法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ณ วันที่ 07/02/2557)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
48
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน

ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อให้เป็นไปด้วยความสะดวก คล่องตัว และมีความยืดหยุ่นสามารถใช้บริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๘ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“พนักงาน” หมายความว่า บุคคลที่สำนักงานบรรจุ และแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ของสำนักงาน

“ผู้บริหารระดับสูง”[๒] หมายความถึง ผู้บริหารระดับสูง ตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“ผู้บริหารอาวุโส”[๓] หมายความถึง ผู้บริหารอาวุโส ตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“ผู้บริหารระดับกลาง”[๔] หมายความถึง ผู้บริหารระดับกลาง ตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เจ้าหน้าที่”[๕] หมายความถึง บุคคลที่สำนักงานบรรจุ และแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานในกลุ่มปฏิบัติการ ตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“บุคคลภายนอก” หมายความว่า บุคคลที่ไม่ได้เป็นพนักงานตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

“ลูกจ้าง” หมายความว่า บุคคลที่สำนักงานตกลงจ้างให้ปฏิบัติงาน โดยมีกำหนดระยะเวลาจ้างตามสัญญาจ้าง

“ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายจากการประชุม ที่สำนักงานจัดขึ้นหรือมอบหมายให้หน่วยงานอื่นจัดขึ้น

“ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา ฝึกอบรม” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายจากการจัดการประชุม สัมมนา ฝึกอบรมที่สำนักงานจัดขึ้น หรือมอบหมายให้บุคคล นิติบุคคลอื่นจัดขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายดูงานในการจัดฝึกอบรม และค่าลงทะเบียนฝึกอบรมกับหน่วยงานอื่น

“ค่าจัดประชุมระหว่างประเทศ” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายเกิดจากการประชุมหรือสัมมนาระหว่างประเทศ ที่สำนักงานจัด หรือจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นในประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากต่างประเทศเข้าร่วมประชุม หรือสัมมนา

“ค่าเลี้ยงรับรอง” หมายความว่า ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายอื่นในการเลี้ยงรับรอง เช่น ค่าบริการ ค่าตอบแทนการให้บริการ (ทิป) เงินรางวัลพิเศษ ค่าของขวัญ ของที่ระลึกและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายเกี่ยวกับการรับรอง

“เบี้ยประชุม” หมายความว่า ค่าตอบแทนที่จ่ายให้ที่ปรึกษาคณะกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ ที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ หรือคณะทำงาน เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ

“ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง” หมายความว่า ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่ารับรอง ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวในการเดินทางเมื่อย้ายไปปฏิบัติงานประจำ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

“ค่าพาหนะ” หมายความรวมถึง ค่าเช่าพาหนะด้วย

“รถประจำตำแหน่ง” หมายความว่า รถยนต์ที่จัดให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ

“ค่าใช้จ่าย” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานที่เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานในลักษณะค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค หรืองบรายจ่ายใดที่เบิกจ่าย ในลักษณะเดียวกัน

ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การเบิกจ่ายค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับการจัดประชุม ให้เบิกจ่ายโดยประหยัด ดังนี้

(๑) การประชุมในสำนักงาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคนละ ๗๐ บาทต่อครั้ง

(๒) การประชุมนอกสำนักงานให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคนละ ๒๐๐ บาทต่อครั้ง

ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการประชุมต่อเนื่องในเวลาก่อนเที่ยงและหลังเที่ยง ให้ถือเป็นการประชุมสองครั้ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การเบิกจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับการจัดประชุม ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) การประชุมในสำนักงาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงและโดยประหยัด แต่ไม่เกินคนละ ๓๐๐ บาท ต่อมื้อ

(๒) การประชุมนอกสำนักงาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงและโดยประหยัด แต่ไม่เกินคนละ ๕๐๐ บาทต่อมื้อ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมให้แก่พนักงาน และบุคคลภายนอก ซึ่งมีคำสั่งแต่งตั้ง หรือมีหนังสือเชิญมาประชุม และเข้าร่วมประชุม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน ให้เบิกจ่ายเบี้ยประชุมได้ตามอัตราบัญชีแนบท้ายหมายเลข ๑

ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องเชิญบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้ความเห็นหรือคำปรึกษา หรือร่วมพิจารณาซึ่งมิได้เป็นคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานในคณะนั้น ให้เลขาธิการพิจารณาจ่ายเบี้ยประชุมตามความจำเป็นและเหมาะสม ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

