法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งนักวิจัยชำนาญการ นักวิจัยเชี่ยวชาญ และนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ พ.ศ. 2536

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งนักวิจัยชำนาญการ

นักวิจัยเชี่ยวชาญ

และนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ

พ.ศ. ๒๕๓๖

เพื่อให้การพิจารณาแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในสายงานวิจัยให้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการ

นักวิจัยเชี่ยวชาญ และนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ เป็นไปอย่างเหมาะสม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๒)

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. ๒๕๓๓

ประกอบกับมติของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในการประชุม

ครั้งที่ ๒/๒๕๓๖ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๓๖ และมติของสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ในการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๓๖ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๓๖

จึงออกข้อบังคับเกี่ยวกับการแต่งตั้งนักวิจัยชำนาญการ นักวิจัยเชี่ยวชาญ

และนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ ไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งนักวิจัยชำนาญการ

นักวิจัยเชี่ยวชาญ และนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ พ.ศ. ๒๕๓๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในข้อบังคับนี้

“อธิการบดี”

หมายถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

“มหาวิทยาลัย”

หมายถึง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

“สภามหาวิทยาลัย” หมายถึง สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

“สภาวิชาการ”

หมายถึง สภาวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

“คณะกรรมการ”

หมายถึง คณะกรรมการบริหารงานบุคคลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศ

ข้อกำหนด และระเบียบ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการ

นักวิจัยเชี่ยวชาญ หรือนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ จะต้องมีผลการปฏิบัติงานตามลักษณะงาน

ซึ่งมีปริมาณงานและคุณภาพตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

และมีคุณสมบัติและผลงานทางวิชาการดังนี้

๕.๑

ต้องเป็นผู้มีรายงานการวิจัยหรือรายงานความก้าวหน้าของการวิจัย

อันบ่งชี้ถึงผลงานของการวิจัยที่ดำเนินงานอยู่หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ซึ่งผ่านการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพการวิจัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนด

โดยมีผลการประเมินไม่ต่ำกว่าระดับดีมาก

๕.๒

ต้องมีผลงานการให้คำแนะนำหรือการให้คำปรึกษาทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติหรือผลงานอื่น

ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

๕.๓ ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยกำหนด

คือ

๕.๓.๑ ตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการ

ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิและระยะเวลาการดำรงตำแหน่งดังนี้

(๑) ผู้ได้รับปริญญาโทหรือเทียบเท่า

ต้องดำรงตำแหน่งนักวิจัยปฏิบัติการหรือตำแหน่งอื่นที่คณะกรรมการเทียบเท่า

และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี หรือ

(๒) ผู้ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า

ต้องดำรงตำแหน่งนักวิจัยปฏิบัติการหรือตำแหน่งอื่นที่คณะกรรมการเทียบเท่า

และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี

๕.๓.๒ ตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญ

ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิและระยะเวลาการดำรงตำแหน่งดังนี้

(๑)

เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยปฏิบัติการ

(๒)

ได้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี

๕.๓.๓ ตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ

ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิและระยะเวลาการดำรงดังนี้

(๑)

เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยปฏิบัติการ

(๒)

ได้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี

๕.๔

ต้องเป็นผู้มีผลงานทางวิชาการซึ่งแสดงให้เป็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ

ประสบการณ์ และความชำนาญ เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะได้รับการแต่งตั้ง

ซึ่งผ่านการประเมินจากสภาวิชาการแล้ว ดังนี้

๕.๔.๑ ตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการ

ต้องเป็นผู้มีผลงานทางวิชาการซึ่งมีคุณภาพดีมาก ประกอบด้วย

(๑) ผลงานวิจัยที่ทำเองโดยตลอดไม่น้อยกว่า ๕

โครงการ หรือ

(๒) ผลงานวิจัยที่ทำเองโดยตลอดไม่น้อยกว่า ๑

โครงการ

ผลงานวิจัยที่ตนเองเป็นหัวหน้าโครงการหรือผู้ช่วยหัวหน้าโครงการไม่น้อยกว่า ๑

โครงการ และผลงานวิจัยร่วมกับผู้อื่นไม่น้อยกว่า ๓ โครงการ ผลงานวิจัยดังกล่าวนี้

ต้องมีคุณภาพดีและได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว

และจะต้องไม่เป็นผลงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใด

ๆ หรือ

(๓) โครงการวิจัยตามที่กำหนดในข้อ (๑) และข้อ

(๒) มีจำนวนน้อยกว่าที่กำหนดไว้ แต่เป็นโครงการที่มีคุณภาพสูงมาก

หรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ซึ่งประเมินคุณค่าเทียบได้กับผลงานวิจัยตามข้อ

(๑) และข้อ (๒)

๕.๔.๒ ตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญ

ต้องเป็นผู้มีผลงานทางวิชาการซึ่งมีคุณภาพดีมาก ประกอบด้วย

(๑) ผลงานวิจัยที่ทำเองโดยตลอดไม่น้อยกว่า ๕

โครงการ หรือ

(๒) ผลงานวิจัยที่ทำเองโดยตลอดไม่น้อยกว่า ๒

โครงการ ผลงานวิจัยที่ตนเองผู้เป็นหัวหน้าโครงการไม่น้อยกว่า ๑ โครงการ

และผลงานวิจัยร่วมกับผู้อื่นไม่น้อยกว่า ๒ โครงการ

ผลงานวิจัยดังกล่าวนี้จะต้องมีคุณภาพดีมาก

และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว

และจะต้องไม่เป็นผลงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใด

ๆ หรือ

(๓) โครงการวิจัยตามที่กำหนดในข้อ (๑) และข้อ

(๒) มีจำนวนน้อยกว่าที่กำหนดไว้ แต่เป็นโครงการที่มีคุณภาพสูงมาก

หรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ซึ่งประเมินคุณค่าเทียบได้กับผลงานวิจัยตามข้อ

