法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.

๒๕๕๒

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๗๙

กำหนดให้มาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทเป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น

โดยให้มีกลไกและระบบในการดำเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗๙

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๒๘ ประกอบค่านิยมหลักสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

อันผู้ตรวจการแผ่นดินได้ให้คำแนะนำให้หน่วยงานทั้งหลายถือปฏิบัติ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

“ประมวลจริยธรรม” หมายความว่า

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๕๒

“หน่วยงาน” หมายความว่า

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

โดยให้หมายความรวมถึงการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครด้วย

“ข้าราชการ” หมายความว่า

ข้าราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร

“ลูกจ้าง” หมายความว่า

ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและผู้ชำนาญงาน

โดยให้หมายความรวมถึงพนักงานและลูกจ้างของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจออกประกาศ

คำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด

มาตรฐานจริยธรรม

ส่วนที่

ค่านิยมหลัก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ข้าราชการและลูกจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในค่านิยมหลัก

ดังนี้

(๑)

ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักคุณธรรมและจริยธรรมอันดี

(๒) มีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์

สุจริตและรับผิดชอบ

(๓)

ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

(๔) ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง

และเป็นไปตามหลักนิติธรรม

(๕) ให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว

มีอัธยาศัยอันดี และไม่เลือกปฏิบัติ

(๖) ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน

ถูกต้องและไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง

(๗) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ

โปร่งใส และตรวจสอบได้

(๘)

ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๙) ยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์การ

ส่วนที่

มาตรฐานจริยธรรมขององค์การ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ข้าราชการและลูกจ้างต้องจงรักภักดีต่อชาติ

ศาสนาและพระมหากษัตริย์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ข้าราชการและลูกจ้างต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ข้าราชการและลูกจ้างต้องซื่อสัตย์ สุจริต

พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชื่อเสียง เกียรติและศักดิ์ศรีของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ข้าราชการและลูกจ้างต้องเป็นพลเมืองดี

เคารพกฎ

ระเบียบขององค์การและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ข้าราชการและลูกจ้างต้องมีจิตสำนึกที่ดี

มีความขยัน หมั่นเพียร รับผิดชอบมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ละเว้นจากการกระทำทั้งปวงอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตำแหน่งหน้าที่ของตน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ข้าราชการและลูกจ้างมีหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกรุงเทพมหานครกับประชาชน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ข้าราชการและลูกจ้างต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งของตนไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ข้าราชการและลูกจ้างต้องละเว้นการกระทำใด ๆ

อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร

เว้นแต่เป็นการแสดงความเห็นทางวิชาการตามหลักวิชาโดยสุจริต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ข้าราชการและลูกจ้างต้องไม่ใช้หรือแนะนำให้ประชาชนใช้ช่องว่างของกฎหมายในงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ข้าราชการและลูกจ้างต้องไม่ยอมให้บุคคลอื่นอาศัยชื่อตนเองถือครองทรัพย์สิน

สิทธิ หรือประโยชน์อื่นใดแทนบุคคลอื่น

หรือใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองสิ่งดังกล่าวแทนตนเพื่อปกปิดทรัพย์สินของตนอันเป็นการเลี่ยงกฎหมาย

หมวด

กลไกและระบบการใช้บังคับประมวลจริยธรรม

ส่วนที่

การส่งเสริมและคุ้มครองจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้มีคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครประกอบด้วย

(๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานกรรมการ

(๒) ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นกรรมการ

(๓) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนห้าคนที่กรุงเทพมหานครนำ

เสนอโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ

(๔) เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินหรือผู้แทนเป็นกรรมการ

ให้หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

เป็นกรรมการและเลขานุการและให้หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดจำนวนสองคน

เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย

ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

(๑)

กำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การใช้บังคับประมวลจริยธรรม

(๒)

คุ้มครองข้าราชการและลูกจ้างซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมามิให้ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการและลูกจ้างผู้นั้น

(๓) เผยแพร่

ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้เป็นที่รับทราบอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่ข้าราชการ

ลูกจ้าง และประชาชน

(๔) ส่งเสริมและยกย่องหน่วยงาน ส่วนราชการ

หัวหน้าหน่วยงาน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชา

ข้าราชการและลูกจ้างที่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมอย่างจริงจัง

(๕) ติดตาม

สอดส่องการใช้บังคับและการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

ในกรณีมีการฝ่าฝืนจริยธรรมและยังไม่มีการดำเนินการใด

คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครอาจมีมติให้หัวหน้าหน่วยงานผู้ฝ่าฝืนดำเนินการตามประมวลจริยธรรมได้

(๖) ประสานงานกับผู้ตรวจการแผ่นดิน

เพื่อให้การปฏิบัติตามค่านิยมหลักสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

และเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ตลอดจนประมวลจริยธรรมนี้มีผลใช้บังคับอย่างจริงจังมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

(๗)

ประเมินผลการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ของข้าราชการและลูกจ้างและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากประมวลจริยธรรมนี้

(๘) ประมวลการตีความและวินิจฉัยปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ทุกปี

และเผยแพร่ให้ข้าราชการและลูกจ้างทราบเพื่อยึดถือและเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

(๙)

ทบทวนว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลจริยธรรมนี้หรือไม่อย่างน้อยทุกสี่ปี

(๑๐)

เชิญบุคคลภายนอกเป็นกรรมการที่ปรึกษาแต่ละกรณีของคณะกรรมการ

(๑๑) แต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงาน

(๑๒) ดำเนินการอื่นตามประมวลจริยธรรมนี้

หรือตามที่จะตกลงกับผู้ตรวจการแผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร

โดยข้อเสนอของหัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานขึ้น

เพื่อควบคุม กำกับให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ ประกอบด้วย

(๑)

ประธานกรรมการซึ่งหัวหน้าหน่วยงานเสนอจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

ผู้มีความซื่อสัตย์เป็นประจักษ์

(๒) กรรมการซึ่งดำรงตำแหน่งบริหารตั้งแต่

รองหัวหน้าหน่วยงาน ผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงานและหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด

คัดเลือกกันเองให้เหลือสองคน

(๓)

กรรมการสองคนซึ่งเป็นข้าราชการและหรือลูกจ้างที่ได้รับการคัดเลือกจากข้าราชการและลูกจ้างในสังกัด

กรณีการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครให้คัดเลือกกันเองจากพนักงานและลูกจ้างในสังกัดจำนวนสองคน

(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกสองคน

ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานและรองหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงานร่วมกันเสนอ

ให้เลขานุการสำนัก

ผู้อำนวยการกองบริหารทั่วไปหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น หัวหน้าฝ่ายปกครอง

หรือหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปแล้วแต่กรณี

เป็นเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานที่ตนสังกัด

กรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครกำหนด

ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

คณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานมีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

(๑) ควบคุม กำกับ

ส่งเสริมและให้คำแนะนำในการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ในหน่วยงาน

(๒)

สอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมในหน่วยงาน

ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือมีข้อร้องเรียนว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรม ให้คณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานพิจารณาวินิจฉัย

กรณีเห็นว่ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

ให้ส่งเรื่องให้หัวหน้าหน่วยงานเพื่อปฏิบัติตามความในส่วนที่ ๒ หมวด ๒

แห่งประมวลจริยธรรมนี้โดยเร็ว

(๓)

พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ในหน่วยงานเมื่อได้วินิจฉัยแล้วให้ส่งคำ

วินิจฉัยให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครโดยเร็วถ้าคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครมิได้วินิจฉัยเป็นอย่างอื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครรับเรื่อง

ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานเป็นที่สุด

(๔)

ส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครพิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่เห็นว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

หรือมีผลกระทบในวงกว้างหลายหน่วยงาน

และยังไม่มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน

(๕) คุ้มครองข้าราชการและลูกจ้างซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมามิให้ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการและลูกจ้างผู้นั้น

(๖) เสนอแนะการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลจริยธรรมนี้

หรือการอื่นที่เห็นสมควรต่อคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร

(๗) ดำเนินการอื่นตามประมวลจริยธรรมนี้

หรือตามที่คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

กรรมการจริยธรรมตามข้อ ๑๘

มีวาระการปฏิบัติหน้าที่คราวละสองปี เมื่อครบวาระให้ดำเนินการคัดเลือกใหม่

โดยกรรมการซึ่งพ้นตำแหน่งตามวาระ

อาจได้รับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งอีกได้แล้วแต่กรณี และให้หัวหน้าหน่วยงานดำเนินการเสนอรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครแต่งตั้งต่อไป

ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง

คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการที่ได้รับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

กรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ

(๓)

พ้นจากการเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของหน่วยงานนั้น

(๔) ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง

(๕) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ได้รับโทษจำคุก

(๖) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๗) เป็นบุคคลล้มละลาย

ในกรณีที่กรรมการจริยธรรมซึ่งคัดเลือกกันเองหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการประเภทคัดเลือกกันเองหรือแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนภายในสี่สิบห้าวัน

นับแต่วันที่กรรมการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

และให้ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งแล้วแต่กรณี

ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนแต่ถ้าวาระของกรรมการผู้นั้นเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่ดำเนินการคัดเลือกกรรมการหรือแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้

ในระหว่างที่ยังมิได้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงตามวรรคหนึ่งหากกรรมการที่เหลืออยู่มีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

และประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

ควบคุมให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้สนับสนุนส่งเสริมผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาที่มีความซื่อสัตย์

มีผลงานและความรู้ความสามารถ และปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ โดยให้มีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑)

คุ้มครองข้าราชการและลูกจ้างซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมามิให้ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม

(๒)

ส่งเสริมและเผยแพร่การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างสม่ำเสมอ

(๓)

ติดตามสอดส่องให้ข้าราชการและลูกจ้างในหน่วยงานหรือส่วนราชการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างเคร่งครัด