(๒) การประชุมอื่นนอกจาก (๑) และไม่ได้เป็นการอบรม ให้เบิกจ่ายเบี้ยประชุมได้คนละไม่เกิน ๒๔๐ บาท ต่อการประชุมหนึ่งครั้ง และงดเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการประชุมสัมมนา ฝึกอบรม ที่สำนักงานจัดขึ้น หรือมอบหมายให้บุคคล นิติบุคคลอื่น จัดขึ้น ให้เลขาธิการใช้ดุลยพินิจเบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม และโดยประหยัด เพื่อประโยชน์ของสำนักงาน ยกเว้นค่าสมนาคุณ วิทยากร ค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะ ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ และอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ให้ถือว่ารายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รับอนุมัติการจัดหาตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการพัสดุแล้ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรในการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ตามระเบียบนี้ วิทยากรต้องไม่เป็นผู้ปฏิบัติงานหรือพนักงาน โดยให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตรา ดังนี้

(๑) หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากร ตามลักษณะการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ดังต่อไปนี้

(ก) ชั่วโมงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้เบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรไม่เกิน ๒ คน

(ข) ชั่วโมงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่มีลักษณะเป็นการอภิปรายเป็นคณะ หรือสัมมนา ให้เบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน ๕ คน โดยรวมถึงผู้ดำเนินการอภิปรายหรือสัมมนาด้วย

(ค) ชั่วโมงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่มีลักษณะเป็นการแบ่งกลุ่ม ฝึกภาคปฏิบัติ แบ่งกลุ่มอภิปรายหรือแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม ซึ่งจำเป็นต้องมีวิทยากรประจำกลุ่ม ให้เบิกจ่ายสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกินกลุ่มละ ๒ คน

(ง) ชั่วโมงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรมใดที่มีวิทยากรเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ดังกล่าวข้างต้น ให้เฉลี่ยจ่ายเงินสมนาคุณภายในจำนวนเงินที่เบิกจ่ายได้

(จ) ให้เบิกจ่ายค่าสมนาคุณได้เฉพาะชั่วโมงที่ทำหน้าที่วิทยากร เศษของชั่วโมงตั้งแต่ ๓๐ นาทีขึ้นไปให้นับเป็นหนึ่งชั่วโมง ถ้าไม่ถึง ๓๐ นาที ให้นับเป็นครึ่งชั่วโมง และให้จ่ายค่าสมนาคุณได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง

(๒) อัตราค่าสมนาคุณวิทยากรที่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐให้เบิกจ่ายในอัตรา ดังนี้

(ก) การประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่ผู้เข้าประชุมมากกว่ากึ่งหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับกลางลงมา บุคคลทั่วไป หรือข้าราชการตำแหน่ง ประเภทอำนวยการระดับต้น ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ ระดับชำนาญการ และระดับปฏิบัติการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ระดับชำนาญงาน ระดับปฏิบัติงาน หรือเทียบเท่า เบิกจ่ายได้ไม่เกินชั่วโมงละ ๑,๕๐๐ บาท

(ข) การประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่ผู้เข้าประชุมมากกว่ากึ่งหนึ่งเป็นผู้บริหารอาวุโสขึ้นไป หรือข้าราชการตั้งแต่ตำแหน่งอำนวยการระดับสูง ตำแหน่งวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ ขึ้นไปหรือเทียบเท่า เบิกจ่ายได้ไม่เกินชั่วโมงละ ๒,๐๐๐ บาท

(๓) อัตราค่าสมนาคุณวิทยากรที่มิใช่บุคคลตาม (๒) ให้เบิกจ่ายได้เพิ่มอีกไม่เกินหนึ่งเท่า ทั้งนี้การประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่จำเป็นต้องใช้วิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถเป็นพิเศษ และจะเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรสูงกว่าอัตราที่กำหนดข้างต้นให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเบิกค่าใช้จ่ายในการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่สำนักงานจัดให้มีการศึกษาฝึกอบรมดูงานในประเทศ หรือต่างประเทศ ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) ค่าอาหารในการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่สำนักงานจัดขึ้นภายในประเทศ และต่างประเทศ ให้เบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายจริงตามบัญชีแนบท้ายหมายเลข ๒

(๒) ค่าที่พักในการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่สำนักงานจัดขึ้น ภายในประเทศ และต่างประเทศ ให้เบิกค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามอัตราบัญชีแนบท้ายหมายเลข ๓ และ ๔

(๓) ค่าพาหนะให้เบิกค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง เฉพาะในส่วนที่สำนักงานมิได้จัดให้ เว้นแต่กรณีที่ไม่สามารถร่วมเดินทางไปได้ตามกำหนด เนื่องจากติดภาระกิจของสำนักงานให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ และให้เบิกจ่ายได้ตามสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเบิกค่าใช้จ่ายในการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่หน่วยงานอื่นเป็นผู้จัด ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) ให้ผู้ร่วมประชุม สัมมนา ฝึกอบรมมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ สำหรับกรณีค่าที่พัก พาหนะ ให้เบิกจ่ายตามที่เป็นจริงเฉพาะในส่วนผู้จัดอบรมมิได้จัดให้

