ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่
สนส. ๑/๒๕๕๑
เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง
๑. เหตุผลในการออกประกาศ
ด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งได้ตั้งแต่กันยายน
๒๕๔๗ เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการทางการเงินได้เพิ่มขึ้น
โดยเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ที่ประสงค์จะซื้อทรัพย์สินแต่ไม่มีเงินทุนเพียงพอ และได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจที่เป็นการขายและเช่ากลับคืน
(Sale and Lease Back)
ได้ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ
โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ขายและเช่ากลับคืนต้องเป็นนิติบุคคล
และทรัพย์สินที่ให้เช่าต้องไม่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน
รถยนต์นั่งเกินเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบสองคน
หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม ซึ่งมิได้ใช้ประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
เหตุที่ต้องจำกัดขอบเขตธุรกิจการขายและเช่ากลับคืนในช่วงเวลาดังกล่าว
เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องภาระหนี้ภาคครัวเรือนที่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest
Rate) คำนวณผลตอบแทน
ทำให้ผู้เช่าไม่ทราบภาระอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest
Rate) ที่ถูกเรียกเก็บ
ในครั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจการขายและเช่ากลับคืนให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการดังกล่าวกับบุคคลธรรมดาได้โดยไม่จำกัดประเภททรัพย์สิน
เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า
เป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาเป็นหลักประกันเพื่อการหาเงินทุนในระบบได้
(Asset Based Financing)
โดยมีภาระดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล
และได้กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ประกาศเผยแพร่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงซึ่งใช้คำนวณผลตอบแทนให้ผู้เช่าทราบ
เนื่องจากการให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งเป็นธุรกรรมคล้ายการให้สินเชื่อ
ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์ควรบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมเช่นเดียวกับการให้สินเชื่อ
๒. อำนาจตามกฎหมาย
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙
ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒
อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง ตามข้อกำหนดในประกาศนี้
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจ
๔. เนื้อหา
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง ลงวันที่ ๗
เมษายน ๒๕๔๘
๔.๒ หลักการ
๔.๒.๑
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง
ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่จะสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการทางการเงินได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี การประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งจะต้องไม่หลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นๆ
หรือเป็นช่องทางในการตกแต่งบัญชี เช่น
ในกรณีเจ้าของทรัพย์สินนำทรัพย์สินมาจำหน่ายให้ธนาคารพาณิชย์
และหลังจากนั้นทำการเช่าทรัพย์สินนั้นจากธนาคารพาณิชย์ (Sale
and Lease Back) โดยธนาคารพาณิชย์ประเมินราคาจำหน่ายที่สูงเกินจริงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เช่า
หรือในทางกลับกัน ธนาคารพาณิชย์เป็นเจ้าของทรัพย์สินและได้ทำการ Sale
and Lease Back โดยจำหน่ายทรัพย์สินให้ผู้ให้เช่ารายอื่นในราคาที่สูงเกินจริง
เพื่อสร้างกำไรทางบัญชี หรือการประเมินราคาทรัพย์สินอย่างไม่เหมาะสม เป็นต้น
๔.๒.๒
ธนาคารแห่งประเทศไทยมุ่งเน้นให้ธนาคารพาณิชย์บริหารความเสี่ยงของตนเองโดยธนาคารพาณิชย์ต้องมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะธุรกรรม
ทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง
รวมทั้งความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ทั้งนี้
ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีนโยบายและระเบียบปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ
รวมทั้งมีระบบงาน ระบบบริหารความเสี่ยง
และระบบการควบคุมภายในที่สามารถรองรับการประกอบธุรกิจได้
๔.๒.๓
การประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งมีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกับการให้สินเชื่อทั่วไป
ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงและคุณภาพของสินเชื่อ เช่น
กระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่มีมาตรฐานซึ่งจะต้องยึดถือรายได้ของลูกหนี้เป็นปัจจัยสำคัญ
การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้
และการประเมินมูลค่าของทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่งต้องมีหลักเกณฑ์อ้างอิงที่เชื่อถือได้
เป็นต้น โดยไม่มุ่งเน้นแต่เพียงการเพิ่มปริมาณของสินเชื่อ
ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการประกอบธุรกิจดังกล่าวต้องมีความพร้อมในเรื่องจำนวนและคุณภาพของบุคลากร
และระบบงานต่างๆ ได้แก่ ระบบการบริหารความเสี่ยง การวิเคราะห์สินเชื่อและทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือ
ให้เช่าแบบลีสซิ่ง การติดตามและทวงถามหนี้
การบังคับขายทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง
รวมไปถึงการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
๔.๓ คำจำกัดความ
ในประกาศฉบับนี้
ทรัพย์สิน หมายความว่า
สังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ธนาคารพาณิชย์ให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่ง
ให้เช่าแบบลีสซิ่ง หมายความว่า
การให้เช่าทรัพย์สินในลักษณะที่เป็นสัญญาเช่าการเงิน (Financial
Lease) โดยธนาคารพาณิชย์จัดหาทรัพย์สินตามความประสงค์ของผู้เช่ามาจากผู้ผลิต
ผู้จำหน่าย หรือบุคคลอื่น หรือเป็นทรัพย์สินที่ยึดได้จากผู้เช่ารายอื่น
เพื่อให้ผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น
โดยผู้เช่ามีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาและซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่า ทั้งนี้
ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ และเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า
สิทธิในการซื้อทรัพย์สินที่เช่าขึ้นอยู่กับข้อตกลงของธนาคารพาณิชย์และผู้เช่า
เช่าซื้อ หมายความว่า
เช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ราคาเงินสด หมายความว่า
ราคาที่จะพึงซื้อขายทรัพย์สินที่ให้เช่ากันได้ในท้องตลาดด้วยเงินสด ณ วันทำสัญญา
เงินลงทุน หมายความว่า
ผลรวมของราคาเงินสดและค่าใช้จ่ายต่างๆ
ที่ธนาคารพาณิชย์ต้องชำระเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สิน เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษีอากร
และค่าเบี้ยประกันภัย เป็นต้น
โดยเงินลงทุนจะต้องมียอดลดลงตามจำนวนเงินที่ผู้เช่าผ่อนชำระเงินรายงวดตามสัญญาเช่า
เงินรายงวด หมายความว่า
จำนวนเงินที่ผู้เช่าต้องชำระแก่ธนาคารพาณิชย์ในแต่ละงวดซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เป็นเงินต้นและดอกเบี้ยหรือดอกผลเช่าซื้อ
เงินล่วงหน้า หมายความว่า
จำนวนเงินที่ผู้เช่าต้องชำระล่วงหน้าครั้งแรกเมื่อทำสัญญาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญา
สัญญาเช่า หมายความว่า
สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาเช่าแบบลีสซิ่ง
ผู้ให้เช่า หมายความว่า
ผู้ให้เช่าซื้อ หรือผู้ให้เช่าแบบลีสซิ่ง
ผู้เช่า หมายความว่า
ผู้เช่าซื้อ หรือผู้เช่าแบบลีสซิ่ง
รัฐมนตรี หมายความว่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
๔.๔ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งได้
โดยธนาคารพาณิชย์ที่จะประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง
ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๔.๔.๑
มีฐานะการเงินและฐานะการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถกันเงินสำรองได้ครบถ้วน
สามารถดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์และภาระผูกพันได้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ตลอดจนสามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินอื่นใดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งการเป็นกรณีพิเศษ
๔.๔.๒
ให้ความร่วมมือกับทางการในการปฏิบัติตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินในการปรับบทบาทและรูปแบบสถาบันการเงิน
โดยธนาคารพาณิชย์ที่มีสถาบันการเงินที่รับฝากเงินจากประชาชนอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันมากกว่า
๑ แห่ง/รูปแบบ ต้องจัดทำแผนการควบกิจการ รวมกิจการ ขายกิจการ คืนใบอนุญาต
รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่นเพื่อการดำเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน
๑ รูปแบบ (One Presence) ตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
