法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 22 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์

พ.ศ. ๒๕๒๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติรถยนตร์

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ รถยนตร์ต้องมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล แสงขาวหรือเหลืองอ่อน จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับ

เดียวกันที่ด้านหน้ารถข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง โคมไฟทุกดวงต้องให้แสงสีเดียวกัน

สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ เมตร ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สามล้อ

ให้ใช้โคมไฟสว่างไกลเพียงดวงเดียวติดไว้ตรงกลางหน้ารถ

โคมไฟแสงพุ่งไกลจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วย

เท่านั้น เว้นแต่เป็นการให้แสดงสัญญาชั่วขณะ

(ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ แสงขาวเหลืองอ่อน ที่ให้แสงเดียวกับโคมไฟแสงพุ่งไกล

จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถด้านซ้ายและข้างขวาแห่งละ ๑ ดวง สูงจาก

ผิวทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ ห่างจากด้านล่างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน

๔๐ เซนติเมตร ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สามข้อให้ใช้โคมไฟพุ่งต่ำเพียงดวงเดียวติดไว้ตรงกลาง

หน้ารถ

โคมไฟแสงพุ่งต่ำจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่าง

ด้วยเท่านั้น

(ค) โคมไฟแสดงความกว้างของรถ แสงขาวหรือเหลืองจำนวน ๒ ดวง แสดงแสงเดียวกันที่ด้านหน้าข้างซ้ายและข้างขวา และแห่งละ ๑ ดวง โคมไฟทุกดวงต้องให้แสง

สีเดียวกันสูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร ห่างจากด้านข้าง

ริมทางสุดของหน้ารถ

โคมไฟแสดงความกว้างของรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้าย

ให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สามล้อ โคมไฟแสดงความกว้างของรถต้องให้

แสงสว่างพร้อมกับโคมแสงพุ่งไกลและโคมไฟพุ่งต่ำด้วย

(ง) โคมไฟเลี้ยว ชนิดใช้ไฟกระพริบ แสงเหลือง ติดที่ด้านหน้าจำนวน ๒ ดวง

และแสงเหลืองหรือแดงติดที่ด้านท้ายจำนวน ๒ ดวง หรือ ๔ ดวง ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน

๒.๑๐ เมตร โคมไฟเลี้ยวด้านท้ายจะมีจำนวน ๖ ดวงก็ได้โดยให้ติดไว้ที่ข้างซ้ายและข้างขวามีจำนวน

เท่ากันทั้งสองข้าง โคมไฟทุกดวงที่ติดที่ด้านท้ายต้องให้แสงสีเดียวกัน ดวงริมสุดอยู่ห่างจากด้านข้าง

ริมสุดของหน้ารถหรือท้ายรถไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร และดวงล่างสุดอยู่สูงจากผิวทาง

ไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร โคมไฟเลี้ยวทุกดวงที่อยู่ข้างเดียวกันต้อง

กระพริบพร้อมกันในขณะที่รถให้สัญญาณเลี้ยว

(จ) โคมไฟท้าย แสงแดง จำนวน ๒ ดวง หรือ ๔ ดวง ในกรณีที่รถมีความ

กว้างเกิน ๒.๑๐ เมตร จะมีจำนวน ๖ ดวงก็ได้ ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและ

ข้างขวา มีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐

เมตร โคมไฟดวงริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของท้ายรถไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร

(ฉ) โคมไฟหยุด แสงแดง จำนวน ๒ ดวง หรือ ๔ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกัน

ที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขาว มีจำนวนเท่ากับทั้งสองข้าง สูงจากผิวทางไม้น้อยกว่า ๒๕

เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร โคมไฟดวงริมสุดห่างจากด้านข้ามริมสุดของท้ายรถไม่เกิน

๔๐ เซนติเมตร

โคมไฟหยุดจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่ใช้ห้ามล้อเท้าเท่านั้นและแสงต้อง

สม่ำเสมอคงที่ไม่กระพริบ โคมไฟหยุดถ้ารวมอยู่ในโคมไฟท้ายจะต้องมีความสว่างมากกว่าความ