(๑) และข้อ (๒) ผลงานทางวิชาการ ตามข้อ (๑) ข้อ (๒) และข้อ (๓) จะต้องไม่ซ้ำกับผลงานที่เคยใช้สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนักวิจัยชำนาญการมาแล้ว

และจะต้องมีผลงานทางวิชาการเพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการด้วย

๕.๔.๓ ตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ

ต้องเป็นผู้มีผลงานทางวิชาการ ซึ่งมีคุณภาพดีมาก ประกอบด้วย

(๑) ผลงานวิจัยที่ทำเองโดยตลอดไม่น้อยกว่า ๕

โครงการ หรือ

(๒) ผลงานวิจัยที่ทำเองโดยตลอดไม่น้อยกว่า ๒

โครงการ ผลงานวิจัยที่ตนเองเป็นหัวหน้าโครงการไม่น้อยกว่า ๒ โครงการ

และผลงานวิจัยร่วมกับผู้อื่นไม่น้อยกว่า ๑ โครงการ

ผลงานวิจัยดังกล่าวนี้จะต้องมีคุณภาพดีมาก และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว

และจะต้องไม่เป็นผลงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษา

เพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใด ๆ

(๓) โครงการวิจัยตามที่กำหนดในข้อ (๑) และข้อ

(๒) มีจำนวนน้อยกว่าที่กำหนดไว้ แต่เป็นโครงการที่มีคุณภาพสูงมาก หรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น

ซึ่งประเมินคุณค่าเทียบได้กับผลงานวิจัยตามข้อ (๑) และข้อ (๒) ผลงานทางวิชาการ

ตามข้อ (๑) ข้อ (๒) และข้อ (๓)

จะต้องไม่ซ้ำกับผลงานที่เคยใช้สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการและนักวิจัยเชี่ยวชาญมาแล้ว และจะต้องมีผลงานทางวิชาการเพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้มีกลไกและขั้นตอนการพิจารณาดำเนินการดังนี้

๖.๑ นักวิจัยผู้ประสงค์จะขอกำหนดตำแหน่ง

หรือผู้บังคับบัญชาขั้นต้นระดับไม่ต่ำกว่าหัวหน้าฝ่ายวิจัย

กรอกข้อมูลตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด แล้วนำเสนอ พร้อมด้วยผลงานทางวิชาการ

ต่อผู้อำนวยการสถาบันที่สังกัด เพื่อเสนอคณะกรรมการประจำสถาบันพิจารณากลั่นกรอง

๖.๒

คณะกรรมการประจำสถาบันพิจารณากลั่นกรองเบื้องต้นว่านักวิจัยนั้นมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดหรือไม่

แล้วนำเสนอสภาวิชาการ

๖.๓

สภาวิชาการมีหน้าที่พิจารณาผลงานทางวิชาการ

หรือจะพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่จะเสนอขอกำหนดและอยู่ในสาขาวิชาชีพเดียวกันหรือที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาชีพนั้น

จำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน และในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกไม่น้อยกว่า ๒

ใน ๓ เป็นผู้พิจารณาผลงานทางวิชาการ ก็ได้

ทั้งนี้ ให้ใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งในการตัดสิน

เมื่อสภาวิชาการพิจารณาให้ความเห็นชอบผลงานทางวิชาการแล้ว

ให้นำมาเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป

๖.๔ คณะกรรมการการพิจารณาอนุมัติการขอกำหนดตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการและนักวิจัยเชี่ยวชาญตามข้อเสนอแนะของสภาวิชาการ

แล้วให้อธิการบดีเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ

๖.๕

สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการขอกำหนดตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ

ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ

และนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่ง

มหาวิทยาลัยอาจพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติและผลการปฏิบัติงานที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ให้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการ นักวิจัยเชี่ยวชาญ และนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ

โดยวิธีพิเศษได้เป็นกรณีไป เช่น

อาจพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งนักวิจัยปฏิบัติการ

ให้ดำรงตำแหน่งนักวิจัยเชี่ยวชาญหรือนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ

โดยที่ผู้นั้นไม่เคยดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการมาก่อน หรืออาจพิจารณาแต่งตั้งผู้ซึ่งมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งไม่ครบตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

ให้ดำรงตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม เป็นต้น

ทั้งนี้

บุคคลดังกล่าวจะต้องมีผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพดีเด่นเป็นที่ประจักษ์

ซึ่งผ่านการประเมินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน แล้ว

การแต่งตั้งผู้เคยดำรงตำแหน่งนักวิจัยชำนาญการ

นักวิจัยเชี่ยวชาญ หรือนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ

ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาอื่น ที่มหาวิทยาลัยรับรอง

ให้สภาวิชาการและคณะกรรมการพิจารณาเทียบตำแหน่งและดำเนินการขออนุมัติแต่งตั้ง

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร

ศรีสอ้าน

นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งนักวิจัยชำนาญการ นักวิจัยเชี่ยวชาญ และนักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ พ.ศ. 2536 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_43b72eaa21413a7b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com