ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์
ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
ของบริษัทเงินทุน
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
แม้ปัจจุบันบริษัทเงินทุน
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จะได้มีการกันสำรองในระดับที่เพียงพอสอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐานการบัญชีไทย
ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาว่า
การดำเนินการดังกล่าวมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว
แต่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในฐานะการเงินและศักยภาพของบริษัทให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
และส่งเสริมให้บริษัทเงินทุน
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เร่งดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
๒. อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓
ทวิ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์
และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุน
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ทุกบริษัท
๔. เนื้อหา
๔.๑
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖
๔.๒ ในประกาศฉบับนี้
(๑)
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง สินทรัพย์จัดชั้นสูญ
(๒)
สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง
(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ
(ข)
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย
(ค)
สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน
(ง)
สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ
(จ)
สินทรัพย์จัดชั้นปกติ
(๓) เงินสำรอง หมายถึง
เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อการลดราคา
ค่าเผื่อการด้อยค่า
ค่าเผื่อการปรับมูลค่าสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ทั้งนี้
บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้
๔.๓
สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี
(๑)
สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทางที่จะได้รับชำระหนี้แล้ว
โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก)
ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไปและไม่มีทรัพย์สินใดๆ
จะชำระหนี้ได้
(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ
และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้
(ค)
บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง
และในกรณีนั้นๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้วแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ
จะชำระหนี้ได้
(ง)
บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย
และในกรณีนั้นๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้ โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้นหรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว
(๒)
สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้
(๓)
สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด เสียหาย หรือหมดราคา
(๔)
ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
๔.๔
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ ให้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
๔.๔.๑
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐
(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า
๑๒ เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว
(๒)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้
หรือซื้อจากการขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาไว้ไม่เกิน
๑๒ เดือน
โดยมูลค่าที่กล่าวให้หักด้วยประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายก่อนนำไปเปรียบเทียบกับราคาตามบัญชี
แต่หากบริษัทได้ทำการประเมินราคาหรือตีราคาไว้เกินกว่า ๑๒ เดือน
ให้นำมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคามาใช้ได้เพียงร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้
ในการประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าว
ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ยกเว้นเกณฑ์การเลือกใช้การประเมินราคาหรือการตีราคา
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์ดังกล่าวมิให้นำมาใช้บังคับในเรื่องนี้
และให้บริษัทถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(ก)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีตั้งแต่
๕๐ ล้านบาท ขึ้นไปให้ใช้การประเมินราคา
(ข)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีต่ำกว่า
๕๐ ล้านบาท บริษัทจะใช้การตีราคา หรือการประเมินราคาก็ได้
(ค)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดหลายแปลง
ที่ไม่สามารถแยกจำหน่ายจากกันได้ หากมีราคาตามบัญชีรวมกันตั้งแต่ ๕๐
ล้านบาทขึ้นไปให้ใช้การประเมินราคาเช่นเดียวกับข้อ (๒) (ก)
(๓)
สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทั้งนี้ บริษัทต้องกำหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี
(๔)
ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของยอดหนี้ที่สูงกว่ามูลค่าหลักประกัน
(๕)
สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน
(๖)
ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
(๗)
มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๔.๒
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๑ (๑)
ที่บริษัทยังไม่ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
หรือฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายให้บริษัทกันเงินสำรอง ดังนี้
(๑)
ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๑๒ เดือนแต่ไม่เกิน ๒๔ เดือน
ให้บริษัทนำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ตามเกณฑ์ในข้อ
๔.๑๓ และให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐
(๒) ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๒๔
เดือนแต่ไม่เกิน ๓๖ เดือน ให้บริษัทพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑)
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๕
ของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่บริษัทได้กันไว้แล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ตาม (๑)
(๓)
ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๓๖ เดือน แต่ไม่เกิน ๔๘ เดือน
ให้บริษัทพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
ของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่บริษัทได้กันไว้แล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ตาม (๑)
(๔)
ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๔๘ เดือน
ให้บริษัทพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑)
เต็มจำนวนของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่บริษัทได้กันไว้แล้ว สำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ
ตาม (๑)
ในกรณีที่บริษัทได้ดำเนินการกันเงินสำรองครบเต็มจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
และมีส่วนที่เกินกว่าจำนวนเงินสำรองพึงกันแล้ว