สว่างของโคมไฟท้ายนั้น

(ช) โคมไฟถอยหลัง แสงขาว จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง ติดอยู่ท้ายรถ สูงจาก

ผิวทางไม่น้อยกว่า ๒๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร ในกรณีที่มี ๒ ดวง ต้องติดอยู่ใน

ระดับเดียวกันและห่างจากแนวกึ่งกลางท้ายรถเท่ากันทั้งสองข้าง

โคมไฟถอยหลังจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่เข้าเกียร์ถอยหลังเท่านั้น

(ซ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน แสงขาว อย่างน้อย ๑ ดวง แต่ไม่เกิน ๒ ดวง

ติดอยู่ด้านบน ด้านล่าง หรือด้านข้างของแผ่นป้ายทะเบียนท้ายรถ มีความสว่างสามารถอ่าน

ป้ายทะเบียนรถได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร จากท้ายรถและต้องมีที่บังมิให้แสง

พุ่งออกไปทางท้ายรถ

โคมไฟส่องป้ายทะเบียนต้องให้แสงสว่างพร้อมกับโคมไฟท้าย

(ฌ) โคมไฟภายในรถ แสงขาว ติดไว้ภายในห้องผู้ขับรถและห้องโดยสาร

ให้แสงสว่างพอสมควร

(๒) แผ่นสะท้อนแสงสีแดง จำนวน ๒ แผ่น หรือ ๔ แผ่น มีลักษณะเป็นวงกลม

สามเหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง ในกรณีที่รถที่มีความ

กว้างเกิน ๒.๑๐ เมตร แผ่นสะท้อนแสงที่มีลักษณะเป็นวงกลมต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว

ไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร หรือหากมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยม

ผืนผ้า ต้องมีความยาวด้านละไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร แล้วแต่กรณี ติดที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและ

ข้างขวามีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๔๐

เมตร แผ่นริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของท้ายรถไม่เกิน 40 เซนติเมตร สามารถสะท้อนแสง

เห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร

(๓) เครื่องปัดน้ำฝน มีใบปัดน้ำฝนที่กระจกหน้ารถอย่างน้อย ๑ ใบ ที่ใช้การได้ดี

ีและมีขนาดที่สามารถปัดน้ำฝนได้เนื้อที่กว้างพอที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นภาพการจราจรด้านหน้า

รถได้อย่างชัดเจน

(๔) เครื่องมองหลัง ซึ่งเป็นกระจกเงา ติดอยู่ในที่ที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นภาพ

การจราจรด้านข้างและด้านหลังได้ทุกขณะอย่างชัดเจน

(๕) ที่บังแดดสำหรับผู้ขับรถ

(๖) ห้าล้อมือและห้ามล้อเท้า ที่ใช้การได้ดี

(๗) แตร ชนิดเสียงเดียว ที่ดังพอสมควร

(๘) ท่อไปเสียพร้อมด้วยเครื่องระงับเสียง เฉพาะรถยนตร์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ

สันดาปภายใน

(๙) กันชน ทั้งกันชนหน้าและกันชนท้าย ที่มีสภาพมั่งคงแข็งแรงและมีความ

ปลอดภัยในการใช้ ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สามล้อจะมีเฉพาะกันชนท้ายเพียงอย่างเดียวก็ได้ และ

ในกรณีที่เป็นรถยนตร์บรรทุกส่วนบุคคลหรือรถยนตร์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนจะมีเฉพาะกันชน

หน้าแต่เพียงอย่างเดียวก็ได้

(๑๐) เครื่องวัดความเร็ว ที่ใช้การได้ดี และต้องมีแสงสว่างทำให้สามารถอ่าน

ความเร็วของรถในเวลากลางคืนได้

(๑๑) แผ่นบังโคลน เฉพาะรถยนตร์นั่งหรือรถยนตร์บรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกิน

๑,๖๐๐ กิโลกรัม

(๑๒) เข็มขัดนิรภัย ตามประเภทของรถยนตร์และตามแบบที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ รถยนตร์อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟดังต่อไปนี้ ถ้าจะนำมาใช้ต้องมีกำลังไฟและความส่องสว่าง ตามที่กรมการ

ขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล จำนวน ๒ ดวง มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๑)(ก)

(ข) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง แต่ถ้าแสงสว่างส่องออกไปทางท้ายรถหรือเป็น

โคมไฟดวงท้ายจะให้แสงแดงก็ได้ ติดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน

๒.๑๐ เมตร ที่ข้างซ้ายและข้างขวารถตอนหน้าแห่งละ ๑ ดวง หรือตอนท้ายแห่งละ ๑ ดวง

ในกรณีที่รถมีความยาวเกิน ๗.๕๐ เมตร จะมีโคมไฟข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟข้างรถ

ดวงหน้าและดวงท้ายอีกแห่งละ ๑ ดวง ก็ได้ โคมไฟข้างซ้ายและข้างขวาต้องอยู่ในระดับและตำแหน่งเดียวกันและให้แสงสีเดียวกัน

โคมไฟข้างรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วย

เท่านั้น

(ค) โคมไฟเลี้ยวข้างรถ ชนิดใช้ไฟกระพริบ แสงเหลือง ติดอยู่สูงจากผิวทาง

ไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒.๑๐ เมตร ที่ข้างซ้ายและข้างขวารถ ตอนหน้าแห่งละ

๑ ดวง หรือตอนท้ายแห่งละ ๑ ดวง ในกรณีที่รถมีความยาวเกิน ๗.๕๐ เมตร จะมีโคมไฟเลี้ยว

ข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟเลี้ยวข้างรถดวงหน้าและดวงท้ายอีกแห่งละ ๑ ดวง ก็ได้ โคมไฟ

ข้างซ้ายและข้างขวาต้องอยู่ในระดับและตำแหน่งเดียวกัน

โคมไฟเลี้ยวข้างรถทุกดวงต้องกระพริบพร้อมกับโคมไฟเลี้ยวที่ด้านหน้าและ

ด้านท้ายที่อยู่ข้างเดียวกัน

(ง) โคมไฟตัดหมอก แสงขาวหรือเหลืองอ่อน จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง ติดที่หน้ารถสูง

จากผิวทางไม่น้อยกว่า ๒๕ เซนติเมตร แต่อยู่สูงไม่เกินโคมไฟแสงพุ่งต่ำ ถ้ามี ๑ ดวง ให้ติดที่

ี่กึ่งกลางหน้ารถ แต่ถ้ามี ๒ ดวง ให้ติดในระดับเดียวกัน และห่างจากแนวกึ่งกลางหน้ารถเท่ากัน

ทั้งสองข้าง โคมไฟทุกดวงจะต้องให้แสงสีเดียวกัน

โคมไฟตัดหมอกจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟแสดงความกว้าง

ของรถและโคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น ศูนย์รวมแสงตั้งอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทาง

ราบไม่น้อยกว่า ๒ องศา หรือ ๐.๒๐ เมตร ในระยะ ๗.๕๐ เมตร และไม่เฉไปทางขวา

(จ) โคมไฟหยุด แสงแดง จำนวน ๑ ดวง ติดอยู่ในแนวกึ่งกลางท้ายรถ และ

ในตำแหน่งที่ให้แสงสว่างออกไปทางท้ายรถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร

โคมไฟหยุดจะให้แสงสว่างเฉพาะในขณะที่ใช้ห้ามล้อเท้าเท่านั้น และแสงต้อง

สม่ำเสมอคงที่ไม่กระพริบ

(๒) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ ๒ (๑) ถ้าจะนำมาใช้ต้อง

เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ รถพ่วงต้องมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่ทำงานได้ร่วมกับรถที่ใช้ลากจูง และมีกำลังไฟและความ

ส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟเลี้ยว ติดที่ด้านท้ายข้างซ้ายและข้างขวา มีจำนวนและลักษณะตามที่

กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๑)(ง)

(ข) โคมไฟท้าย มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๑)(จ)

(ค) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๑)(ฉ)