(๒) ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกันกับที่เรียกชื่ออย่างอื่น สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริง ในอัตราที่ผู้จัดการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม เรียกเก็บ

ค่าใช้จ่ายในการประชุมระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บุคคลที่จะเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการประชุมระหว่างประเทศ ตามระเบียบนี้ ได้แก่

(๑) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการประชุม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม

(๒) เจ้าหน้าที่

(๓) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ

(๔) วิทยากร

(๕) ผู้เข้าร่วมประชุม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ค่าใช้จ่ายก่อน ระหว่าง และหลังการจัดประชุมระหว่างประเทศ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด ยกเว้นค่าสมนาคุณวิทยากร เงินรางวัลของเจ้าหน้าที่ ค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะ ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การประชุมระหว่างประเทศที่มีการจัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะให้แก่บุคคลตามข้อ ๑๒ ให้สำนักงานผู้จัดการประชุมระหว่างประเทศ เบิกจ่ายค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะได้ ดังนี้

(๑) การประชุมระหว่างประเทศที่กำหนดผู้เข้าร่วมประชุมเป็นบุคคลระดับรัฐมนตรีหรือสมาชิกรัฐสภาขึ้นไป ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ

(๒) การประชุมระหว่างประเทศนอกจาก (๑) ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตรา ดังนี้

(ก) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม กรณีจัดครบทุกมื้อไม่เกินคนละ ๓,๐๐๐ บาท ต่อวัน กรณีจัดไม่ครบทุกมื้อไม่เกินคนละ ๒,๐๐๐ บาท ต่อวัน

(ข) ค่าเช่าที่พักไม่เกินคนละ ๕,๐๐๐ บาท ต่อวัน

(ค) ค่าพาหนะให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการพิจารณาอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อ ๙ ส่วนอัตราค่าสมนาคุณวิทยากรให้เบิกจ่ายตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในการประชุมระหว่างประเทศให้ได้รับเงินรางวัลเฉพาะวันที่ปฏิบัติงานคนละไม่เกิน ๕๐๐ บาท ต่อวัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนเฉพาะวันที่ปฏิบัติงาน ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกับที่เรียกชื่ออย่างอื่นสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงในอัตราที่ผู้จัดการประชุมระหว่างประเทศเรียกเก็บ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรณีค่าใช้จ่ายตามข้อ ๑๘ ได้รวมค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะของผู้เข้าร่วมประชุมไว้ทั้งหมด หรือสำนักงาน หรือหน่วยงานผู้จัดการประชุมได้ออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะทั้งหมดให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม ให้ผู้เข้าร่วมประชุมงดเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย

กรณีค่าใช้จ่ายตามข้อ ๑๘ ไม่รวมค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะ หรือรวมไว้บางส่วน หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานผู้จัดการประชุมไม่ออกค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะทั้งหมด หรือออกให้บางส่วน ให้ผู้เข้าร่วมประชุมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือเฉพาะส่วนที่ขาด หรือส่วนที่มิได้ออกให้จากต้นสังกัดได้ตามข้อ ๑๔

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีสำนักงานจัดการประชุมระหว่างประเทศได้รับความช่วยเหลือ ค่าใช้จ่ายจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศ ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสมทบเฉพาะในส่วนที่ขาดได้ตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรณีสำนักงานประสงค์จะจ้างจัดการประชุมระหว่างประเทศก็ให้ดำเนินการได้โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ และให้ใช้ใบเสร็จของผู้รับจ้างจัดการประชุมระหว่างประเทศเป็นหลักฐานการเบิกจ่าย

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เลขาธิการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงาน หรือไปประชุมในราชอาณาจักร ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ตามหลักเกณฑ์ และอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้เบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย โดยนับวันตามวันปฏิทิน ดังนี้

(๑) เลขาธิการ เบิกจ่ายได้วันละ ๕๐๐ บาท

(๒) ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารอาวุโส หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า เบิกจ่ายได้วันละ ๓๐๐ บาท

(๓) ผู้บริหารระดับกลาง เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้าง เบิกจ่ายได้วันละ ๒๔๐ บาท

การเดินทางของเลขาธิการ พนักงาน หรือลูกจ้างไปปฏิบัติงาน หรือไปประชุมภายในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานที่ตนปฏิบัติงานอยู่ ไม่มีสิทธิเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง และการเดินทางของเลขาธิการ พนักงาน หรือลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในสำนักงาน ไปปฏิบัติงานหรือไปประชุมภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี ไม่มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