สามารถนำส่วนเกินดังกล่าวมาหักออกจากจำนวนเงินที่ต้องพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มเติมตาม
(๒) (๓) และ (๔) ได้
การกันเงินสำรองตาม
(๒) (๓) และ (๔) ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่งวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี
๒๕๔๗ เป็นต้นไป
สำหรับลูกหนี้ที่ต้องกันเงินสำรองเพิ่มตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔)
บริษัทไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเมินราคาหรือตีราคามูลค่าของหลักประกันใหม่เว้นแต่กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสั่งการเป็นอย่างอื่น
๔.๔.๓
ในกรณีที่บริษัทได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๒
แล้ว หากบริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายในภายหลัง
บริษัทนั้นก็ไม่ต้องกันเงินสำรองเพิ่มตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔) อีก
และให้บริษัทดำเนินการเกี่ยวกับการโอนเงินสำรองพึงกัน ดังนี้
(๑)
กรณีที่บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยภายหลังจากที่ได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ
๔.๔.๒ แล้ว บริษัทจะต้องถือปฏิบัติตามข้อ ๔.๑๒
และสามารถโอนเงินสำรองส่วนเกินกว่าจำนวนเงินสำรองพึงกันกลับเป็นรายได้ได้
(๒)
กรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังจากที่ได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๒ แล้ว
ให้บริษัทคงเงินสำรองที่กันไว้แล้วตามข้อ ๔.๔.๒ (๑) สำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ
ไว้ในบัญชีต่อไป ส่วนเงินสำรองที่กันไว้เพิ่มขึ้นตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔)
ห้ามโอนกลับเป็นรายได้ แต่สามารถโอนไปใช้เป็นเงินสำรองสำหรับลูกหนี้รายอื่นได้
๔.๕
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
(๑)
ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๖
เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่บริษัททวงถาม หรือเรียกให้ชำระคืน
แล้วแต่วันใดจะถึงก่อนยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว
(๒)
ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว
(๓)
ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่างชำระบัญชี
(๔)
ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใดๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้
เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน
(๕)
ลูกหนี้ที่บริษัทติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ หรือลูกหนี้ไปเสียจากภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญา
โดยไม่แจ้งให้บริษัททราบ
(๖)
ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด
หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจังหรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
(๗)
บริษัทได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง
(๘)
สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน
(๙)
มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๖
สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๒๐
(๑)
ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๓
เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ หรือสงสัยแล้ว
(๒)
มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียกให้ชำระคืน
หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๗
สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒
หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง
ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า
๑ เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย หรือต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว
๔.๘
สินทรัพย์จัดชั้นปกติตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑
หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง
(๑)
ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชำระหนี้
(๒)
ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย
ต่ำกว่ามาตรฐานหรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ)
๔.๙
ให้บริษัทจัดชั้นเงินให้สินเชื่อโดยพิจารณาเป็นรายบัญชี
ไม่ต้องพิจารณาจัดชั้นเป็นกลุ่มลูกหนี้ หรือจัดชั้นลูกหนี้ในเครือเดียวกันไว้ที่ชั้นเดียวกัน
๔.๑๐
ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน
๖ เดือนนับแต่วันตรวจรับงาน
เงินให้สินเชื่อส่วนที่มีหนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ
๔.๑๑
ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ให้ถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่ต้องจัดชั้น
และไม่ต้องกันเงินสำรอง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๔.๔.๑ (๔)
๔.๑๒
ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ให้บริษัทถือปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี
หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้
(ก)
ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้
หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน
หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ให้บริษัทตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น
พร้อมกับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้
(ข)
ในกรณีที่บริษัทยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้
โดยไม่มีการลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ซึ่งมีผลทำให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ได้คำนวณตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดต่ำกว่าราคาตามบัญชีเดิมรวมดอกเบี้ยค้างรับที่บันทึกในบัญชีของลูกหนี้ก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้บริษัทบันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งจำนวน ทั้งนี้
บริษัทสามารถโอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันและหากเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันดังกล่าว
(ค)
ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้
หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน
หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนและผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือให้แก่ลูกหนี้ให้บริษัทปฏิบัติตาม
(ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ย หรือการรับชำระหนี้ดังกล่าว และปฏิบัติตาม
(ข) ในส่วนการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้
(๒)
ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า
๓ เดือน หรือ ๓ งวด การชำระเงินแล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่าให้ดำเนินการดังนี้
(ก)
ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัยให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน
(ข)
ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ
(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม
ทั้งนี้
บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
หากเงินสำรองตาม (๒)
นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม (๑)
(ข) และ (ค)
เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้โดยชำระเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า
๓ เดือน หรือ ๓ งวดการชำระเงินแล้ว ให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ
ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่
ให้นับระยะเวลาการค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
แล้วพิจารณาจัดชั้นตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป
(๓)
สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
(ก)
ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด (Market
interest rate)
โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ยแต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้
(ข)
ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐
ของยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว
หรือได้มีการกันเงินสำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้วโดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้
ตลอดจนกระแสเงินสด อย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล
และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่าลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan
Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายราย
ซึ่งบรรดาเจ้าหนี้ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้
และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์
สมเหตุสมผล
และมีความเป็นไปได้แน่นอนที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
(ง)
กรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้
ต่อมาได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว
และกรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
และศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว
(๔)
กรณีที่บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
(๕)
ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข
หรือให้บริษัทหาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือสั่งการให้เปลี่ยนแปลงการจัดชั้นและการกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ในแต่ละรายได้
๔.๑๓
ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท
เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๑ (๒) (๓) (๔) และ (๖) ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง
โดยบริษัทสามารถเลือกที่จะนำหลักประกันมาหักออกจากบัญชีใดของลูกหนี้ก่อนก็ได้ ทั้งนี้
มูลค่าของหลักประกันที่นำมาหักได้จะต้องไม่สูงเกินกว่าวงเงินที่ระบุในสัญญาจำนำ
สัญญาจำนอง หรือสัญญาประกันแล้วแต่กรณี ดังนี้
(๑)
หลักประกันที่เป็นสิทธิในตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือบัตรเงินฝากที่บริษัทนั้น
นำมาหักได้ร้อยละ ๑๐๐
(๒)
หลักประกันประเภทหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศกรณีที่เป็น
Standby Letter of Credit (SBLC)
ให้นำมาหักได้ร้อยละ ๑๐๐ ของวงเงินที่ระบุใน SBLC
และกรณีที่เป็น Letter of Guarantee (LG) ให้นำมาหักได้ร้อยละ
๙๕ ของวงเงินที่ระบุใน LG
(๓)
หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด เช่น
หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดนำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๕ ของราคาตลาด
(๔)
หลักประกันอื่นนอกจาก (๑) (๒) และ (๓) ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๐
ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา
(๕)
ลูกหนี้จัดชั้นรายใดที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือที่รัฐบาลจะจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้
หรือที่มีหลักฐานว่าจะได้รับชำระเงินจากหน่วยราชการใดอย่างแน่นอนให้นำวงเงินที่ได้รับการค้ำประกันหรือที่จะได้รับชำระนั้นมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนคำนวณเงินสำรอง
สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามข้อ
๔.๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๔.๘
บริษัทจะนำมูลค่าของหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรองหรือไม่ก็ได้
ในกรณีที่บริษัทเลือกที่จะนำมูลค่าหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง
มูลค่าของหลักประกันที่จะนำมาหักได้ให้เป็นไปตามข้อ (๑) ถึง (๕)
๔.๑๔
ลูกหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญรายใดที่ได้กันเงินสำรองครบถ้วนแล้วและบริษัทได้ตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีแล้วตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง การกำหนดให้บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ปฏิบัติเกี่ยวกับการตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชี
ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๒ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๕
ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้
ให้บริษัทบันทึกลูกหนี้ดังกล่าวรายที่มีหลักประกันกลับเข้ามาในบัญชี
โดยให้บันทึกบัญชีกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชี
ส่วนลูกหนี้รายที่ไม่มีหลักประกัน ถ้าบริษัทจะบันทึกลูกหนี้กลับเข้ามาในบัญชีให้บริษัทบันทึกบัญชีโดยกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีด้วยเช่นกัน
๔.๑๕
ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ
(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ตามข้อ ๔.๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๔.๘
หากธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าอัตราที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไม่เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงสำหรับบริษัทใด
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิสั่งการให้บริษัทนั้นกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นดังกล่าวในอัตราที่เห็นสมควรได้
แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๒ หรือร้อยละ ๑ แล้วแต่กรณี
๔.๑๖
ในระหว่างเวลาที่บริษัทยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ออกจากบัญชี
หรือยังกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ครบจำนวน
บริษัทจะจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นมิได้
๔.๑๗
ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะจัดชั้นสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องและกันเงินสำรองโดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าข้อกำหนดตามประกาศฉบับนี้
ให้บริษัทสามารถกระทำได้
๔.๑๘
ให้บริษัทจัดทำรายงานการสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพันส่งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และแบบรายงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
๕.
วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
หม่อราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
หลักเกณฑ์
วิธีการคำนวณอัตราการเปลี่ยนสถานะของสินทรัพย์จัดชั้นปกติ
และสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
ศุภชัย/พิมพ์
๔ พฤศจิกายน
๒๕๔๗
สุนันทา/นวพร/ตรวจ
๑๒ พฤศจิกายน
๒๕๔๗
A+B
[๑] รก.๒๕๔๗/พ๙๓ง/๖๐/๒๕ สิงหาคม
๒๕๔๗