(ง) โคมไฟถอยหลัง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๑)(ช)

(จ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๑)(ซ)

(ฉ) โคมไฟภายในรถ มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๒ (๑)(ฌ)

(ช) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง แต่ถ้าแสงสว่างส่องออกไปทางท้ายรถหรือเป็น

โคมไฟดวงท้ายจะให้แสงแดงก็ได้ ติดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน

๒.๑๐ เมตร ที่ข้างซ้ายและข้างขวารถระดับเดียวกันตอนหน้าห่างจากหน้าสุดรถไม่เกิน ๘๐

เซนติเมตร (ไม่รวมแขนพ่วง) แห่งละ ๑ ดวง ตอนท้ายห่างจากหน้าสุดรถไม่เกิน ๓๐ เซนติเมตร

แห่งละ ๑ ดวง ในกรณีที่รถมีความยาวเกิน ๖ เมตร ให้มีโคมไปข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟ

ข้างรถดวงหน้าและดวงท้ายอีก แห่งละ ๑ ดวง ถ้ามีมากกว่า ๑ ดวง ระยะห่างระหว่างโคมไฟแต่ละ

ดวงในข้างเดียวกันต้องเท่ากัน และห่างจากกันไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

โคมไฟข้างรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

(๒) แผ่นสะท้อนแสง ดังต่อไปนี้

(ก) สีแดง มีจำนวน ขนาด และลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๒)

(ข) สีเหลือง มีขนาดและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ (๒) ติดที่หน้ารถข้างซ้าย

และข้างขวาแห่งละ ๑ แผ่น ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน ๑๕ เซนติเมตร สูงจาก

ผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร สามารถสะท้อนแสงเห็นได้ในเวลา

กลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ รถพ่วงอาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟหยุด ถ้าจะนำมาใช้ต้องมีกำลังไปและความส่องสว่างตามที่กรมการ

ขนส่งทางบกประกาศกำหนด และมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ (๑) (จ) จำนวนไม่เกิน

๒ ดวง ติดอยู่ในตำแหน่งที่ให้แสงสว่างออกไปทางท้ายรถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕

เซนติเมตร ถ้ามี ๑ ดวง ให้ติดอยู่ในแนวกึ่งกลางท้ายรถ แต่ถ้ามี ๒ ดวง ให้ติดในระดับเดียวกัน

และห่างจากแนวกึ่งกลางท้ายรถเท่ากันทั้งสองข้าง

(๒) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดนี้และข้อ ๔ (๑) ถ้าจะนำมาใช้ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ รถจักรยานยนตร์ต้องมีเครื่องสำหรับรถ ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล แสงขาวหรือเหลืองอ่อน จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง ติดที่

กึ่งกลางหน้ารถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร ในกรณีที่มี

๒ ดวง ต้องติดอยู่ในระดับเดียวกันและห่างจากแนวถึงกลางหน้ารถเท่ากันทั้งสองข้าง โคมไฟ

ทุกดวงต้องให้แสงสีเดียวกัน

โคมไฟแสงพุ่งไกลจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่าง

ด้วยเท่านั้น เว้นแต่เป็นการให้แสงสัญญาณชั่วขณะ

(ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ แสงขาวหรือเหลืองอ่อน ที่ให้แสงสีเดียวกับโคมไฟแสง

พุ่งไกล จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง ติดที่กึ่งกลางหน้ารถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร

แต่ไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร ในกรณีที่มี ๒ ดวง ต้องติดอยู่ในระดับเดียวกันและห่างจากแนวกึ่งหน้ารถ

เท่ากันทั้งสองข้าง

โคมแสงพุ่งต่ำจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้าย

เท่านั้น

(ค) โคมไฟเลี้ยว ชนิดไฟกระพริบ แสงเหลือง ติดที่ด้านหน้า จำนวน ๒ ดวง

และแสงเหลืองหรือแดง ติดที่ด้านท้ายจำนวน ๒ ดวง โดยให้ติดไว้ที่ข้างซ้ายและข้างขวา โคมไฟ

