法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ว่าด้วยการปฏิบัติงานด้านข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ว่าด้วยการปฏิบัติงานด้านข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

พ.ศ.

๒๕๕๒

เพื่อให้การจัดระบบการขอ

การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

รวดเร็วและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกอบมาตรา ๓๘

แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงออกระเบียบเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนไว้

ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ว่าด้วยการปฏิบัติงานด้านข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.

๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับและคำสั่งอื่นใดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ข้อมูลข่าวสารของราชการ

ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

และหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

“ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“หน่วยงานในสังกัด” หมายความว่า

สำนัก ศูนย์ กลุ่ม หรือหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

“หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร”

หมายความว่า ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

และหน่วยงานในสังกัด

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการพิจารณาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

และการสื่อสารขององค์กรของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

“วัน” หมายความว่า วันตามปีปฏิทิน

“วันทำการ” หมายความว่า

วันทำการตามปกติของหน่วยงานของรัฐ

“คำขอ” หมายความว่า

คำขอข้อมูลข่าวสารตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศ หรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในกรณีที่มีปัญหา

หรืออุปสรรคในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้เลขาธิการมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

หมวด

คณะกรรมการพิจารณาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

และการสื่อสารขององค์กรของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการและการสื่อสารขององค์กรของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ประกอบด้วย ที่ปรึกษาด้านการลงทุนหรือรองเลขาธิการที่เลขาธิการมอบหมาย

เป็นประธานคณะกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ผู้อำนวยการสำนักการตลาดเพื่อการลงทุน

ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือการลงทุนต่างประเทศ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน

ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนโยบายการลงทุน ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศการลงทุน

ผู้อำนวยการศูนย์บริการลงทุน ผู้อำนวยการสำนักบริหารการลงทุน ๑

ผู้อำนวยการสำนักบริหารการลงทุน ๒ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการลงทุน ๓

ผู้อำนวยการสำนักบริหารการลงทุน ๔ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย

ผู้อำนวยการหน่วยพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม

ผู้อำนวยการกลุ่มผู้ชำนาญการต่างประเทศ

และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมอบหมาย

เป็นคณะกรรมการให้ประธานคณะกรรมการเลือกข้าราชการ หรือพนักงานราชการในสำนักงาน

เป็นกรรมการและเลขานุการหนึ่งคน และอีกสองคนเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอนโยบายหรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร

การจัดระบบ การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

รวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่

(๓)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการ

(๔) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่สำนักงานหรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากร

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำ

และปรับปรุงข้อมูลข่าวสารตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๖)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการ

(๗) ให้คำแนะนำ

หรือเสนอความเห็นในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใด

ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๙)

เชิญบุคคลใดมาสอบถามหรือให้ชี้แจงแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

(๑๐) ดำเนินงานอื่นใด ตามเลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การประชุมคณะกรรมการต้องมีผู้มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานคณะกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม

หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง

เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม

ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้นำความในข้อ ๙

มาใช้บังคับการประชุมคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน

หรือคณะทำงานย่อยที่คณะกรรมการนี้แต่งตั้งโดยอนุโลม

หมวด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้สำนักงานและหน่วยงานในสังกัดแยกประเภทของข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุม

ดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

กฎหมายอื่นและระเบียบของราชการ ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้

(๓) ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

(๔) ข้อมูลข่าวสารอื่น

การจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้

ให้สำนักงานและหน่วยงานในสังกัดจัดส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

(๑) และ (๒) ไปยังศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนค้นคว้าเพื่อตรวจดู

หรือขอสำเนา

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุม

ดูแล การตรวจสอบ ติดตามและประสานงานในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม

ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมทั้งความรับผิดชอบในการพิจารณาให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น

ๆ ที่อยู่ในความครอบครอง หรือควบคุม ดูแล

ซึ่งไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องจัดส่งให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามวรรคสาม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานในสังกัดส่งมาให้ตามข้อ

๑๑ วรรคสาม โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำบัญชีข้อมูลข่าวสารอื่น

ๆ ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องส่งให้แก่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๑ วรรคสาม

ให้พร้อมในการที่จะพิจารณาสั่งเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยเมื่อมีผู้ใดยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารในความครอบครองหรือควบคุม

ดูแล ดังกล่าว

หมวด

การขอตรวจดู

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำสมุดทะเบียนสำหรับผู้เข้ามาขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารที่ตั้งแสดงไว้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร

หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารที่มีคำรับรองถูกต้องให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือ

ตามแบบที่สำนักงานกำหนดต่อเจ้าหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

หรือเขียนขึ้นเองโดยให้ระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามสมควร

ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่า

ข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

หรืออยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดอื่นใด

หากเป็นข้อมูลข่าวสาร และอยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นข้าราชการที่ได้รับมอบหมาย

เป็นผู้อนุญาต และลงนามในสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

โดยลงลายมือชื่อพร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่งตลอดจนวัน เดือน ปีให้ชัดเจน

ทั้งนี้ ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นขอให้รับรอง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีขอตรวจดู ขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารอื่นซึ่งอยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัด ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานนั้น

พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ยื่นขอไปประสานกับหน่วยงานนั้นโดยตรงด้วย

หากประสงค์ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

โดยให้ข้าราชการที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๔

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่า

ข้อมูลข่าวสารที่มีคำร้องขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่

ให้เลขาธิการ หรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใดให้หน่วยงานนั้นแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยมิชักช้า

เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียนั้นคัดค้านภายในเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๗

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

กรณีผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอใด

ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นขอทราบ พร้อมแจ้งให้ผู้ยื่นขอทราบถึงสิทธิ

และระยะเวลาในการอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตดังกล่าว

ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการให้บริการโดยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

หรือหน่วยงานในสังกัดพิจารณาให้บริการตามระเบียบนี้โดยอนุโลม

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.

๒๕๔๔ หรือเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

หรือตามที่ผู้มีอำนาจตามข้อ ๑๘ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ข้อมูลข่าวสารใด หากมีกฎหมาย

ระเบียบอื่นหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ

การขอข้อมูลข่าวสาร และการอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ข้อมูลข่าวสารที่มีไว้เผยแพร่

หรือจำหน่าย ให้คิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด

โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ รายได้จากการนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การเรียกค่าธรรมเนียมการทำสำเนา

หรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

รายได้จากค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง

ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียมข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๘

หมวด

กำหนดระยะเวลา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การบริการข้อมูลข่าวสารตามคำขอ

ให้หน่วยงานดำเนินการให้บริการภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้

(๑)

การให้บริการข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู หรือขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการที่ได้มีคำขอนั้น

(๒) การให้บริการข้อมูลข่าวสารนั้น ๆ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุม ดูแลของหน่วยงานในสังกัด

ให้หน่วยงานที่มีข้อมูลข่าวสารพร้อมที่จะจัดหาให้ได้

จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หรือภายในวันที่รับคำขอ

(๓) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก

หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน

จะต้องแจ้งให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน ๑๕ วัน

รวมทั้งแจ้งกำหนดเวลาที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอข้อมูลข่าวสารทราบด้วย

(๔) ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐจะไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ

จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร พร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน ๑๕

วันทำการ นับจากวันยื่นคำขอ

หมวด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

กำหนดให้ห้องสมุด ศูนย์บริการลงทุน

ชั้น ๑ อาคารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขที่ ๕๕๕ ถนนวิภาวดี-รังสิต

แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๐ หมายเลขติดต่อ ๐ ๒๕๓๗ ๘๑๑๑

เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน

เพื่อเป็นสถานที่ติดต่อของประชาชนทั่วไปในการขอตรวจดูและขอรับข้อมูลข่าวสาร

หรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของสำนักงาน ตามมาตรา ๗ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

หมวด

การดำเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาค

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การบริการข้อมูลข่าวสารและการดำเนินการอื่น

ๆ ตามระเบียบนี้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาค ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบนี้โดยอนุโลม

เว้นแต่จังหวัดซึ่งศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคตั้งอยู่ได้กำหนดระเบียบปฏิบัติไว้เป็นอย่างอื่น

ประกาศ

ณ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อรรชกา

บริมเบิล

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบคำขอข้อมูลข่าวสาร

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๐

พฤษภาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๕๒ ง/หน้า ๒๐/๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ว่าด้วยการปฏิบัติงานด้านข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_464f7acceae91759

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com