๔.๔.๓
จัดทำแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ แผนงานดังกล่าวต้องมีสาระสำคัญอย่างน้อย ดังนี้
(๑) นโยบายและระเบียบปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ
(๒) รายละเอียดของระบบการบริหารจัดการ
ระบบบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน และระบบการจัดทำบัญชี รวมทั้ง
ความพร้อมและคุณภาพของบุคลากร
(๓)
รายละเอียดของระบบบริหารความเสี่ยงต้องครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
- ระบบการวิเคราะห์สินเชื่อ
เพื่อการกำหนดวงเงินสินเชื่อของลูกค้าและการกำหนดจำนวนเงินล่วงหน้าที่ลูกค้าต้องชำระที่มีกระบวนการเป็นมาตรฐาน
โดยเฉพาะในการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ต้องยึดถือรายได้ของลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญ
รวมทั้งวิเคราะห์ถึงคุณภาพและสภาพคล่องของทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่ง
การกำหนดประเภทของทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่ง การกำหนดจำนวนเงินลงทุนสูงสุดสำหรับทรัพย์สินแต่ละประเภท
และทรัพย์สินทุกประเภทรวมกัน โดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น
ตลาดรองสำหรับขายทรัพย์สิน การล้าสมัยของทรัพย์สิน เป็นต้น
การบริหารทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่ง
ซึ่งรวมถึงการจัดหาทรัพย์สิน การดำเนินการกับทรัพย์สินที่ยึดมา
การติดตามและตรวจสอบสภาพทรัพย์สินการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
การประเมินมูลค่าซากของทรัพย์สิน จะต้องมีกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้
ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินนั้น
ธนาคารพาณิชย์จะใช้ผู้ประเมินราคาอิสระหรือผู้ประเมินราคาภายในก็ได้ โดยธนาคารพาณิชย์ต้องถือปฏิบัติตามมาตรฐานจรรยาบรรณและมาตรฐานการปฏิบัติงานซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในวงการวิชาชีพการประเมินราคาสินทรัพย์
- ระบบการเรียกเก็บหนี้
และการติดตามทวงถามหนี้ที่สามารถเตือนให้ธนาคารพาณิชย์ทราบเมื่อลูกหนี้เริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้หรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามข้อตกลง
ตลอดจนกลยุทธ์ในการเรียกเก็บหนี้ในกรณีต่างๆ
โดยให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทยในการติดตามทวงถามหนี้
- การจัดเก็บข้อมูล และการจัดทำรายงาน
ตลอดจนระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารสำหรับใช้ในการกำหนดและทบทวนนโยบายและแผนงานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง
๔.๔.๔
ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งต้องยื่นหนังสือแสดงความจำนงที่จะประกอบธุรกิจดังกล่าวที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยธนาคารพาณิชย์ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายสถาบันการเงิน ๑ รูปแบบ (One
Presence) ของแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินต้องให้การรับรองมาในหนังสือแสดงความจำนงดังกล่าวด้วยว่าจะปฏิบัติตามแผนการควบกิจการ
รวมกิจการ ขายกิจการ คืนใบอนุญาตรับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่น
เพื่อการดำเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน ๑ รูปแบบ (One Presence)
ที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ รวมทั้งเงื่อนไขต่างๆ
ที่รัฐมนตรีจะกำหนดประกอบการให้ความเห็นชอบ
ทั้งนี้
ให้ธนาคารพาณิชย์จัดส่งหนังสือแสดงความจำนงไปที่สายกำกับสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยเมื่อธนาคารพาณิชย์ได้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงแล้ว
ให้มีผลเป็นการอนุญาตเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันที่ยื่นหนังสือดังกล่าว
เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีข้อทักท้วงหรือให้ชี้แจงเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีข้อทักท้วงหรือให้ชี้แจงเพิ่มเติม
ให้ธนาคารพาณิชย์ได้รับอนุญาตเมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
๔.๕ การจัดทำสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเช่าแบบลีสซิ่ง
ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทำสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเช่าแบบลีสซิ่งกับผู้เช่าเป็นหนังสืออย่างน้อย
๒ ฉบับ และมอบให้ผู้เช่าเก็บไว้เป็นหลักฐาน ๑ ฉบับ
โดยต้องระบุรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่าแต่ละประเภท ดังนี้
(๑) ประเภท ลักษณะ และอายุการใช้งานของทรัพย์สิน