(๔) ปฏิบัติตามมติหรือคำ

วินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงาน

หรือคำแนะนำของผู้ตรวจการแผ่นดิน

ในกรณีที่คณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานมีคำวินิจฉัยใด และหัวหน้าหน่วยงานไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยนั้น

ให้เสนอความเห็นของตนและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานไปให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครวินิจฉัยได้

เว้นแต่กรณีนั้นมีคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครวินิจฉัยไว้เสร็จเด็ดขาดแล้ว

(๕) รวบรวมปัญหาการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงประมวลจริยธรรมนี้

หรือการอื่นตามที่เห็นสมควรเสนอต่อคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร

(๖)

ดำเนินการอื่นตามประมวลจริยธรรมนี้หรือตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน

หรือคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครมอบหมาย

ส่วนที่

ระบบการใช้บังคับประมวลจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การฝ่าฝืนจริยธรรมตามความในหมวด ๑

ของประมวลจริยธรรมนี้

ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง และระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

แล้วแต่กรณี

การฝ่าฝืนจริยธรรมตามความในหมวด ๑

ของประมวลจริยธรรมอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานครอย่างร้ายแรงให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

การดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมนี้

ให้นำกระบวนการทางวินัยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีที่มีการลงโทษผู้ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้

ให้หน่วยงานรายงานคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงาน

และให้คณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานรายงานคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การกระทำกรรมเดียวที่มีทั้งความผิดวินัยและเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมให้ลงโทษวินัยได้ครั้งเดียวในการกระทำนั้น

และอาจให้รับการพัฒนาตามที่คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครกำหนดด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร

คณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงาน หัวหน้าหน่วยงานและหัวหน้าส่วนราชการ

ส่งเสริมจริยธรรมข้าราชการและลูกจ้างโดยอย่างน้อยต้องดำเนินการ ดังนี้

(๑) ในการบรรจุแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน

หรือค่าจ้าง

ย้ายหรือโอนข้าราชการและลูกจ้างให้ใช้พฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้นั้นมาประกอบการพิจารณาด้วย

(๒) ปลูกฝังจริยธรรมให้ข้าราชการและลูกจ้างที่บรรจุใหม่

จัดให้ลงลายมือชื่อรับทราบประมวลจริยธรรม

จัดให้มีสมุดบันทึกประวัติในส่วนที่เกี่ยวกับจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้างแต่ละคน

รวมทั้งจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมผู้บริหาร

และข้าราชการและลูกจ้างอย่างสม่ำเสมอ

(๓)

ประเมินการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้างแต่ละคน

(๔)

คุ้มครองข้าราชการและลูกจ้างผู้ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

(๕) ยกย่องข้าราชการและลูกจ้าง

หน่วยงานและส่วนราชการที่ถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้โดยเคร่งครัด

(๖) ตอบข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

(๗)

จัดให้มีการศึกษาค่านิยมที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้และดำเนินการแก้ไขปรับเปลี่ยนค่านิยมนั้น

(๘) เผยแพร่ให้ประชาชน ผู้เป็นคู่สมรส ญาติ

พี่น้อง พรรคพวกเพื่อนฝูงของข้าราชการและลูกจ้าง ตลอดจนประชาชนผู้มาติดต่อราชการทราบประมวลจริยธรรมข้าราชการและลูกจ้างเพื่อไม่ทำการอันเป็นการส่งเสริมหรือก่อให้เกิดการฝ่าฝืนจริยธรรม

(๙)

จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

เมื่อมีปัญหาการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ในเรื่องใด

ข้าราชการและลูกจ้างอาจเสนอเรื่องที่เป็นปัญหาดังกล่าวให้เลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานที่ตนสังกัดนำเสนอเพื่อขอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานได้

ในกรณีที่เรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญหรือมีผลกระทบในวงกว้างหลายหน่วยงาน

และยังไม่มีคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี

คณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานอาจส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครวินิจฉัยให้

ในกรณีที่คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร

เห็นว่าเรื่องดังกล่าวตามวรรคหนึ่งเป็นเรื่องสำคัญอันควรแก่การขอคำแนะนำจากผู้ตรวจการแผ่นดินก็ให้กระทำได้

ข้าราชการและลูกจ้างที่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร

หรือผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ต้องรับผิดทางวินัย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานคร

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประมวลจริยธรรมนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่ประมวลจริยธรรมนี้มีผลใช้บังคับ

ให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครจัดให้มีการประเมินการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

พร้อมดำเนินการปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติหรือแก้ไขเพิ่มเติมประมวลจริยธรรมให้เหมาะสม

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

ให้คณะกรรมการจริยธรรมกรุงเทพมหานครรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการ ลูกจ้าง

คณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงาน

หัวหน้าหน่วยงานและผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างกว้างขวาง

โดยจะต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

นับแต่วันที่ครบหนึ่งปีของการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

สุขุมพันธุ์

บริพัตร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๐

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๐

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๗ ง/หน้า ๒๐/๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_43761ed3326b6ede

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com