทย
เมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้ารวมจากสาธารณรัฐเช็กตามสถิติกรมศุลกากรภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรที่ถูกไต่สวนคิดเป็นร้อยละ
๘๗
ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดจากสาธารณรัฐเช็กสรุปการคำนวณมูลค่าปกติและราคาส่งออกเพื่อพิจารณา
ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดภายใต้หลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้
๖.๑.๑
บริษัท Vitrablok K.S.
(๑) มูลค่าปกติ
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในสาธารณรัฐเช็กตามแบบสอบถาม
แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน
(๒) ราคาส่งออก
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมาประเทศไทยตามแบบสอบถาม แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
ณ หน้าโรงงาน
(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออกตาม (๒) ซึ่งเป็นราคา ณ
ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ
ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ซึ่งปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ
๙๓.๖๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
๖.๑.๒
ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น
เนื่องจากในการไต่สวนระดับการให้ความร่วมมือของสาธารณรัฐเช็กมีมาก
ดังนั้นการพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น
จึงพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราเดียวกันกับอัตราของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกที่ให้ความร่วมมือ
คือ ร้อยละ ๙๓.๖๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
๖.๒
ผลการพิจารณาความเสียหาย
คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้วินิจฉัยความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา
๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับตามแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายใน ๑ ราย คือ
บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และผู้นำเข้า ๑ ราย คือ บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์
คอร์เปอเรชั่น จำกัด รวมทั้งผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในสาธารณรัฐเช็ก ๑ ราย คือ บริษัท
Vitrablok K.S. ซึ่งให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามครบถ้วน
โดยข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา คือ ข้อมูลในช่วง ๓ ปีย้อนหลัง (ปี ๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๔๙)
ช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๐
กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ และช่วงเดียวกันก่อนช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด คือ
ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
ปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน ดังนี้
๖.๒.๑
ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
จากสถิติของกรมศุลกากรพบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐเช็กเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๓
เป็นร้อยละ ๓๗.๗๖ ในขณะที่ปริมาณนำเข้าจากประเทศอื่นรวมกันมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ
๘๗ เป็นร้อยละ ๖๒.๒๔ ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน
(๒) ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายในในลักษณะการตัดราคา
การกดราคา และการยับยั้งการขึ้นราคา
โดยสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็กมีการขายตัดราคาระหว่างร้อยละ ๘ ถึงร้อยละ ๒๕
ระหว่างปี ๒๕๔๗ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด และมีการกดราคา
โดยพบว่าราคาขายของอุตสาหกรรมภายในลดต่ำลง เนื่องจากการแข่งขันกับราคาสินค้าทุ่มตลาดตั้งแต่ปี
๒๕๔๙ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวน
และจากการเปรียบเทียบราคาขายกับต้นทุนขายของอุตสาหกรรมภายในพบว่ามีการขายต่ำกว่าต้นทุนขายระหว่างปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลา การไต่สวนการทุ่มตลาด
แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านราคาในลักษณะยับยั้งการขึ้นราคาไม่ให้สูงกว่าต้นทุน
๖.๒.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
ยอดจำหน่าย
อุตสาหกรรมภายในมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
กำไร
อุตสาหกรรมภายในอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากไม่สามารถเพิ่มราคาขายเพื่อทำกำไรได้
ผลผลิต
อุตสาหกรรมภายในมีผลผลิตเพิ่มขึ้นระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ส่วนแบ่งตลาด
อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความสามารถในการผลิต
เมื่อพิจารณาจากอัตราของผลผลิตที่ได้เทียบกับวัตถุดิบที่ใช้
พบว่าความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมภายในลดลงในปี ๒๕๔๙
และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ผลตอบแทนการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในมีผลตอบแทนการลงทุนติดลบตลอดช่วงปี
๒๕๔๗ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การใช้กำลังการผลิต
การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมภายในในช่วงปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดมีแนวโน้มลดลง
ราคาสินค้าภายในประเทศ
ระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๔๘
อุตสาหกรรมภายในไม่สามารถเพิ่มราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น
และแม้ว่าในปี ๒๕๔๙ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ต้นทุนขายจะลดลงก็ตาม
แต่ราคาขายของอุตสาหกรรมภายในกลับลดลงในสัดส่วนที่สูงกว่าการลดลงของต้นทุนขาย
และมีการขายต่ำกว่าต้นทุนขาย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘
จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
กระแสเงินสด
อุตสาหกรรมภายในมีกระแสเงินสดติดลบในปี
๒๕๔๘ และติดลบเพิ่มขึ้น อย่างมากตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
จนถึงในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
สินค้าคงคลัง
สินค้าคงคลังลดลงเล็กน้อยในปี
๒๕๔๘ แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การจ้างงาน
พิจารณาจากจำนวนแรงงาน
อุตสาหกรรมภายในมีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ค่าจ้างแรงงาน
อัตราค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อเดือนในปี
๒๕๔๙ ลดลงเล็กน้อย แต่กลับเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
อัตราการเจริญเติบโต
พิจารณาจากปริมาณการขายภายในประเทศ
อุตสาหกรรมภายในมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๗
จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ซึ่งเป็นผลจากการที่อุตสาหกรรมภายในลดราคาลงเพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาดได้
ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน
ตัวเลขการขาดทุนที่สะสมและผลตอบแทนการลงทุนที่ติดลบแสดงให้เห็นว่า
อุตสาหกรรมภายในไม่มีความสามารถในการเพิ่มทุน
ความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
มีความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
โดยมีอัตราการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็กร้อยละ ๙๓.๖๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
ซึ่งส่งผลให้การนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐเช็กมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ
๑๓ ในปี ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๓๗.๗๖ ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ทั้งนี้
เมื่อพิจารณาตามวิธีการคำนวณส่วนเหลื่อมความเสียหาย พบส่วนเหลื่อมความเสียหายในอัตราร้อยละ
๕๔.๓๓ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
๖.๒.๓
การพิจารณาปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น
จากสถิติกรมศุลกากร
พบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากประเทศอื่นรวมกันเมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐเช็กมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ
๘๗ ใน ปี ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๖๒.๒๔ ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
(๒) ความต้องการใช้ภายในประเทศ
ความต้องการใช้สินค้าบล็อกแก้วภายในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงปี
๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๔๙ และแม้ว่าในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดความต้องการใช้ภายในประเทศจะลดลง
แต่ปริมาณการขายของอุตสาหกรรมภายในกลับเพิ่มขึ้น ดังนั้น
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิได้มีสาเหตุมาจากการหดตัวของตลาดหรือการลดลงของอุปสงค์
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า
มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ เนื่องจาก
(ก)
ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
(ข) มีผลกระทบต่อราคาของอุตสาหกรรมภายใน โดยมีการขายตัดราคา กดราคา
และยับยั้งการขึ้นราคา
(ค) มีผลกระทบต่อสถานะของอุตสาหกรรมภายใน
ซึ่งจากการพิจารณาปัจจัยที่บ่งบอกเกี่ยวกับสภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมภายใน
ปรากฏว่าอุตสาหกรรมภายในได้รับผลกระทบจากการที่ไม่สามารถขึ้นราคาได้
และต้องจำหน่ายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุนส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร ทำให้อุตสาหกรรมภายในอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องโดยมีผลตอบแทนการลงทุนและกระแสเงินสดเป็นลบ
(ง)
มีความสัมพันธ์ระหว่างการทุ่มตลาดและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยในช่วงปี ๒๕๔๗
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็กเพิ่มขึ้น
จากร้อยละ ๑๓ ในปี ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๓๗.๗๖ ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
โดยมีการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๙๓.๖๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่น ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน ได้แก่
ปริมาณและราคาสินค้านำเข้าจากประเทศอื่น พบว่ามีปริมาณการนำเข้าในสัดส่วนที่ลดลง
และมีราคาที่สูงกว่าราคาที่นำเข้าจากสาธารณรัฐเช็ก ดังนั้น
ปัจจัยอื่นเหล่านี้จึงไม่ใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
สรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็ก