การเดินทางของเลขาธิการ พนักงาน หรือลูกจ้างไปปฏิบัติงาน หรือไปประชุมในจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลาเฉพาะพื้นที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย หรือที่อื่นที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ให้มีสิทธิเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในลักษณะเหมาจ่ายเป็นจำนวนสองเท่าของค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางปกติ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานที่มีที่ตั้งของสำนักงานอยู่ในจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่ได้ไปปฏิบัติงานหรือไปประชุมในพื้นที่เสี่ยงภัยด้วย[๖]

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ค่าพาหนะเดินทางให้เบิกจ่ายได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเดินทางโดยพาหนะประจำทาง หรือพาหนะรับจ้าง ให้เบิกจ่ายค่าพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริง และโดยประหยัด และกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้พาหนะรับจ้างเดินทางข้ามจังหวัดอื่นที่ไม่มีเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร ให้ระบุเหตุผลความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายด้วย ทั้งนี้ การเบิกจ่ายค่าพาหนะรับจ้าง ให้ถือว่ารายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รับอนุมัติการจัดหาตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการพัสดุแล้ว

(๒) กรณีโดยสารเครื่องบิน ให้เบิกจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินได้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(ก) เลขาธิการ เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงในชั้นหนึ่ง

(ข) ผู้บริหารระดับสูง หรือผู้บริหารอาวุโส หรือตำแหน่งเทียบเท่า เบิกจ่ายในชั้นธุรกิจ เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็น ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง และให้ระบุเหตุผลความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายด้วย

(ค) ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้าง เพื่อประหยัดระยะเวลาเดินทาง หรือเดินทางเป็นคณะ หรือถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางโดยเครื่องบินให้เบิกจ่ายในชั้นประหยัด ทั้งนี้ การเดินทางโดยสายการบิน ให้เดินทางโดยประหยัด ระยะทางที่สั้น และเหมาะสมกับการเดินทาง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ค่าพาหนะเดินทาง กรณีใช้รถส่วนตัว หรือรถประจำตำแหน่ง ให้เบิกจ่ายเงินชดเชยค่าเชื้อเพลิง และค่าผ่านทางพิเศษ ดังนี้

(๑) รถส่วนตัว ให้เบิกจ่ายเงินชดเชยค่าเชื้อเพลิงในอัตราที่เลขาธิการกำหนดอัตราการเบิกจ่ายเงินชดเชยค่าเชื้อเพลิง

(๒) รถประจำตำแหน่ง

(ก) กรณีนำรถไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนอกเหนือจากหน้าที่ปกติประจำ นอกเขต ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี หรือจังหวัดปทุมธานี ให้เบิกจ่ายเงินชดเชยค่าเชื้อเพลิงตามอัตราที่เลขาธิการกำหนดอัตราการเบิกจ่ายเงินชดเชย

(ข) กรณีผู้บริหารที่มีรถประจำตำแหน่งได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานหรือไปประชุม และมีความจำเป็นต้องเดินทางโดยพาหนะรับจ้าง ให้เบิกจ่ายค่าพาหนะรับจ้างได้เท่าที่จ่ายจริง

(๓) ค่าผ่านทางพิเศษให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงและโดยประหยัด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ค่าที่พัก ให้เบิกจ่ายได้ ดังนี้

(๑) เลขาธิการ เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๒) ผู้บริหารระดับสูง หรือตำแหน่งเทียบเท่า เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคืนละ ๔,๐๐๐ บาท หรือเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่ายคืนละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท

(๓) ผู้บริหารอาวุโส หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคืนละ ๓,๐๐๐ บาท หรือเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่ายคืนละไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท

(๔) ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างให้พักห้องคู่ เว้นแต่กรณีจำเป็นต้องพักห้องเดี่ยว ให้ระบุเหตุผลความจำเป็นเพื่อประกอบการเบิกจ่าย ทั้งนี้ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคืนละ ๒,๕๐๐ บาท ต่อคน หรือเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย คืนละ ๑,๒๐๐ บาทต่อคน

การเบิกค่าที่พักของเลขาธิการ พนักงาน หรือลูกจ้างไปปฏิบัติงาน หรือไปประชุมในจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลาเฉพาะพื้นที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย หรือที่อื่นที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ให้มีสิทธิเบิกจ่ายค่าที่พักได้เป็นจำนวนสองเท่าของค่าที่พักปกติ ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานที่มีที่ตั้งของสำนักงานอยู่ในจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ได้ไปปฏิบัติงานหรือไปประชุมในพื้นที่เสี่ยงภัยด้วย[๗]

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการเดินทางไปปฏิบัติงานหรือเดินทางไปเพื่อการประชุมในราชอาณาจักร ให้เบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายจริงและโดยประหยัด เว้นแต่ค่ารับรองที่ผู้บริหารอาวุโสขึ้นไป ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเดินทางเห็นสมควรให้มีการเลี้ยงรับรองระหว่างหน่วยงานเพื่อประโยชน์แก่กิจการของสำนักงาน ให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทต่อมื้อ

การเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย ตามวรรคหนึ่ง ให้แนบใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการขออนุมัติเบิกจ่ายด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การเดินทางไปปฏิบัติงานหรือเดินทางไปเพื่อการประชุมในราชอาณาจักรของผู้ปฏิบัติงานในลักษณะเป็นหมู่คณะ ให้ผู้มีตำแหน่งอาวุโสสูงสุด หรือผู้ที่สำนักงานมอบหมาย เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง มีหน้าที่กำกับดูแลการเดินทาง และการพักแรมของผู้ปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้บุคคลภายนอก ที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางตามคำสั่งของสำนักงานให้เข้าร่วมประชุม มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายเดินทางได้ตามอัตราค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้บริหาร หรือพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้าง ทั้งนี้ให้เลขาธิการเป็นผู้อนุมัติการเทียบตำแหน่งของบุคคลภายนอกนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เลขาธิการ พนักงาน หรือลูกจ้าง หรือบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศชั่วคราว หรือไปประชุม หรือดูงาน ในต่างประเทศชั่วคราว ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ตามหลักเกณฑ์ และอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้ ทั้งนี้ ให้เลขาธิการเป็นผู้อนุมัติการเทียบตำแหน่งของบุคคลภายนอกนั้น ๆ

(๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ให้นับวันตามวันปฏิทิน และเบิกจ่ายได้ตามอัตราบัญชีแนบท้ายหมายเลข ๕

(๒) ค่าพาหนะเดินทาง

(๒.๑) กรณีโดยสารเครื่องบิน จากประเทศไทยไปต่างประเทศ หรือจากต่างประเทศกลับประเทศไทย หรือการเดินทางในต่างประเทศ ให้เบิกค่าโดยสารเครื่องบินได้ตามที่จ่ายจริง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(ก) เลขาธิการ เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงในชั้นหนึ่ง

(ข) ผู้บริหารระดับสูง หรือผู้บริหารอาวุโส หรือตำแหน่งเทียบเท่า เบิกจ่ายในชั้นธุรกิจ เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็น ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง และให้ระบุเหตุผลความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายด้วย

(ค) ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้าง ให้เดินทางโดยประหยัด

ในกรณีสายการบินไม่มีชั้นตามสิทธิผู้เดินทางเบิกค่าโดยสารตามที่จ่ายจริงได้

(๒.๒) การเดินทางระหว่างเมืองภายในของต่างประเทศที่มิใช่การเดินทางโดยเครื่องบินให้เบิกค่าพาหนะได้ตามที่จ่ายจริง ทั้งนี้ผู้เดินทางต้องนำใบเสร็จรับเงินแนบมาประกอบการพิจารณาด้วย (ถ้ามี)

(๒.๓) กรณีที่ผู้เดินทางต้องการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินทางนอกเหนือจากที่สำนักงานกำหนด หรือเปลี่ยนแปลงเวลาเดินทางโดยเหตุผลส่วนตัว และไม่เกี่ยวข้องกับงานของสำนักงาน ผู้เดินทางต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่เพิ่มจากค่าใช้จ่ายที่สำนักงานกำหนด

(๓) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่ายตามอัตรา ดังต่อไปนี้

(ก) ให้เบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกินอัตราบัญชีแนบท้ายหมายเลข ๖ โดยคิดยอดรวมของการเดินทาง ทั้งนี้ผู้เดินทางต้องนำใบเสร็จรับเงินแนบมาประกอบการพิจารณาด้วย

ในกรณีที่มีความจำเป็น และมีเหตุอันสมควร ผู้เดินทางอาจขออนุมัติเช่าที่พักในอัตราสูงกว่าที่กำหนดไว้ในวรรคแรกก่อนการเดินทาง เว้นแต่กรณีมีเหตุอันสมควรอย่างอื่น ผู้เดินทางอาจขออนุมัติในภายหลังได้ แต่ต้องชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นประกอบการพิจารณาด้วย

(ข) กรณีที่ผู้เดินทางเลือกที่พักนอกเหนือจากที่สำนักงานกำหนด ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกิน เว้นแต่กรณีที่สถาบันจัดฝึกอบรม หรือสัมมนาเป็นผู้กำหนดที่พักให้

(ค) กรณีที่ผู้เดินทางเดินทางเป็นหมู่คณะตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปให้พักแรมรวมกันสองคนต่อหนึ่งห้อง เว้นแต่กรณีของกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้อำนวยการ หรือกรณีผู้เดินทางชายและหญิงเดินทางด้วยกัน หรือกรณีที่มีข้อจำกัดในการจัดการ หรือกรณีที่สถาบันจัดฝึกอบรมหรือสัมมนาเป็นผู้กำหนดที่พักให้ อาจแยกพักคนเดียวได้

