法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง

เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“ก.บ.ศ.” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

“สมาคมนายจ้าง” หมายความว่า องค์การของนายจ้างที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ซึ่งจดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานในเขตศาลแรงงาน

“สหภาพแรงงาน” หมายความว่า สหภาพแรงงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์หรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ซึ่งจดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานในเขตศาลแรงงาน

“รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามประกาศนี้

การเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สมาคมนายจ้างกับรัฐวิสาหกิจและสหภาพแรงงานในเขตศาลแรงงานกลางศาลแรงงานภาค หรือศาลแรงงานจังหวัด เสนอชื่อผู้แทนฝ่ายตนที่จะเข้ารับเลือกตั้งเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างหรือผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างในศาลแรงงานนั้น แล้วแต่กรณี ต่ออธิบดีได้ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด สำหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงการกระจายโอกาสให้แก่ตัวแทนของทุกฝ่าย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในเขตศาลแรงงานใดหากไม่มีสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงาน แต่มีสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไป เมื่ออธิบดีแจ้งให้นายจ้างและคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานส่งตัวแทนฝ่ายตนแห่งละหนึ่งคนเพื่อเข้าร่วมประชุมเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายตนที่จะเข้ารับเลือกตั้งเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบฝ่ายตนแล้ว ให้นายจ้างเสนอชื่อตนเองหรือแต่งตั้งฝ่ายบริหารของนายจ้างในสถานประกอบกิจการนั้นเป็นตัวแทนฝ่ายนายจ้าง และให้คณะกรรมการสวัสดิการดังกล่าวประชุมเลือกลูกจ้างในสถานประกอบกิจการนั้นเป็นตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง แล้วส่งไปให้อธิบดี แต่หากสถานประกอบกิจการใดยังไม่มีคณะกรรมการสวัสดิการดังกล่าว ให้นายจ้างของสถานประกอบกิจการนั้นเป็นผู้ดำเนินการจัดให้มีการประชุมลูกจ้างเพื่อเลือกลูกจ้างในสถานประกอบกิจการนั้นเป็นตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง แล้วส่งไปให้อธิบดีแทน

ให้อธิบดีเรียกประชุมตัวแทนฝ่ายนายจ้างหรือตัวแทนฝ่ายลูกจ้างตามวรรคหนึ่งเพื่อเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายตนตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในเขตศาลแรงงานใดหากมีสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานจำนวนน้อยกว่าจำนวนผู้พิพากษาสมทบที่ ก.บ.ศ. กำหนด ให้มีการดำเนินการตามข้อ ๕ และข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้อธิบดีดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างที่จะเข้ารับเลือกตั้งเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบ ตามมาตรา ๑๔/๑ (๕) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้วแจ้งผลการตรวจสอบคุณสมบัติดังกล่าวให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อ สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ สหภาพแรงงาน ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง หรือตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อผู้แทนดังกล่าวทราบ

ในกรณีที่อธิบดีแจ้งว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อรายใดขาดคุณสมบัติที่จะเข้ารับเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ สหภาพแรงงาน ตัวแทนฝ่ายนายจ้างหรือตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อผู้แทนดังกล่าวมีสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) อุทธรณ์ต่อ ก.ต. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของ ก.ต. ให้เป็นที่สุด

(๒) เสนอชื่อบุคคลอื่นเข้าเป็นผู้แทนฝ่ายตนแทนผู้แทนเดิมได้อีกครั้งหนึ่งภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ในกรณีนี้ให้อธิบดีดำเนินการตามวรรคหนึ่ง และถ้าอธิบดีแจ้งว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติที่จะเข้ารับการเลือกตั้ง สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ สหภาพแรงงาน ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง หรือตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อผู้แทนดังกล่าวมีสิทธิอุทธรณ์โดยให้นำความใน (๑) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เมื่ออธิบดีรับผู้ได้รับการเสนอชื่อรายใดแล้ว ให้อธิบดีให้หมายเลขประจำตัวผู้ได้รับการเสนอชื่อที่จะใช้ในการลงคะแนนแก่ผู้ได้รับการเสนอชื่อรายนั้นตามลำดับของการรับ

การเตรียมการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อดำเนินการตามข้อ ๘ เสร็จแล้ว ให้อธิบดีประกาศรายชื่อและหมายเลขประจำตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่จะใช้ในการลงคะแนน วัน เวลาเปิดและปิดการลงคะแนนเลือกตั้งและสถานที่ทำการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สมาคมนายจ้างกับรัฐวิสาหกิจและสหภาพแรงงาน แจ้งชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งแห่งละหนึ่งคน ซึ่งต้องเป็นกรรมการสมาคมนายจ้าง ฝ่ายบริหารของรัฐวิสาหกิจ หรือกรรมการสหภาพแรงงานนั้น แล้วแต่กรณี ต่ออธิบดีก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบวัน ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ณ สถานที่ทำการเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ในกรณีที่อธิบดีประกาศว่าผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งที่นายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้างได้แจ้งชื่อต่ออธิบดี ไม่ได้เป็นตัวแทนนายจ้างหรือไม่ได้เป็นลูกจ้างของสถานประกอบกิจการนั้นในขณะนั้น นายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้างนั้น อาจเสนอชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งคนใหม่หรือยื่นคำขอให้อธิบดีทบทวนคุณสมบัติของบุคคลเดิม และเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งสำรองก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าวัน ให้อธิบดีพิจารณาทบทวนและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งนั้น แล้วประกาศให้ทราบก่อนวันเลือกตั้ง คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในเขตศาลแรงงานใดหากไม่มีสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงาน หรือมีอยู่เป็นจำนวนน้อยกว่าจำนวนผู้พิพากษาสมทบที่ ก.บ.ศ. กำหนด ให้นายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้างในสถานประกอบกิจการทุกแห่งซึ่งอยู่ในเขตศาลแรงงานนั้นที่มีลูกจ้างตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไปแจ้งชื่อนายจ้างหรือฝ่ายบริหารของนายจ้างในสถานประกอบกิจการนั้นเป็นตัวแทนฝ่ายนายจ้าง หรือแจ้งชื่อลูกจ้างในสถานประกอบกิจการนั้นเป็นตัวแทนฝ่ายลูกจ้างแห่งละหนึ่งคน ตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แล้วแต่กรณี เป็นผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายตน ต่ออธิบดีก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ณ สถานที่ทำการเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ในกรณีที่อธิบดีประกาศว่าผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งที่นายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้างได้แจ้งชื่อต่ออธิบดี ไม่ได้เป็นนายจ้างหรือฝ่ายบริหารของนายจ้างหรือไม่ได้เป็นลูกจ้างของสถานประกอบกิจการนั้นในขณะนั้น นายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้างนั้นอาจเสนอชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งคนใหม่หรือยื่นคำขอให้อธิบดีทบทวนคุณสมบัติของบุคคลเดิม และเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งสำรองก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าวัน ให้อธิบดีพิจารณาทบทวนและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งนั้น แล้วประกาศให้ทราบก่อนวันเลือกตั้ง คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้อธิบดีเตรียมการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำบัญชีรายชื่อ หมายเลขประจำตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่จะใช้ในการลงคะแนนและบัญชีรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้ง

(๒) จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ดังนี้

(ก) บัตรเลือกตั้ง

(ข) หีบบัตรเลือกตั้ง

(ค) เครื่องเขียน

(ง) กระดานดำ กระดาษ หรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันเพื่อใช้ในการนับคะแนนเลือกตั้ง

บัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้ และบัตรทุกบัตรต้องมีลายมือชื่อของอธิบดีลงนามกำกับเป็นหลักฐาน

การดำเนินการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้อธิบดีแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสี่คน

คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให้ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการไม่น้อยกว่าสามคน โดยประธานกรรมการและกรรมการไม่น้อยกว่าหนึ่งคน ให้แต่งตั้งจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่วนกรรมการที่เหลือให้แต่งตั้งจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ให้อธิบดีแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและสนับสนุนในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

ในวันเลือกตั้ง ถ้าถึงเวลาลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมาปฏิบัติหน้าที่ไม่ถึงสี่คน ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ในขณะนั้นแต่งตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจนครบสี่คน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดระเบียบและควบคุมดูแลให้ความสะดวกแก่ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งต้องมิให้ผู้ใดเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง เว้นแต่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือผู้ที่จะเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง

(๒) ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้ง อ่านชื่อ และหมายเหตุลงในบัญชีรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้ง

(๓) มอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อไปลงคะแนนเลือกตั้ง

(๔) จัดระเบียบในการเข้าไปลงคะแนนเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบริสุทธิ์และยุติธรรม

(๕) พิจารณาตัดสิทธิลงคะแนนของผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งที่ไม่ปฏิบัติตามข้อ ๒๐ หรือฝ่าฝืนข้อ ๒๑

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะมอบหมายให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคนใดคนหนึ่งทำการแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีทำเครื่องหมายกากบาทด้วยปากกาลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งให้ตรงกับหมายเลขประจำตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ใช้ในการลงคะแนนซึ่งตนต้องการเลือก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อถึงเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ประธานกรรมการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งต่อหน้าผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งซึ่งอยู่ ณ หน่วยเลือกตั้งเพื่อแสดงว่าไม่มีบัตรเลือกตั้งหรือสิ่งใดในหีบบัตรเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบันทึกการเปิดและปิดหีบบัตรเลือกตั้งโดยให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งลงลายมือชื่อในบันทึกนั้น และให้ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองคนซึ่งอยู่ในหน่วยเลือกตั้งในขณะนั้นลงลายมือชื่อเป็นพยานในบันทึกนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งไปแสดงตนต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ และมีหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร แล้วให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งและจดแจ้งหมายเหตุในบัญชีรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งว่าผู้นั้นมาใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว พร้อมทั้งมอบบัตรเลือกตั้งให้ผู้นั้นหนึ่งชุด

บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุแล้วให้ใช้แสดงตนตามวรรคหนึ่งได้

ในกรณีที่สงสัยว่าผู้ที่มาแสดงตนเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งนั้นไม่ใช่เป็นผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้นั้นมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่ คำชี้ขาดของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้เป็นที่สุด คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องบันทึกคำวินิจฉัยและลงลายมือชื่อในบันทึกนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจดหมายเลขของบัตรประจำตัวประชาชนและสถานที่ออกบัตรลงในบัญชีผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งไว้เป็นหลักฐาน

ในกรณีที่ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งใช้บัตรหรือหลักฐานอื่นเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติเช่นเดียวกับวรรคหนึ่ง และให้ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งผู้นั้นลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งเป็นหลักฐานเพิ่มขึ้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งคนหนึ่งจะลงคะแนนเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนผู้พิพากษาสมทบที่ ก.บ.ศ. กำหนดในเขตศาลแรงงานแต่ละแห่ง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกหมายเลข

ในการคำนวณหาอัตราส่วนตามวรรคหนึ่ง หากมีเศษ ให้มีสิทธิเลือกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหมายเลข

เมื่อผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งได้รับบัตรเลือกตั้งแล้ว ให้ไปยังคูหาลงคะแนนที่ว่างคราวละหนึ่งคนเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง และเมื่อได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้วให้พับบัตรเลือกตั้งแล้วนำบัตรเลือกตั้งนั้นใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง แล้วออกไปจากหน่วยเลือกตั้ง ทั้งนี้ ต้องลงคะแนนเลือกตั้งให้เสร็จภายในเวลาอันสมควร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนเลือกตั้งจะนำเอกสาร รวมทั้งวัตถุใด ๆ ซึ่งระบุรายชื่อหรือหมายเลขประจำตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ใช้ในการลงคะแนนเข้าไป ณ หน่วยเลือกตั้ง หรือใช้เครื่องมือสื่อสารใดในขณะลงคะแนนเลือกตั้งไม่ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

การตรวจและรวมคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนับคะแนนเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งนั้นโดยเปิดเผยจนเสร็จ ห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนนเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศผลของการนับคะแนนเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งนั้น และให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุดเรียงตามลำดับจนครบจำนวนไม่เกินสองเท่าของจำนวนผู้พิพากษาสมทบที่ ก.บ.ศ. กำหนดไว้ แล้วมอบให้อธิบดีโดยเร็ว

ในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งเท่ากันในลำดับสุดท้ายทำให้มีจำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งเกินกว่าจำนวนผู้พิพากษาสมทบตามวรรคสอง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการจับสลากระหว่างผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายนั้นโดยเปิดเผย เพื่อให้ได้จำนวนผู้พิพากษาสมทบตามวรรคสอง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อการนับคะแนนเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเก็บบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนนเลือกตั้งแล้วใส่ซองปิดผนึกโดยลงลายมือชื่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกำกับไว้บนซอง และแยกเก็บบัตรเสียไว้ต่างหาก แล้วมอบให้อธิบดีพร้อมกับบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้ง

เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว อธิบดีจะทำลายบัตรเลือกตั้งและเอกสารอื่นได้เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านการเลือกตั้งตามข้อ ๒๖ แล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ บัตรเลือกตั้งต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย

(๑) บัตรปลอม หรือบัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของอธิบดีกำกับเป็นหลักฐาน

(๒) บัตรที่ทำเครื่องหมายนอกช่องทำเครื่องหมาย

(๓) บัตรที่มีเครื่องหมายหรือข้อความอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาท

(๔) บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้กับผู้ได้รับการเสนอชื่อคนใด

(๕) บัตรที่มิใช่บัตรซึ่งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมอบให้

(๖) บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้ง

(๗) บัตรที่ทำเครื่องหมายเกินจำนวนผู้พิพากษาสมทบที่ตนมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งตามข้อ ๒๐

บัตรดังกล่าวให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งสลักหลังว่า “เสีย” พร้อมทั้งระบุเหตุผลของการเป็นบัตรเสีย และลงลายมือชื่อกำกับไว้ไม่น้อยกว่าสามคน

ภายใต้บังคับข้อ ๒๕ ในการนับคะแนน หากปรากฏว่ามีบัตรเสีย ให้แยกบัตรเสียออกไว้เป็นส่วนหนึ่ง และห้ามมิให้นับบัตรเสียเป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีบัตรเสียที่มีลักษณะตามข้อ ๒๔ (๒) (๓) หรือ (๔) ให้ถือว่าเป็นบัตรเสียเฉพาะเครื่องหมายที่ทำนอกช่องทำเครื่องหมาย เครื่องหมายหรือข้อความอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาท หรือเครื่องหมายที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อคนใด

การคัดค้านการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้าสมาคมนายจ้างกับรัฐวิสาหกิจหรือสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเห็นว่า การที่บุคคลได้รับการเลือกตั้งเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิยื่นคำคัดค้านต่ออธิบดีภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง

ในเขตศาลแรงงานใด หากไม่มีสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงาน หรือมีอยู่เป็นจำนวนน้อยกว่าจำนวนผู้พิพากษาสมทบที่ ก.บ.ศ. กำหนด ให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ มีสิทธิเช่นเดียวกับสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานตามวรรคหนึ่ง

เมื่ออธิบดีได้รับคำคัดค้านแล้ว ให้อธิบดีพิจารณาวินิจฉัยหรือมีคำสั่งภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้านแล้วแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบ คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของอธิบดี ให้ผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์ไปยัง ก.ต. ได้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้นั้นได้รับคำวินิจฉัยหรือคำสั่ง คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของ ก.ต. ให้เป็นที่สุด

ในกรณีที่คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของอธิบดีตามวรรคสามเป็นเหตุให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งกลายเป็นผู้ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้นั้นทราบด้วยและให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ไปยัง ก.ต. โดยให้นำความในวรรคสามมาใช้บังคับ

การเลือกตั้งเพิ่ม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่อธิบดีได้รับแจ้งจากเลขานุการ ก.ต. ให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเพิ่มเติมในศาลแรงงานใด ให้อธิบดีดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้พิพากษาสมทบสำหรับศาลแรงงานนั้นเพิ่มเติมให้ครบจำนวนที่กำหนดหรือครบจำนวนที่ได้รับแจ้ง และให้นำความในหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

วิรัช ลิ้มวิชัย

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัตรลงคะแนนเลือกผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ภิรมย์พร/ผู้จัดทำ

กวินทราดา/ผู้ตรวจ

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๓๖/๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๑

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4560448f817c643c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com