法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง

สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์

ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

ของบริษัทเงินทุน

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

๑.

เหตุผลในการออกประกาศ

แม้ปัจจุบันบริษัทเงินทุน

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จะได้มีการกันสำรองในระดับที่เพียงพอสอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐานการบัญชีไทย

ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาว่า

การดำเนินการดังกล่าวมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว

แต่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในฐานะการเงินและศักยภาพของบริษัทให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

และส่งเสริมให้บริษัทเงินทุน

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เร่งดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

๒. อำนาจตามกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓

ทวิ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

๓. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุน

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ทุกบริษัท

๔. เนื้อหา

๔.๑

ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน

บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖

๔.๒ ในประกาศฉบับนี้

(๑)

สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง สินทรัพย์จัดชั้นสูญ

(๒)

สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง

(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ

(ข)

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

(ค)

สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ง)

สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ

(จ)

สินทรัพย์จัดชั้นปกติ

(๓) เงินสำรอง หมายถึง

เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อการลดราคา

ค่าเผื่อการด้อยค่า

ค่าเผื่อการปรับมูลค่าสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ทั้งนี้

บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้

๔.๓

สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี

(๑)

สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทางที่จะได้รับชำระหนี้แล้ว

โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก)

ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไปและไม่มีทรัพย์สินใดๆ

จะชำระหนี้ได้

(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ

และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

(ค)

บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง

และในกรณีนั้นๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้วแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ

จะชำระหนี้ได้

(ง)

บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย

และในกรณีนั้นๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้ โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้นหรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว

(๒)

สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้

(๓)

สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด เสียหาย หรือหมดราคา

(๔)

ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

๔.๔

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ ให้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

๔.๔.๑

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า

๑๒ เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว

(๒)

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้

หรือซื้อจากการขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาไว้ไม่เกิน

๑๒ เดือน

โดยมูลค่าที่กล่าวให้หักด้วยประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายก่อนนำไปเปรียบเทียบกับราคาตามบัญชี

แต่หากบริษัทได้ทำการประเมินราคาหรือตีราคาไว้เกินกว่า ๑๒ เดือน

ให้นำมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคามาใช้ได้เพียงร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้

ในการประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าว

ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ยกเว้นเกณฑ์การเลือกใช้การประเมินราคาหรือการตีราคา

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์ดังกล่าวมิให้นำมาใช้บังคับในเรื่องนี้

และให้บริษัทถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(ก)

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีตั้งแต่

๕๐ ล้านบาท ขึ้นไปให้ใช้การประเมินราคา

(ข)

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีต่ำกว่า

๕๐ ล้านบาท บริษัทจะใช้การตีราคา หรือการประเมินราคาก็ได้

(ค)

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดหลายแปลง

ที่ไม่สามารถแยกจำหน่ายจากกันได้ หากมีราคาตามบัญชีรวมกันตั้งแต่ ๕๐

ล้านบาทขึ้นไปให้ใช้การประเมินราคาเช่นเดียวกับข้อ (๒) (ก)

(๓)

สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทั้งนี้ บริษัทต้องกำหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี

(๔)

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของยอดหนี้ที่สูงกว่ามูลค่าหลักประกัน

(๕)

สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน

(๖)

ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๗)

มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

๔.๔.๒

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๑ (๑)

ที่บริษัทยังไม่ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

หรือฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายให้บริษัทกันเงินสำรอง ดังนี้

(๑)

ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๑๒ เดือนแต่ไม่เกิน ๒๔ เดือน

ให้บริษัทนำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ตามเกณฑ์ในข้อ

๔.๑๓ และให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐

(๒) ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๒๔

เดือนแต่ไม่เกิน ๓๖ เดือน ให้บริษัทพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑)

ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๕

ของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่บริษัทได้กันไว้แล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ตาม (๑)

(๓)

ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๓๖ เดือน แต่ไม่เกิน ๔๘ เดือน

ให้บริษัทพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐

ของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่บริษัทได้กันไว้แล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ตาม (๑)

(๔)

ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๔๘ เดือน

ให้บริษัทพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑)

เต็มจำนวนของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่บริษัทได้กันไว้แล้ว สำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ

ตาม (๑)

ในกรณีที่บริษัทได้ดำเนินการกันเงินสำรองครบเต็มจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

และมีส่วนที่เกินกว่าจำนวนเงินสำรองพึงกันแล้ว

สามารถนำส่วนเกินดังกล่าวมาหักออกจากจำนวนเงินที่ต้องพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มเติมตาม

(๒) (๓) และ (๔) ได้

การกันเงินสำรองตาม

(๒) (๓) และ (๔) ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่งวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี

๒๕๔๗ เป็นต้นไป

สำหรับลูกหนี้ที่ต้องกันเงินสำรองเพิ่มตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔)

บริษัทไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเมินราคาหรือตีราคามูลค่าของหลักประกันใหม่เว้นแต่กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสั่งการเป็นอย่างอื่น

๔.๔.๓

ในกรณีที่บริษัทได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๒

แล้ว หากบริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายในภายหลัง

บริษัทนั้นก็ไม่ต้องกันเงินสำรองเพิ่มตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔) อีก

และให้บริษัทดำเนินการเกี่ยวกับการโอนเงินสำรองพึงกัน ดังนี้

(๑)

กรณีที่บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยภายหลังจากที่ได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ

๔.๔.๒ แล้ว บริษัทจะต้องถือปฏิบัติตามข้อ ๔.๑๒

และสามารถโอนเงินสำรองส่วนเกินกว่าจำนวนเงินสำรองพึงกันกลับเป็นรายได้ได้

(๒)

กรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภายหลังจากที่ได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๒ แล้ว

ให้บริษัทคงเงินสำรองที่กันไว้แล้วตามข้อ ๔.๔.๒ (๑) สำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ

ไว้ในบัญชีต่อไป ส่วนเงินสำรองที่กันไว้เพิ่มขึ้นตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔)

ห้ามโอนกลับเป็นรายได้ แต่สามารถโอนไปใช้เป็นเงินสำรองสำหรับลูกหนี้รายอื่นได้

๔.๕

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐

(๑)

ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๖

เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถาม หรือเรียกให้ชำระคืน

แล้วแต่วันใดจะถึงก่อนยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว

(๒)

ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

(๓)

ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่างชำระบัญชี

(๔)

ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใดๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

(๕)

ลูกหนี้ที่บริษัทติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ หรือลูกหนี้ไปเสียจากภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญา

โดยไม่แจ้งให้บริษัททราบ

(๖)

ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด

หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจังหรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

(๗)

บริษัทได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง

(๘)

สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน

(๙)

มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

๔.๖

สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๒๐

(๑)

ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๓

เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ หรือสงสัยแล้ว

(๒)

มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียกให้ชำระคืน

หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

๔.๗

สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒

หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง

ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า

๑ เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา

หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย หรือต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว

๔.๘

สินทรัพย์จัดชั้นปกติตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑

หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง

(๑)

ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชำระหนี้

(๒)

ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย

ต่ำกว่ามาตรฐานหรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ)

๔.๙

ให้บริษัทจัดชั้นเงินให้สินเชื่อโดยพิจารณาเป็นรายบัญชี

ไม่ต้องพิจารณาจัดชั้นเป็นกลุ่มลูกหนี้ หรือจัดชั้นลูกหนี้ในเครือเดียวกันไว้ที่ชั้นเดียวกัน

๔.๑๐

ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน

๖ เดือนนับแต่วันตรวจรับงาน

เงินให้สินเชื่อส่วนที่มีหนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

๔.๑๑

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ให้ถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่ต้องจัดชั้น

และไม่ต้องกันเงินสำรอง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๔.๔.๑ (๔)

๔.๑๒

ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ให้บริษัทถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี

หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้

(ก)

ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้

หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน

หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ให้บริษัทตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น

พร้อมกับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้

(ข)

ในกรณีที่บริษัทยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้

โดยไม่มีการลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ซึ่งมีผลทำให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ได้คำนวณตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดต่ำกว่าราคาตามบัญชีเดิมรวมดอกเบี้ยค้างรับที่บันทึกในบัญชีของลูกหนี้ก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้บริษัทบันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งจำนวน ทั้งนี้

บริษัทสามารถโอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันและหากเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันดังกล่าว

(ค)

ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้

หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน

หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนและผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือให้แก่ลูกหนี้ให้บริษัทปฏิบัติตาม

(ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ย หรือการรับชำระหนี้ดังกล่าว และปฏิบัติตาม

(ข) ในส่วนการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้

(๒)

ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า

๓ เดือน หรือ ๓ งวด การชำระเงินแล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่าให้ดำเนินการดังนี้

(ก)

ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัยให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ข)

ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ

(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม

ทั้งนี้

บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

หากเงินสำรองตาม (๒)

นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม (๑)

(ข) และ (ค)

เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้โดยชำระเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า

๓ เดือน หรือ ๓ งวดการชำระเงินแล้ว ให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ

ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่

ให้นับระยะเวลาการค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

แล้วพิจารณาจัดชั้นตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป

(๓)

สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(ก)

ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด (Market

interest rate)

โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ยแต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้

(ข)

ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐

ของยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว

หรือได้มีการกันเงินสำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้วโดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้

ตลอดจนกระแสเงินสด อย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล

และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่าลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan

Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายราย

ซึ่งบรรดาเจ้าหนี้ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้

และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์

สมเหตุสมผล

และมีความเป็นไปได้แน่นอนที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ง)

กรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้

ต่อมาได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว

และกรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย

และศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว

(๔)

กรณีที่บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(๕)

ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข

หรือให้บริษัทหาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือสั่งการให้เปลี่ยนแปลงการจัดชั้นและการกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ในแต่ละรายได้

๔.๑๓

ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท

เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๑ (๒) (๓) (๔) และ (๖) ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง

โดยบริษัทสามารถเลือกที่จะนำหลักประกันมาหักออกจากบัญชีใดของลูกหนี้ก่อนก็ได้ ทั้งนี้

มูลค่าของหลักประกันที่นำมาหักได้จะต้องไม่สูงเกินกว่าวงเงินที่ระบุในสัญญาจำนำ

สัญญาจำนอง หรือสัญญาประกันแล้วแต่กรณี ดังนี้

(๑)

หลักประกันที่เป็นสิทธิในตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือบัตรเงินฝากที่บริษัทนั้น

นำมาหักได้ร้อยละ ๑๐๐

(๒)

หลักประกันประเภทหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศกรณีที่เป็น

Standby Letter of Credit (SBLC)

ให้นำมาหักได้ร้อยละ ๑๐๐ ของวงเงินที่ระบุใน SBLC

และกรณีที่เป็น Letter of Guarantee (LG) ให้นำมาหักได้ร้อยละ

๙๕ ของวงเงินที่ระบุใน LG

(๓)

หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด เช่น

หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดนำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๕ ของราคาตลาด

(๔)

หลักประกันอื่นนอกจาก (๑) (๒) และ (๓) ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๐

ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

(๕)

ลูกหนี้จัดชั้นรายใดที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือที่รัฐบาลจะจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้

หรือที่มีหลักฐานว่าจะได้รับชำระเงินจากหน่วยราชการใดอย่างแน่นอนให้นำวงเงินที่ได้รับการค้ำประกันหรือที่จะได้รับชำระนั้นมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนคำนวณเงินสำรอง

สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามข้อ

๔.๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๔.๘

บริษัทจะนำมูลค่าของหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรองหรือไม่ก็ได้

ในกรณีที่บริษัทเลือกที่จะนำมูลค่าหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง

มูลค่าของหลักประกันที่จะนำมาหักได้ให้เป็นไปตามข้อ (๑) ถึง (๕)

๔.๑๔

ลูกหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญรายใดที่ได้กันเงินสำรองครบถ้วนแล้วและบริษัทได้ตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีแล้วตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การกำหนดให้บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ปฏิบัติเกี่ยวกับการตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชี

ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๒ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๕

ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้

ให้บริษัทบันทึกลูกหนี้ดังกล่าวรายที่มีหลักประกันกลับเข้ามาในบัญชี

โดยให้บันทึกบัญชีกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชี

ส่วนลูกหนี้รายที่ไม่มีหลักประกัน ถ้าบริษัทจะบันทึกลูกหนี้กลับเข้ามาในบัญชีให้บริษัทบันทึกบัญชีโดยกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีด้วยเช่นกัน

๔.๑๕

ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ

(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ตามข้อ ๔.๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๔.๘

หากธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าอัตราที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไม่เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงสำหรับบริษัทใด

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิสั่งการให้บริษัทนั้นกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นดังกล่าวในอัตราที่เห็นสมควรได้

แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๒ หรือร้อยละ ๑ แล้วแต่กรณี

๔.๑๖

ในระหว่างเวลาที่บริษัทยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ออกจากบัญชี

หรือยังกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ครบจำนวน

บริษัทจะจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นมิได้

๔.๑๗

ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะจัดชั้นสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องและกันเงินสำรองโดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าข้อกำหนดตามประกาศฉบับนี้

ให้บริษัทสามารถกระทำได้

๔.๑๘

ให้บริษัทจัดทำรายงานการสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพันส่งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และแบบรายงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด

๕.

วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

หม่อราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

หลักเกณฑ์

วิธีการคำนวณอัตราการเปลี่ยนสถานะของสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

และสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

ศุภชัย/พิมพ์

๔ พฤศจิกายน

๒๕๔๗

สุนันทา/นวพร/ตรวจ

๑๒ พฤศจิกายน

๒๕๔๗

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๙๓ง/๖๐/๒๕ สิงหาคม

๒๕๔๗

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_44e142a90346f6d6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com