(ง) กรณีที่ผู้เดินทางเปลี่ยนแปลงกำหนดวันเดินทาง ผู้ปฏิบัติงานต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่เพิ่มจากค่าใช้จ่ายที่กำหนด เว้นแต่มีเหตุอันสมควร และได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ

(๔) ค่ารับรอง ในการเดินทางไปต่างประเทศ หากจำเป็นต้องให้การรับรองแก่บุคคลภายนอกที่ให้ความช่วยเหลือ หรือทำประโยชน์ให้แก่กิจการของสำนักงาน ให้ผู้ปฏิบัติงาน หรือหัวหน้าคณะเดินทาง แล้วแต่กรณี เพียงผู้เดียวเบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง ทั้งนี้ต้องนำใบเสร็จรับเงินแนบมาประกอบการพิจารณาด้วย

(๕) ค่าเครื่องแต่งกาย ให้เบิกจ่ายได้ตามอัตราบัญชีแนบท้ายหมายเลข ๗

(๖) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ เบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการเพื่อประโยชน์ของสำนักงาน และต้องนำใบเสร็จรับเงินแนบมาประกอบการพิจารณาด้วย (ถ้ามี)

การเบิกจ่ายตาม (๖) ให้เลขาธิการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามที่กำหนดไว้ แต่เพียงบางส่วนตามความเหมาะสมได้ หากเลขาธิการเห็นว่ามีการเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(๗) การให้บริษัททัวร์ดำเนินการเกี่ยวกับที่พัก อาหาร หรือพาหนะ ในกรณีไปร่วมประชุมหรือการดูงานในลักษณะการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินของบริษัททัวร์เป็นหลักฐานในการเบิกจ่าย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการต้องไม่เกินสิทธิตามระเบียบนี้ และยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการพัสดุ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ กรณีการเดินทางภายในประเทศ และต่างประเทศ ให้เสนอเรื่องเพื่อขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงเลขาธิการ ทั้งนี้การเดินทางภายในประเทศ และต่างประเทศของเลขาธิการให้เสนอเรื่องเพื่อขออนุมัติต่อประธานกรรมการ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ จำนวนระยะเวลาอนุมัติวันเดินทางก่อนและหลังการเดินทางไปในงานของสำนักงานในต่างประเทศให้ผู้เดินทาง เดินทางถึงสถานที่ปฏิบัติงานในประเทศนั้น ๆ ก่อนถึงวันที่ปฏิบัติงาน และเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานแล้วให้เดินทางกลับประเทศไทย ได้ไม่เกินระยะเวลาตามบัญชีแนบท้ายหมายเลข ๘

ค่าเลี้ยงรับรอง

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การเบิกจ่ายค่าเลี้ยงรับรองผู้แทนของส่วนราชการ หรือหน่วยงาน หรือองค์กรอื่นที่มาเยี่ยมชมกิจการของสำนักงาน หรือเป็นแขกผู้มีเกียรติของคณะกรรมการ หรือเลขาธิการให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง และโดยประหยัด แต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อมื้อ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การเบิกจ่ายค่าเลี้ยงรับรองซึ่งเป็นชาวต่างประเทศที่มาเยี่ยมชมสำนักงาน หรือเป็นแขกผู้มีเกียรติของคณะกรรมการ หรือเลขาธิการ ให้เลขาธิการเบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ได้ตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด

ค่าใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้เลขาธิการ หรือพนักงาน ที่มีสิทธิใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อการปฏิบัติงานของสำนักงานโดยที่สำนักงานจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ ดังนี้

(๑) เลขาธิการ และรองเลขาธิการ เบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง ได้ไม่เกินอัตราคนละ ๔,๐๐๐ บาท ต่อรอบเดือน

(๒) ผู้บริหารอาวุโส หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงได้ไม่เกินอัตราคนละ ๓,๐๐๐ บาท ต่อรอบเดือน

(๓) พนักงานที่มีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งผู้อำนวยการได้เสนอขอความเห็นชอบจากเลขาธิการ แล้วให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินอัตราคนละ ๑,๐๐๐ บาท ต่อรอบเดือน

ค่าใช้จ่ายอื่น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ ให้สำนักงานเบิกจ่ายเงินได้ตามที่จ่ายจริง ตามอัตราที่กำหนดในกฎหมาย สัญญาอนุญาโตตุลาการ คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ คำสั่ง หรือคำพิพากษาของศาล แล้วแต่กรณี

(๑) การดำเนินการตามสัญญาอนุญาโตตุลาการ อาทิเช่น ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ

(๒) การดำเนินคดี เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าที่พักพยาน ค่าเสียหาย ดอกเบี้ย ค่าการบังคับคดี ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี เป็นต้น

สำหรับการเบิกจ่าย ค่าทนายความ ในส่วนที่สำนักงานจ้างให้ถือว่ารายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รับอนุมัติการจัดหาตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการพัสดุแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนที่ผู้เสียหายยื่นคำขอให้สำนักงานชดใช้กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานได้กระทำละเมิดต่อผู้เสียหายในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เลขาธิการเบิกจ่ายเงินตามระยะเวลาและอัตราที่คณะกรรมการเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามข้อ ๓๖ และข้อ ๓๗ ให้เลขาธิการเบิกจ่ายเงินให้โดยพลัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่กำหนดในสัญญาได้รับแจ้งคำชี้ขาด คำสั่ง หรือคำพิพากษาถึงที่สุด หรือระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด แล้วแต่กรณี เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันสมควรที่ไม่อาจเบิกจ่ายเงินตามกำหนดเวลาดังกล่าว ให้เบิกจ่ายเงินให้แล้วเสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่อาจเบิกจ่ายได้

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ค่าใช้จ่ายการเช่าอาคารและที่ดิน รวมค่าบริการอื่นใดที่เกี่ยวกับการเช่า ให้เลขาธิการเบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงตามความเหมาะสม และประหยัด

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานตามภารกิจปกติ หรือตามนโยบายดังต่อไปนี้ ให้เลขาธิการใช้ดุลยพินิจเบิกจ่ายเงินได้ตามความจำเป็น เหมาะสม เท่าที่จ่ายจริง โดยถือประโยชน์ของสำนักงานเป็นหลัก

(๑) การจ้างเอกชนดำเนินงานของสำนักงาน

(๒) ค่าวัสดุตามหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายที่สำนักงานกำหนดเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน หรือเพื่อประโยชน์แก่สำนักงาน

(๓) การเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ หรือตามนโยบายของสำนักงาน

(๔) ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าชำระฝากส่งทางไปรษณีย์ของสำนักงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้ระบบอินเตอร์เน็ต ยกเว้นค่าสาธารณูปโภคที่ทางสำนักงานจ่ายแทนให้ผู้บริหารระดับสูง ผู้ปฏิบัติงาน หรือลูกจ้าง ให้เลขาธิการเบิกจ่ายเงินตามที่จ่ายจริง

(๕) ค่าใช้จ่ายในการจัดงาน เช่น จัดงานวันสถาปนาสำนักงาน จัดแถลงข่าว จัดงานต่าง ๆ

(๖) ค่าตอบแทนล่ามในการแปลภาษาท้องถิ่น ภาษาต่างประเทศ หรือภาษามือสำหรับการปฏิบัติงานในหน้าที่ หรือตามนโยบายของทางราชการ

(๗) ค่าโล่ ของรางวัล ของขวัญ ของที่ระลึก มอบให้แก่ผู้เยี่ยมชมสำนักงาน หรือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือสำนักงาน หรือในวาระต่าง ๆ หรือประกาศเกียรติคุณผู้ที่ได้รับการยกย่องจากสำนักงาน

(๘) ค่าซ่อมแซมทรัพย์สินของสำนักงานที่ได้รับความเสียหายซึ่งมิได้เกิดจากการเสื่อมสภาพหรือชำรุดเสียหายจากการใช้งานปกติ ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้วให้ดำเนินการหาผู้รับผิดทางละเมิดตามกฎหมาย ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(๙) ค่าของที่ระลึกมอบให้ชาวต่างประเทศ กรณีเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว หรือกรณีที่ชาวต่างประเทศเดินทางมาประเทศไทย

(๑๐) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับศพผู้ปฏิบัติงาน และลูกจ้าง ซึ่งถึงแก่ความตายในระหว่างเดินทางไปปฏิบัติงาน

(๑๑) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าพวงมาลา ดอกไม้สด ค่าเครื่องดื่มรับรองแขก ฯลฯ

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เลขาธิการเบิกจ่ายเงินตามความเป็นจริง เหมาะสม และถือประโยชน์ของสำนักงานเป็นหลัก โดยประหยัด

การเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ แบบรายงานการเดินทางเพื่อขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเอกสารประกอบที่ใช้ในการเบิกจ่ายเงิน ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การเบิกค่าเช่าที่พักเท่าที่จ่ายจริง ผู้เดินทางจะใช้ใบเสร็จรับเงิน หรือใบแจ้งรายการของโรงแรม หรือที่พักแรมที่มีข้อความแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าเช่าที่พักเรียบร้อยแล้วโดยเจ้าหน้าที่รับเงินของโรงแรม หรือที่พักแรมลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี และจำนวนเงินที่ได้รับ เพื่อเป็นหลักฐานในการขอเบิกค่าเช่าที่พักก็ได้