ทุกดวงที่ติดที่ท้ายต้องให้แสงสีเดียวกัน แต่ละด้านติดอยู่ระดับเดียวกัน สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า

๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟเลี้ยวทุกดวงที่อยู่ข้างเดียวกันต้องกระพริบ

พร้อมกันในขณะที่รถให้สัญญาณเลี้ยว

(ง) โคมไฟท้าย แสงแดง จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง ติดอยู่ที่กึ่งกลางท้ายรถในระดับ

เดียวกัน สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร

(จ) โคมไฟหยุด แสงแดง จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง ติดอยู่ที่กึ่งกลางท้ายรถในระดับ

เดียวกัน สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟหยุดถ้ารวมใน

โคมไฟท้ายจะต้องมีความสว่างมากกว่าความสว่างของโคมไฟท้ายนั้น และจะให้แสงสว่างได้เฉพาะ

ในขณะที่ใช้ห้ามล้อเท่านั้น

(ฉ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียนต้องให้แสงสว่างพร้อมกับโคมไฟท้าย

โคมไฟส่องป้ายทะเบียนต้องให้แสงสว่างพร้อมกับโคมไฟท้าย

(๒) แผ่นสะท้อนแสงสีแดง มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ข้อ ๒ (๒) ติดที่กึ่งกลาง

ท้ายรถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๙๐ เซนติเมตร สามารถสะท้อนแสง

เห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร

(๓) เครื่องมองหลัง ซึ่งเป็นกระจกเงา จำนวน ๒ ชุด ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่

ด้ายซ้ายและด้านขวาและห่างจากแนวกึ่งกลางหน้ารถเท่ากันทั้งสองข้าง ในที่ที่ผู้ขับรถสามารถ

มองเห็นภาพการจราจรด้านข้างและด้านหลังได้ทุกขณะอย่างชัดเจน

(๔) ห้ามล้อ ที่ใช้การได้ดี

(๕) แตร ชนิดเสียงเดียว ที่ดังพอสมควร

(๖) ท่อไอเสียพร้อมด้วยเครื่องระงับเสียง เฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ใช้

เครื่องยนต์ แบบสันดาปภายใน

(๗) เครื่องวัดความเร็ว ที่ใช้การได้ดี และต้องมีแสงสว่างทำให้สามารถอ่าน

ความเร็วของรถในเวลากลางคืนได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ รถจักรยานยนตร์อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้เงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟหรี่ แสงขาวหรือเหลืองอ่อน ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด จำนวนไม่เกิน ๒ ดวง

ติดอยู่กึ่งกลางหน้ารถ ในกรณีที่มี ๒ ดวง ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๓๕

เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟทุกดวงต้องให้แสงสีเดียวกัน

โคมไฟหรี่จะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

(๒) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ ๖ (๑) ถ้าจะนำมาใช้ต้อง

เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ รถพ่วงของรถจักรยานยนตร์ต้องมีโคมไฟสว่างขาวและแสงแดง อย่างละ

๑ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านข้างสุดของตัวถังรถพ่วงด้านนอก โดยให้ไฟแสงขาวส่องไป

ข้างหน้า และไฟแสงแดงส่องไปข้างหลัง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ รถบดถนนหรือรถแทรกเตอร์ ต้องมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟหน้ารถ แสงขาว จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถ

ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

(๒) โคมไฟท้ายรถ แสงแดง จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ท้ายรถ

ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง มีกำลังไปและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๗

จรัส พั้วช่วย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

+----------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหต ุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันเทคโนโลยีและ

วิศวกรรมยานยนตร์ได้มีวิวัฒนาการและความเจริญก้าวหน้าเป็นอันมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการ

สนับสนุนและส่งเสริมวิวัฒนาการและความเจริญก้าวหน้าดังกล่าว และเพื่อให้เกิดความปลอดภัย

และลดอันตรายแก่ผู้ใช้รถ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ

ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

รถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ เสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

[รก.๒๕๓๗/๔๘ก/๑/๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๗]

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 22 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_45e0099422251854

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com