(๒) ราคาเงินสด เงินลงทุน จำนวนเงินล่วงหน้า
จำนวนเงินรายงวด และอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณผลตอบแทน
(๓) รายละเอียดและวิธีการที่ใช้ในการคำนวณผลตอบแทน
และจำนวนเงินรายงวด หากธนาคารพาณิชย์ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat
Interest Rate) ในการคำนวณผลตอบแทนให้ระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีด้วย
(Effective Interest Rate)
(๔) ระยะเวลาในการเช่า
(๕) วิธีการส่งมอบ การตรวจตรา การติดตรึงหรือติดตั้ง
การเคลื่อนย้าย การสูญหาย ความเสียหาย ความชำรุดบกพร่อง การบำรุงรักษา
และการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สินนั้น
(๖) การประกันภัย
การรับค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย การค้ำประกัน
(๗)
เงื่อนไขและสิทธิของผู้เช่าที่จะชำระค่าเช่าตามสัญญาคงเหลือสุทธิก่อนถึงกำหนด
(ถ้ามี)
(๘) ค่าใช้จ่ายและค่าเบี้ยปรับในกรณีต่างๆ
(๙) เงื่อนไขในการบอกเลิกสัญญา
การสิ้นสุดของสัญญา และการยึดทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่ง
(๑๐)
เงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่ผู้เช่า
(๑๑) เงื่อนไขในการให้ผู้เช่าเช่าต่อหรือซื้อทรัพย์สินทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของทรัพย์สินด้วยราคาที่ตกลงกัน
เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าและผู้เช่าใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินโดยได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินครบถ้วนตามสัญญาเช่าแล้ว
ธนาคารพาณิชย์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่าโดยไม่ชักช้า
นอกจากนั้น
เนื่องจากการให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
และการให้เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง
ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ๒๕๔๓
และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง
ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ๒๕๔๔
ดังนั้นในการให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และการให้เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า
ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทำสัญญาเช่าซื้อให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าว
ตลอดจนหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศกำหนดด้วย
๔.๖ การประกาศเผยแพร่อัตราดอกเบี้ยในการคำนวณผลตอบแทน
ค่าปรับ ค่าบริการค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมใดๆ
๔.๖.๑
ให้ธนาคารพาณิชย์ปิดประกาศอัตราดอกเบี้ยในการคำนวณผลตอบแทนค่าปรับ ค่าบริการ
ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมใดๆ ในการให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบ ลีสซิ่งไว้ในที่เปิดเผย
ณ
สำนักงานทุกแห่งภายในวันเดียวกับที่ธนาคารพาณิชย์ประกาศหรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียด
รวมทั้งให้เผยแพร่ข้อมูลข้างต้นไว้ในเว็บไซต์ (Website) ของธนาคารพาณิชย์ก่อนวันที่รายละเอียดดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
หากธนาคารพาณิชย์ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate)
ในการคำนวณผลตอบแทนให้ระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีด้วย (Effective
Interest Rate)
๔.๖.๒
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด อัตราค่าธรรมเนียม
ค่าใช้จ่าย ค่าปรับ วิธีการคำนวณ และเงื่อนไขต่างๆ ของสัญญา
ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
หลักเกณฑ์การให้บริการแก่ลูกค้า
การเปิดเผยและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์
รวมทั้งประกาศและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม
๔.๗ การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ
๔.๗.๑
ธนาคารพาณิชย์ต้องให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงต่อการเสียหายของทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลิสซิ่ง
และควรจัดให้มีประกันภัยทรัพย์สินดังกล่าว โดยธนาคารพาณิชย์เป็นผู้รับประโยชน์ตามความจำเป็นและเหมาะสม
ทั้งนี้ ในการทำประกันภัยธนาคารพาณิชย์ ต้องคำนึงถึงประเภททรัพย์สิน
ยอดเงินลงทุนในทรัพย์สิน โอกาสในการเกิดความเสียหายของทรัพย์สิน
และค่าซ่อมแซมกรณีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เป็นต้น
๔.๗.๒
ในการคำนวณจำนวนเงินสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์สามารถลงทุนในทรัพย์สินเพื่อให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่งแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ให้ถือเสมือนว่าเงินลงทุนในทรัพย์สินเพื่อการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งเป็นการให้สินเชื่อรูปแบบหนึ่ง
และให้ธนาคารพาณิชย์นับธุรกรรมการให้
สินเชื่อหรือลงทุนในกิจการหรือก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง รวมเข้ากับธุรกรรมการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง
ธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน ธุรกรรมแฟ็กเตอริงและธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ของบุคคลนั้น
ซึ่งเมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ ต้องไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของเงินกองทุนชั้นที่ ๑
ของธนาคารพาณิชย์
สำหรับกรณีของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยในการคำนวณจำนวนเงินสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์
เพื่อรายย่อยสามารถลงทุนในทรัพย์สินเพื่อให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลีสซิ่งแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งให้ถือเสมือนว่าเงินลงทุนในทรัพย์สินเพื่อการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งเป็นการให้สินเชื่อรูปแบบหนึ่ง
และให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนับธุรกรรมการให้สินเชื่อหรือลงทุนในกิจการหรือก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
รวมเข้ากับธุรกรรมการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน
และธุรกรรมแฟ็กเตอริงของบุคคลนั้น ซึ่งเมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ
ต้องไม่เกินกว่าวงเงินการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้แต่ละรายที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยอาจทำได้
กล่าวคือ ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นประชาชนรายย่อยและมีหลักประกัน
วงเงินการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้แต่ละรายต้องไม่เกินร้อยละ ๑ ของเงินกองทุนชั้นที่
๑ และในกรณีที่ลูกหนี้เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมวงเงินการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้แต่ละรายต้องไม่เกินร้อยละ
๑๐ ของเงินกองทุนชั้นที่ ๑ ตามกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์
วิธีการ และ เงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๔๗
รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดต่อไป
๔.๗.๓
ในการคำนวณน้ำหนักความเสี่ยงของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าเพื่อดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพัน
การจัดชั้นลูกหนี้ตามสัญญาเช่าและการกันสำรอง
รวมทั้งการระงับการรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับเป็นรายได้จากการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง
ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติในลักษณะเดียวกับเงินให้สินเชื่อทั่วไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
๔.๗.๔
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับทรัพย์สินกลับคืนมาเนื่องจากสิ้นสุดสัญญาเช่าหรือเนื่องจากยึดมาจากผู้เช่า
ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการจำหน่ายหรือให้เช่าทรัพย์สินนั้นต่อภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดสัญญาเช่าหรือนับแต่วันที่ยึดมา
หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว
ธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถจำหน่ายหรือให้เช่าทรัพย์สินนั้นต่อได้
ธนาคารพาณิชย์ต้องกันเงินสำรองสำหรับทรัพย์สินนั้นโดยให้ทยอยกันเงินสำรองทุกงวดหกเดือน
ในอัตรางวดละไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๕ ของมูลค่าทรัพย์สินนั้น ณ
วันสิ้นสุดสัญญาเช่าหรือวันที่ยึดมา
หากปรากฏว่าทรัพย์สินที่ได้รับกลับคืนมานั้นเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์จัดชั้นสูญหรือสินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ
ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของธนาคารพาณิชย์
ให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการตัดทรัพย์สินนั้นออกจากบัญชีหรือกันเงินสำรองให้ครบถ้วนทันทีตามประกาศที่กล่าวด้วย
โดยในกรณีทรัพย์สินนั้นเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ
ให้ธนาคารพาณิชย์กันเงินสำรองเป็นจำนวนที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเงินสำรองที่ได้ทยอยกันไปแล้วตามวิธีการที่กล่าวในวรรคแรกกับเงินสำรองที่ต้องกันสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามประกาศที่กล่าว
ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ได้รับกลับคืนมานั้น
มีอายุการใช้งานเหลือน้อยกว่า ๒ ปี และธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถจำหน่ายหรือให้เช่าต่อได้ภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดสัญญาเช่าหรือวันที่ยึดมาให้ธนาคารพาณิชย์กันเงินสำรองสำหรับทรัพย์สินนั้นทั้งจำนวนทันที
เมื่อครบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดสัญญาเช่าหรือวันที่ยึดมา
๔.๘ การจัดทำบัญชีและรายงาน
๔.๘.๑ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชี
กฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
๔.๘.๒
ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งไว้
เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
๔.๙ ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์กระทำการดังนี้
๔.๙.๑
จัดหาทรัพย์สินโดยที่ยังไม่ได้ตกลงทำสัญญาเช่าทรัพย์สินนั้นกับผู้ใด
หรือจัดหาทรัพย์สินในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดหรือสูงกว่าราคาต่ำสุดที่พึงจัดหาได้
๔.๙.๒ นำทรัพย์สินที่ให้เช่าไปทำนิติกรรมกับบุคคลใดอันก่อให้เกิดภาระแก่ทรัพย์สินนั้น
เว้นแต่ในกรณีจำเป็นโดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ก็ได้
๔.๙.๓ ให้ผู้เช่านำทรัพย์สินไปให้เช่าช่วง
ยกเว้นในกรณีที่ผู้เช่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าทรัพย์สินเป็นทางค้าปกติ
๔.๑๐ กรณีที่เจ้าของทรัพย์สินนำทรัพย์สินมาขายและเช่ากลับคืน
(Sale
and Lease Back)
๔.๑๐.๑
ธนาคารพาณิชย์ต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเช่นเดียวกันกับการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งดังกล่าวข้างต้น
๔.๑๐.๒ ในการรับซื้อทรัพย์สินและให้เช่ากลับคืน
ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการให้มีการประเมินราคาทรัพย์สินที่จะรับซื้อและให้เช่ากลับคืนดังนี้
๑)
ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีการประเมินราคาทรัพย์สินที่จะรับซื้อและให้เช่ากลับคืน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการธนาคารหรือคณะผู้บริหารที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธนาคาร
อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ต้องประเมินราคาทรัพย์สินอย่างเหมาะสม
เพื่อป้องกันมิให้เกิดการตกแต่งบัญชี หรือการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ขายและเช่ากลับคืน
๒)
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่มีความชำนาญหรือทรัพย์สินไม่มีราคาประเมินในตลาดรองเพื่อการอ้างอิง
เช่น เครื่องจักร เครื่องบิน และเรือ เป็นต้น
ธนาคารพาณิชย์ควรใช้ผู้ประเมินอิสระภายนอกในการประเมินราคาทรัพย์สินที่จะรับซื้อและให้เช่ากลับคืน
ประกอบการพิจารณา ทั้งนี้
เพื่อป้องกันมิให้เกิดการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ขายและเช่ากลับคืนในการตกแต่งบัญชี
เช่น การรับซื้อทรัพย์สินในราคาที่สูงเกินจริง
๔.๑๑ การพักหรือเพิกถอนการอนุญาตประกอบธุรกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจพักหรือสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งได้
ในกรณีดังต่อไปนี้
๔.๑๑.๑ ธนาคารพาณิชย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดข้างต้น
๔.๑๑.๒
ธนาคารพาณิชย์ไม่ดำเนินการตามแผนการควบกิจการ รวมกิจการ ขายกิจการ คืนใบอนุญาต
รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่นเพื่อการดำเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน
๑ รูปแบบ (One Presence) ตามที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ
๔.๑๑.๓
ธนาคารพาณิชย์ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดประกอบการให้ความเห็นชอบแผนการควบกิจการ
รวมกิจการ ขายกิจการ คืนใบอนุญาต
รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่นเพื่อการดำเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน
๑ รูปแบบ (One Presence)
๔.๑๑.๔ กรณีอื่นๆ
ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ากระทบกับความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชน
๕. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ธาริษา
วัฒนเกส
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๕
มีนาคม ๒๕๕๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๕๗ ง/หน้า ๒๑/๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