การเบิกค่าเช่าที่พักในต่างประเทศ ผู้เดินทางจะใช้ใบแจ้งรายการค่าเช่าที่พักที่บันทึกด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงว่าได้รับชำระเงินจากผู้เดินทางแล้ว เป็นหลักฐานในการขอเบิกค่าเช่า ที่พัก โดยไม่ต้องมีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่รับเงินของโรงแรม หรือที่พักแรมก็ได้ แต่ทั้งนี้ผู้เดินทางจะต้องลงลายมือชื่อรับรองว่าผู้เดินทางได้ชำระค่าเช่าที่พักตามจำนวนที่เรียกเก็บนั้น

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การเบิกค่าเช่าที่พักในอัตราห้องพักคู่ที่ผู้เดินทางใช้สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางอยู่ต่างสังกัดกัน แต่ต้องใช้ใบเสร็จรับเงิน หรือใบแจ้งรายการของโรงแรม หรือที่พักแรมชุดเดียวกัน ให้ผู้เดินทางฝ่ายหนึ่งใช้ต้นฉบับ อีกฝ่ายหนึ่งใช้สำเนาภาพถ่ายที่ผู้นั้นรับรองสำเนาถูกต้อง โดยให้มีบันทึกแนบท้ายระบุว่ารายการใดที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเป็นผู้เบิกฝ่ายเดียว และรายการใดทั้งคู่จะเป็นผู้เบิกฝ่ายละเป็นจำนวนเท่าใด ทั้งต้นฉบับและฉบับสำเนาภาพถ่าย และลงลายมือชื่อของผู้เดินทางทั้งคู่ในแต่ละฉบับ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การเบิกค่าเช่าที่พักกรณีที่เจ้าภาพผู้จัดประชุมเป็นผู้เรียกเก็บค่าเช่าที่พักจากผู้เดินทางโดยตรง ให้ผู้เดินทางใช้ใบเสร็จรับเงิน หรือใบแจ้งรายการที่เจ้าภาพผู้จัดประชุมได้เรียกเก็บค่าเช่าที่พักเป็นหลักฐานเพื่อขอเบิกค่าเช่าที่พักก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การเบิกจ่ายเงิน และหลักฐานการจ่ายซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามที่สำนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ให้เลขาธิการกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในกรณีที่การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายใดไม่เป็นไปตามระเบียบนี้ อันเป็นเหตุให้ทางสำนักงานได้รับความเสียหาย ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่โดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งมีอำนาจกำหนดการปฏิบัติ หรือยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ดิเรก ลาวัณย์ศิริ

ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

[เอกสารแนบท้าย]

๑. อัตราเบี้ยประชุมรายเดือนของคณะอนุกรรมการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ (บัญชีหมายเลข ๑)

๒. ค่าอาหารในการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม (บัญชีหมายเลข ๒)

๓. ค่าเช่าที่พักในการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ภายในประเทศ (บัญชีหมายเลข ๓)

๔. อัตราค่าเช่าที่พักในการจัดฝึกอบรม สัมมนาในต่างประเทศ (บัญชีหมายเลข ๔)

๕. ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นไปปฏิบัติงานหรือประชุมในต่างประเทศชั่วคราว (บัญชีหมายเลข ๕)

๖. ค่าเช่าที่พักในการเดินทางไปปฏิบัติงานหรือประชุมในต่างประเทศชั่วคราว (บัญชีหมายเลข ๖)

๗. ค่าเครื่องแต่งตัวในการเดินทางไปปฏิบัติงานหรือประชุม ฝึกอบรม หรือสัมมนาในต่างประเทศชั่วคราว (บัญชีหมายเลข ๗)

๘. ระยะเวลาอนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงานหรือไปประชุมในต่างประเทศชั่วคราว (บัญชีหมายเลข ๘)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔[๘]

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖[๙]

ปณตภร/ผู้จัดทำ

๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๖๔ ง/หน้า ๓/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

[๒] ข้อ ๔ นิยามคำว่า “ผู้บริหารระดับสูง” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๓] ข้อ ๔ นิยามคำว่า “ผู้บริหารอาวุโส” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๔] ข้อ ๔ นิยามคำว่า “ผู้บริหารระดับกลาง” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๕] ข้อ ๔ นิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๖] ข้อ ๒๓ วรรคสาม เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖

[๗] ข้อ ๒๖ วรรคสอง เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖

[๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๒๗ ง/หน้า ๒๖/๘ มีนาคม ๒๕๕๔

[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๗ ง/หน้า ๑/๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

48 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ณ วันที่ 07/02/2557) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_44958a18e6c0be18

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com